อาถรรพ์ เลข 7 ที่ผมไม่เคยเชื่อ หรือมันจะจริงสำหรับผม.....

สวัสดีคับ ผมเพิ่งหัดเล่น ถูกๆผิดต้องขออภัย ณ นี้ด้วยนะคับ

***** คือเรื่องมีอยู่ว่า ผมคบกับแฟนมา เกือบจะ 7 ปีแล้ว และเมื่อสองเดือนที่แล้ว เขาได้ขอลดความสัมพันธ์ ลงมาเหลือแค่ " เพื่อน " ซึ่งสำหรับผมมันเจ็บกว่าโดนบอกเลิก 100 เท่า ผมก็ไม่รู้จะพูดกับใคร ก็เลยอยากระบายผ่านตัวอักษร เผื่อ จะมีคำแนะนำดีๆกำลังใจดีๆ จากที่นี้ . . .

- ผมคบกับแฟนมา ตั้งแต่ อยู่ ปวส. ปี 1  ผมได้ตัดสินใจพาเขามาอยู่กับผมที่ออฟฟิตพ่อผม จะได้ไม่ต้องจ่ายค่าหอและอยู่มาเรื่อยๆ  จนช่วงอยู่มหาลัย ได้ออกไปเช่าหออยู่จนจบปริญญาด้วยกัน พอเรียนจบ ผมก็ได้มาเช่าร้านทำธุรกิจส่วนตัว ตอนนั้นก็เริ่มจากศูนย์เลยเพราะบ้านผมไม่ได้รวย ผมก็เอาเงินที่ขายกีตาร์ไฟฟ้าตัวแรกมาทำทุน 6พันบาท และเงินที่ได้จากญาติๆให้ตอนจบ ป.ตรี อีก หมื่นกว่าบาท มาๆหมุนๆจนร้านเริ่มโอเค  และผมก็พาเขามาอยู่ที่ร้าน แถมเขาเป็นคน ตั้งชื่อร้าน ช่วยหาลูกค้า ช่วยทำหลายๆอย่าง ผมรู้สึกดีมากที่มีแฟนที่ไม่รังเกียจผู้ชายจนๆคนนี้  เขาให้กำลังใจผมเสมอ เขาบอกว่าถึงไม่มีก็ค่อยๆสร้าง ก็ได้ มันยิ่งทำให้ผมมั่นใจขึ้นไปอีก นี้ละคับคู่ชีวิตผม ซึ่งผมว่าหาคนแบบนี้ยากนะ....ในยุคนี้   ..

