เล่าเรื่องตำนานความยิ่งใหญ่ของบรรพบุรุษชาวโรฮิงญ่า

พระเจ้า ชาห์ ซูญา

พระเจ้าออรางเซ็พ


ต้นตระกูลองราชวงค์โมกุลทีปกครองทั่วทั้งเอเชียใต้นั้นถือกำเนิดขึ้นในราวปีคศ 14 โดยจักรพรรดิบาบูร์ ผู้เป็นกษัตริย์ชาวเติร์กจากอุซเบกีสถานพระองค์พระนามเต็มคือ ซาเฮียร์ฮุดดีน บาเบอร์ Zahirhuddhin Babur หรือที่รู้จักในนามบาบูร์ Babur ทรงมีพระมารดาที่สืบเชื้อสายมาจากหนึ่งในลูกชายของเจงกีสข่านกับภรรยาชาวคริตส์ที่ครองตั้งแต่เกาหลีจรด เมโสโปเตเมีย และยุโรปตะวันออก...... ส่วนเชื้อสายทางบิดาของท่านเป็นชาวเติร์กจากซองเดียนน่า Soxdiana.....ภรรยาของท่านคือ สุรต่านนี ไออิชะห์เป็นลูกพี่ลูกน้องฝ่ายบิดาท่านซึ่งเป็นเจ้าเมืองซามาคาน Sarmakan และ บุคคาร่า Bukhara ในอุซเบกีสถาน, มีลูกกำเนิดมาคือ จักรพรรดิฮูมายูนซึ่งอภิเษกกับเจ้าหญิง เบก้า เบกัม Bega Begum ซึ่งเป็นลูกสาวลุงของพระองค์กับพระมารดาชาวอัฟกานีสถาน ทั้งสองให้กำเนิดลูกชายคนโตที่เสียชีวิตตังแต่วัยเด็กชื่ออามาน.....แต่แล้วพระองค์ก็ได้เกิดไปให้ความสนใจกับเด็กสาวลูกของกษัตริย์นอกวงค์ คือท่านหญิง ฮูมิด้า บานู ลูกสาวของ ชีค ชาวเปอร์เซียแท้ๆที่เป็น ชิอะห์  ฮูมิด้าเจอกษัตริย์ราชวงค์โมกุลครั้งแรกเมื่ออายุแค่ 17 เท่านั้น นางไม่ได้รักท่านแต่แอบหลงรักผู้ชายหนุ่มคนหนึ่งอยู่แต่ก็ไม่สามารถพูดหรือแสดงอะไรได้ นอกจากแอบไปยืนดูเขาที่สวนที่เคหาสถ์ของเขาบ่อยๆ

หลังจากโดนจับให้แต่งงานกับกษัตริย์ แม้จะเป็นมเหสีอนุแต่พระนางได้ให้กำเนิดพระเจ้า อัคบาร์ Akbar หรือ จาลาร์ลลูดดีน Jalalludin กษัตริย์ราชวงค์โมกุลที่นับว่าเพอร์เฟ็คและนำอินเดียเข้าสู่ยุคสูงสุดของราชวงค์ก็ว่าได้อินเดียและประเทศที่นับถืออิสลามในสมัยนั้นมีค่านิยมเห่อทุกๆอย่างที่มาจากเปอร์เซีย เช่นการแต่งกายแบบเปอร์เซีย อาหารแบบเปอร์เซีย ศิลปะการร้องการละเล่น ดลตรีนาฏศลป์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งบุรุษและสตรีมีใบหน้าสวยหล่อแบบเปอร์เชีย พระเจ้าอัคบาร์ทรงมีใบหน้างามแบบเปอร์เชียเช่นพระมารดา ผิวขาวตาสีอ่อนไม่โตมากเท่าชาวอินเดียทั่วไปแต่ดูคมและลึก

