สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 13
มาอีกละกระทู้แนวนี้ ระยะหลังนี้มาเป็นขบวนเลย
พยายามสร้างความชอบธรรมให้พวกโร
แต่มันเกี่ยวอะไรด้วยกับไทย พวกคุณจะยิ่งใหญ่จากไหนมา
มันก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับประเทศไทย
ประเทศไทย ไม่ต้องการรับ ไม่อยากรับ ไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วย
กับพวกคุณ มาทางไหน เชิญกลับไปทางดินแดนของพวกคุณเถอะ
พยายามสร้างความชอบธรรมให้พวกโร
แต่มันเกี่ยวอะไรด้วยกับไทย พวกคุณจะยิ่งใหญ่จากไหนมา
มันก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับประเทศไทย
ประเทศไทย ไม่ต้องการรับ ไม่อยากรับ ไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วย
กับพวกคุณ มาทางไหน เชิญกลับไปทางดินแดนของพวกคุณเถอะ
สมาชิกหมายเลข 1085872 ถูกใจ, moopeepink ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1154543 ถูกใจ, ลูกแมวเหมียวตัวกลมกลม ถูกใจ, เจตวิมุติ ถูกใจ, ckman ถูกใจ, ความเหงาคือความกล้าหาญ ถูกใจ, สิงห์บลูผงาดฟ้า ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1927314 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 710750 ถูกใจรวมถึงอีก 11 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 3
หาแหล่งที่มาที่ไปไม่ได้เลย จำได้ว่ามีการพยายามบิดเบือนข้อมูลว่า พวกโรฮิงญา อยู่ในพม่ามาเป็นพันปีแล้ว ซึ่งเป็นความพยายามของพวกนักวิชาการชาวโรฮิงญาเอง ที่สร้างเรื่องเพื่อหวังยึดครอง รัฐอาระกัน โดยการสร้างเรื่องเท็จนี้ขึ้นมา และก็ยังไม่เห็นว่า จะยิ่งใหญ่อะไรตรงไหน นอกจากยอกันเองเท่านั้น
สมาชิกหมายเลข 1630720 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1085872 ถูกใจ, moopeepink ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1927314 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 949604 ถูกใจ, What will i do ? ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 952658 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 995488 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2340858 ทึ่ง, phahurat สยองรวมถึงอีก 2 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ประวัติศาสตร์
ประวัติศาสตร์สากล
ประวัติศาสตร์ไทย
รัฐศาสตร์
ศาสนาอิสลาม
เล่าเรื่องตำนานความยิ่งใหญ่ของบรรพบุรุษชาวโรฮิงญ่า
พระเจ้าออรางเซ็พ
