[CR] [CR] O o o รีวิว Backpack Trip ญี่ปุ่นโตเกียว-โอซาก้า...ทุกแห่งหนมีมากกว่าคำว่าประทับใจ o o O

หลังจากรีวิวเหล่าเครื่องสำอาง Shopping List ที่ซื้อมาในกระทู้ก่อน คราวนี้ถึงเวลารีวิวทริปแบ็คแพ็คบ้างค่ะ

เราไปเที่ยวญี่ปุ่นเมื่อเดือนเมษายน ช่วงสงกรานต์..บิน TG ในวันที 11 เมษาด้วย TG640 เวลา 22.40 ลงนาริตะ 6.20 วันที่ 12 เมษายนค่ะ
และจองตั๋วบินกลับรอบ 11.45 วันที่ 19 เมษาด้วย TG623 จากสนามโอซาก้า (KIX) บินกลับกรุงเทพค่ะ
มีการเตรียมตัวต่าง ๆ เพื่อให้พร้อมสำหรับทริปที่มั่นใจว่าเดินเป็นหลักค่ะ

การเตรียมตัว

1. ตั๋วเครื่องบิน เราจองผ่านเวบการบินไทย ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนค่ะ

2. ที่พัก จองไว้ 3 ที่
    - นอนโตเกียว 12-15 เมษา 4 คืน ที่ Toyoko Inn Asakusa tsukuba ผ่านทางหน้าเพจของโรงแรมโดยตรงค่ะ
    - นอน Osaka 16-17 เมษา  2 คืน ที่ Ark Hotel Osaka จองผ่านเวบ Booking ค่ะ เราแนะนำที่พักที่นี่นะคะ
    ห้องไม่ใหญ่มาก โรงแรมสวยใหญ่โต บริการดี ติดกับสถานีรถไฟใต้ดิน ห่างจากสถานี Shinsaibashi แค่สถานีเดียว
     เดินทางสะดวกสบาย แต่สถานีรถไฟใต้ดินที่ติดกับโรงแรมนี้ไม่มีบันไดเลื่อนขึ้น สัมภาระอาจจะต้องค่อย ๆ ลำเลียงขึ้น
   - นอนที่ Osaka วันที่ 18 เมษาคืนเดียวพักที่ Bellevue Garden Hotel Kansai International Airport ค่ะ
     เรารีวิวไว้ที่  www.pantip.com/topic/33564688 ค่ะ ที่นี่เราแนะนำเช่นกันค่ะ ห่างจากสนามบินแค่ 2 สถานี เดินทางสะดวกค่ะ

3. ซื้อตั๋ว Sky tree , Disney Sea , ตั๋ว USJ+Express#7 ค่ะ ไปจองที่ศ.สิริกิตติ์บ้าง ไปจองที่ HIS เองบ้าง

4. ในเดือนกุมภาพันธ์ เราจอง Pocket Wifi ของ BS Mobile ล่วงหน้าก่อนเดินทาง 2 เดือน จองแต่เนิ่น ๆ
เพรากลัวว่ายิ่งใกล้สงกรานต์กลัวเครื่องหมด หรือติดต่อพนักงานไม่ได้ค่ะ พอต้นเดือนเมษาเราก็โอนเงินไปเลยค่ะ
ประมาณวันที่ 9-10 เมษาก็ส่งมาที่บ้านค่ะ ครบชุด เพราะว่าเราใช้สิทธิ์ของบัตร Kingpower ด้วยค่ะ

5. ตั้งแต่จองตั๋วเครื่องบินนั้น เราก็พยายามทำแผนการเดินทาง หัดใช้ google Map , google street
หารีวิวดู และนำแผนมาแมชท์กับแผนตัวเองค่ะ

6. แผนกินตามแต่ละแหล่งต้องให้พร้อมค่ะ ที่ไหนมีอะไรอร่อย ใส่ลงในแผนการเดินทางไว้ค่ะ จะได้ผ่านไปลอง
มีที่หนึ่งที่เราให้แฟนโทรไปจองร้านเอาไว้ค่ะ คือที่ ร้าน Kani Doraku ร้านขาปูชื่อดังค่ะ คิดว่าคนคงไปกินกันเยอะ
เลยจองที่นั่งและเวลาเอาไว้ก่อนค่ะ ซึ่งก็ได้ใช้บริการที่ร้านตามเวลาจริงค่ะ ดีใจมาก เพราะคนอื่นมาทีหลัง
รอคิวกันเงกเลยค่ะ ทั้งไทย ทั้งจีน ทั้งญี่ปุ่นค่ะ

