เจอกับตัว! ความสัมพันธ์แบบไม่มีชื่อเรียก

.          สวัสดีครับ วันนี้ผมกำลังประสบปัญหาความสัมพันธ์ชนิดนี้อยู่ โดยผมจะเรียกคู่ของผมคนนี้ว่า แม่นาง แทนชื่อเรียกละกันนะครับ
           โดยตอนแรก ผมกับแม่นางคบกันมาเป็นเวลา 1 ปี 9 เดือน ( ครบรอบเมื่อวันที่ 8 พ.ค. 58 ) แต่แล้ว 2 เดือนให้หลังช่วงเวลาคบกัน มีแต่เรื่องทำให้ทะเลาะกัน โดยผมคิดว่า สังคมรอบข้าง ทำให้เธอเปลี่ยนไป โดย 2 เดือนให้หลัง แม่นางอยากหางานทำช่วงเวลาปิดเทอม รอเปิดเทอมเข้ามหาวิทยาลัย สุดท้ายก็ตกลงทำที่ Fortune Town รัชดา ที่ KFC แรกๆที่มาทำ ผมก็ประจำตำแหน่งข้างหลังแคชเชียร์ ส่วนแม่นางประจำที่จายไอติมที่เรียกว่า Krusher ( ครัชเชอร์ สะกดถูกเปล่าไม่รู้ ) เวลาว่าง ผมก็คอยไปแอบส่งสายตาบ้าง ก็นะ มันห่างก็คิดถึงกันปกติ พอเริ่มมาเดือนที่ 2 ปัญหามันเริ่มมากขึ้น โดยที่แม่นางเริ่มทำสิ่งที่ปกติแม่นางไม่ทำ เช่น พักหลังนางเริ่มแซวผมด้วยคำด่า ( ปกติคบกันไม่ด่ากันครับ ) ประมาณว่า อีตอแห_ เพราะผมชอบแอ๊บเป็นตุ๊ดใส่แม่นาง พอแม่นางพูดแบบนี้มา ผมก็อึ้ง- Facepalm แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร อันนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่ง แต่แม่นางก็พูดบ่อยจนมันสะสม และมีครั้งหนึ่งผมเห็นกับตาว่า แม่นางกินไอติมช้อนเดียวกันกับผู้ชายร่วมงานคนนึงใน KFC ผมก็เงิบ แต่เก็บเอามาพูดส่วนตัว แม่นางก็ให้เหตุผลว่า ไม่ได้คิดอะไร กินช้อนเดียวกันได้ทุกคน ผมก็อึ้ง-ไปอีกครับ แต่ผมถือไงครับว่า ใครที่กินช้อนเดียวกัน ย่อมมีความสัมพันธ์กัน แต่แม่นางก็ให้เหตุผลสุดคลาสสิกว่า " ผมคิดมาก " และยังไม่พอ เดิมทีแม่นางจะกลับบ้านดึกไม่ได้ แม่เจาจะห้ามแม่นางกลับหลังพระอาทิตย์ตกดิน กลับมาช้ากว่านั้นโดนเล่นงานแน่ๆ แต่ทำไงได้ว่า ตารางงานของแม่นางเลิก 5 ทุ่มทุกวัน แต่แม่นางไม่ให้ผมไปส่ง แม่นางจะกลับกะเพื่อนสาว โดยให้เหตุผลว่า เพื่อนคนนี้เป็นผู้หญิง กลับดึกอันตราย เลยกลับเป็นเพื่อน แถมเพื่อนคนนี้อยู่ใกล้บ้าน