แต่ช่วง ปีที่ 7 มันก็เริ่มมีปัญหา คือ  
เขาคง อึดอัด ที่ผม หึงเขามาก พยายามจับผิด แต่ผมไม่ได้เพิ่งเป็นนะ ผมเป็นมาตั้งแต่คบเขาตอนแรกๆละ เป็นเอาแบบใครมองขาแฟนผม ผมจะไปต่อยมันอะ จนหลังๆ ผมก็พยายามปรับตัว และอีกอย่างที่ร้านผมก็วุ่นวาย เพราะเป็นจุดศูนย์กลางรวมญาติ เขา ก็ไม่ค่อยได้ใช้ชีวิตส่วนตัวซะเท่าไหร่ แต่เขาก็ทำงาน อังคาร-อาทิตย์ 10.00-19.00 น. / 12.00 - 21.00 น. เขาจะเจอแค่แม่ผมเช้าๆเท่านั้น ในร้านนี้เราอยู่แค่ 2 คน แต่แม่ผมจะมาขายของหน้าร้าน  หลังๆ เขาก็บอกบ้านเริ่มมั่ว ไม่เป็นส่วนตัว ผมก็ไม่รู้ทำไง ได้แต่บอกให้อดทน รอให้ผมกู้ผ่าน ผมจะเอาเงินไปเปิดร้านใหม่อีกร้าน ทุกครั้งที่เขาพูดเรื่องนี้ ผมก็จะทำหน้าบึ้งๆ เพราะเหมือนเขารับไม่ได้กับครอบครัวผม ทั้งๆที่ครอบครัวผมก็ดีกับเขามาก ผมก็ไม่รุ้ทำไง ก็ได้แต่คิดเอาเองว่า เดียวเขาก็ชินละปรับได้ เพราะเกือบจะสองปี ที่เขาอยู่ที่ร้านกับผม แต่คิดอีกแง่ เกือบสองปีเลยเหรอที่เขาต้องทน อยู่ในที่ๆเขาไม่ชอบ แล้วก่อนเรื่องจะแดง คืนนั้นเขานอนเล่นโทรศัพท์อยู่ ผมก็ถามแชทกับใคร เขาก็บอกคุยงาน ผมก็ทำหน้าไม่พอใจ ผมไม่เคยเชื่อ เพราะเขาล็อคโทรศัพท์ ผมถามว่าล็อคทำไม เขาบอกไม่ชอบให้ใครยุ่ง แล้วไปทำงานก็เพื่อนชอบยืมใช้ มันจึงทำให้ผมหึง และคิดมากเข้าไปใหญ่ พยายามจับผิด มาตลอด ขนาดแอบดูรหัสเขาแล้ว เข้าไปเช็ค ก็ไม่มีอะไรจริงๆ แต่ผมก็ยังไม่เชื่อ ทำแบบนี้อยู่เรื่อยๆ  จน วันที่ 18 มีนาคม 2558 เราทะเลาะกันเรื่องโทรศพท์นี้และ เขาก็โมโห ละก็ขึ้นไปนอนข้างบน ผมก็ไม่ได้คิดไรมาก เดี่ยวก็คงหายโกด ตอนเช้าเราก็พูดกันดี ไปทำงานผมก็ไปส่งปกติ อยู่ๆเขาก็โทรมาบอกเขาจะกลับบ้านไม่ต้องมารับ ผมก็ไม่ได้คิดอะไร พอถึงบ้านก็โทรมาบอกผมว่า  " ให้เรากลับมาเป็นเพื่อนกัน "   ตอนนั้นผมพอจะเดาออกเลยว่าเขาจะพูดอะไร  ผมทำไรไม่ถูก ช็อค วันนั้นลุกค้ามาก็ไม่สนแล้ว เก็บเสื้อผ้า ขับรถไป กะจะไม่กลับบ้านละ แต่เขาก็พยายามโทรหาผม โทรหาเพื่อนผม ผมปิดเครื่อง จน ผมตัดสินใจเปิดเครื่องแล้วเขาก็โทรมาผมก็รับสาย เขาบอกผมให้ผมกลับ อย่าทำแบบนี้เขาห่วง  ผมก็กลับมา รอเขากลับมาจากบ้านสองวัน สองวันนั้น  เขาก็โทรคุยกับผมปกติ แต่พอคุยให้กลับเป็นเหมือนเดิม ก็ทะเลาะกัน  แล้วพอเขากลับมาอยู่ที่ร้านผมได้ 2 เดือน ผมก็พยายามเต็มที่เอาใจใส่ทุกอย่าง อยากไปไหนพาไป อยากทำอะไรทำ แต่เขาก็อยากไปบ้างไม่ไปบ้าง ทำให้ผมนึกถึงตอนที่รักกัน  เขาอยากไปเที่ยวไปฟังเพลง ผมไม่ได้พาเขาไป  เพราะผมไม่ค่อยชอบเที่ยวกลางคืน บางทีก็อายคนเพราะไม่มีรถยนต์  มีแต่มอไซด์ แต่คิดอีกทีจะอายทำไมแฟนเรายังกล้าที่จะไปกับเราเลย  แต่ก็สายไปแล้ว ทำให้ผมนึกออกเลยว่าใจเขาตอนนั้นเป็นยังไงที่ผมปฏิเสธ อาจเป็นเพราะผมไม่ค่อยอยากเที่ยวแบบนั้น อยากเก็บเงินซื้อรถ เปิดร้านใหม่  แต่ถ้าเรื่องกินเต็มที่เลย ... ไม่มีกั๊ก

และแล้ว ฟ้าก็ถล่ม สุดจะยื้อ ..... วันที่ 6 พ.ค 58 ผมต้องช่วยเขาเก็บของที่เคยเห็นทุกวัน ที่ใช้ร่วมกัน ...  ไปไว้ที่หอเขาที่เพิ่งเช่าใหม่ ทั้งๆก่อนหน้านั้นวันเดียว ผมคุยกับน้องสาวแท้ๆเขา น้องเขายังไม่มาช่วยขนเลย เขาบอกรู้สึก แปลกๆ เพราะเห็นผมและแฟนอยู่กันมานานไม่เคยแยกจากกันเลย และผมก็บอกน้องเขาว่าผมก็ไม่ช่วยขนหรอกผมก็ทำใจไม่ไหว แต่สุดท้ายผมก็เป็นคนช่วยเขาย้าย จนสำหรับเร็จ..... ก็ดูเขาจะมีความสุขมาก มีอิสระ ได้ใช้ชีวิตส่วนตัว ไม่ต้องมานั่งแคร์ คนรอบข้าง แต่เขาก็โทรหาผมนะ แต่ไม่เคยได้เจอหน้า ถ้าเขาได้ยินเสียงผมเศร้า หรือ ร้องไห้ เขาก็จะโกด แล้วก็ วางสาย  และ เขาก็ขอโทษผมมาตลอด เขาบอก เขาผิดเอง เขาเห็นแก่ตัว อยากมีชีวิตอิสระ อยากทำอะไร โดยไม่ต้องแคร์ว่าผมจะเสียใจ