ต้นตระกูลองราชวงค์โมกุลทีปกครองทั่วทั้งเอเชียใต้นั้นถือกำเนิดขึ้นในราวปีคศ 14 โดยจักรพรรดิบาบูร์ ผู้เป็นกษัตริย์ชาวเติร์กจากอุซเบกีสถานพระองค์พระนามเต็มคือ ซาเฮียร์ฮุดดีน บาเบอร์ Zahirhuddhin Babur หรือที่รู้จักในนามบาบูร์ Babur ทรงมีพระมารดาที่สืบเชื้อสายมาจากหนึ่งในลูกชายของเจงกีสข่านกับภรรยาชาวคริตส์ที่ครองตั้งแต่เกาหลีจรด เมโสโปเตเมีย และยุโรปตะวันออก...... ส่วนเชื้อสายทางบิดาของท่านเป็นชาวเติร์กจากซองเดียนน่า Soxdiana.....ภรรยาของท่านคือ สุรต่านนี ไออิชะห์เป็นลูกพี่ลูกน้องฝ่ายบิดาท่านซึ่งเป็นเจ้าเมืองซามาคาน Sarmakan และ บุคคาร่า Bukhara ในอุซเบกีสถาน, มีลูกกำเนิดมาคือ จักรพรรดิฮูมายูนซึ่งอภิเษกกับเจ้าหญิง เบก้า เบกัม Bega Begum ซึ่งเป็นลูกสาวลุงของพระองค์กับพระมารดาชาวอัฟกานีสถาน ทั้งสองให้กำเนิดลูกชายคนโตที่เสียชีวิตตังแต่วัยเด็กชื่ออามาน.....แต่แล้วพระองค์ก็ได้เกิดไปให้ความสนใจกับเด็กสาวลูกของกษัตริย์นอกวงค์ คือท่านหญิง ฮูมิด้า บานู ลูกสาวของ ชีค ชาวเปอร์เซียแท้ๆที่เป็น ชิอะห์ ฮูมิด้าเจอกษัตริย์ราชวงค์โมกุลครั้งแรกเมื่ออายุแค่ 17 เท่านั้น นางไม่ได้รักท่านแต่แอบหลงรักผู้ชายหนุ่มคนหนึ่งอยู่แต่ก็ไม่สามารถพูดหรือแสดงอะไรได้ นอกจากแอบไปยืนดูเขาที่สวนที่เคหาสถ์ของเขาบ่อยๆ
หลังจากโดนจับให้แต่งงานกับกษัตริย์ แม้จะเป็นมเหสีอนุแต่พระนางได้ให้กำเนิดพระเจ้า อัคบาร์ Akbar หรือ จาลาร์ลลูดดีน Jalalludin กษัตริย์ราชวงค์โมกุลที่นับว่าเพอร์เฟ็คและนำอินเดียเข้าสู่ยุคสูงสุดของราชวงค์ก็ว่าได้อินเดียและประเทศที่นับถืออิสลามในสมัยนั้นมีค่านิยมเห่อทุกๆอย่างที่มาจากเปอร์เซีย เช่นการแต่งกายแบบเปอร์เซีย อาหารแบบเปอร์เซีย ศิลปะการร้องการละเล่น ดลตรีนาฏศลป์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งบุรุษและสตรีมีใบหน้าสวยหล่อแบบเปอร์เชีย พระเจ้าอัคบาร์ทรงมีใบหน้างามแบบเปอร์เชียเช่นพระมารดา ผิวขาวตาสีอ่อนไม่โตมากเท่าชาวอินเดียทั่วไปแต่ดูคมและลึก
พระองค์เคยย้ายเมืองหลวงไปยังเมืองลัคนาวเป็นเวลา 13 ปี มีพระสหายคู่พระทัยชาวฮินดูคือ ราชามานสิงห์ ในรัชกาลของพระองค์ทรงได้ให้เสรีภาพในการนับถือศาสนา และไม่บีบบังคับให้ศาสนิกอื่นให้เข้ามานับถือศาสนาอิสลามเช่นดังรัชกาลก่อนๆ โดยทรงยกเลิกกฎเชซิยะห์
ซึ่งเป็นกฎหมายให้ผู้ที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลามต้องจ่ายภาษีสูงกว่า ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีเมตตาธรรมนอกจากนี้มเหสีเอก
ของพระองค์ยังเป็นคนนอกศาสนา Islam และเป็นเจ้าหญิงชาวฮินดูสถานซึ่งเป็นคนอินเดียแท้ชื่อ เจ้าหญิง โชธา Rajkumari Joddha
ทรงมีโอรสเอกกับมเหสีฮินดูทีครองราชย์คือ จาฮานเกียร์ Jahangir อ่านแบบอินเดียคือ ชาฮันชะห์, ชาฮันชะห์มีภรรยาชาวฮินดูสถาน ชื่อเดิม ราชกุมารี มานะวดี Kumari manavati เป็นเจ้าหญิงชาวฮินดูแต่ตอนแต่งกับกษัตริย์ชาวโมกุลได้ชื่อแบบอิสลามคือ ทัช บีบี้ บิลกีช มากานี่ Taj Bibi bilquis Makani
ทั้งสองมีโอรสคือ ชาห์ จาฮาน ซึ่งเป็นสวามีของพระนางมุมตัสมาฮาลผู้สร้างประวัติศาสตร์ตำนานรักอำมตะ ทัชมาฮาล ......
