รักต้องค้นหา--มุมมองความรักแนวใหม่ จากประสบการณ์จริง

ได้อ่านกระทู้ที่เกี่ยวกับความรักมามาก มีทั้งดราม่า และสมหวัง แต่พบว่ามุมมองในเรื่องความรักของผมแตกต่างจากคนอื่น เลยอยากแบ่งปันประสบการณ์

           ผมก็ผู้ชายธรรมดาคนนึง ที่ผ่านมาก็มีความรักอย่างที่ทุกคนเคยมี เคยอกหักและเสียใจ เคยหักอกคนอื่นและโครตเสียใจ รู้สึกผิด ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ผมคิดว่าหากผมมีความรักอีกก็ไม่อยากจะเสียใจ และไม่อยากจะให้ใครเสียใจอีกแล้ว ลองติดตามดูนะครับว่าผมทำยังไง )อาจมีการปรับเปลี่ยนข้อมูลบางอย่างเพื่อเบี่ยงเบนข้อมูลนะครับ)

            ความรักของผมครั้งนี้เริ่มขึ้นเมื่อตอนผมเรียนมหาลัยแห่งหนึ่งทางตอนบนของประเทศไทย โดยลักษณะนิสัยส่วนตัวแล้วผมเป็นคนชอบคนง่ายแต่ไม่ได้เจ้าชู้ ประมาณว่าใครคุยกับผมผมก็รู้สึกดีแต่ก็ไม่ได้จีบ ก็แค่รู้สึกดี แค่นั้นเอ๊ง ผมก็เวิ่นเว้อไปเรื่อยดามประสาคนเพ้อฝันแต่ด้วยความตั้งใจแล้วว่ารักครั้งนี้จะต้อง Happy ending ผมจึงได้เริ่ม"ประเมิน"คนที่ผมรู้สึกดี (ดูเหมือนหล่อเลือกได้ แต่จริงๆแล้วไม่เลยออกจะคล้ำๆ......แต่ก็คมเข้มนะ 555) โดยที่เค้าเหล่านั้นไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกผมประเมินอยู่กร๊ากกก  
           
           เมื่อมีคนผ่านเข้ามาจนถึงรอบสุดท้ายแล้วผมก็เริ่มสืบประวัติ(เว่อมะ) ลักษณะนิสัย ผมต้องรู้ตื้นลึกหนาบางให้มากที่สุดโดยที่ไม่มีใครรู้ (อาจจะดูเหมือนโรคจิตแต่จริงๆแล้วโรคจิต 55) และแล้วก็ได้ผู้ชนะเลิศในการประกวดแฟนในอนาคตของผม ผมไปสะดุดกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อว่า นิว(นามสมมติ) นิวเป็นคนที่เรียกได้ว่า “น่าจะ” เหมาะกับผมที่สุด ผมจินตนาการไปไกลมาก เธอเป็นคนเรียบร้อย เก็บตัว เรียบง่ายสบายๆ ไม่เรื่องมากและอีกหลายๆอย่างที่ใช่เลยสำหรับผม ผมมองแบบเน้นคุณค่าภายใน แน่นอนถ้าคุณอยู่ในวงการตลาดทุนก็จะรู้ได้ว่าผมเป็นนักลงทุนเน้นคุณค่าอย่างแน่นอน ผมเริ่มค้นหาอย่างจริงจังในทุกๆอย่างที่เป็นนิว แอบฟังคนอื่นคุยกัน แอบอ่านจากโซเชียลมีเดีย

           และในที่สุดก็ได้ผลว่า "ใช่คนนี้แหละ รักแล้วนะ จะเริ่มแล้วนะ" เมื่อผมคิดว่ามันใช่แล้ว ผมก็เริ่มลุย โดยการแสดงตัวว่า “ผมจีบเธอแล้วนะ” แต่อนิจจา ผมอกหักภายในเวลาไม่กี่นาที หลังจากที่ผมสารภาพไป T-T ใครเล่นตลกกับผม....คงไม่มี ผมลืมคิดไปว่า แม้นิวจะเป็นคนที่ใช่สำหรับผม แต่ผมอาจจะไม่ใช่คนที่ใช่สำหรับนิวนี่นาและแล้วผมก็ทำสำเร็จผมไม่ทำให้เค้าเสียใจเลยซักนิด เพราะผมเองที่เป็นฝ่ายเสียใจ

