ฉันก็แค่ผู้หญิงคนนึงที่อยากจะมีครอบครัวที่สมบรูณ์ มีสามีที่ดี แต่แล้วชีวิตคู่มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้.. เราเป็นภรรยาประเภทช้างเท้าหลัง เรายอมเขาทุกอย่าง ไม่เคยโทรตาม ไม่ยุ่งโทรศัพท์ เฟสบุ๊คหรือโซเชี่ยวอื่นๆไม่ก้าวก่าย ตามใจสามีทุกอย่าง
ปีแรกของชีวิตคู่ผ่านไปอย่าง Happy ก็แน่ละกว่าจะลงเอยกันได้ต้องรักเขาข้างเดียวมาตั้งหลายปี แถมต้องแข่งกับผู้หญิงตั้งหลายคน สุดท้ายเขาก็เลือกเรา.. เหมือนจะหยุดที่เรา มันก็น่าดีใจอยู่หรอก พอเข้าปีที่สองเริ่มก็มีเรื่องผู้หญิงเข้ามาในชีวิตคู่ เล็กๆน้อยๆขอไม่นับ ขอนับเฉพาะที่ทำให้เราเสียใจและเสียความรู้สึกๆมากๆก็พอ มันเกิดขึ้น 3 ครั้งในระยะเวลาแค่ 6 เดือน.. เขากลับไปคุยกับแฟนเก่าที่ทิ้งเขาไปอย่างไม่ใยดี ครั้งที่สองเขานัดแฟนเก่าไปหลับนอนด้วยกันแล้วโกหกเราว่าญาติผู้ใหญ่ป่วยหนักมากจะกลับไปดูใจ เราจับได้เพราะเจอข้อความที่เขาคุยกันทางเฟส เขาชะล่าใจว่าเราไม่เคยยุ่งเรื่องของเขา เสียใจมากๆแต่ทำอะไรไม่ได้เลยทั้งสองครั้ง เขาก็มาขอโทษต่อไปนี้จะไม่มีอย่างงี้อีกแล้ว แต่สุดท้ายเขาก็มีอีกจนได้ วันนึงเราเปิดดูข้อความในเฟสของเขาด้วยความรู้สึกที่แบบว่านึกสังหรณ์ใจยังไงไม่รู้ เปิดดูก็เจอเลย คุยเซ็กซ์กันกับอาจารย์อายุอานามปาเข้าไป 40 กว่า.. ทุกๆครั้งที่เขานอกใจมันเสียใจตรงที่ว่า ฉันอยู่กับเธอตลอด.. เธอจูบฉันก่อนไปทำงานทุกวัน เธอบอกฉันทุกวันว่าเธอรักฉัน แล้วก็ไปคุยกับคนอื่น ฉันผิดอะไรหรอ? ฉันยังไม่ดีพอสำหรับเธอหรอ? จากที่เคยรักมากๆซัก 100% ตอนนี้เหลือซัก 80% เดินออกจากบ้านไปเพราะหลายๆความรู้สึกมันวิ่งอยู่ในหัว สุดท้ายเขาก็ไปตามกลับบ้าน เราก็แบบใจอ่อน โอเคเราจะเริ่มต้นกันใหม่ จากนั้นก็ไม่มีเรื่องผู้หญิงอื่นมากวนใจอีกเลยจนเข้าขวบปีที่ 3 เป็นปีสุดท้ายที่การใช้ชีวิตคู่จะจบลง ครบรอบ 3 ปีของชีวิตคู่ได้ไม่นานเราสังเกตได้ว่าเขาติดไลน์มากๆ แต่ก็ไม่ได้ระแคะระคายอะไร มันเป็นอย่างนี้มาสองเดือน ก่อนหน้าที่เราจะได้งานทำ ปรกติเราแทบจะไม่ได้ทำงานอะไรเลย เป็นช้างเท้าหลังอยู่แต่บ้าน จนปีที่ 3 เราก็ต้องทำงาน ทำให้เราค่อนข้างจะห่างกันไป เราทำงานบ่ายโมงเลิก 5 ทุ่ม เขาทำงาน 5 ทุ่มเลิกเช้า ฉะนั้นเราแทบจะไม่เจอกันเลย เราได้งานทำอยู่ที่โลตัสเอ็กซ์เพรส แล้ววันนึงม้วนเจน้อลหรือกระดาษในเสร็จอ่ะ มันหมด แล้วเราต้องไปเอาอีกสาขานึง พอได้ของหันหัวรถจะกลับไปที่ทำงาน เห็นสามีไปกับผู้หญิงอื่นต่อหน้าต่อตา ในใจตอนนั้นมันเสียใจมากๆ จะตามสามีไป ณ นาทีนั้นเลยก็ได้ แต่ก็ไม่ตาม เอาม้วนเจน้อลกลับไปทำงานต่อด้วยหัวใจที่แบบว่าเสียใจจนไม่รู้จะพูดยังไงดี กะว่าเดี่ยวกลับบ้านไปจะถามเขาเอง