คนที่ทำงาน ข้าราชการครับ คุณมีความรู้สึกอย่างไรเมื่อเขามองว่า คุณทำงานเช้าชามเย็นชาม คุณละอายไหมครับ

http://pantip.com/topic/33683346
ประกาศขึ้นเงินเดือนข้าราชการทั่วประเทศ คาดใช้งบเพิ่มอีก 2.2 หมื่นล้าน

ในกระทู้นี้มีคนวิพาษร์วิจารณ์ข้าราชการอย่างพวกคุณ พวกคุณรู้สึกอย่างไร
มีความละอายไหม ที่คนคิดว่าข้าราชการเป็น........ของสังคม
ทำไมข้าราชการถึงทำงานให้ด่าคุณได้ ตลอดทุกสมัย
ทำไมคุณไม่คิดเปลี่ยนระบบเก่าๆของคุณบ้างล่ะครับ

ทำไมคุณต้องกลัวข้าราชการแก่ ใหญ่ๆ ด้วยครับ ถ้าทำไม่ได้ทำไหมไม่ลาออกมาทำเอกชนครับ หรือ คุณอยากเป็นแบบพวกเขาครับ

และสุดท้ายพวกเขา(ผู้ไม่ใช่ราชการและไม่ชอบราชการ)มองคุณแบบนี้ ถูกต้องหรือไหมครับ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 28
รู้สึกเซ็งนิดหน่อยครับ ที่พูดมามีส่วนจริงอยู่บ้างเถียงไม่ออกเพราะข้าราชการไล่ออกโดยไม่มีความผิดไม่ได้ และคนส่วนนี้ที่เช้าชามเย็นชามคือคนไม่ทำอะไรเลย มันก็เลยไม่มีความเสี่ยงความผิดให้ไล่ออก ส่วนคนที่ทำงานคือคนที่มีความเสี่ยงทำผิดพลาด ทำงานราชการถ้าออกตัวแรง หัวก้าวหน้า คุณต้องเก่งจริงๆถึงจะหลบรอดกฎ ระเบียบ วินัย มรรยาททางสังคมราชการ นี่คือปัจจัยที่เพิ่มขึ้นจากการทำงานเอกชน ส่วนปัจจัยพื้นฐานของการทำงานเช่น ศัตรู การหักหลัง การถูกกล่าวหา โดนเขม่น การวีนทั้งจากหัวหน้า เพื่อนร่วมงาน ผู้รับบริการ พวกนี้หาได้ทั่วไปในสังคมการทำงานซึ่งบางกรมบางกระทรวงก็หนักหน่วงยิ่งกว่าเอกชนเพราะการริเริ่มอะไรสักอย่างหมายถึงการทุบหม้อข้าวของผู้มีอำนาจอีกหลายคนและทำให้อีกหลายคนเสียผลประโยชน์

ระบบการประเมินก็ห่วยแตกสิ้นดี บางแห่งไม่มีการเก็บสถิติข้อมูลอย่างแท้จริงว่าใครทำงานอะไรแค่ไหนอย่างไร ชีวิตขึ้นกับผู้บังคับบัญชาว่าจะเห็นค่าในงานที่ทำรึปล่าว ประเมินกลางปีปลายปีก็แค่งาน routines ปลายทางอยู่ที่หน่วยงานนั้นจะได้โควต้า 2 ขั้นมากี่คน และโดนโควต้าไม่เลื่อนขั้นกี่คน ผู้บังคับบัญชาก็จะจิ้มตามความพึงพอใจเอง ไม่มีหรอกที่เก็บสถิติการทำงานกันละเอียดแล้วมาวัดกันที่ตัวเลขผลสัมฤทธิ์ บางที่ก็บ้าแต่ให้กรอกแบบประเมิน ตัวชี้วัดบ้าบอคอแตก เขียนรายงานการประชุม เขียนโครงการสารพัด งานประจำก็จะเอา งานวาระจรก็แทรกตลอด นั่งพิมพ์นั่งแก้หนังสือราชการวันนึงก็หมดเวลาชีวิตแล้ว กว่าจะแกร่งจนพิมพ์ครั้งสองครั้งผ่านถึงอธิบดีก็ต้องฝึกแทบตายกว่าจะรู้ใจผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับ

