เปิด Timeline 100 ปี สงครามสามก๊ก ตอนที่ 5 (ค.ศ.221-230)

ตอนที่ 1 http://pantip.com/topic/33657392/
ตอนที่ 2 http://pantip.com/topic/33665166/
ตอนที่ 3 http://pantip.com/topic/33674170/
ตอนที่ 4 http://pantip.com/topic/33683393/

จะพยายามอัพเดททั้งในเว็บพันทิปและในเพจ https://www.facebook.com/threekingdomhappyfamily
อย่างสม่ำเสมอวันเว้นวันนะครับผม แต่ถ้ามีล่าช้าประการใดบ้างต้องขออภัยด้วยนะครับ



ตอนที่ 5 ปี ค.ศ. 221-230

ซุนกวนสถาปนาแผ่นดินง่อ ขงเบ้งกุมอำนาจจ๊กก๊ก พิชิตกบฎแดนใต้ รุกรานวุยก๊ก

ค.ศ. 221
- พระราชินีเอียนซี มเหสีของพระเจ้าโจผีสิ้นพระชนม์ในปีนี้ มีบันทึกถึงมูลเหตุการณ์สิ้นพระชนม์ไว้หลายกรณี ทั้งในเรื่องการประชวร ไปจนถึงเรื่องอื้อฉาวที่พระเจ้าโจผีทรงโปรดสนมเอกคนใหม่มากกว่า จึงสั่งประหารชีวิตพระมเหสีด้วยการให้ฆ่าตัวตาย แต่ไม่ว่าเหตุใดก็ตาม พระราชินีเอียนซีก็สิ้นพระชนม์ในปีนี้อย่างแน่นอน อันเป็นบันทึกที่ตรงกันทุกฉบับ
- ฝ่ายเล่าปี่ เมื่อทราบข่าวพระเจ้าเหี้ยนเต้ถูกยิ้มแล้ว จึงสถาปนาตนเป็นฮ่องเต้แห่งจ๊กก๊ก โดยให้เสฉวนเป็นเมืองหลวง ด้วยความประสงค์ที่จะต่ออายุราชวงศ์ฮั่นให้ยืนยาวสืบไป และแต่งตั้งให้ขงเบ้งเป็นสมุหนายก
- พระเจ้าเล่าปี่รำลึกถึงกวนอูที่ถูกซุนกวนสังหารเมื่อสองปีก่อน ก็แสดงขัตติยะมานะประกาศสงครามกับแผ่นดินกังตั๋ง โดยให้เตียวหุยเป็นทัพหน้าออกเคลื่อนพลก่อน แม้ว่าขงเบ้งและจูล่ง รวมถึงขุนนางจ๊กก๊กมากมายจะทัดทานแต่ก็ไม่อาจขวางเล่าปี่ไว้ได้ ทว่า อนิจจา เตียวหุยกลับถูกทหารของตนเองลอบสังหารแล้วตัดศีรษะไปมอบให้ซุนกวนไปอีกรายขณะการเตรียมทัพ
- ด้วยเหตุนี้พระเจ้าเล่าปี่จึงสั่งสมความแค้น กล่าวว่าจะเหยียบกังตั๋งให้ราบเป็นหน้ากลอง แล้วเคลื่อนพลจำนวนมหาศาลไปตั้งทัพที่ตำบลอิเหลง เป็นอันเริ่มสงครามที่ใช้ชื่อเดียวกันนี้ว่า สงครามอิเหลง นั่นเอง
- ในวรรณกรรมระบุว่าขุนพลฮองตง ได้เสียชีวิตในการรบปีนี้ แต่บันทึกในประวัติศาสตร์ระบุว่าฮองตงเสียชีวิตด้วยโรคชราไปในปี 220 แล้ว
- เอียวเก๋า ขุนพลจิ้นก๊ก ผู้เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญในการล้มง่อก๊กภายภาคหน้า เกิดปีนี้