นอนไม่หลับจนเช้ารอให้สามีเลิกงานแล้วจะคุยกัน พอเขากลับมายังไม่ได้คุยอะไรกันเลย เขาก็รีบออกจากบ้านไปทั้งๆที่ตัวเองเพิ่งเลิกงาน เราก็เลยเหมือนมีอะไรที่ค้างคาอยากจะพูดแต่ก็พูดไม่ได้ เป็นอย่างงี้อยู่เกือบสองอาทิตย์ที่ไม่ได้คุยกันเลย เราร้อนใจจนสงบไปเอง ในขณะที่เข้าไปหลงระเริงอยู่นอกบ้าน เราก็อยู่คนเดียวมีเวลาให้คิดมีเวลาให้ตัดสินใจสักพักๆใหญ่ก่อนจะตัดสินใจเช็คมาทุกอย่างเพื่อความชัวร์ว่ามันเป็นอย่างที่เราคิดไว้จริงๆ มันก็ไม่ผิดไปจากที่คิดไว้.. แต่กับผู้หญิงคนนี้จะแย่กว่าคนที่ผ่านๆมาหน่อย เพราะผู้หญิงคนนี้มีสามีอยู่แล้วแถมสามีเป็นตำรวจคนในพื้นที่อีกต่างหาก พอรู้ความจริงแน่แล้วเสียใจก็เสียใจแต่ความห่วงมันก็มี ผัวเขาเป็นตำรวจถ้าเค้าจับได้ว่าเอ็งไปเป็นชู้กับเมียเค้า เค้าคงยิงหัวเอ็งแน่ ก็เลยบอกเขาว่าฉันรู้นะ เธอทำอะไรอยู่ ไม่รักฉัน ก็รักตัวเองบ้างเถอะ ขอร้องให้เขาหยุด เขาบอกว่าจะแก้ปัญหาเอาเองไม่ให้เรายุ่งแล้วมันจะดีเอง แต่แก้ปัญหาแบบไหนไม่รู้เขาก็ยังคุยกันต่ออีกเป็นเดือน อยู่กันไปก็มีแต่เสียใจไม่มีอะไรดีขึ้นเลย แถมเรายังต้องทนเห็นเขาคุยกับคนอื่น เพียงเพื่อความหวังอันน้อยนิดว่าเขาจะพอสักที.. ไม่รู้ว่านี่มันคือการแก้ปัญหาเรื่องนี้รึป่าวนะ แต่เขาปล่อยเราอยู่คนเดียวบ่อยซะจนเรามีเวลาทบทวนว่าควรจะพอหรือควรจะทนต่อไป สุดท้ายถามใจตัวเองว่า ระหว่างผู้ชายกับตัวเอง รักใครมากกว่ากัน..? สุดท้ายก็บอกเขาว่าเราเลิกกันเหอะ ฉันยอมแล้ว ฉันจะกลับไปอยู่บ้าน ทีแรกเข้าก็เหมือนจะไม่ยอมนะ เขาขอให้เราไปพักใจที่บ้านก่อนแล้วเขาจะเคลียร์ปัญหาให้เสร็จแล้วจะรีบตามมา เก็บของกลับบ้านด้วยใจที่แหลกยับเยินเพราะรักตัวเอง.. ผ่านไป 1 อาทิตย์ที่กลับมาอยู่บ้านกำลังจะสบายใจอยู่แล้ว แล้วเขาก็มาอย่างที่เขาเคยพูดไว้ เขาบอกว่าเขาไม่ได้ยุ่งกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว ให้เชื่อใจเขาอีกสักครั้ง กลับไปอยู่กับเขาเหมือนเดิมนะ ".........." สุดท้ายก็ใจอ่อนอีกตามเขากลับไปจนได้คิดอย่างเดียวตอนนั้นก็ยังรักเขาอยู่ กลับมาครั้งนี้ทุกอย่างมันแย่ลงกว่าเดิม เขาไม่ค่อยพาเราออกนอกบ้าน ถ้าพาออกไปเขาจะพาเราออกไปอีกทางเหมือนกำลังหลบใครอยู่ เป็นอย่างงี้ทุกครั้งจนเรารู้สึกผิดสังเกต ก็พูดกับเขาแบบหลอกถามว่า " พาฉันหลบอีนั้นทำไม " เขาก็โมโหให้เรามากๆเลยพูดออกมาว่า เขาไม่อยากเห็น ไม่อยากผ่านหน้าบ้านผู้หญิงคนนั้น เรานี่แบบ.. ตกลงกูเป็นเมียหลวงหรือเมียน้อยว่ะทำไมต้องพากูแอบด้วย แล้วนั่นมันก็เหมือนฟางเส้นสุดท้ายของชีวิตคู่ของเรา.. ฉันเช็คโทรศัพท์เขาแล้วปรากฏว่าเขาก็ยังคุยกันอยู่ ฉันก็เลยแอบจดเบอร์โทรผู้หญิงคนนั้นแล้วโทรไปคุยกับผุ้หญิงคนนั้น