ที่ต้องมีระเบียบยุบยับเพราะงานราชการไม่ใช่งานของใครคนใดคนหนึ่ง มีการโยกย้ายคนตลอดเวลา ทุกสิ่งจึงต้องมีระเบียบยุบยับมากำกับเพื่อให้แน่ใจว่าคนใหม่ที่มารับงานจะสานต่องานไปได้ตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ ซึ่งระบบความคิดนี้เคยใช้ได้สมัยร้อยกว่าปีที่ผ่านมา ยุคนี้การกระจายงานแบบโปรเจ็คต์ มีสถิติ workload ของเจ้าหน้าที่แต่ละคนแบบ real-time กำหนดทีมงานตัวบุคคล กำหนดทรัพยากร เวลา เป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจนของแต่ละโปรเจคมันคล่องตัวกว่า และชี้วัดประสิทธิภาพได้ชัดเจนกว่าเยอะ แต่ยังไม่เคยมีกรมกองไหน หรือ กพร. จะหยิบยกมาพิจารณาให้ชัดเจนว่าควรจะนำมาใช้กับระบบราชการยังไงให้สัมฤทธิ์ผล ทีเวลาใช้คนนะ ไอคนไหนที่ใช้ได้ก็ใช้ยันเต บางคนนอกจากงานประจำแล้วต้องเป็นคณะกรรมการร่วมสิบยี่สิบคณะ ถ้าเป็นบริษัทแปลว่าคุณได้ทำงาน 10 - 20 โปรเจกต์ในเวลาเดียวกันนะแถมงานประจำก็ห้ามขาดตกบกพร่อง เจอแบบนี้แค่เข้าประชุมก็หมดสัปดาห์ ต้องมาเคลียร์งานวันเสาร์ - อาทิตย์ ไอคนว่างก็ว่างเสียจริงๆ เห็นแล้วเซ็งชีวิต

จังหวะชีวิตผมตอนนี้จะขึ้นเงินเดือนไม่ขึ้นเงินเดือนไม่มีปัญหา เพราะพอกินพอใช้ครับ นั่งรถเมล์ไปทำงาน กินข้าวโรงอาหาร บ้านรถไม่มี หนี้สินไม่เกิด แต่เซ็งกับการทำงานและระบบราชการ อยากลาออกไปเอกชนบ้างเหมือนกัน อยากให้เงินที่ได้รับสะท้อนจากผลการทำงาน ลองไปสืบมาจากเพื่อนที่ทำเอกชนทักษะแบบผมมีโอกาสได้เงินเดือน 6 หลัก เพราะความรู้ผมสามารถทำกำไรให้บริษัทได้เดือนละ 7 - 8 หลักชิวๆเลย แต่ก็อยากลองดูสักตั้งว่าในชีวิตนี้จะรับเงินเดือนจากภาษีทุกท่านระดับ 5 หลัก แล้วจะทำให้ทุกท่านที่ได้สัมผัสผมพูดเป็นเสียงเดียวกันได้มั้ยว่ามีข้าราชการแบบผม ไม่เสียดายเงินภาษีที่เป็นเงินเดือนให้ผมสักสตางค์เดียว

เห็นบางกระทู้พูดทำนองไม่สนใจ ยังไงก็จะเช้าชามเย็นชาม เข้าใจว่าประชดแน่นอน เพราะเช้าชามเย็นชามตัวจริงเขาไม่เปิดเข้ามาดูกระทู้แบบนี้หรอก คนที่อ่านกะตอบคือคนทำงานจริงจังแต่เซ็งจนอยากระบายซะมากกว่า
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่