ค.ศ. 222
- พระเจ้าเล่าปี่วางกำลังพลที่แนวรบริมแม่น้ำในตำบลอิเหลง ฝ่ายซุนกวนจึงมอบหมายให้ลกซุน แม่ทัพหนุ่มที่เคยมีผลงานปราบกวนอูมาก่อน วางแผนการรับมือได้อย่างเหนือชั้น เผาทัพพระเจ้าเล่าปี่ได้สำเร็จอย่างงดงาม
- ในวรรณกรรมระบุว่า กำเหลง แม่ทัพคนสำคัญของซุนกวนเสียชีวิตในศึกครั้งนี้ แต่ในบันทึกประวัติศาสตร์ระบุไว้ว่า กำเหลงล้มป่วยจนเสียชีวิตไปในปีก่อนแล้ว
- ฝ่ายพระเจ้าโจผีนั้น ขุนนางสุมาอี้ได้แนะนำให้พระเจ้าโจผีฉวยโอกาสนี้ยกทัพไปตีจ๊กก๊กหรือกังตั๋งให้แตก เพื่อชิงมาโดยง่าย แต่โจผีกลับเลือกที่จะเฝ้ารอดูผลการรบระหว่างสองฝ่ายแทน
- ส่วนพระเจ้าเล่าปี่เมื่อถอยทัพกลับได้อย่างปลอดภัย ที่ละอายพระทัยไม่กลับเมืองหลวงที่เสฉวน พำนักที่เมืองไป๋ตี้เฉิงบริเวณหัวเมืองชายแดน แล้วตรอมใจจนประชวร
- ซุนกวนเมื่อชนะทัพจ๊กก๊กแล้วก็ตั้งตนเป็นอ๋องแห่งแผ่นดินง่อ ทำให้แผ่นดินนี้แบ่งเป็นสามก๊กอย่างเป็นทางการ คือวุยก๊ก จ๊กก๊ก และง่อก๊ก
- ขุนพลม้าเฉียวล้มป่วยเสียชีวิตในช่วงปีนี้
- เตาอี้ ขุนพลจิ้นก๊ก ฟันเฟืองสำคัญอีกคนหนึ่งในการล้มง่อก๊กภายภาคหน้า เกิดปีนี้

ค.ศ. 223
- พระเจ้าเล่าปี่ประชวรติดต่อกันหลายเดือน ในที่สุดก็สิ้นพระชนม์ ได้ดำรงตำแหน่งฮ่องเต้เพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น โดยอาเต๊าหรือเล่าเสี้ยน ก็ขึ้นสืบราชบัลลังก์ต่อ โดยมีขงเบ้งเป็นผู้ช่วยสำเร็จราชการร่วมกับขุนนางคนอื่น ๆ
- เหตุความแตกแยกระหว่างจ๊กก๊กกับง่อก๊กเกิดขึ้นจากการตายของกวนอู และการตัดสินใจของพระเจ้าเล่าปี่ แต่เมื่อทุกอย่างจบลงด้วยการสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ขงเบ้งจึงส่งเตงจี๋ ขุนนางผู้มีวาทศิลป์เป็นเลิศไปเจรจาสงบศึกกับง่อก๊กของซุนกวน ฝ่ายซุนกวนเองมองว่าการเป็นพันธมิตรนั้นปลอดภัยกว่าสร้างศัตรู จึงตอบรับด้วยดี ทั้งสองฝ่ายจึงกลับมาเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันอีกครั้ง
- ในวรรณกรรมได้มีการแต่งเรื่องเกี่ยวกับสงครามห้าทัพที่พระเจ้าโจผีกับสุมาอี้วางแผนให้มาบุกจ๊กก๊ก แต่เรื่องดังกล่าวไม่มีบันทึกในประวัติศาสตร์ อีกทั้งในแง่ความสมเหตุสมผลแล้วถือว่าเป็นไปได้ยาก
- แต่เรื่องของสงครามห้าทัพนั้น มีมูลเหตุความจริงอยู่บ้าง กล่าวคือ ชนพื้นเมืองทางใต้ที่เรียกว่าอาณาจักรม่าน ได้เริ่มก่อความไม่สงบขึ้น ชายแดนของจ๊กก๊กจึงต้องเกิดปัญหารับศึกจากต่างแดน
- กาเซี่ยง เสนาธิการหัวแหลมที่ทั้งเคยเกือบฆ่าโจโฉและเป็นที่ปรึกษาที่ดีให้กับโจโฉจวบจนวันสุดท้าย เสียชีวิตในปีนี้ด้วยโรคชรา ด้วยวัย 76 ปี นับว่าอายุยืนมากในยุคนั้น

ค.ศ. 224
- พระเจ้าโจผีสั่งจัดกองทัพบุกง่อก๊ก ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ช้าไป เพราะทั้งจ๊กก๊กและง่อก๊กต่างสงบศึกกันไปแล้ว ด้วยเหตุนี้ทัพของวุยก๊กจึงถูกแม่ทัพลกซุนจัดวางกำลังตอบโต้กลับไปได้สำเร็จ