ผู้หญิงคนนั้นก็พูดกับเราดีนะ เพราะเราก็พูดกับเขาดีเหมือนกัน หล่อนบอกว่าหล่อนไม่รู้ว่าเขามีเมียอยู่แล้ว ให้เชื่อใจหล่อน.. หล่อนเข้าใจความรู้สึกเราดี.. หล่อนไม่อยากได้สามีเราหรอก คือ ประเด็นมันอยู่ที่ว่าหล่อนมีสามีอยู่แล้ว แต่หล่อนยังกล้านั่งรถไปกลับผู้ชายคนอื่นป่ะวะ? พอสามีรู้เขาก็โมโหมากๆจะแย่งโทรศัพท์เราไป พอแย่งไปได้ก็ขว้างลงพื้นโทรศัพท์พังกระจาย เราก็เลยเหมือนฟิวส์ขาด ทะเลาะกันเสียงดังลั่น เช้าวันต่อมาก็โทรไปจองตั๋วรถจะกลับบ้านล่ะ มันไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว ใจมันแบบว่า พอแล้ว.. วางทุกๆอย่างไว้ตรงนี้ล่ะกัน อยากทำอะไรก็ทำไปเหอะ ฉันเหนื่อย ฉันไม่มีแรงจะสู้กับอะไรอีกแล้ว ลบเฟส ลบไลน์ บล็อคเบอร์ สละแล้วทุกอย่างที่เกี่ยวกับชีวิตคู่ เรามีเวลาอยู่ด้วยกัน 1 วันก่อนที่ทุกอย่างระหว่างเราจะไม่มีวันเหมือนเดิม เราปล่อยให้เขาใจเย็นลง แล้วก็ขอร้องให้เขาพาเราไปทะเลใกล้ๆบ้าน.. มันก็ตลกดีนะ หาดนี้อยู่ใกล้บ้านเราแท้ๆแต่เราไม่เคยมาหาดนี้กับเขาเลย มันเป็นครั้งแรกและเป็นครั้งสุดท้ายของฉัน เขาก็ยอมรับกับเราตรงๆว่าเขาผูกพันกับผู้หญิงคนนั้นนะ กับเราเค้าก็ยังรักอยู่ เราไม่รู้จะพูดอย่างไรดี ได้แต่บอกเขาสั้นๆว่า เรากลับบ้านครั้งนี้ เราอาจจะไม่กลับมาแล้วนะ เราคุยอะไรหลายๆอย่าง เก็บของกลับบ้านอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่เสียใจแล้ว ในหัวมันว่างเปล่า แต่ก็ถามตัวเองอยู่ทั้งคืน นี่คือทางออกที่ดีใช่ไหม..? 1 เดือนที่เราเหมือนตายจากกันผ่านไป เขาส่งข้อความหาเราทางเฟส ถามสารทุกข์สุขดิบ เขาบอกว่าเขาไม่อยากอยู่ตรงนั้นแล้ว เลิกงานกลับบ้านมาไม่มีเราอยู่ที่ห้องเหมือนเดิม ใจหายยังไงก็ไม่รู้.. เรานี่แบบสงสารเขาก็สงสาร แต่นึกถึงสิ่งที่เขาทำกับเราก็ทำให้เข้มแข็งพอที่จะอยู่ตรงนี้ต่อไป อยู่มาได้ตั้งเดือนทำไมเราจะอยู่ต่อไปอีกไม่ได้ เขาขอโทษ เขาอยากเริ่มต้นใหม่ เราก็แบบว่า.. ถ้ากลับไปอีกเราคงไม่ใช่คนแล้วล่ะ ก็คุยกับเขาถ้าอยากให้เรากลับไปย้ายบ้านไปอยู่ที่อื่นซะเราไม่อยากจะอยู่ตรงนั้นหรือให้เขามาหางานทำที่บ้านเรา มาอยู่กับเราที่บ้านไหม.. เขาก็เหมือนจะโอเคตามนั้นนะ เราก็คุยกันมาเรื่อยๆซักเดือนเห็นจะได้ เขาก็เร่งให้เราส่งกระเป๋าไปให้เขา เขาจะไปเที่ยว ถามก็ไม่บอกว่าจะไปไหน สุดท้ายส่งก็ไปให้ เขาก็บอกเราว่าเขาจะไปเที่ยวเกาะ เกาะที่เราอยากไปมากๆ เราก็ไม่ว่าอะไรบอกแค่ว่าไปแล้วส่งรูปมาให้ดูด้วยนะ พอเขาส่งรูปมาให้ดูเราก็ตาดีสังเกตเห็นเงาผู้หญิงผ่านแว่นตาของเขา เราก็เลยถามเขาว่าเขาไปเกาะกับใคร เขาบอกว่าเขาไปเกาะกับเพื่อน... เราก็เลยโพล่งออกไปว่า ฉันรู้นะเธอไปกับใคร.. เขาก็แบบว่า อะไร