ผมเองขับมอเตอร์ไซค์ที่เรียกว่า Bigbike นั่นแหละครับ ผมก็บอกว่า อัดสามมาเลย ขับได้ โดยเพื่อนสาวคนนั้นก็ไม่ยอม โดยให้เหตุผลว่า "เบาะมันสูง กลัว ไม่กล้าซ้อน" แลดูเหตุผลมันปัญญาอ่อน แต่ขับในซอยก็ขับช้านะ แถมมันไม่ได้น่ากลัวอะไร แต่ก็เข้าใจไม่ได้ว่า ผมก็พูดว่า "กลัวทำไม ลองดูก่อน มันไม่ได้น่ากลัวเลย" เพื่อนสาวคนนั้นก็พูดตัดพ้อว่า "กลับเองก็ได้ ไม่เป็นไร แม่นางกลับกับตั้มก็ได้ ( ตั้มชื่อ จขกท. )" ผมก็มองหน้าแม่นาง แม่นางก็บอกเพื่อนสาวว่า "ไม่เป็นไร เดี๋ยวกลับเป็นเพื่อน" ผมก็เลยต้องกลับคนเดียว บ้านผมอยู่ปิ่นเกล้า ระยะทางมาทำงานก็ประมาณ 20 กิโลเมตร แต่เพื่อเจอหน้าแม่นาง ก็ยอมมา สุดท้าย ผมเริ่มไม่ไหว กับเรื่องที่มันสะสม เลยถามแม่นางว่าเอายังไง โดยผมก็มาหาแม่ของแม่นางก่อน จนตอนนั้นผมก็ไม่คิดอะไร โดยคิดในหัวว่า กะจะมาขอโทษแม่นางกับเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วขอเริ่มต้นใหม่ แต่โชคชะตาไม่เข้าใจ โดยแม่ของแม่นางพูดขึ้นมาว่า " เมื่อวานแป้งกลับเกือบ ตีสอง " ผมก็อึ้งครับ ว่าไปไหนมา ทั้งที่งานเลิก 5 ทุ่ม ทำไมไปไหนไม่บอกเลย จนผมก็ตรงดิ่งไปที่ทำงาน ก็พาแม่นางออกมาคุยอย่างใจเย็น โดยผมเริ่มต้นประโยคว่า

ผม: เมื่อวานกลับกี่โมงหรอ
แม่นาง: ตีหนึ่งกว่าๆ อ่ะ ไปกินข้าวกับเพื่อนมา
ผม: ( กินข้าวอะไรว้ะ 3 ชม. ) อ่อ โอเค ไม่มีอะไรหรอกถามเฉยๆ เห็นกลับดึกมาก
แม่นาง: อื้ม มีอะไรอีกมั้ยอ่ะ
ผม: อืม..มม พี่มีไรจะถามน่ะ
แม่นาง: หืม? อะไรเหรอ ? ถามมาเลย
ผม: แม่นางคิดว่า ชีวิตคู่ของเรากำลังโอเคอยู่มั้ย
แม่นาง: อืม..มมม เมื่อก่อนมันดีกว่าอ่ะพี่
ผม: ( หืม แปลว่าตอนนี้ไม่ดีเหรอ ) อ่าว ทำไมมันดีกว่าล้ะ ทั้งที่เมื่อก่อนพี่ถืออะไรเยอะแยะ แถมขี้งอนด้วยนะ ตอนนี้พี่ก็ถืออะไรน้อยลง ทำไมเมื่อก่อนมันดีกว่า ?
แม่นาง: ไม่รู้สิ หนว่าคบกันตอนนี้แล้วมันอึดอัดอ่ะ แบบกลับดึกพี่ก็ถามว่าไปไหนไรงี้ หนูว่ามันไม้เป็นตัวของตัวเองเลย
ผม: ....เงิบ- ไป 3 วิ .... ( ก็ถามเป็นเป็นห่วงมั้ย )
แม่นาง: แล้วพี่ล่ะ ?