ค.ศ. 225
- ขงเบ้งกราบทูลพระเจ้าเล่าเสี้ยน เพื่อนำกำลังออกปราบปรามชนเผ่าทางใต้ที่ก่อความไม่สงบติดต่อกันนานนับปี และกระทำการสำเร็จในช่วงเวลาเพียง 4 เดือนในฤดูร้อน ในวรรณกรรมได้แต่งเรื่องราวการรบนี้ไว้อย่างยาวนานพิสดารมาก ทั้งเรื่องการผจญดินแดนลี้ลับ กองทัพประหลาดของอาณาจักรม่าน และการจับเบ้งเฮ็กผู้นำอาณาจักรม่านทั้ง 7 ครั้ง ทำให้ศึกปราบชนเผ่าทางใต้นี้มีสีสันขึ้นมาก
- ในการรบครั้งนี้ ขงเบ้งได้ให้ ม้าเจ๊ก และ เอียวหงี เป็นที่ปรึกษาส่วนตัว คำแนะนำจากทั้งสองเป็นที่ชื่นชอบและไว้วางใจจากขงเบ้งมาก ทำให้สองคนนี้ได้รับบทบาทงานสำคัญครั้งถัด ๆ ไปด้วย
- พระเจ้าโจผียกทัพไปบุกง่อก๊กอีกครั้ง และพ่ายแพ้กลับมาเช่นเดิม ในวรรณกรรมระบุว่า เตียวเลี้ยว ขุนพลชั้นนำของวุยก๊กเสียชีวิตในการรบครั้งนี้ด้วย แต่ประวัติศาสตร์จริงระบุว่าเขาป่วยจนเสียชีวิตไปแล้วในปีก่อน สำหรับพระเจ้าโจผีนั้น จึงได้ยุตินโยบายทางด้านสงครามของพระองค์เองทั้งหมด แล้วผลักดันนโยบายทางด้านเศรษฐกิจและวรรณกรรมตามที่พระองค์ถนัดมากกว่าแทน ส่วนตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดนั้นมอบหมายให้สุมาอี้เป็นผู้รับช่วงต่อ
- จงโฮย หนึ่งในแม่ทัพไฟแรงของตระกูลสุมา ผู้เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญในการทำลายจ๊กก๊กในวันหน้า เกิดปีนี้

ค.ศ. 226
- พระเจ้าโจผีประชวรหนักอย่างกะทันหัน ไม่นานก็สิ้นพระชนม์ ซึ่งได้ฝากฝังให้สุมาอี้กับโจจิ๋นญาติผู้ใหญ่อีกคนหนึ่ง คอยค้ำบัลลังก์ให้โจยอย รัชทายาทซึ่งยังมีอายุน้อยอยู่สืบราชสมบัติต่อไป

ค.ศ. 227
- ฝ่ายจ๊กก๊กนั้น เมื่อทราบข่าววุยก๊กมีการผลัดเปลี่ยนราชบัลลังก์ ขงเบ้งจึงฉวยโอกาสนี้ ถวายฎีกาแก่พระเจ้าเล่าเสี้ยน เพื่อประกาศทำสงครามครั้งใหญ่กับวุยก๊ก แล้วริเริ่มการเตรียมทัพที่เมืองฮันต๋ง
- ฝ่ายง่อก๊กซึ่งไม่ได้ถูกก๊กอื่นรุกรานนั้น ก็ใช้เวลาช่วงสงบสุขนี้ในการแผ่ขยายอำนาจไปอย่างไพศาล จนได้ทำความรู้จักกับเมืองเขมร ลาว และเวียดนาม ในฐานะเป็นประเทศราช รวมถึงมีการทำการค้ากันอย่างมั่งคั่ง ซึ่งซุนกวนที่เคยเป็นผู้นำอายุน้อยหัวสมัยใหม่ ก็เริ่มที่จะกลายเป็นผู้นำฟุ้งเฟ้อและกระทำการต่าง ๆ ตามอำเภอใจมากขึ้นทีละนิด
- จูกัดเจี๋ยม บุตรชายคนโตของขงเบ้ง เกิดปีนี้

