Ep. นี้ ออกอากาศวันที่ 29 กันยายน 2011 แล้วก็มีเอ่อ..เค้าเรียกว่าอะไรอ่ะ Opening credit ที่เป็นเสียงพูดของฟินช์แล้ว
มีการสลับระหว่างภารกิจช่วยเหลือ POI ในปัจจุบัน กับการแฟลชแบ็คไปยัง Origin ของแมชชีน
ขออนุญาตเอาส่วนแมชชีนมารวมกันทีเดียวและไม่เล่าตามลำดับเหตุการณ์จริงในเรื่องนะคะ จะได้ไม่งง
รีสไปปฏิบัติภารกิจช่วยผู้ชายคนหนึ่ง หลังจากนั้นรีสก็โทรไปรายงานผลกับฟินช์
พร้อมกับแอบสะกดรอยตามฟินช์ไปด้วย แต่ก็คลาดกัน แต่สุดท้ายรีสก็ตามจนเจอ อิอิ
แมชชีนให้หมายเลข POI ประจำ Ep. นี้มา แต่ดันเป็นชื่อของคนที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน
จากเหตุการณ์ฆาตรกรรมยกครอบครัว อย่าง เทเรซ่า วิทเทคเกอร์
(ชื่อ Ghosts น่าจะหมายถึง POI แต่มี S แปลว่ามีมากกว่า 1 อีก Ghost นึงหมายถึงใครหว่า???)
ฟินช์เชื่อว่าการที่แมชชีนให้หมายเลขเทเรซ่ามา แปลว่าเธอยังมีชีวิตอยู่และตกอยู่ในอันตราย
รีสเลยให้ฟัสโก้ดึงแฟ้มคดีนี้มาให้ และช่วยกันสืบกับฟินช์ โดยฟินช์ไปคุยกับป้าสะใภ้ของเทเรซ่า
ส่วนรีสไปตามสืบจากมือปืนในตอนนั้น จนตามไปจนเจอตัวเทเรซ่าและพามาซ่อนตัวไว้โดยให้ฟินช์มาอยู่เป็นเพื่อน
จนในที่สุดรีสก็ได้รู้ว่า
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เหตุฆาตรกรรมเมื่อ 2 ปีที่แล้วเป็นการจัดฉาก
และโยนความผิดให้ แกรนท์ วิทเทคเกอร์ผู้เป็นพ่อและหัวหน้าครอบครัว
ผู้ร้ายตัวจริงคือ จิมมี่ คาลฮู เจ้าของบริษัทแลนเดล เรื่องผลประโยชน์จากที่ดินที่ลงทุนร่วมกัน

ที่ต้องฆ่าทั้งครอบครัว ก็เพื่อให้ที่ดินผืนนั้นกลายเป็นมรดกตกทอดไปถึงเดเร็ค ลุงของเทเรซ่า
และให้เดเร็คไปเซ็นมอบอำนาจให้คาลฮูเป็นผู้จัดการมรดกในส่วนที่ดินแปลงนั้นอีกที
ฉากแนะนำ ==> ฉากที่รีสไปทักทายคาลฮู
แต่เพราะการฆ่าเด็กถือเป็นการกระทำที่ไม่มีเกียรติ มือปืนตอนนั้นเลยปล่อยให้เทเรซ่าหนีไป
แต่ตอนนี้ รัฐบาลกำจัดน้ำมันเรียบร้อย ราคาที่ดินผืนนั้นเลยพุ่งขึ้นอีกหลายสิบเท่าตัว
บวกกับได้รู้ว่าเทเรซ่ายังไม่ตาย คาลฮูเลยส่งคนมาฆ่าเธออีกรอบ
มือปืนรอบนี้ถือว่าเป็นมืออาชีพเลยทีเดียว ทั้งใส่เสื้อเกราะ ทั้งดักฟังโทรศัพท์และแกะรอยได้
แต่สุดท้ายแล้ว
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้รีสก็ตามไปช่วยไว้ได้ทั้งเทเรซ่าและฟินช์ และหลอกให้นักสืบคาร์เตอร์มารับตัว
จนในที่สุดเทเรซ่าก็ได้เจอกับป้าสะใภ้ที่รักเธอเหมือนลูกหลานแท้ๆ
แฟลชแบ็คกลับไปถึงตอนสร้างแมชชีนใหม่ๆ ฟินช์อธิบายให้ “เนธาน อิงแกรม” ฟัง
ถึงความคืบหน้าการสร้างแมชชีน การ access ข้อมูลจาก NSA รวมถึงการสอนฟังค์ชั่นการจดจำใบหน้า
การใช้โทรศัพท์ต่างๆ และกำลังจะเริ่มฟังค์ชั่นต่อไปคือการจัดหมวดหมู่แยกแยะผู้ก่อการร้าย
ต่อมา เนธานพบว่า แมชชีน ไม่ได้ตรวจเจอแค่การก่อการร้าย (ในที่นี้เรียกว่า Relevant)
แต่ยังสามารถเตือนภัยคุกคามต่อบุคคลธรรมดาทั่วไปได้ด้วย จึงมีการโต้เถียงกันเล็กน้อย
เพราะฟินช์ยืนยันที่จะเพิกเฉยต่อรายชื่อที่ไม่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย (ในที่นี้เรียกว่า Irrelevant)
