เหตุเกิด วันที่27 มี.ค.58
เจ้าของกระทู้ได้ไปดูหนังที่เมเจอร์รัชโยธิน แล้วใช้บัตรเดบิตของธนาคารสีม่วงรูดซื้อตั๋วหนัง
พนักงานโรงหนังรูดเครื่องแรก แล้วกระดาษหมด แต่ไม่กดยกเลิก แล้วดันไปรูดอีเครื่อง สรุปจ้า ตัดเงินไป2ครั้ง ครั้งละ300 บาท สรุปคือเราโดนตัดเงินฟรีไป300 บาท แล้วพนักงานก็กดvoidให้ เราก็เก็บใบvoid ไว้ ก็คิดว่าเดี๋ยวคงจะคืนให้
เราก็เลยลองไปติดต่อธนาคารสาขาในมหาลัย เพราะผ่านมาหลายวันแล้วยังไม่มีเงินคืน
เรา:พี่คะจะสอบถามว่า บัตรเดบิตอ่ะ ถ้ามีการvoidแล้วเราปกติ เงินจะเข้าเลยไหม
พนักงาน:ปกติเข้าเลยนะ
เรา:แล้วต้องทำไง
พนักงานก็ติดต่อ call center แล้วก็ส่งให้เราบอกรายละเอียด
เรา: เล่ารายละเอียดว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้นะ
Call center: ลูกค้าต้องติดต่อทางร้านค้าที่ลูกค้ายื่น
เรา: (งง ค่า ลูกค้ามีหน้าที่ตามเอง)ก็วางไป
เราก็บอกแม่ แม่ก็บอกให้ไปติดต่อสาขาในห้างแถวบ้านใหม่อีกที
เจอพนักงานคนแรกเป็นผู้ชาย
เรา: ก็เล่าว่าเกิดอะไรยังไงเหมือนเดิม
พช:ต้องไปตามที่ร้านค้าแหละ ต้องตามที่ต้นน้ำ ไม่ใช่ปลายน้ำ (หาอะไรนะ งง รอบ2)
เรา:คิดในใจ

ไม่ได้เงินคืนแล้วแหละ
แล้วก็เดินออกมา แล้วลงไปหาแม่ แม่รออีกชั้นนึง ก็เล่าให้แม่ฟัง ว่าพนักงานพูดว่าไร แม่บอกว่า ค่าธรรมเนียมก็เสียให้เราตามเองอีก(หนูก็คิดเหมือนแม่แหละแต่ประสบการณ์น้อยกว่าเลยยังไม่ชัวร์ เราถูกมั๊ย) แม่ให้ไปอีกรอบ คราวนี้เจอพนักงานผู้หญิง
เรา:วนเทปเดิม
พญ:น้องมีหลักฐานมั๊ย
เรา:มีค่ะ (ยื่นใบให้ แต่มันเริ่มจางละ)
พญ:เริ่มจางละ แล้วพี่ก็ติดต่อ call center แล้วพี่เค้าก็เล่าให้call center ฟัง แบบที่เราเล่าเลย แล้วcall center ก็ขอคุยกับเราเพื่อยืนยันแน่ๆ ว่าเป็นเจ้าของบัตร แล้วเราก็คุยต่อ
Call center:รบกวนส่งหลักฐาน ใบvoid ให้พนักงานที่สาขาส่ง
แล้วเราก็ส่งโทรศัพท์ให้พนักงานสาขา แล้วพนักงาสาขาก็ส่งแฟ็กซ์ให้call center ก็ยืนยันว่าได้รับเรียบร้อย ให้รอ 3 หรือ 7วันนี่แหละ ขอเบอร์เราไว้ พนักงานสาขาก็ถามชื่อcall centerไว้ให้ พนังงานก็นำหลักฐานที่ถ่ายเอกสารให้เรา เพราะกลัวมันจางหายไปก่อนกว่าจะได้เงินคืน