รู้ได้ไง พอถามถามเอาเรื่องจริงๆ เขาก็ยอมรับว่าไปกับผู้หญิงคนเดิมนั้นแหละแต่ไปต่างคนต่างไป ไปวันเดียวไม่ได้ค้างคืน แต่แบบคือ.. พวกก็ไปเจอกันบนเกาะป่ะวะ? ทั้งโมโหทั้งเสียใจ ทำไมไม่ชวนกูมั้งว่ะ แล้วเมียชาวบ้านที่ต้องหลบๆซ่อนๆทำไมชวนไปได้วะ? ก็เลยโทรไปบอกสามีของผู้หญิงคนนั้นว่าดูแลเมียดีๆหน่อย เมียไปเที่ยวเกาะกับสามีคนอื่นรู้บ้างไหม เชื่อไหม? พอคุยกับสามีนาง สามีนางบอกว่านางหายออกจากบ้านไปเป็นอาทิตย์ คือเค้าก็มีปัญหาระหองระแหงกันอยู่ คือผู้หญิงเค้าแค่อยากเรียกร้องความสนใจจากสามีเขา ส่วนสามีเราก็แค่ชั่วคราวเท่านั้น นางไม่อยากได้สามีเราจริงๆอย่างที่นางเคยบอกเรา แต่สามีเราไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น เขามีใจให้ผู้หญิงคนนั้นอยู่พอสมควร คนที่เจ็บแน่ๆคือสามีเรา และคนที่เจ็บยิ่งกว่าคือเรา แล้วสามีของผู้หญิงคนนั้นก็โทรหาสามีเราว่ามายุ่งกับเมียเขาทำไม ประมาณว่าขู่ไม่ให้สามีไปยุ่งกับเมียเขาอีก มารู้ทีหลังว่าผู้หญิงคนนั้นบอกสามีนางว่าสามีเราไปชอบนางเอง โยนขี้ให้สามีเรากองเบ้อเริ่ม สามีก็พาลมาโกรธเราว่าเราจะทำให้ชีวิตเขาพัง จากที่เรามันหมดใจอยู่แล้วกลายเป็นว่าอย่ามาดีกันอีกเลยชาตินี้ แล้วเราก็ไม่คุยกันอีกเลยตลอด 6 เดือน จนเรามีแฟนใหม่ก็คิดว่าจะแต่งงานกัน หลายๆคนก็บอกว่าให้เราไปหย่ากับอดีตสามีให้เรียบร้อยซะก่อน เราก็เลยตัดสินใจโทรไปหาเขาในรอบ 6 เดือนที่ไม่ได้คุยกันว่าจะหย่าเรามีคนใหม่แล้ว.. เขาก็ถามเราว่าคิดดีแล้วหรอ เขาพูดติดตลกเพราะเขาไม่เชื่อว่าเราจะมีคนใหม่แล้วจริงๆ ก็คุยกันดีๆ เขาก็ตกลง หย่าก็หย่า นัดวันกันว่าจะไปหย่าเป็นอันว่าคุยกันเข้าใจแล้วนะ ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์เขาก็มาที่บ้านแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง คือเขาไม่คิดว่าเราจะมีคนใหม่แล้วจริงๆ วันที่เขามาแฟนใหม่เราไม่อยู่บ้าน เราก็เลยให้ญาติของเขาซึ่งเป็นเพื่อนกับเรายืนยันว่าเรามีคนใหม่แล้วจริงๆ แล้วเราก็เลยไปนอนข้างนอกกับแฟนใหม่กะว่าไม่อยากให้แฟนเก่ากับแฟนใหม่เจอกัน เขาก็ให้ญาติเขาที่เป็นเพื่อนเราโทรหาเราว่าเราไปไหน ทำไมไม่นอนที่บ้าน เราก็เลยบอกเขาไปว่า " ไม่..วันนี้เราจะนอนกับสามี(ใหม่)เรา " เขาโมโหเรามากนะ เขาด่าว่าทำไมเราทำอย่างงี้ กลับมานี่ กลับมาคุยกันให้เข้าใจก่อน เราก็ไม่กลับบ้านเราจนเช้าของอีกวันถึงไปคุยกัน เขาก็ด่าว่าเราต่างๆนาๆ ว่าเราไปนอนกับคนอื่น ว่าเรามีคนอื่น เขาทวงของทุกอย่างที่เขาให้เรากลับคืน บอกให้เราไปสร้างกันเองกับสามีใหม่... แล้วก็เลื่อนวันหย่าให้เร็วขึ้น ให้เรารับภาระหนี้สินเอาเอง แล้วก็เอาทุกอย่างที่สำคัญๆไปจากชีวิตเรา เราแทบจะไม่เหลืออะไรเลย... ก็ยังงงจนถึงทุกวันนี้ว่า.. นี่เราผิดจริงๆหรอ? เราถึงถึงต้องรับภาระตรงนี้ มันคือความผิดเราใช่ไหม?