ในขณะที่เนธานไม่เห็นด้วย ฟินช์จึงบอกว่าได้เขียนคำสั่งให้ แมชชีน ทำการลบรายชื่อ Irrelevant ออกทุกๆเที่ยงคืนของทุกวัน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เพราะไม่ได้สร้างแมชชีนมาเพื่อช่วยใครคนใดคนหนึ่ง แต่สร้างมาเพื่อช่วยคนทุกคน
ย้อนหลัง Person Of Interest S.1 Ep.2 : Ghosts (Spoil)
มีการสลับระหว่างภารกิจช่วยเหลือ POI ในปัจจุบัน กับการแฟลชแบ็คไปยัง Origin ของแมชชีน
ขออนุญาตเอาส่วนแมชชีนมารวมกันทีเดียวและไม่เล่าตามลำดับเหตุการณ์จริงในเรื่องนะคะ จะได้ไม่งง
รีสไปปฏิบัติภารกิจช่วยผู้ชายคนหนึ่ง หลังจากนั้นรีสก็โทรไปรายงานผลกับฟินช์
พร้อมกับแอบสะกดรอยตามฟินช์ไปด้วย แต่ก็คลาดกัน แต่สุดท้ายรีสก็ตามจนเจอ อิอิ
แมชชีนให้หมายเลข POI ประจำ Ep. นี้มา แต่ดันเป็นชื่อของคนที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน
จากเหตุการณ์ฆาตรกรรมยกครอบครัว อย่าง เทเรซ่า วิทเทคเกอร์
(ชื่อ Ghosts น่าจะหมายถึง POI แต่มี S แปลว่ามีมากกว่า 1 อีก Ghost นึงหมายถึงใครหว่า???)
ฟินช์เชื่อว่าการที่แมชชีนให้หมายเลขเทเรซ่ามา แปลว่าเธอยังมีชีวิตอยู่และตกอยู่ในอันตราย
รีสเลยให้ฟัสโก้ดึงแฟ้มคดีนี้มาให้ และช่วยกันสืบกับฟินช์ โดยฟินช์ไปคุยกับป้าสะใภ้ของเทเรซ่า
ส่วนรีสไปตามสืบจากมือปืนในตอนนั้น จนตามไปจนเจอตัวเทเรซ่าและพามาซ่อนตัวไว้โดยให้ฟินช์มาอยู่เป็นเพื่อน
จนในที่สุดรีสก็ได้รู้ว่า [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ฉากแนะนำ ==> ฉากที่รีสไปทักทายคาลฮู
แต่เพราะการฆ่าเด็กถือเป็นการกระทำที่ไม่มีเกียรติ มือปืนตอนนั้นเลยปล่อยให้เทเรซ่าหนีไป
แต่ตอนนี้ รัฐบาลกำจัดน้ำมันเรียบร้อย ราคาที่ดินผืนนั้นเลยพุ่งขึ้นอีกหลายสิบเท่าตัว
บวกกับได้รู้ว่าเทเรซ่ายังไม่ตาย คาลฮูเลยส่งคนมาฆ่าเธออีกรอบ
มือปืนรอบนี้ถือว่าเป็นมืออาชีพเลยทีเดียว ทั้งใส่เสื้อเกราะ ทั้งดักฟังโทรศัพท์และแกะรอยได้
แต่สุดท้ายแล้ว
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แฟลชแบ็คกลับไปถึงตอนสร้างแมชชีนใหม่ๆ ฟินช์อธิบายให้ “เนธาน อิงแกรม” ฟัง
ถึงความคืบหน้าการสร้างแมชชีน การ access ข้อมูลจาก NSA รวมถึงการสอนฟังค์ชั่นการจดจำใบหน้า
การใช้โทรศัพท์ต่างๆ และกำลังจะเริ่มฟังค์ชั่นต่อไปคือการจัดหมวดหมู่แยกแยะผู้ก่อการร้าย
ต่อมา เนธานพบว่า แมชชีน ไม่ได้ตรวจเจอแค่การก่อการร้าย (ในที่นี้เรียกว่า Relevant)
แต่ยังสามารถเตือนภัยคุกคามต่อบุคคลธรรมดาทั่วไปได้ด้วย จึงมีการโต้เถียงกันเล็กน้อย
เพราะฟินช์ยืนยันที่จะเพิกเฉยต่อรายชื่อที่ไม่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย (ในที่นี้เรียกว่า Irrelevant)
ในขณะที่เนธานไม่เห็นด้วย ฟินช์จึงบอกว่าได้เขียนคำสั่งให้ แมชชีน ทำการลบรายชื่อ Irrelevant ออกทุกๆเที่ยงคืนของทุกวัน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เพราะไม่ได้สร้างแมชชีนมาเพื่อช่วยใครคนใดคนหนึ่ง แต่สร้างมาเพื่อช่วยคนทุกคน