เมื่อครบกำหนด call center คนเดิมติดต่อมาเพื่อให้เราส่งเอกสารการปฏิเสธการใช้บัตร พร้อมสำเนาบัตรประชาชน เซ็นสำเนาถูกต้อง เราก็ส่งเรียบร้อยทางอีเมล แต่ก็ไม่มีใครโทรมายืนยันว่ารับแล้วเรื่องแล้ว ดำเนินการไปถึงไหน ผ่านไปสักพักเราก็ได้โทรไปcall center ใหม่เพื่อจะถามว่าได้รับไหม เรื่องไปถึงไหนวันนี้ (22 พ.ค. 58)
เรา:เล่าเรื่องใหม่หมด อีกแล้ว (ทั้งๆที่มีการบันทึกไว้ไม่ใช่หรอ)
Call center:มีการรับเรื่องเข้าระบบแล้วนะคะ ให้รอค่ะ
เรา:อ๋อ โอเคค่ะ แล้วถ้าสำเร็จจาส่งมาบอกใช่มั๊ยคะ
Call center:ใช่ค่ะ
ก็วางสายไป แต่มันก็ตะหงิดๆใจ วันนี้ก็เลยลองโทรไปถามอีกครั้ง
เรา:เล่าเหมือนเดิม
Call center:รบกวนถือสายรอสักครู่
ปล่อยให้เราฟังเพลง พี่เบิร์ดร้องมั๊ง
Call center: ขอบคุณที่ถือสายรอค่ะ มีเรื่องการปฏิเสธรายการอยู่ในระบบนะคะ แต่ไม่มีหลักฐานการvoid
เรา:อ้าว ก็ส่งไปแล้วนะคะ ให้สาขาส่งให้
Call center:สาขาไหนคะ
เรา: สาขา…..ค่ะ
Call center:แล้วมีการยืนยันการส่ง ว่าได้รับเรียบร้อยไหม
เรา:มีค่ะ
Call center:รบกวนส่งใหม่นะคะ (อ้าว แล้วถามตูทำไมฟร่ะ)
เรา:ไม่มีแฟ็กซ์ค่ะ
Call center:ให้ทางสาขาส่งก็ได้ค่ะ
เรา:ตามไม่ได้หรอคะส่งไปแล้วจริงๆ คนรับเรื่องชื่อ….
สรุปต้องส่งใหม่ เราก็เลยไปสาขาเดิมที่เคยไป เพราะใกล้บ้าน เจอพนักงานผู้หญิงคนเดิม ตอนแรกนึกว่าจำไม่ได้ ก็บอกว่าที่เคยให้พี่ติดต่อให้
พญ:พี่จำได้ๆ น้องยังไม่ได้เงินคืนอีกหรอ
เรา:ยังเลยพี่ โทรไปcall centerวันนี้เค้าบอกว่า ไม่มีเอกสารที่เป็นหลักฐานให้ส่งใหม่ ให้ส่งที่สาขาก็ได้ หนูเลยมา
พญ:โทรหา call center อธิบายให้ฟัง
ส่งให้เราคุยเหมือนเดิม สอบถามรายละเอียด
Call center:บอกให้รออีก 7 วันทำการ
เรา:แล้วต้องสรุปต้องส่งหลักฐานไปใหม่ไหม
Call center:ไม่ต้องค่ะ
เรา: (คิดในใจ คนก่อนคุย ยังให้เราส่งใหม่อยู่เลย นี่บริษัทเดียวกันป่ะวะ)
แล้วพนักงานสาขาก็ขอคุย แล้วชื่อ Call center บอกว่าช่วยตามให้หน่อย นานมากแล้ว
ก็จบการสนทนา
เราก็ขอบคุณพี่พนักงานไป คือจริงๆเป็นหน้าที่ของพนักงานอยู่แล้วที่ต้องทำ แต่ในเมื่อเค้าทำดี เราก็ขอบคุณ
เรื่องแรกที่อยากบอก