ผู้ชายมีคนอื่นไม่ผิด ผู้หญิงมีคนอื่นผิด อย่างนั้นหรือ?
ปีแรกของชีวิตคู่ผ่านไปอย่าง Happy ก็แน่ละกว่าจะลงเอยกันได้ต้องรักเขาข้างเดียวมาตั้งหลายปี แถมต้องแข่งกับผู้หญิงตั้งหลายคน สุดท้ายเขาก็เลือกเรา.. เหมือนจะหยุดที่เรา มันก็น่าดีใจอยู่หรอก พอเข้าปีที่สองเริ่มก็มีเรื่องผู้หญิงเข้ามาในชีวิตคู่ เล็กๆน้อยๆขอไม่นับ ขอนับเฉพาะที่ทำให้เราเสียใจและเสียความรู้สึกๆมากๆก็พอ มันเกิดขึ้น 3 ครั้งในระยะเวลาแค่ 6 เดือน.. เขากลับไปคุยกับแฟนเก่าที่ทิ้งเขาไปอย่างไม่ใยดี ครั้งที่สองเขานัดแฟนเก่าไปหลับนอนด้วยกันแล้วโกหกเราว่าญาติผู้ใหญ่ป่วยหนักมากจะกลับไปดูใจ เราจับได้เพราะเจอข้อความที่เขาคุยกันทางเฟส เขาชะล่าใจว่าเราไม่เคยยุ่งเรื่องของเขา เสียใจมากๆแต่ทำอะไรไม่ได้เลยทั้งสองครั้ง เขาก็มาขอโทษต่อไปนี้จะไม่มีอย่างงี้อีกแล้ว แต่สุดท้ายเขาก็มีอีกจนได้ วันนึงเราเปิดดูข้อความในเฟสของเขาด้วยความรู้สึกที่แบบว่านึกสังหรณ์ใจยังไงไม่รู้ เปิดดูก็เจอเลย คุยเซ็กซ์กันกับอาจารย์อายุอานามปาเข้าไป 40 กว่า.. ทุกๆครั้งที่เขานอกใจมันเสียใจตรงที่ว่า ฉันอยู่กับเธอตลอด.. เธอจูบฉันก่อนไปทำงานทุกวัน เธอบอกฉันทุกวันว่าเธอรักฉัน แล้วก็ไปคุยกับคนอื่น ฉันผิดอะไรหรอ? ฉันยังไม่ดีพอสำหรับเธอหรอ? จากที่เคยรักมากๆซัก 100% ตอนนี้เหลือซัก 80% เดินออกจากบ้านไปเพราะหลายๆความรู้สึกมันวิ่งอยู่ในหัว สุดท้ายเขาก็ไปตามกลับบ้าน เราก็แบบใจอ่อน โอเคเราจะเริ่มต้นกันใหม่ จากนั้นก็ไม่มีเรื่องผู้หญิงอื่นมากวนใจอีกเลยจนเข้าขวบปีที่ 3 เป็นปีสุดท้ายที่การใช้ชีวิตคู่จะจบลง ครบรอบ 3 ปีของชีวิตคู่ได้ไม่นานเราสังเกตได้ว่าเขาติดไลน์มากๆ แต่ก็ไม่ได้ระแคะระคายอะไร มันเป็นอย่างนี้มาสองเดือน ก่อนหน้าที่เราจะได้งานทำ ปรกติเราแทบจะไม่ได้ทำงานอะไรเลย เป็นช้างเท้าหลังอยู่แต่บ้าน จนปีที่ 3 เราก็ต้องทำงาน ทำให้เราค่อนข้างจะห่างกันไป เราทำงานบ่ายโมงเลิก 5 ทุ่ม เขาทำงาน 5 ทุ่มเลิกเช้า ฉะนั้นเราแทบจะไม่เจอกันเลย เราได้งานทำอยู่ที่โลตัสเอ็กซ์เพรส แล้ววันนึงม้วนเจน้อลหรือกระดาษในเสร็จอ่ะ มันหมด แล้วเราต้องไปเอาอีกสาขานึง พอได้ของหันหัวรถจะกลับไปที่ทำงาน เห็นสามีไปกับผู้หญิงอื่นต่อหน้าต่อตา ในใจตอนนั้นมันเสียใจมากๆ จะตามสามีไป ณ นาทีนั้นเลยก็ได้ แต่ก็ไม่ตาม เอาม้วนเจน้อลกลับไปทำงานต่อด้วยหัวใจที่แบบว่าเสียใจจนไม่รู้จะพูดยังไงดี กะว่าเดี่ยวกลับบ้านไปจะถามเขาเอง นอนไม่หลับจนเช้ารอให้สามีเลิกงานแล้วจะคุยกัน พอเขากลับมายังไม่ได้คุยอะไรกันเลย เขาก็รีบออกจากบ้านไปทั้งๆที่ตัวเองเพิ่งเลิกงาน