ค.ศ. 228
- ขงเบ้งเล็งเห็นว่า ผู้บัญชาการทหารฝ่ายวุยก๊กนั้นคือสุมาอี้ซึ่งมีความสามารถมาก จึงเป็นปัญหาสำคัญในการบุกวุยก๊ก ม้าเจ๊กศิษย์เอกจึงแนะนำให้ขงเบ้งปล่อยข่าวลือว่าสุมาอี้กำลังเตรียมก่อการล้มบัลลังก์พระเจ้าโจยอย ส่งผลให้ราชสำนักวุยระแวงสุมาอี้จากข่าวลือนี้ แล้วทำการปลดสุมาอี้ออกจากตำแหน่ง แล้วให้โจจิ๋นขุนนางผู้ใหญ่รับงานแทน
- ทัพจ๊กก๊กนำโดยขงเบ้งเริ่มเคลื่อนพลตีชิงหัวเมืองชายแดนของวุยก๊กได้หลายจุด และเกลี้ยกล่อมขุนพลหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งมีฝีมือการรบและสติปัญญาเป็นเลิศ ชื่อว่า เกียงอุย ให้แปรพักตร์มาเป็นขุนพลของจ๊กก๊กได้สำเร็จ
- แม่ทัพโจจิ๋นของวุยก๊กไม่สามารถต้านยุทธวิธีการรบจากขงเบ้งได้เท่าที่ควร ฝ่ายราชสำนักวุยจึงจำต้องตัดสินใจแต่งตั้งสุมาอี้กลับมาเป็นผู้บัญชาการสูงสุดอีกครั้ง
- ฝ่ายเบ้งตัดอดีตแม่ทัพจ๊กก๊กที่แปรพักตร์ไปฝ่ายวุยก๊กเมื่อครั้งกวนอูแตกทัพ ก็ได้ตัดสินใจจะแปรพักตร์กลับมาล้อมตีวุยก๊กจากทางเกงจิ๋ว แต่ฝ่ายสุมาอี้สืบทราบเสียก่อนจึงยกทัพไปกำจัดเบ้งตัดได้ก่อนที่จะก่อการสำเร็จ
- ม้าเจ๊กนำทัพหลักของจ๊กก๊กไปชิงตำบลเกเต๋งซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ แต่จัดทัพผิดหลักชัยภูมิ เมื่อฝ่ายเตียวคับแห่งวุยก๊กยกทัพมาจึงถูกล้อมตีจนต้องถอยทัพ และหัวเมืองที่ขงเบ้งเคยตีชิงมาได้ก็เตียวคับก็ตีชิงคืนให้วุยก๊กได้ทั้งหมด ในวรรณกรรมระบุว่าเป็นสุมาอี้นำทัพมาเอง ส่วนเตียวคับเป็นนายทัพคนหนึ่งในกองเท่านั้น และเหตุการณ์ที่ขงเบ้งในอุบายเมืองว่างหลอกสุมาอี้ให้ถอยทัพ ก็เป็นเหตุการณ์ที่แต่งขึ้นในภายหลังเช่นกัน
- เมื่อทัพจ๊กก๊กพ่ายแพ้ถอยกลับสู่ฮันต๋งแล้ว ขงเบ้งก็ชำระโทษม้าเจ๊กด้วยการประหารชีวิต และลงโทษตนเองด้วยการลดตำแหน่งทางการทหารของตนเพื่อรับผิดชอบความปราชัยที่เกิดขึ้น
- อีกด้านหนึ่งของฝ่ายวุยก๊ก นำโดยโจสิ้ว แม่ทัพอาวุโสที่รับโจโฉมานาน กับกากุ๋ย ขุนนางเก่าแก่อีกคนหนึ่งผู้เป็นบิดาของกาอุ้นหรือแกฉง ยกทัพบุกง่อก๊กอีกครั้งที่ตำบลเซ็กเต๋ง คราวนี้ลกซุนแม่ทัพคนสำคัญก็ยังคงแผลงฤทธิ์ความไร้เทียมทานเช่นเคย สามารถเอาชนะทัพวุยก๊กได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม่ทัพโจสิ้วพ่ายแพ้กลับมาแต่พระเจ้าโจยอยก็ไม่ถือสาเอาความ อีกทั้งยังกล่าวยกย่องกากุ๋ยเป็นอย่างมากที่ถอยทัพพาโจสิ้วกลับมาอย่างปลอดภัย ทว่าทั้งโจสิ้วและกากุ๋ยก็ล้มป่วยจนเสียชีวิตในปีนี้
- อองลอง ขุนนางอาวุโสของวุยก๊กเสียชีวิตในปีนี้ เขามีศักดิ์เป็นปู่ของ หวางหยวนจี ภรรยาของสุมาเจียว ซึ่งภายภาคหน้าจะเป็นมารดาของ สุมาเอี๋ยน ผู้รวมสามก๊กเป็นหนึ่ง ในวรรณกรรมแต่งเรื่องให้อองลองถูกขงเบ้งด่าจนขาดใจตาย แต่ประวัติศาสตร์ไม่ได้ระบุว่าอองลองร่วมทัพวุยก๊กไปยังแนวหน้าด้วย แต่กล่าวว่าเขาเสียชีวิตด้วยโรคชราภายในเมืองวุยก๊กตามอายุขัย