.... แต่ ที่ทำให้ผมมั่นใจว่าไม่มีมือที่สาม คือ ตั้งแต่คบกันมาไม่เคยมีเรื่องพวกนี้เลยสำหรับเราสองคน  แล้วเขาก็พูดเสมอต่อให้เลิกกันก็ไม่อยากมี ปวดสมอง แล้วก็หาที่ดีกว่าผมคงไม่ได้อีกแล้ว ตอนนี้ที่เขาทำแบบนี้ก็เพราะ แค่อยากถอยห่าง เพื่อให้ได้ปรับตัว ได้มีพื้นที่ส่วนตัว เป้าหมายของเขา ทำงานให้มีเงิน เพื่อครอบครัว  ส่วนตอนนี้ที่บ้านผมก็ปลอมผมละ ให้ผมทำใจ แต่ผมก็ยังไม่อยากตัดใจ เพราะผมยังรักและ ยังมีความหวัง แต่ สองวันนี้ที่ได้เจอหน้า ผมก็ทำหน้าเศร้าๆ เขาบอกอย่าทำได้มั้ย แล้วคนมันเสียใจ จะให้ยิ้มได้ไง...

....แต่ เมื่อ ช่วงวันที่ 13 พ.ค 58 เขาไลน์ มาถามผม “ อยู่คนเดียวได้มั้ยถ้าไม่มีเขา “ เท่านั้น น้ำตาผมก็ไหล...ไม่หยุด ผมรีบออกจากร้านไป แล้วก็ประกาศ  ปิดร้านนี้ไปพร้อมกับเธอที่จากไปแล้วกัน  หลังจากนั้นเขาก็โทรหาผม ไลน์มา  ผมไม่รับ ไม่ตอบ
เขาก็ส่งมา “ เขาไม่ไหวแล้วนะ จะไม่รับโทรศัพท์ จะไม่คุยแล้วจริงๆใช่มั้ย ขอเวลาให้ฉัน ได้ทำใจบ้างได้มั้ย.... หรือเธอคุยกับคนอื่นแล้ว... “ จากข้อความก็ดูเหมือนจะรักจะห่วง แต่เมื่อวันที่ 14 พ.ค 58 ผมบังเอิญกลับมาร้าน  เขาก็ดันมาเก็บเสื้อผ้าส่วนที่เหลือ ผมเห็นเขาตาบวม น่าสงสารมาก สักพัก ก็คุยกัน เขาไม่ได้คุยเรื่องความสัมพันธ์เลย คุยแต่อย่าปิดร้านได้มั้ย.....ผมก็บอก ไม่มีเธอผมก็ไม่อยากทำ กำลังจะพูดต่อ เพราะเธอคือแรงใจ...เธอก็แซกขึ้นมา จนผมต้องไปตอบเรื่องอื่น.... พอเขากลับถึงห้อง ก็เฟส มาบอก “ เขาเสียใจขนาดไหนที่ผมไม่รับโทรศัพท์ เขาเป็นห่วงผมนะ ผมคิดยังไงเขาก็คิดอย่างนั้นแหละ ที่ผมถามผมจะรู้เองว่าเขาพยายามอะไร ตอนแรกเขาคิดว่าผมรู้ว่าเขาเป็นยังไง แต่พอเขามาหาผม ทำให้เขารู้เลยว่าเขาเกือบจะบ้าตาย เขากลัวที่จะไม่เจอหน้าผม แต่พอได้เห็นผมอยู่ได้ โดยไม่แคร์อะไร ขนาดหน้าเขาผมยังไม่มอง เขาขอโทษที่ทำอะไรให้ไม่พอใจ...แล้วเขาก็บอกรักร้านผม....”
จริงๆที่ผมไม่อยากมองหน้าก็เพราะผมอ่อนแอ กลัวจะร้องไห้ให้เธอเห็น....

ทั้งหมดนี้ผมแค่อึดอัด ไม่รู้จะพูดกับใคร แค่อยากระบาย หรือใครเคยเจอแบบนี้ ช่วย แนะนำผมหน่อย ผมหาทางออกไม่เจอ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่