เราก็เลยเหมือนมีอะไรที่ค้างคาอยากจะพูดแต่ก็พูดไม่ได้ เป็นอย่างงี้อยู่เกือบสองอาทิตย์ที่ไม่ได้คุยกันเลย เราร้อนใจจนสงบไปเอง ในขณะที่เข้าไปหลงระเริงอยู่นอกบ้าน เราก็อยู่คนเดียวมีเวลาให้คิดมีเวลาให้ตัดสินใจสักพักๆใหญ่ก่อนจะตัดสินใจเช็คมาทุกอย่างเพื่อความชัวร์ว่ามันเป็นอย่างที่เราคิดไว้จริงๆ มันก็ไม่ผิดไปจากที่คิดไว้.. แต่กับผู้หญิงคนนี้จะแย่กว่าคนที่ผ่านๆมาหน่อย เพราะผู้หญิงคนนี้มีสามีอยู่แล้วแถมสามีเป็นตำรวจคนในพื้นที่อีกต่างหาก พอรู้ความจริงแน่แล้วเสียใจก็เสียใจแต่ความห่วงมันก็มี ผัวเขาเป็นตำรวจถ้าเค้าจับได้ว่าเอ็งไปเป็นชู้กับเมียเค้า เค้าคงยิงหัวเอ็งแน่ ก็เลยบอกเขาว่าฉันรู้นะ เธอทำอะไรอยู่ ไม่รักฉัน ก็รักตัวเองบ้างเถอะ ขอร้องให้เขาหยุด เขาบอกว่าจะแก้ปัญหาเอาเองไม่ให้เรายุ่งแล้วมันจะดีเอง แต่แก้ปัญหาแบบไหนไม่รู้เขาก็ยังคุยกันต่ออีกเป็นเดือน อยู่กันไปก็มีแต่เสียใจไม่มีอะไรดีขึ้นเลย แถมเรายังต้องทนเห็นเขาคุยกับคนอื่น เพียงเพื่อความหวังอันน้อยนิดว่าเขาจะพอสักที.. ไม่รู้ว่านี่มันคือการแก้ปัญหาเรื่องนี้รึป่าวนะ แต่เขาปล่อยเราอยู่คนเดียวบ่อยซะจนเรามีเวลาทบทวนว่าควรจะพอหรือควรจะทนต่อไป สุดท้ายถามใจตัวเองว่า ระหว่างผู้ชายกับตัวเอง รักใครมากกว่ากัน..? สุดท้ายก็บอกเขาว่าเราเลิกกันเหอะ ฉันยอมแล้ว ฉันจะกลับไปอยู่บ้าน ทีแรกเข้าก็เหมือนจะไม่ยอมนะ เขาขอให้เราไปพักใจที่บ้านก่อนแล้วเขาจะเคลียร์ปัญหาให้เสร็จแล้วจะรีบตามมา เก็บของกลับบ้านด้วยใจที่แหลกยับเยินเพราะรักตัวเอง.. ผ่านไป 1 อาทิตย์ที่กลับมาอยู่บ้านกำลังจะสบายใจอยู่แล้ว แล้วเขาก็มาอย่างที่เขาเคยพูดไว้ เขาบอกว่าเขาไม่ได้ยุ่งกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว ให้เชื่อใจเขาอีกสักครั้ง กลับไปอยู่กับเขาเหมือนเดิมนะ ".........." สุดท้ายก็ใจอ่อนอีกตามเขากลับไปจนได้คิดอย่างเดียวตอนนั้นก็ยังรักเขาอยู่ กลับมาครั้งนี้ทุกอย่างมันแย่ลงกว่าเดิม เขาไม่ค่อยพาเราออกนอกบ้าน ถ้าพาออกไปเขาจะพาเราออกไปอีกทางเหมือนกำลังหลบใครอยู่ เป็นอย่างงี้ทุกครั้งจนเรารู้สึกผิดสังเกต ก็พูดกับเขาแบบหลอกถามว่า " พาฉันหลบอีนั้นทำไม " เขาก็โมโหให้เรามากๆเลยพูดออกมาว่า เขาไม่อยากเห็น ไม่อยากผ่านหน้าบ้านผู้หญิงคนนั้น เรานี่แบบ.. ตกลงกูเป็นเมียหลวงหรือเมียน้อยว่ะทำไมต้องพากูแอบด้วย แล้วนั่นมันก็เหมือนฟางเส้นสุดท้ายของชีวิตคู่ของเรา.. ฉันเช็คโทรศัพท์เขาแล้วปรากฏว่าเขาก็ยังคุยกันอยู่ ฉันก็เลยแอบจดเบอร์โทรผู้หญิงคนนั้นแล้วโทรไปคุยกับผุ้หญิงคนนั้น ผู้หญิงคนนั้นก็พูดกับเราดีนะ เพราะเราก็พูดกับเขาดีเหมือนกัน หล่อนบอกว่าหล่อนไม่รู้ว่าเขามีเมียอยู่แล้ว