พระองค์เคยย้ายเมืองหลวงไปยังเมืองลัคนาวเป็นเวลา 13 ปี มีพระสหายคู่พระทัยชาวฮินดูคือ ราชามานสิงห์ ในรัชกาลของพระองค์ทรงได้ให้เสรีภาพในการนับถือศาสนา และไม่บีบบังคับให้ศาสนิกอื่นให้เข้ามานับถือศาสนาอิสลามเช่นดังรัชกาลก่อนๆ โดยทรงยกเลิกกฎเชซิยะห์
ซึ่งเป็นกฎหมายให้ผู้ที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลามต้องจ่ายภาษีสูงกว่า ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีเมตตาธรรมนอกจากนี้มเหสีเอก
ของพระองค์ยังเป็นคนนอกศาสนา Islam และเป็นเจ้าหญิงชาวฮินดูสถานซึ่งเป็นคนอินเดียแท้ชื่อ เจ้าหญิง โชธา  Rajkumari Joddha

ทรงมีโอรสเอกกับมเหสีฮินดูทีครองราชย์คือ จาฮานเกียร์ Jahangir อ่านแบบอินเดียคือ ชาฮันชะห์, ชาฮันชะห์มีภรรยาชาวฮินดูสถาน ชื่อเดิม ราชกุมารี มานะวดี Kumari manavati เป็นเจ้าหญิงชาวฮินดูแต่ตอนแต่งกับกษัตริย์ชาวโมกุลได้ชื่อแบบอิสลามคือ ทัช บีบี้ บิลกีช มากานี่ Taj Bibi bilquis Makani
ทั้งสองมีโอรสคือ ชาห์ จาฮาน ซึ่งเป็นสวามีของพระนางมุมตัสมาฮาลผู้สร้างประวัติศาสตร์ตำนานรักอำมตะ ทัชมาฮาล  ......
สมัยที่ชาห์ จาฮาน สามีของพระนางมุมตัส มาฮาลที่สร้าง ทัช มาฮาลล้มป่วยลง เขาเป็นจักรพรรดิและมีลูกมากมายกับมเหสีทั้งจากมเหสีสายเลือด ฮินดู มเหสีสายเลือดอารยัน อัฟกานีสถาน เติร์ก ฯลฯ หนึ่งในลูกชายของพระองค์ชื่อ ออรางเซ็พ
จับน้องชายคนเล็กคือ พระเจ้ามูรัตขังคุกและขู่ถ้าร่วมมือให้ตนเป็นจักรพรรดิที่ใหญ่ที่สุดในอินเดียมูรัตก็จะรอดและตนก็จะส่งให้เป็นเจ้าเมืองครองแคว้นปัญจาบ แคว้นทางตะวันตกเฉียงเหนือสุดของอินเดีย ส่วนในเวลานั้น ชาห์ ซูญา น้องชายอีกคนซึ่งพ่อส่งให้ไปครองแคว้นเบงกอล หรืออินเดียภาคตะวันออกรู้ข่าวเข้าก็ไม่ยอมจึงส่งพวกจะให้มายึดบังลังค์จากออรางเซ็พคืนให้พ่อ......