เงิน300บาท มันอาจจะไม่ได้มีมูลค่าเยอะมาก มันไม่ได้สำคัญที่เรื่องมูลค่าหรอก แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่า เราในฐานะลูกค้าต้องมาคอยรับผิดชอบในการตามเงินซึ่งเป็นความผิดพลาดที่เราไม่ได้ก่อ ซ้ำร้ายไปยิ่งกว่านั้น ธนาคารในฐานะตัวการของธุรกรรม กลับเมินเฉยไม่ได้ใส่ใจลูกค้าเลย หากมีคนจะมาอ้างว่าก็มันเป็นระบบของธนาคาร ก็อยากให้พวกเรามาคิดกันว่าระบบที่บริการลูกค้านี้มันดีจริงๆหรือไม่ เพราะถ้าเกิดว่าใช้ซื้อของที่มีมูลค่ามากกว่านี้ล่ะ เราอาจจะเสียโอกาสนำเงินนั้นไปทำอะไรตั้งเกือบ2 เดือนเลยนะ แล้วสรุปบัตรนี้มันสะดวกจริงๆ เมื่อเกิดปัญหาตามที่โฆษณาบอกกล่าวสรรพคุณเหมือนตอนที่ต้องการให้ลูกค้าเข้าไปทำบัตรจริงหรือไม่
เรื่องที่2
ระบบ call center มันดีมากเลยนะ เพราะมันสะดวก สามารถติดต่อธนาคารที่ไหนก็ได้ แต่ที่เรารู้สึกคือ มันทำให้เกิดช่องว่างกับธนาคารเป็นอย่างมากเมื่อมันเกิดปัญหา เราเหมือนคุยกับคนที่ไม่มีตัวตน จับต้องไม่ได้ ใครก็ไม่รู้ โทรไปใหม่ก็ต้องเล่าใหม่ ขนาดพี่ที่สาขาถามชื่อให้แล้วว่าพูดสายกับใคร พอเวลาโทรไปบอกชื่อคนรับเรื่อง เขาก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ต้องส่งหลักฐานไปใหม่ ราวกับเราต้องไปอ้อนวอนขอเงิน 300 บาท ทั้งที่มันเป็นของเราตั้งแต่ต้น
เพื่อนๆก็ลองไปพิจารณาดูแล้วกัน
ขอบคุณมากค่ะ
ปล.พึ่งตั้งกระทู้ครั้งแรกเลยค่ะ อยากจะแชร์ประสบการณ์เฉยๆ ใครสงสัยอะไรก็อินบ๊อกมาถามได้นะคะ
บัตรเดบิตสีม่วงสะดวกจริงหรอ? กับประสบการณ์ที่ฉันต้องเจอ
เจ้าของกระทู้ได้ไปดูหนังที่เมเจอร์รัชโยธิน แล้วใช้บัตรเดบิตของธนาคารสีม่วงรูดซื้อตั๋วหนัง
พนักงานโรงหนังรูดเครื่องแรก แล้วกระดาษหมด แต่ไม่กดยกเลิก แล้วดันไปรูดอีเครื่อง สรุปจ้า ตัดเงินไป2ครั้ง ครั้งละ300 บาท สรุปคือเราโดนตัดเงินฟรีไป300 บาท แล้วพนักงานก็กดvoidให้ เราก็เก็บใบvoid ไว้ ก็คิดว่าเดี๋ยวคงจะคืนให้
เราก็เลยลองไปติดต่อธนาคารสาขาในมหาลัย เพราะผ่านมาหลายวันแล้วยังไม่มีเงินคืน
เรา:พี่คะจะสอบถามว่า บัตรเดบิตอ่ะ ถ้ามีการvoidแล้วเราปกติ เงินจะเข้าเลยไหม
พนักงาน:ปกติเข้าเลยนะ
เรา:แล้วต้องทำไง
พนักงานก็ติดต่อ call center แล้วก็ส่งให้เราบอกรายละเอียด
เรา: เล่ารายละเอียดว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้นะ
Call center: ลูกค้าต้องติดต่อทางร้านค้าที่ลูกค้ายื่น
เรา: (งง ค่า ลูกค้ามีหน้าที่ตามเอง)ก็วางไป
เราก็บอกแม่ แม่ก็บอกให้ไปติดต่อสาขาในห้างแถวบ้านใหม่อีกที
เจอพนักงานคนแรกเป็นผู้ชาย
เรา: ก็เล่าว่าเกิดอะไรยังไงเหมือนเดิม
