ถึงแม้
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะยังยืนยันที่จะเข้าสู่สนามการเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างแน่นอน
หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับคสช.ผ่านความเห็นชอบ ประกาศและบังคับใช้
แต่ก็เป็นการยืนยันที่อยู่ในภาวะ “ไม่แน่นอน”
มิใช่เป็นความไม่แน่นอนว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับคสช.จะประกาศและบังคับใช้เมื่อใดและอย่างไร
เพราะถึงอย่างไรคสช.ต้องผลักดันออกมาให้จงได้
แต่เป็น “ความไม่แน่นอน” ในสถานะของ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ณ วันนี้
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อาจดำรงอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่ในกาล
ข้างหน้าสถานะนี้จะยังคงเป็นของ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือไม่
เป็นประเด็นที่เริ่มมีการถกแถลงในทางสังคมมากยิ่งขึ้น
บรรดานักการเมืองที่แวดล้อมอยู่โดยรอบ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อาจมีความมั่นใจ แต่บรรยากาศในทางสังคมจะทำให้เกิดความไม่แน่นอนมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ
“ภาพลักษณ์” ทางการเมืองจะเป็น “คำตอบ”
................................................................
การออกมาวิพากษ์วิจารณ์โดยพุ่งเป้าไปยัง
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และสิ่งที่เรียกว่า
“ระบอบทักษิณ” สะท้อนว่า
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังไม่เปลี่ยน
ยังติดอยู่ในความพ่ายแพ้จาก “อดีต”
ทั้งเป็นความพ่ายแพ้โดยตรง ทั้งเป็นความพ่ายแพ้โดยอ้อม และได้กลายเป็น “ฝันร้าย”
คอยหลอกหลอน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อยู่เหมือนเดิม
เมื่อเดือนกรกฎาคม 2538 อาจแพ้
นายบรรหาร ศิลปอาชา
เหมือนเดือนพฤศจิกายน 2539 อาจแพ้
พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ
แต่พลันที่ผันเข้าสู่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ก็พ่ายแพ้
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ในเดือนมกราคม 2544 และเดือนกุมภาพันธ์ 2548
ทั้งในเดือนธันวาคม 2550 และเดือนกรกฎาคม 2554 ก็แพ้อีก
.................................................................
ความพ่ายแพ้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2548 นำไปสู่การบอยคอตการเลือกตั้งในปี 2549
อันเท่ากับปูทางและสร้างเงื่อนไขให้กับรัฐประหารเดือนกันยายน 2549
อาจทำให้พรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลในเดือนธันวาคม 2551
เป็นรัฐบาลทั้งๆ ที่แพ้การเลือกตั้งเมื่อเดือนธันวาคม 2550 เป็นรัฐบาล
โดยการอุ้มสมจากแผนบันได 4 ขั้นของคมช.
แต่ก็ยังพ่ายแพ้อีกเมื่อปะเข้ากับการเลือกตั้งเดือนกรกฎาคม 2554
นั้นยิ่งทำให้ภายในพรรคประชาธิปัตย์เกิดอาการไฟธาตุแตกออกมาประกาศ
“ชัตดาวน์” ประเทศไทยและนำไปสู่การรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557
ภายในไม่ถึง 10 ปีมีรัฐประหาร “ซ้ำ” ถึง 2 ครั้ง 2 หน
..................................................................
รัฐประหารนี้แหละคือ “ฝันร้าย” ความพ่ายแพ้ทางการเมืองซ้ำซากนี้แหละคือ “ฝันร้าย”
คำถามอยู่ที่ว่า สังคมไทยยังยินดีที่จะแปรฝันร้ายของพรรคประชาธิปัตย์และของ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้กลายเป็นความจริงหรือไม่
นี่เป็นคำถามแห่งสังคม นี่จะเป็นคำถามแห่งยุคสมัย
................................................................
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1432053699
ที่ "ข่าวสด" เขียนมาทั้งหมด ก็แค่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ คุณอภิสิทธิ์ กับการเลือกตั้ง
มาให้อ่านกัน มันเป็นความจริงที่แสลงใจ คนรักประชาธิปัตย์ และ คนไม่ชอบสีแดง ...