          แต่ก็ยังไม่ละความพยายาม ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก คนที่ตื้อจะได้ครองโลกใครบางคนบอกไว้ แต่แล้วผมก็พบสัจธรรมว่าการตื้ออาจได้ครองโลกแต่ไม่ครองใจคน ยิ่งตื้อยิ่งแย่ ยิ่งแหย่ยิ่งห่าง เป็นเวลากว่า 2 ปี สำหรับความพยายามของผม เหมือนยิ่งแย่ลงทุกที ในที่สุดผมก็ต้องหยุดความคิดนี้เอาไว้ เมื่อ....ผมรู้ว่าเธอเริ่มที่จะคบหากับใครบางคน ผมรุ้ดีว่าผมไม่ควรเข้าไปยุ่งแล้ว แม้ว่าเค้าสองคนจะยังไม่ได้เป็นแฟนกันก็เถอะ แต่ผมรู้ว่านิวน่าจะเริ่มมีใจให้เค้าแล้ว

          เป็นเวลาหลายปี ที่ห่างหายไป ในช่วงเวลานี้ผมก็มีจิตใจล่องลอยไขว้เขวไปบ้างตามประสานักจินตการ แต่สุดท้ายเมื่อตรึกตรองด้วย “เหตุผล” ก็พบว่า “ยังไงก็ต้องนิว ที่จะเข้ากันได้ดีที่สุด ผมรับได้ทุกอย่างที่เป็นเธอ และเธอน่าจะรับทุกอย่างของผมได้(คิดเอง ประมวลผลโดย CPU ระดับ i7 )” หนูนาอาจจะบอกว่าความรักไม่ต้องการเวลา ความรักของผมกินเวลามานานเหลือเกินแล้ว

          ผมรอ รอ และรอ รอจนถึงเวลาที่นิวเริ่มห่างกับใครคนนั้น และผมก็เริ่มคุยอีกครั้ง ในที่สุด..............ความพยายามของผมในช่วงเวลาหลาย ปีก็สำเร็จเราได้คบกัน โลกนี้เหมือนเป็นสีชมพู จากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ 7 ปี เวลามันผ่านไปเร็วเหลือเกิน เราได้คบหากันและทำความเข้าใจกันมากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้น ถึงเธอจะง๊องแง๊ง ใส่ผมบ้างก็เฉพาะเวลามีประจำเดือน (ส่วนใหญ่นะ)  เธออาจจะร้องไห้บ้าง แต่ก็ชั่วคราวซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ชายไม่เข้าใจผู้หญิง แต่เราไม่เคยทะเลาะกันแรงๆ เลย และที่แน่ๆ ผมไม่เคยใช้อารมณ์กับเธอซักครั้ง จนถึงตอนนี้ผมยังสามารถทำตามที่ตั้งใจไว้ ผมไม่อยากจะทำให้ใครเสียใจเพราะผมอีก

        ช่วงเวลาที่ผ่านมาความคิดผมจะเริ่มเปลี่ยนไปบ้าง จากเป็นคนที่ไม่ค่อยวางแผน อยู่ไปวันๆ ไม่มีเป้าหมาย แต่เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น จริงจังกับหลายๆอย่างมากขึ้น จากความรักแบบวัยรุ่นที่ถูกกระตุ้นด้วยสาร Dopamine (เป็นฮอร์โมนตัวหนึ่งในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกรัก ใครสนใจก็ลองไปหาข้อมูลดูนะครับ) ที่หลายๆคนเรียกมันว่า Puppy love ตอนนี้มันเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว ความรักของผมกลายเป็นความรักที่ถูกกระตุ้นด้วยสาร Oxytocin (ฮอร์โมนอีกตัวหนึ่ง ลองอ่านดูนะครับว่าสองตัวนี้แตกต่างกันยังไง อาจจะคิดว่าผมมาในแนวนี้ ผมอาจจะเป็นนักวิชาการ แต่จริงๆแล้วเราอ่านได้ในหนังสือทั่วไปนะครับ) ไปแล้ว มันไม่ตื่นเต้นเหมือนเมื่อครั้งได้จับมือครั้งแรก แต่มันอบอุ่น แบว่า อ๊าาาาาาาาาา อื้อออออ เฮ้ย ไม่ใช่แบบนั้น จนนี้ตอนนี้ก็ยังรู้สึกว่าผมคิดไม่ผิดที่ตัดสินใจแบบนี้

ผมขอจบการเล่าเรื่องไว้ที่ตรงนี้นะครับ จบแบบห้วนๆ เลย
ลูกๆของเราน่ารักทุกคน ^^

------ The end -----

อมยิ้มคนหนึ่ง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่