พช:ต้องไปตามที่ร้านค้าแหละ ต้องตามที่ต้นน้ำ ไม่ใช่ปลายน้ำ (หาอะไรนะ งง รอบ2)
เรา:คิดในใจ
แล้วก็เดินออกมา แล้วลงไปหาแม่ แม่รออีกชั้นนึง ก็เล่าให้แม่ฟัง ว่าพนักงานพูดว่าไร แม่บอกว่า ค่าธรรมเนียมก็เสียให้เราตามเองอีก(หนูก็คิดเหมือนแม่แหละแต่ประสบการณ์น้อยกว่าเลยยังไม่ชัวร์ เราถูกมั๊ย) แม่ให้ไปอีกรอบ คราวนี้เจอพนักงานผู้หญิง
เรา:วนเทปเดิม
พญ:น้องมีหลักฐานมั๊ย
เรา:มีค่ะ (ยื่นใบให้ แต่มันเริ่มจางละ)
พญ:เริ่มจางละ แล้วพี่ก็ติดต่อ call center แล้วพี่เค้าก็เล่าให้call center ฟัง แบบที่เราเล่าเลย แล้วcall center ก็ขอคุยกับเราเพื่อยืนยันแน่ๆ ว่าเป็นเจ้าของบัตร แล้วเราก็คุยต่อ
Call center:รบกวนส่งหลักฐาน ใบvoid ให้พนักงานที่สาขาส่ง
แล้วเราก็ส่งโทรศัพท์ให้พนักงานสาขา แล้วพนักงาสาขาก็ส่งแฟ็กซ์ให้call center ก็ยืนยันว่าได้รับเรียบร้อย ให้รอ 3 หรือ 7วันนี่แหละ ขอเบอร์เราไว้ พนักงานสาขาก็ถามชื่อcall centerไว้ให้ พนังงานก็นำหลักฐานที่ถ่ายเอกสารให้เรา เพราะกลัวมันจางหายไปก่อนกว่าจะได้เงินคืน
เมื่อครบกำหนด call center คนเดิมติดต่อมาเพื่อให้เราส่งเอกสารการปฏิเสธการใช้บัตร พร้อมสำเนาบัตรประชาชน เซ็นสำเนาถูกต้อง เราก็ส่งเรียบร้อยทางอีเมล แต่ก็ไม่มีใครโทรมายืนยันว่ารับแล้วเรื่องแล้ว ดำเนินการไปถึงไหน ผ่านไปสักพักเราก็ได้โทรไปcall center ใหม่เพื่อจะถามว่าได้รับไหม เรื่องไปถึงไหนวันนี้ (22 พ.ค. 58)
เรา:เล่าเรื่องใหม่หมด อีกแล้ว (ทั้งๆที่มีการบันทึกไว้ไม่ใช่หรอ)
Call center:มีการรับเรื่องเข้าระบบแล้วนะคะ ให้รอค่ะ
เรา:อ๋อ โอเคค่ะ แล้วถ้าสำเร็จจาส่งมาบอกใช่มั๊ยคะ
Call center:ใช่ค่ะ
ก็วางสายไป แต่มันก็ตะหงิดๆใจ วันนี้ก็เลยลองโทรไปถามอีกครั้ง
เรา:เล่าเหมือนเดิม
Call center:รบกวนถือสายรอสักครู่
ปล่อยให้เราฟังเพลง พี่เบิร์ดร้องมั๊ง
Call center: ขอบคุณที่ถือสายรอค่ะ มีเรื่องการปฏิเสธรายการอยู่ในระบบนะคะ แต่ไม่มีหลักฐานการvoid
เรา:อ้าว ก็ส่งไปแล้วนะคะ ให้สาขาส่งให้
Call center:สาขาไหนคะ
เรา: สาขา…..ค่ะ
Call center:แล้วมีการยืนยันการส่ง ว่าได้รับเรียบร้อยไหม
เรา:มีค่ะ
Call center:รบกวนส่งใหม่นะคะ (อ้าว แล้วถามตูทำไมฟร่ะ)
เรา:ไม่มีแฟ็กซ์ค่ะ
Call center:ให้ทางสาขาส่งก็ได้ค่ะ
เรา:ตามไม่ได้หรอคะส่งไปแล้วจริงๆ คนรับเรื่องชื่อ….