ค.ศ. 229
- ซุนกวนสถาปนาตนเองเป็นฮ่องเต้แห่งง่อก๊กอย่างเป็นทางการ แต่งตั้งทั้งลกซุนและจูกัดกิ๋นให้มีตำแหน่งสูงส่งทางการเมืองอย่างยิ่ง
- พระเจ้าเล่าเสี้ยนพระราชทานอภัยโทษให้ขงเบ้งคืนสู่ตำแหน่งเดิม เพื่อคิดการศึกโค่นล้มวุยก๊กต่อไปในภายภาคหน้า ซึ่งขงเบ้งได้กรีทาทัพออกเป็นครั้งที่สอง โดยบุกไปทางตำบลตันฉองซึ่งเป็นเมืองเล็ก แต่ทว่าการป้องกันของฝ่ายวุยก๊กกลับเหนือความคาดหมาย ขงเบ้งพยายามจัดทัพบุกตีหลายแบบแล้วก็ไม่อาจฝ่าเมืองตันฉองไปได้ จึงต้องถอยทัพกลับอีกครั้ง
- จูล่ง ขุนพลเอกที่รับใช้เล่าปี่มาอย่างยาวนาน เสียชีวิตลงในปีนี้ด้วยโรคชรา ท่ามกลางความเศร้าเสียใจของชาวจ๊กก๊กทั้งแผ่นดิน
- ในปีเดียวกันนั้น ขงเบ้งได้ยกทัพบุกวุยก๊กเป็นครั้งที่สาม ครั้งนี้สามารถรุกคืบตีชิงหัวเมืองต่าง ๆ ได้บางส่วน แต่ก็ต้องประสบกับปัญหาเสบียงหมด จึงถอยทัพกลับเป็นครั้งที่สาม

ค.ศ. 230
- ง่อก๊กแผ่ขยายอำนาจออกสู่ทะเลตะวันออก ไปจนถึงดินแดนอี้โจว ซึ่งภายหลังก็คือเกาะไต้หวัน เดิมทีซุนกวนคาดหวังว่าจะตักตวงทรัพย์สินและผู้คนมาได้ แต่กลับไม่ได้ผลตอบแทนใด ๆ กลับมาสักเท่าไหร่นัก อีกทั้งด้วยการเดินทางข้ามทะเลอันยาวนาน ทำให้กองทัพที่ออกเดินทางป่วยตายไปมากมายอีกด้วย
- ฝ่ายวุยก๊กกับจ๊กก๊กเตรียมเปิดศึกกันอีกครั้ง แต่บริเวณชายมีฝนตกหนัก ไม่เหมาะแก่การรบ จึงได้เลิกทัพกันไปเสียก่อน การประจันทัพ ณ ตะเข็บชายแดนวุยก๊กและจ๊กก๊กจึงทวีความคุกรุ่นขึ้นเรื่อย ๆ
- องค์ไทเฮาเปี้ยน หรือเปี้ยนซี ภรรยาของโจโฉ สิ้นพระชนม์ในปีนี้ มีบันทึกว่า เนื่องด้วยโจโฉมีภรรยามากมายหลายคน แต่เปี้ยนซีก็ดูแลภรรยาทุกคนเหล่านั้นดุจเพื่อนหรือน้องสาว ทำให้ครอบครัวของโจโฉในแผ่นดินวุยนั้นมีความปกติสุขไม่เกิดความขัดแย้งรุนแรงใด ๆ ได้ เชื่อกันว่าพระศพของสตรีที่พบในสุสานของโจโฉก็คือนางเปี้ยนซีผู้นี้นั่นเอง

ติดตามต่อตอน 6 นะครับ
https://www.facebook.com/threekingdomhappyfamily
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่