สมัยที่ชาห์ จาฮาน สามีของพระนางมุมตัส มาฮาลที่สร้าง ทัช มาฮาลล้มป่วยลง เขาเป็นจักรพรรดิและมีลูกมากมายกับมเหสีทั้งจากมเหสีสายเลือด ฮินดู มเหสีสายเลือดอารยัน อัฟกานีสถาน เติร์ก ฯลฯ หนึ่งในลูกชายของพระองค์ชื่อ ออรางเซ็พ
จับน้องชายคนเล็กคือ พระเจ้ามูรัตขังคุกและขู่ถ้าร่วมมือให้ตนเป็นจักรพรรดิที่ใหญ่ที่สุดในอินเดียมูรัตก็จะรอดและตนก็จะส่งให้เป็นเจ้าเมืองครองแคว้นปัญจาบ แคว้นทางตะวันตกเฉียงเหนือสุดของอินเดีย ส่วนในเวลานั้น ชาห์ ซูญา น้องชายอีกคนซึ่งพ่อส่งให้ไปครองแคว้นเบงกอล หรืออินเดียภาคตะวันออกรู้ข่าวเข้าก็ไม่ยอมจึงส่งพวกจะให้มายึดบังลังค์จากออรางเซ็พคืนให้พ่อ......
แต่โดนแม่ทัพคนสนิทของออรางเซ็ตชื่อ จุมลา Jumla มาปราบและจุมลาก็ยึดเมืองเพื่อจะตั้งตนเป็นเจ้าเมืองเบงกาลีแทน ชาห์ ซูญา กับบรรดาลูกๆและมเหสีสองคนชื่อ เพียรี Piaree กับ เพียร่า Piara และบรรดาข้าทาสบริวาร ทหารอีกราว 3000 คนรวมกันเกินสามพันกว่าคนหนีตายไปขอลี้ภัยในรัฐอาระกันที่ในประเทศพม่า ฝ่ายกษัตริย์อาระกันพื้นเมืองก็ได้ดูแลเป็นอย่างดีในตอนแรก กษัตริย์อาระกัน พระเจ้า สัณทา สุธรรมมา Sanda Sudhammaได้เสนอว่าจะช่วยออกเรือให้ตนและครอบครัวกับผู้คนเดินทางไป เมกกะ ที่อาระเบียเพื่อจะใช้ชีวิตอยู่ในบันปลายอย่างสงบที่นั้น ......ซึ่งกษัติย์พื้นเมืองในคราวแรกก็ตกลงแต่เริ่มละโมภหลังจากเห็นทรัพย์สมบัติพัสถานเพชรพลอยแบบเปอร์เซียที่ ชาห์ ซูญา นำมาเสนอเป็นของกำนัน นอกจากนี้ยังบรรดาลูกสาวสามองค์ของ ชาห์ ซึงสวยมากได้แก่ เจ้าหญิงโรสซานาร่า Rosanara, เจ้าหญิง กุลลักค์ บานู Gulrukh Banu, กับ เจ้าหญิง อามีน่า Amena ซึ่งเป็นสาวเปอร์เซีย ขาวสวย ตาฟ้า..... คนพื้นบ้านแบบกษัตริย์อาระกัน พระเจ้าสัณทา สุธรรมมา ในสมัยนั้นไม่ค่อยจะได้เห็นผู้หญิงแขกขาวบ่อยๆก็อยากได้เป็นเมียก็ต่อรองกับกษัตรย์ ชาห์ ชาห์ก็ใจดียกลูกสาวคนเล็กคือ อามีน่าให้ให้กษัตริย์อาระกัน แต่ครั้นวันกำหนดที่จะส่งเรือมารับกษัตริย์อาระกันก็ไม่ทำตาม ก็เงียบไปเฉยๆ ชาห์ก็ส่งลูกชายชื่อ สุรต่าน บาร์ค Sultan Barkh ให้เอาเครื่องเพชรเครื่องทองของมีค่าไปกำนันกษัตริย์พื้นเมืองชาวอาระกันอีก แต่กษัตริย์พื้นเมือง พระเจ้าสัณทา สุธรรมมา ก็ปฏิเศทและเสนอข้ออ้างว่า ถ้าจะให้ตนช่วยก็ให้ออกจากอิสลามและบังคับให้เจ้าหญิงอาร์มีน่ามานับถือศาสนาแบบชาวอาระกัน ซึ่งแน่นอนว่า เจ้าหญิงกับพ่อเป็นชาวเปอร์เซียที่เคร่งอิสลามและไม่ยอมทำตาม..... กษัตริย์อาระกันจึงออกประกาศว่าถ้าไม่ทำตามก็ไล่ออกจากเมือง