ผมอายุ 28 ปี จากครอบครัวฐานะกลางๆ พ่อแม่ทำงาน(เคย)บริษัท ไม่มีกิจการหรือธุรกิจอะไรให้เราทำหรือรับช่วงต่อ อธิบายง่ายๆ ก็มนุษย์กรุงเทพ เรียนจบมหาวิทยาลัย ทำงานบริษัท
ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาชีวิตดีขึ้นแบบก้าวกระโดด จากมนุษย์เงินเดือนๆละหมื่นกว่าบาท กลายเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว ทำงานเฉลี่ย 3-4 วันต่อสัปดาห์ มีทีมเล็กๆที่ทำงานสายงานออกแบบ รายรับหลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วเดือนๆนึงเหลือกำไร 150-200k มีงานเข้ามาล่วงหน้า 3-6 เดือนตลอดเวลา มีเงินเก็บพอสมควรแต่ยังไม่ได้ลงทุนในหน่วยลงทุนใดๆเป็นเรื่องเป็นราว อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ มีบ้าน มีรถ มีคอนโด ที่ซื้อด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ดูแลพ่อแม่ได้ทั้งเรื่องเวลาและการเงิน มีพ่อแม่ที่น่ารักเข้าอกเข้าใจ มีเวลาเข้ายิมออกกำลังกาย 3-5 วัน/สัปดาห์ มีแฟนที่ดีคบกันมาตั้งแต่เรายังตัวเปล่าฐานะไม่ดี (แฟนผมฐานะครอบครัวดีกว่าผมพอสมควรครับ) จวบจนทุกวันนี้ชีวิตผมดีขึ้นมากก็ยังรักกันดีเหมือนเดิม เอาใจใส่เข้าอกเข้าใจไม่งี่เง่า ต่างคนต่างทำธุรกิจ ผมมีสังคมมีเพื่อนที่ดี เป็นคนรักเพื่อน นัดสังสรรค์กันเป็นปกติตามเวลาว่าง
โดยรวมแล้ว ชีวิตก็ดูมีความสุขดี
แต่ตอนนี้มันรู้สึกเบื่อ ไม่มีไฟ ค่อนข้างขี้เกียจ(ถ้าเทียบกับแต่ก่อน) เก็บตัวอยู่กับตัวเองเยอะขึ้น เสพย์สื่อบันเทิงน้อยลงเพราะไม่ว่าจะดูหรือจะฟังอะไรก็ไม่ค่อยสนุก บางทีก็นั่งเงียบๆปล่อยกระแสความคิดที่ไหลผ่านสมอง ปล่อยเวลาผ่านไปเรื่อยๆ
จากที่แต่ก่อนผมรักตอนเช้าของทุกๆวันเพราะเรารู้สึกอยากออกไปทำงาน เหมือนเรากำลังเล่นเกมส์ เหมือนชีวิตมันมีหลอด progress เก็บ exp ให้รู้สึกและสัมผัสได้ตลอดเวลา ตื่นเต้นกับการออกไปพบลูกค้า ออกไปขายงาน, ตื่นเต้นดีใจเมื่อโปรเจ็คอนุมัติจากลูกค้า และ มีพลังในการก้าวข้ามคำปฏิเสธเมื่อเราขายงานไม่ผ่าน / แต่ตอนนี้กลับรู้สึกไม่ค่อยอยากพบผู้คน เบื่อผู้คน ขายงานผ่านก็เฉยๆ ขายงานไม่ผ่านก็เฉยๆ มันเฉยไปหมด ตอนเช้าๆผมนึกไม่ออกว่าอยากทำอะไร ความรู้สึกที่เคยคลั่งไคล้การประสบความสำเร็จมันหายไปไหนหมด ไม่ได้อยากได้อะไรไปมากกว่านี้ แต่ก็ไม่อยากให้ชีวิตแย่ลง
เคยสอบถามคนในครอบครัวและแฟน บ้างก็ว่ากับดักชีวิตก่อนวัย 30 บ้างก็ว่าตกหลุมสบาย แนะนำหนังสือดีๆ (ประเภท life motivation) มาให้ผมอ่าน ตอนอ่านก็สนุกดี เหมือนได้เห็นแนวคิด เห็นประสบการณ์ของคนอื่น แต่พออ่านจบก็จบปิดหนังสือลงชีวิตก็เหมือนเดิม นึกไม่ออกว่าจะเอาไป adapt ใช้กับเรื่องของเรา ณ ตอนนี้ยังไง