จะบอกว่า เป็นสื่อสีแดง สื่อเลือกข้าง ก็ไม่ว่าอะไร ใครมีความจริงอีกด้าน จะเอามายัน
ก็ยินดีอ่าน แต่ก็ขอให้เป็นเรื่องเดียวกัน เรื่องของ "คุณอภิสิทธิ์"
อย่าเปลี่ยนเป็นเรื่อง คุณยิ่งลักษณ์ หรือ คุณทักษิณ ก็แล้วกัน เพราะ กระทู้นี้
ว่าด้วย "ฝันสีทอง" ของ คุณอภิสิทธิ์ ค่ะ
ความฝัน สีทอง ของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ฝัน “ชนะ” เลือกตั้ง ...วิเคราะห์ ....ข่าวสดออนไลน์ ..../sao..เหลือ..noi
หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับคสช.ผ่านความเห็นชอบ ประกาศและบังคับใช้
แต่ก็เป็นการยืนยันที่อยู่ในภาวะ “ไม่แน่นอน”
มิใช่เป็นความไม่แน่นอนว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับคสช.จะประกาศและบังคับใช้เมื่อใดและอย่างไร
เพราะถึงอย่างไรคสช.ต้องผลักดันออกมาให้จงได้
แต่เป็น “ความไม่แน่นอน” ในสถานะของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ณ วันนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อาจดำรงอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่ในกาล
ข้างหน้าสถานะนี้จะยังคงเป็นของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือไม่
เป็นประเด็นที่เริ่มมีการถกแถลงในทางสังคมมากยิ่งขึ้น
บรรดานักการเมืองที่แวดล้อมอยู่โดยรอบ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อาจมีความมั่นใจ แต่บรรยากาศในทางสังคมจะทำให้เกิดความไม่แน่นอนมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ
“ภาพลักษณ์” ทางการเมืองจะเป็น “คำตอบ”
................................................................
การออกมาวิพากษ์วิจารณ์โดยพุ่งเป้าไปยัง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และสิ่งที่เรียกว่า
“ระบอบทักษิณ” สะท้อนว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังไม่เปลี่ยน
ยังติดอยู่ในความพ่ายแพ้จาก “อดีต”
ทั้งเป็นความพ่ายแพ้โดยตรง ทั้งเป็นความพ่ายแพ้โดยอ้อม และได้กลายเป็น “ฝันร้าย”
คอยหลอกหลอน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อยู่เหมือนเดิม
เมื่อเดือนกรกฎาคม 2538 อาจแพ้ นายบรรหาร ศิลปอาชา
เหมือนเดือนพฤศจิกายน 2539 อาจแพ้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ
แต่พลันที่ผันเข้าสู่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ก็พ่ายแพ้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ในเดือนมกราคม 2544 และเดือนกุมภาพันธ์ 2548
ทั้งในเดือนธันวาคม 2550 และเดือนกรกฎาคม 2554 ก็แพ้อีก
.................................................................
ความพ่ายแพ้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2548 นำไปสู่การบอยคอตการเลือกตั้งในปี 2549
อันเท่ากับปูทางและสร้างเงื่อนไขให้กับรัฐประหารเดือนกันยายน 2549
อาจทำให้พรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลในเดือนธันวาคม 2551
เป็นรัฐบาลทั้งๆ ที่แพ้การเลือกตั้งเมื่อเดือนธันวาคม 2550 เป็นรัฐบาล
โดยการอุ้มสมจากแผนบันได 4 ขั้นของคมช.
แต่ก็ยังพ่ายแพ้อีกเมื่อปะเข้ากับการเลือกตั้งเดือนกรกฎาคม 2554
นั้นยิ่งทำให้ภายในพรรคประชาธิปัตย์เกิดอาการไฟธาตุแตกออกมาประกาศ
“ชัตดาวน์” ประเทศไทยและนำไปสู่การรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557
ภายในไม่ถึง 10 ปีมีรัฐประหาร “ซ้ำ” ถึง 2 ครั้ง 2 หน
..................................................................
รัฐประหารนี้แหละคือ “ฝันร้าย” ความพ่ายแพ้ทางการเมืองซ้ำซากนี้แหละคือ “ฝันร้าย”
คำถามอยู่ที่ว่า สังคมไทยยังยินดีที่จะแปรฝันร้ายของพรรคประชาธิปัตย์และของ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้กลายเป็นความจริงหรือไม่
นี่เป็นคำถามแห่งสังคม นี่จะเป็นคำถามแห่งยุคสมัย
................................................................
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1432053699
ที่ "ข่าวสด" เขียนมาทั้งหมด ก็แค่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ คุณอภิสิทธิ์ กับการเลือกตั้ง
มาให้อ่านกัน มันเป็นความจริงที่แสลงใจ คนรักประชาธิปัตย์ และ คนไม่ชอบสีแดง ...
จะบอกว่า เป็นสื่อสีแดง สื่อเลือกข้าง ก็ไม่ว่าอะไร ใครมีความจริงอีกด้าน จะเอามายัน
ก็ยินดีอ่าน แต่ก็ขอให้เป็นเรื่องเดียวกัน เรื่องของ "คุณอภิสิทธิ์"
อย่าเปลี่ยนเป็นเรื่อง คุณยิ่งลักษณ์ หรือ คุณทักษิณ ก็แล้วกัน เพราะ กระทู้นี้
ว่าด้วย "ฝันสีทอง" ของ คุณอภิสิทธิ์ ค่ะ