แต่โดนแม่ทัพคนสนิทของออรางเซ็ตชื่อ จุมลา Jumla มาปราบและจุมลาก็ยึดเมืองเพื่อจะตั้งตนเป็นเจ้าเมืองเบงกาลีแทน ชาห์ ซูญา กับบรรดาลูกๆและมเหสีสองคนชื่อ เพียรี Piaree กับ เพียร่า Piara และบรรดาข้าทาสบริวาร ทหารอีกราว 3000 คนรวมกันเกินสามพันกว่าคนหนีตายไปขอลี้ภัยในรัฐอาระกันที่ในประเทศพม่า  ฝ่ายกษัตริย์อาระกันพื้นเมืองก็ได้ดูแลเป็นอย่างดีในตอนแรก กษัตริย์อาระกัน พระเจ้า สัณทา สุธรรมมา Sanda Sudhammaได้เสนอว่าจะช่วยออกเรือให้ตนและครอบครัวกับผู้คนเดินทางไป เมกกะ ที่อาระเบียเพื่อจะใช้ชีวิตอยู่ในบันปลายอย่างสงบที่นั้น ......ซึ่งกษัติย์พื้นเมืองในคราวแรกก็ตกลงแต่เริ่มละโมภหลังจากเห็นทรัพย์สมบัติพัสถานเพชรพลอยแบบเปอร์เซียที่ ชาห์ ซูญา นำมาเสนอเป็นของกำนัน นอกจากนี้ยังบรรดาลูกสาวสามองค์ของ ชาห์ ซึงสวยมากได้แก่  เจ้าหญิงโรสซานาร่า Rosanara, เจ้าหญิง กุลลักค์ บานู Gulrukh Banu, กับ เจ้าหญิง อามีน่า Amena ซึ่งเป็นสาวเปอร์เซีย ขาวสวย ตาฟ้า..... คนพื้นบ้านแบบกษัตริย์อาระกัน  พระเจ้าสัณทา สุธรรมมา ในสมัยนั้นไม่ค่อยจะได้เห็นผู้หญิงแขกขาวบ่อยๆก็อยากได้เป็นเมียก็ต่อรองกับกษัตรย์ ชาห์ ชาห์ก็ใจดียกลูกสาวคนเล็กคือ อามีน่าให้ให้กษัตริย์อาระกัน  แต่ครั้นวันกำหนดที่จะส่งเรือมารับกษัตริย์อาระกันก็ไม่ทำตาม ก็เงียบไปเฉยๆ ชาห์ก็ส่งลูกชายชื่อ สุรต่าน บาร์ค Sultan Barkh ให้เอาเครื่องเพชรเครื่องทองของมีค่าไปกำนันกษัตริย์พื้นเมืองชาวอาระกันอีก แต่กษัตริย์พื้นเมือง พระเจ้าสัณทา สุธรรมมา ก็ปฏิเศทและเสนอข้ออ้างว่า ถ้าจะให้ตนช่วยก็ให้ออกจากอิสลามและบังคับให้เจ้าหญิงอาร์มีน่ามานับถือศาสนาแบบชาวอาระกัน ซึ่งแน่นอนว่า เจ้าหญิงกับพ่อเป็นชาวเปอร์เซียที่เคร่งอิสลามและไม่ยอมทำตาม..... กษัตริย์อาระกันจึงออกประกาศว่าถ้าไม่ทำตามก็ไล่ออกจากเมือง
แก้ไขข้อความเมื่อ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 13
มาอีกละกระทู้แนวนี้ ระยะหลังนี้มาเป็นขบวนเลย
พยายามสร้างความชอบธรรมให้พวกโร
แต่มันเกี่ยวอะไรด้วยกับไทย พวกคุณจะยิ่งใหญ่จากไหนมา
มันก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับประเทศไทย
ประเทศไทย  ไม่ต้องการรับ ไม่อยากรับ ไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วย
กับพวกคุณ  มาทางไหน เชิญกลับไปทางดินแดนของพวกคุณเถอะ
ความคิดเห็นที่ 3
หาแหล่งที่มาที่ไปไม่ได้เลย จำได้ว่ามีการพยายามบิดเบือนข้อมูลว่า พวกโรฮิงญา อยู่ในพม่ามาเป็นพันปีแล้ว ซึ่งเป็นความพยายามของพวกนักวิชาการชาวโรฮิงญาเอง ที่สร้างเรื่องเพื่อหวังยึดครอง รัฐอาระกัน โดยการสร้างเรื่องเท็จนี้ขึ้นมา และก็ยังไม่เห็นว่า จะยิ่งใหญ่อะไรตรงไหน นอกจากยอกันเองเท่านั้น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่