ขอบคุณสำหรับพื้นที่ระบายความในใจครับ ใครมีความเห็นหรือคำแนะนำอย่างไร ผมยินดีฟังครับ ขอบคุณครับ
อายุ 28 ชีวิตก็ดี หาเงินได้พอสมควร แต่ทำไมช่วงนี้มันรู้สึกเบื่อไปหมดเลยครับ
ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาชีวิตดีขึ้นแบบก้าวกระโดด จากมนุษย์เงินเดือนๆละหมื่นกว่าบาท กลายเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว ทำงานเฉลี่ย 3-4 วันต่อสัปดาห์ มีทีมเล็กๆที่ทำงานสายงานออกแบบ รายรับหลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วเดือนๆนึงเหลือกำไร 150-200k มีงานเข้ามาล่วงหน้า 3-6 เดือนตลอดเวลา มีเงินเก็บพอสมควรแต่ยังไม่ได้ลงทุนในหน่วยลงทุนใดๆเป็นเรื่องเป็นราว อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ มีบ้าน มีรถ มีคอนโด ที่ซื้อด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ดูแลพ่อแม่ได้ทั้งเรื่องเวลาและการเงิน มีพ่อแม่ที่น่ารักเข้าอกเข้าใจ มีเวลาเข้ายิมออกกำลังกาย 3-5 วัน/สัปดาห์ มีแฟนที่ดีคบกันมาตั้งแต่เรายังตัวเปล่าฐานะไม่ดี (แฟนผมฐานะครอบครัวดีกว่าผมพอสมควรครับ) จวบจนทุกวันนี้ชีวิตผมดีขึ้นมากก็ยังรักกันดีเหมือนเดิม เอาใจใส่เข้าอกเข้าใจไม่งี่เง่า ต่างคนต่างทำธุรกิจ ผมมีสังคมมีเพื่อนที่ดี เป็นคนรักเพื่อน นัดสังสรรค์กันเป็นปกติตามเวลาว่าง
แต่ตอนนี้มันรู้สึกเบื่อ ไม่มีไฟ ค่อนข้างขี้เกียจ(ถ้าเทียบกับแต่ก่อน) เก็บตัวอยู่กับตัวเองเยอะขึ้น เสพย์สื่อบันเทิงน้อยลงเพราะไม่ว่าจะดูหรือจะฟังอะไรก็ไม่ค่อยสนุก บางทีก็นั่งเงียบๆปล่อยกระแสความคิดที่ไหลผ่านสมอง ปล่อยเวลาผ่านไปเรื่อยๆ
จากที่แต่ก่อนผมรักตอนเช้าของทุกๆวันเพราะเรารู้สึกอยากออกไปทำงาน เหมือนเรากำลังเล่นเกมส์ เหมือนชีวิตมันมีหลอด progress เก็บ exp ให้รู้สึกและสัมผัสได้ตลอดเวลา ตื่นเต้นกับการออกไปพบลูกค้า ออกไปขายงาน, ตื่นเต้นดีใจเมื่อโปรเจ็คอนุมัติจากลูกค้า และ มีพลังในการก้าวข้ามคำปฏิเสธเมื่อเราขายงานไม่ผ่าน / แต่ตอนนี้กลับรู้สึกไม่ค่อยอยากพบผู้คน เบื่อผู้คน ขายงานผ่านก็เฉยๆ ขายงานไม่ผ่านก็เฉยๆ มันเฉยไปหมด ตอนเช้าๆผมนึกไม่ออกว่าอยากทำอะไร ความรู้สึกที่เคยคลั่งไคล้การประสบความสำเร็จมันหายไปไหนหมด ไม่ได้อยากได้อะไรไปมากกว่านี้ แต่ก็ไม่อยากให้ชีวิตแย่ลง
เคยสอบถามคนในครอบครัวและแฟน บ้างก็ว่ากับดักชีวิตก่อนวัย 30 บ้างก็ว่าตกหลุมสบาย แนะนำหนังสือดีๆ (ประเภท life motivation) มาให้ผมอ่าน ตอนอ่านก็สนุกดี เหมือนได้เห็นแนวคิด เห็นประสบการณ์ของคนอื่น แต่พออ่านจบก็จบปิดหนังสือลงชีวิตก็เหมือนเดิม นึกไม่ออกว่าจะเอาไป adapt ใช้กับเรื่องของเรา ณ ตอนนี้ยังไง
ขอบคุณสำหรับพื้นที่ระบายความในใจครับ ใครมีความเห็นหรือคำแนะนำอย่างไร ผมยินดีฟังครับ ขอบคุณครับ