ผม: ถ้าแม่นางตอบแบบนี้ พี่ก็ว่ามันไม่โอเคแล้วล่ะ
แม่นาง: อื้ม แล้วไงต่อ พี่จะบอกเลิกหนูใช่มั้ย
ผม: อื้มใช่ ( รีบพูดก่อนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ แถมพูดออกมาแล้ว น้ำตาก็เริ่มคลอเบ้า ตุ้ดชิบหาไม่เจอ )
แม่นาง: อื้ม โอเค ไหนบอกหนูมาซิว่าเหตุผลที่บอกเลิกเพราะอะไร
ผม: ก็อย่างที่แม่นางบอกแหละว่า แม่นางอึดอัด ไม่มีความสุข พี่ว่าพี่คงเป็นแฟนที่ดีไม่ได้ ( ร้องไห้ น้ำตาไหล พูดแบบไม่มองหน้าแม่นาง ) แถมแม่นางก็ยังบอกอีกว่า การกินช้อนเดียวกัน แม่นางไม่ถือ แต่พี่ถือไง แม่นางก็รู้ แต่ก็บอกว่า ยอมรับผิด แปลว่าอม่นางคิดจะไม่แก้ไขเลยใช่มั้ย แถมบอกกลับบ้านดึกก็ยอมรับผิด ไม่แก้ไขใช่มั้ย แม่นางบอกเมื่อก่อนว่า จะไม่เข้าผับอีก เพราะเข็ด ( ช่วงแรกคบแม่นางเข้าผับแล้วดื่มเยอะมาก จนอ้วกแตก เพื่อนแบกสังขารกลับบ้าน โดนแม่บ่น ) แต่ตอนนี้เพื่อนร่วมงานก็ชวน แต่แม่นางไม่ยอมปฏิเสธไปตรงๆ แถมกลับบ้านดึกค้องให้แม่มานอนรอเกิดประตู พี่ว่าไม่โอเคนะ คราวหน้าแม่นางรู้ว่าจะกลับดึก ก็พกกุญแจซะ แม่จะได้ไม่ต้องมานอนรอ พี่ว่า เราเริ่มไม่โอเคแล้วล่ะ
แม่นาง : ทำไมพี่พูดแล้วไม่มองหน้าหนูล่ะ
ผม: เพราะพี่มองหน้าแม่นางแล้วพี่จะร้องไห้หนักกว่าเดิมไง ( คนมันรักนินะ )

สุดท้ายก็เลิกกันครับ แต่แม่ของแม่นางไม่รู้ครับ โดยผมจะบอกเองทีหลัง

ผมก็ทนไม่ไหว ไม่อยากไปเริ่มต้นกับใครใหม่ ถึงแม้แม่นางจะเป็นแบบนี้ แบบที่กลับบ้านดึกไม่ได้ แต่พอได้กลับดึก ก็เอาใหญ่ แถมแม่นางเข้ากับเพื่อนของผมไม่ได้ เคยมีเรื่องเคืองน้องสาว และทะเลาะกับน้าสาวผมมาแล้ว แต่ผมก็ยังคงรักแม่นางอยู่เสมอ โดยผมก็เริ่มง้อแม่นางครั้งที่ 1 ผ่านทางแอปฯ ไลน์ โดยแม่นางก็ให้เหตุผลว่า หนูว่าเราคุยในสถานะนี้แหละดีแล้ว หนูก็ยังคงเป็นห่วงพี่นะ และก็ยังคงรักพี่เสมอ  ผมก็เงิบครับ ว่าทำไมไม่กลับมาคบกัน จนความะยายามไม่สิ้นสุด วันนั้นผมก็ไปง้อแม่นางที่บ้านเลย แม่นางก็ยืนยันด้วยคำพูดเดิม แต่แม่นางยังคงกอดผมอยู่ ผมก็งงว่าทำไมไม่กลับมาคบกันล้ะ แม่นางก็ตอบว่า หนูจะได้ไม่อึดอัดไง พี่จะได้ไม่ต้องห่วงหนู ไม่ค้องมีคนให้หนูต้องทำให้เสียใจ และหนูจะได้ไม่ต้องเสียใจเพราะพี่อีก ผมก็เงิบไปอีก จนผมกลับบ้านก็ของผมไป แล้วตกเย็นก็ตั้งใจมาง้อแม่นางใหม่ แบบมุ้งมิ้งน่ารัก แต่แม่นางก็ ยืนยันคำเดิม โดยผมไม่เคยง้อใครมากขนาดนี้ แม่นางเป็นคนรักคนที่ 2 โดยคนรักคนแรก ผมคบมา 3 ปี ผมโดนสวมเขา เพราะเขาคนนั้นแอบมีชู้ ครั้งแรก ผมจับได้ ด้วยรักจึงยอมอภัย จนก็แอบมีคนที่ 2 แล้วก็ จับได้อีก ก็ยังอภัย จนครั้งที่ 3 ผมจับได้ บอกเลิกทั้งน้ำตา แล้วมาเจอแม่นางคนนี้ แต่แล้วก็เกิดเรื่องแบบนี้ ผมก็กำลังตกอยู่ในสภาวะ ความสัมพันธ์แบบไม่มีชื่อเรียก โดยสถานะนี้ สามารถรักเขา สามสารถห่วงเขา แต่ไม่สามารถ หวงเขา เซ้าซี้เขาได้ ผมควรทำอย่างไร Facepalmอมยิ้ม08อมยิ้ม08 ทั้งนี้ทั้งนั้น ขอขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบและแสดงความคิดเห็นครับ ขอบคุณครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่