ให้เชื่อใจหล่อน.. หล่อนเข้าใจความรู้สึกเราดี.. หล่อนไม่อยากได้สามีเราหรอก คือ ประเด็นมันอยู่ที่ว่าหล่อนมีสามีอยู่แล้ว แต่หล่อนยังกล้านั่งรถไปกลับผู้ชายคนอื่นป่ะวะ? พอสามีรู้เขาก็โมโหมากๆจะแย่งโทรศัพท์เราไป พอแย่งไปได้ก็ขว้างลงพื้นโทรศัพท์พังกระจาย เราก็เลยเหมือนฟิวส์ขาด ทะเลาะกันเสียงดังลั่น เช้าวันต่อมาก็โทรไปจองตั๋วรถจะกลับบ้านล่ะ มันไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว ใจมันแบบว่า พอแล้ว.. วางทุกๆอย่างไว้ตรงนี้ล่ะกัน อยากทำอะไรก็ทำไปเหอะ ฉันเหนื่อย ฉันไม่มีแรงจะสู้กับอะไรอีกแล้ว ลบเฟส ลบไลน์ บล็อคเบอร์ สละแล้วทุกอย่างที่เกี่ยวกับชีวิตคู่ เรามีเวลาอยู่ด้วยกัน 1 วันก่อนที่ทุกอย่างระหว่างเราจะไม่มีวันเหมือนเดิม เราปล่อยให้เขาใจเย็นลง แล้วก็ขอร้องให้เขาพาเราไปทะเลใกล้ๆบ้าน.. มันก็ตลกดีนะ หาดนี้อยู่ใกล้บ้านเราแท้ๆแต่เราไม่เคยมาหาดนี้กับเขาเลย มันเป็นครั้งแรกและเป็นครั้งสุดท้ายของฉัน เขาก็ยอมรับกับเราตรงๆว่าเขาผูกพันกับผู้หญิงคนนั้นนะ กับเราเค้าก็ยังรักอยู่ เราไม่รู้จะพูดอย่างไรดี ได้แต่บอกเขาสั้นๆว่า เรากลับบ้านครั้งนี้ เราอาจจะไม่กลับมาแล้วนะ เราคุยอะไรหลายๆอย่าง เก็บของกลับบ้านอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่เสียใจแล้ว ในหัวมันว่างเปล่า แต่ก็ถามตัวเองอยู่ทั้งคืน นี่คือทางออกที่ดีใช่ไหม..? 1 เดือนที่เราเหมือนตายจากกันผ่านไป เขาส่งข้อความหาเราทางเฟส ถามสารทุกข์สุขดิบ เขาบอกว่าเขาไม่อยากอยู่ตรงนั้นแล้ว เลิกงานกลับบ้านมาไม่มีเราอยู่ที่ห้องเหมือนเดิม ใจหายยังไงก็ไม่รู้.. เรานี่แบบสงสารเขาก็สงสาร แต่นึกถึงสิ่งที่เขาทำกับเราก็ทำให้เข้มแข็งพอที่จะอยู่ตรงนี้ต่อไป อยู่มาได้ตั้งเดือนทำไมเราจะอยู่ต่อไปอีกไม่ได้ เขาขอโทษ เขาอยากเริ่มต้นใหม่ เราก็แบบว่า.. ถ้ากลับไปอีกเราคงไม่ใช่คนแล้วล่ะ ก็คุยกับเขาถ้าอยากให้เรากลับไปย้ายบ้านไปอยู่ที่อื่นซะเราไม่อยากจะอยู่ตรงนั้นหรือให้เขามาหางานทำที่บ้านเรา มาอยู่กับเราที่บ้านไหม.. เขาก็เหมือนจะโอเคตามนั้นนะ เราก็คุยกันมาเรื่อยๆซักเดือนเห็นจะได้ เขาก็เร่งให้เราส่งกระเป๋าไปให้เขา เขาจะไปเที่ยว ถามก็ไม่บอกว่าจะไปไหน สุดท้ายส่งก็ไปให้ เขาก็บอกเราว่าเขาจะไปเที่ยวเกาะ เกาะที่เราอยากไปมากๆ เราก็ไม่ว่าอะไรบอกแค่ว่าไปแล้วส่งรูปมาให้ดูด้วยนะ พอเขาส่งรูปมาให้ดูเราก็ตาดีสังเกตเห็นเงาผู้หญิงผ่านแว่นตาของเขา เราก็เลยถามเขาว่าเขาไปเกาะกับใคร เขาบอกว่าเขาไปเกาะกับเพื่อน... เราก็เลยโพล่งออกไปว่า ฉันรู้นะเธอไปกับใคร.. เขาก็แบบว่า อะไร รู้ได้ไง พอถามถามเอาเรื่องจริงๆ เขาก็ยอมรับว่าไปกับผู้หญิงคนเดิมนั้นแหละแต่ไปต่างคนต่างไป ไปวันเดียวไม่ได้ค้างคืน