สรุปต้องส่งใหม่ เราก็เลยไปสาขาเดิมที่เคยไป เพราะใกล้บ้าน เจอพนักงานผู้หญิงคนเดิม ตอนแรกนึกว่าจำไม่ได้ ก็บอกว่าที่เคยให้พี่ติดต่อให้
พญ:พี่จำได้ๆ น้องยังไม่ได้เงินคืนอีกหรอ
เรา:ยังเลยพี่ โทรไปcall centerวันนี้เค้าบอกว่า ไม่มีเอกสารที่เป็นหลักฐานให้ส่งใหม่ ให้ส่งที่สาขาก็ได้ หนูเลยมา
พญ:โทรหา call center อธิบายให้ฟัง
ส่งให้เราคุยเหมือนเดิม สอบถามรายละเอียด
Call center:บอกให้รออีก 7 วันทำการ
เรา:แล้วต้องสรุปต้องส่งหลักฐานไปใหม่ไหม
Call center:ไม่ต้องค่ะ
เรา: (คิดในใจ คนก่อนคุย ยังให้เราส่งใหม่อยู่เลย นี่บริษัทเดียวกันป่ะวะ)
แล้วพนักงานสาขาก็ขอคุย แล้วชื่อ Call center บอกว่าช่วยตามให้หน่อย นานมากแล้ว
ก็จบการสนทนา
เราก็ขอบคุณพี่พนักงานไป คือจริงๆเป็นหน้าที่ของพนักงานอยู่แล้วที่ต้องทำ แต่ในเมื่อเค้าทำดี เราก็ขอบคุณ
เรื่องแรกที่อยากบอก
เงิน300บาท มันอาจจะไม่ได้มีมูลค่าเยอะมาก มันไม่ได้สำคัญที่เรื่องมูลค่าหรอก แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่า เราในฐานะลูกค้าต้องมาคอยรับผิดชอบในการตามเงินซึ่งเป็นความผิดพลาดที่เราไม่ได้ก่อ ซ้ำร้ายไปยิ่งกว่านั้น ธนาคารในฐานะตัวการของธุรกรรม กลับเมินเฉยไม่ได้ใส่ใจลูกค้าเลย หากมีคนจะมาอ้างว่าก็มันเป็นระบบของธนาคาร ก็อยากให้พวกเรามาคิดกันว่าระบบที่บริการลูกค้านี้มันดีจริงๆหรือไม่ เพราะถ้าเกิดว่าใช้ซื้อของที่มีมูลค่ามากกว่านี้ล่ะ เราอาจจะเสียโอกาสนำเงินนั้นไปทำอะไรตั้งเกือบ2 เดือนเลยนะ แล้วสรุปบัตรนี้มันสะดวกจริงๆ เมื่อเกิดปัญหาตามที่โฆษณาบอกกล่าวสรรพคุณเหมือนตอนที่ต้องการให้ลูกค้าเข้าไปทำบัตรจริงหรือไม่
เรื่องที่2
ระบบ call center มันดีมากเลยนะ เพราะมันสะดวก สามารถติดต่อธนาคารที่ไหนก็ได้ แต่ที่เรารู้สึกคือ มันทำให้เกิดช่องว่างกับธนาคารเป็นอย่างมากเมื่อมันเกิดปัญหา เราเหมือนคุยกับคนที่ไม่มีตัวตน จับต้องไม่ได้ ใครก็ไม่รู้ โทรไปใหม่ก็ต้องเล่าใหม่ ขนาดพี่ที่สาขาถามชื่อให้แล้วว่าพูดสายกับใคร พอเวลาโทรไปบอกชื่อคนรับเรื่อง เขาก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ต้องส่งหลักฐานไปใหม่ ราวกับเราต้องไปอ้อนวอนขอเงิน 300 บาท ทั้งที่มันเป็นของเราตั้งแต่ต้น
เพื่อนๆก็ลองไปพิจารณาดูแล้วกัน
ขอบคุณมากค่ะ
ปล.พึ่งตั้งกระทู้ครั้งแรกเลยค่ะ อยากจะแชร์ประสบการณ์เฉยๆ ใครสงสัยอะไรก็อินบ๊อกมาถามได้นะคะ