7. สมัครประกันเดินทางล่วงหน้าเราใช้บริการของ MSIG ค่ะ

8. ทำแผน wishlist  ลิสต์ของที่อยากได้ อยากซื้อ ดูรีวิวจาก youtube pantip และ FB blogger ต่าง ๆค่ะ
อะไรดี อะไรน่าซื้อมาใช้ อะไรถูก ที่ไหนควรไปซื้อ ก็ลิสต์ให้พร้อมค่ะ พร้อมแนบรูปประกอบด้วยค่ะ จะได้
เก็บไว้ถามพนักงานเผื่อเดินหาเองแล้วหาไม่เจอค่ะ

9. จอง Sugoi Sim Net เอาไว้ 1 อันค่ะ เอาไว้ใส่ในเครื่องอีกเครื่องค่ะ จะได้ไว้ line คุยกันเผื่อต้อง
เดินแยกกัน หรือหลงกัน อันนี้ได้ใช้จริงค่ะ

10. print แผนทั้งหมด และรวบรวมแผนที่จากเวบที่ดาวน์โหลดไว้มาเข้าแฟ้มไว้ด้วยกัน

11. ซื้ออุปกรณ์การเดินทางที่จำเป็น เสื้อกันหนาว (ได้ยินว่าช่วงที่ไปนั้นยังเย็น ๆ ลมแรงอยู่ค่ะ)
ถุงมือ ถุงเท้า หมวกเก๋ ๆ สักใบ 2 ใบค่ะ กางเกงยีนส์พอดีตัวเพื่อความทะมัดทะแมงค่ะ

12. ต้นเดือนเมษา เรา confirm การโอนเงินกับทาง Agoda เพื่อให้ตัดเงินออกจากบัตรเครดิตให้เรียบร้อยค่ะ

13. ล่วงหน้าแลกเงิน 2-3 อาทิตย์ก่อนเดินทางค่ะ จริง ๆ เราแลกไว้สิ้นปีรอบนึงแล้วค่ะ
มาแลกอีกรอบนึงก่อนเดินทางค่ะ วันไปแลกนี่คนเต็มเลยค่ะ เงินเยนเหลือแต่แบงก์หมื่นค่ะ

14. เริ่มจัดกระเป๋า เสื้อผ้าแพ็คถุงสุญญากาศให้แบนเรียบที่สุดค่ะ เครื่องสำอาง ครีมต่าง ๆ
ยอมไม่ได้จริง ๆ ไปเที่ยวแล้วหน้าโทรม 555+ รวมทั้งปลั๊กไฟรางยาว ที่ชาร์จให้พร้อม

15. ชาร์จกล้อง เคลียร์ SD Card ให้พร้อมมีพื้นที่พอสำหรับการถ่ายรูปค่ะ
สำหรับใครที่ใช้มือถือเป็นหลัก เช็คเครื่อง error ไว้ให้ดีนะคะ เพราะก่อนเดินทาง
ไม่กี่วัน Samsung เราเสียค่ะ ซ่อมเท่าไหร่ก็ไม่หายค่ะ รวนสุด ๆ ค่ะ ในที่สุด
ตัดสินใจว่าซื้อเครื่องใหม่เลยค่ะ

16. ลงแอพพลิเคชั่นที่ช่วยในการเดินทาง สายรถไฟ เวลารถไฟในมือถือค่ะ ช่วยให้การ
เดินทางกะเวลาง่ายขึ้นค่ะ จะได้ทราบว่าขึ้นรถไฟสายไหนไปจุดหมายใดค่ะ ซึ่งได้ใช้จริงค่ะ มันเวิร์คด้วยค่ะ
เราแนะนำค่ะ