แต่แบบคือ.. พวกก็ไปเจอกันบนเกาะป่ะวะ? ทั้งโมโหทั้งเสียใจ ทำไมไม่ชวนกูมั้งว่ะ แล้วเมียชาวบ้านที่ต้องหลบๆซ่อนๆทำไมชวนไปได้วะ? ก็เลยโทรไปบอกสามีของผู้หญิงคนนั้นว่าดูแลเมียดีๆหน่อย เมียไปเที่ยวเกาะกับสามีคนอื่นรู้บ้างไหม เชื่อไหม? พอคุยกับสามีนาง สามีนางบอกว่านางหายออกจากบ้านไปเป็นอาทิตย์ คือเค้าก็มีปัญหาระหองระแหงกันอยู่ คือผู้หญิงเค้าแค่อยากเรียกร้องความสนใจจากสามีเขา ส่วนสามีเราก็แค่ชั่วคราวเท่านั้น นางไม่อยากได้สามีเราจริงๆอย่างที่นางเคยบอกเรา แต่สามีเราไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น เขามีใจให้ผู้หญิงคนนั้นอยู่พอสมควร คนที่เจ็บแน่ๆคือสามีเรา และคนที่เจ็บยิ่งกว่าคือเรา แล้วสามีของผู้หญิงคนนั้นก็โทรหาสามีเราว่ามายุ่งกับเมียเขาทำไม ประมาณว่าขู่ไม่ให้สามีไปยุ่งกับเมียเขาอีก มารู้ทีหลังว่าผู้หญิงคนนั้นบอกสามีนางว่าสามีเราไปชอบนางเอง โยนขี้ให้สามีเรากองเบ้อเริ่ม สามีก็พาลมาโกรธเราว่าเราจะทำให้ชีวิตเขาพัง จากที่เรามันหมดใจอยู่แล้วกลายเป็นว่าอย่ามาดีกันอีกเลยชาตินี้ แล้วเราก็ไม่คุยกันอีกเลยตลอด 6 เดือน จนเรามีแฟนใหม่ก็คิดว่าจะแต่งงานกัน หลายๆคนก็บอกว่าให้เราไปหย่ากับอดีตสามีให้เรียบร้อยซะก่อน เราก็เลยตัดสินใจโทรไปหาเขาในรอบ 6 เดือนที่ไม่ได้คุยกันว่าจะหย่าเรามีคนใหม่แล้ว.. เขาก็ถามเราว่าคิดดีแล้วหรอ เขาพูดติดตลกเพราะเขาไม่เชื่อว่าเราจะมีคนใหม่แล้วจริงๆ ก็คุยกันดีๆ เขาก็ตกลง หย่าก็หย่า นัดวันกันว่าจะไปหย่าเป็นอันว่าคุยกันเข้าใจแล้วนะ ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์เขาก็มาที่บ้านแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง คือเขาไม่คิดว่าเราจะมีคนใหม่แล้วจริงๆ วันที่เขามาแฟนใหม่เราไม่อยู่บ้าน เราก็เลยให้ญาติของเขาซึ่งเป็นเพื่อนกับเรายืนยันว่าเรามีคนใหม่แล้วจริงๆ แล้วเราก็เลยไปนอนข้างนอกกับแฟนใหม่กะว่าไม่อยากให้แฟนเก่ากับแฟนใหม่เจอกัน เขาก็ให้ญาติเขาที่เป็นเพื่อนเราโทรหาเราว่าเราไปไหน ทำไมไม่นอนที่บ้าน เราก็เลยบอกเขาไปว่า " ไม่..วันนี้เราจะนอนกับสามี(ใหม่)เรา " เขาโมโหเรามากนะ เขาด่าว่าทำไมเราทำอย่างงี้ กลับมานี่ กลับมาคุยกันให้เข้าใจก่อน เราก็ไม่กลับบ้านเราจนเช้าของอีกวันถึงไปคุยกัน เขาก็ด่าว่าเราต่างๆนาๆ ว่าเราไปนอนกับคนอื่น ว่าเรามีคนอื่น เขาทวงของทุกอย่างที่เขาให้เรากลับคืน บอกให้เราไปสร้างกันเองกับสามีใหม่... แล้วก็เลื่อนวันหย่าให้เร็วขึ้น ให้เรารับภาระหนี้สินเอาเอง แล้วก็เอาทุกอย่างที่สำคัญๆไปจากชีวิตเรา เราแทบจะไม่เหลืออะไรเลย... ก็ยังงงจนถึงทุกวันนี้ว่า.. นี่เราผิดจริงๆหรอ? เราถึงถึงต้องรับภาระตรงนี้ มันคือความผิดเราใช่ไหม?