17. เช็คสภาพอากาศค่ะ เราเช็คสภาพอากาศล่วงหน้ามาประมาณ 2 อาทิตย์ ก่อนเดินทางทุกคืนเราเช็ค
ทุกวันค่ะ ให้แน่ใจว่าจะไปเจอกับสภาพอากาศแบบไหนค่ะ ซึ่งเราเจอฝนที่โตเกียว 2 วันค่ะ (T__T)

18. รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ใครมีโรคประจำตัวก็เตรียมยาไปให้พร้อม ยาโรคประจำตัว
ยาแก้ไข้ ยาสามัญประจำบ้าน ยาแก้ท้องเสีย สำหรับเราที่พิเศษคือ เราเตรียมแผ่นแปะเสือไว้สำหรับแปะหลัง
แปะขาค่ะ เตรียมไปเยอะมาก เพราะคิดว่าเดินเยอะคงปวดเนื้อตัว หลัง ขา จะได้ใช้ได้ ไม่ต้องไปหาซื้อข้างหน้า
เราเตรียมไปประมาณ 20 กว่าแผ่นค่ะ ทั้งแบบร้อนแบบเย็น ได้ใช้จริงด้วย
เคาน์เตอร์เพนเราก็เตรียมไปค่ะ แต่เราไปซื้อเพิ่มที่สุวรรณภูมินะคะ ทั้งเสือ ทั้งเคาน์เตอร์เพนเลย เพราะคิดว่าไม่พอแหงๆ
ยาแก้โรคกะเพาะ เราเป็นโรคกะเพาะบ่อยก็เอาไปเผื่อไว้ค่ะ

19. ดูแลสุขภาพ ออกกำลังกายตามความเหมาะสม เพื่อให้ร่างกายทนสภาพการเดินทางไกลได้หนักขึ้นค่ะ
เพราะแผนเราเดินเที่ยวซะเยอะเลยค่ะ ^^ นอกจากนี้เราก็กินวิตามินที่จำเป็นให้พร้อมไว้ก่อนแล้ว รวมทั้งเอา
วิตามินเตรียมไปกินด้วยค่ะ

20.  สำหรับผู้หญิงนะคะ คงไม่มีใครอยากไปมีประจำเดือนที่ญีปุ่่นหรอกนะคะ หรือเกิดปวดท้องขึ้นมาก็ลำบากอีก
หาห้องน้ำเปลี่ยนผ้าอนามัยก็วุ่นวายอีก พกผ้าอนามัยไปเปลืองที่อีกใช่ไหมคะ ใครเพิ่งมีเพิ่งหมดก็สบายตัวไป
แต่ใครนับวันแล้วเสี่ยง ๆ นี่ เรามีวิธี 2 วิธีค่ะ ใช้ประจำเวลามีทริปค่ะ
      - กินยาเลื่อนล่วงหน้า 2 อาทิตย์ก่อนเดินทาง ต่อเนื่อง 3-4 วัน แล้วถัดมาอีก 2 วัน ประจำเดือนจะมา
กว่าจะหมดก็หมดก่อนเดินทาง 4-5 วัน แค่นี้ก็สบายตัวค่ะ ไม่ต้องพกยาไปกินระหว่างเดินทางด้วยค่ะ
เพราะอาจจะเสี่ยงลืมได้ง่าย ๆ
      - กินยาระหว่างทริป วิธีนี้ก็ไม่ต้องกินก่อนล่วงหน้ามากนัก แต่สิ่งหนึ่งคือ อาจจะลืมกินในช่วงทริปที่เที่ยวสนุก ๆ ก็ได้ค่ะ
เรามักใช้วิธีแรกค่ะ แต่ทริปคราวนี้พอดีประจำเดือนมาก่อน แล้วก็หมดไปก่อนราวครึ่งเดือนค่ะ

21. หนึ่งคืนก่อนเดินทางเราก็ทำ Web check in เพราะเครื่องที่เราบินเราบิน A380 ค่ะ
คนคงรอเช็คอินเยอะมาก เราเลยทำเว็บเช็คไว้ก่อน จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปรอคิวเช็คที่หน้าเคาน์เตอร์ค่ะ

+แผนเดินทางค่ะ+



+Wishlist+


+BS-Mobile ครบชุดค่ะ จัดเต็มมาก+


+Internet check in เรียบร้อย+


+เบอร์โทรร้าน Knai Doraku ให้แฟนโทรไปจองไว้ค่ะ+


+Passport และตั๋วเครื่องบินค่ะ ที่นั่งติด Galley+


+สัมภาระเตรียมพร้อมมาก+


+ล้อลากหมีบราวน์ก็พร้อมค่ะ เจ้านี่ช่วยพวกเราในการเดินทางได้เยอะ เพราะบางทีของ
หนักเราก็โยนไปเก็บในหมีนี่ละค่ะ เข็นลากไปเรื่อย+


+เซลฟี่ก่อนบินนิดหนึ่ง เห็นกระจกไม่ได้เลย+


Suvannabhumi Airport , Duty free และ King Power Lounge
บรรยากาศช่วงสงกรานต์คนเดินทางกันเยอะ ดิวตี้ฟรีก็คนเยอะค่ะ ได้แวะซื้อของนิดหน่อย
ระหว่างเดินช็อปปิ้ง ให้แฟนไปนั่งเล่นที่ Kasikorn Lounge ค่ะ แฟนมาบอกว่าของกินเพียบ อิจฉา
เราไม่มีบัตร Platinum อ่ะ
ต่อจากนั้นเดินไป Kingpower Lounge ต่อค่ะ เคยเดินทางเมื่อปีก่อนไปฮ่องกง
คนในเลาจน์ไม่แน่นขนาดนี้ วันนี้คนเยอะเชียว แน่นทุกที่นั่ง อาหารช่วงเย็นไม่น่ากินเท่าช่วงเช้า
ที่เคยมากิน ตอนนั้นเป็นโจ๊กรอ้น ๆ เราชอบอะ แต่เอาน่ะ ของฟรีนี่นาาาา




























TG640 A380 ทุกคนจุดมุ่งหมายเดียวกันที่ Tokyo Narita Airport

เครื่องเต็มแบบที่คาดไว้ค่ะ และออกได้ตามเวลาค่ะ ไม่มีปัญหา อากาศปลอดโปร่งเลย







คิดว่าจะเป็นครัวซองต์ซะอีก เป็นแซนด์วิชแฮมชีสเย็น ๆ ค่ะ เราชอบครัวซองมากกว่านะ



ดูหนัง นอนหลับ พักผ่อน ที่จริงก็ไม่ค่อยหลับค่ะ เพราะไม่ชินกับการเดินทางบนเครื่องค่ะ
แต่แฟนเรางี๊หลับสนิท อิจฉามากค่ะ Y__Y
ตื่นมามีอาหารให้เลือก 2 อย่าง เรางี๊จ้องชุดเมนูไข่ห่อข้าวไว้เลยค่ะ อยุ่หน้า Galley ด้วย
แต่พอแอร์มาเสิร์ฟ เหลือแค่นี้อย่างเดียว เสียใจอีกแล้ว เสียใจหนักมาก ชอบกินไข่ห่อข้าวอะ



ได้เวลาเขียนใบตม.ค่ะ เราไปหาต้นแบบการเขียนมาด้วย เลยเขียนได้ไวมาก
อย่างกับหัดเขียนมาจากบ้านเลย อิอิ



มองหาฟูจิ ไม่เจอเลย หมอกเยอะไปรึเปล่า



เห็นแต่โตเกียวสินะ ไม่เจอพี่ฟูจิเลย



ลำนี้แหล่ะที่ส่งเรามาอย่างปลอดภัย



ซื้อตั๋วรถไฟ Keisei ได้ ซื้อ Suica ได้ก็เปิด Pocket Wifi เลยค่ะ ของเค้าดีจริงค่ะ เจอปั๊บเลย




ปล. โพสภาพเรื่อย ๆ นะคะ ภาพอาจจะไม่สวยไรมากนะคะ พยายามอัพเรื่อย ๆ นะคะ
ชื่อสินค้า:   เที่ยวโตเกียว อาหารญี่ปุ่น โรงแรม ญี่ปุ่น การบินไทย โอซาก้า USJ
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่