เจ้าของกระทู้ต้องขอเกริ่นก่อนนะคะว่า ตัวเจ้าของนั้นเห็นข้อดีมากมาย ของการมีคู่และ การเป็นโสดค่ะ ซึ่งมีทั้งข้อดีแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่ที่เราเลือกที่จะมองแบบไหนกันค่ะ ข้อดีของการมีคู่นั้น ทุกคนที่มีคู่คงทราบกันดีอยู่แล้วนะคะว่าคืออะไร แต่ถ้าคนมีคู่อยากแชร์ว่าตนได้เจออะไรที่ดีๆ กับการมีคู่เป็นพิเศษก็เล่าแลกเปลี่ยนให้คนโสดกันฟังได้นะคะ ยินดีค่ะ เพราะเป็นสิ่งดีๆ ที่เราก็อยากฟินกันไปด้วยค่ะ
แต่สำหรับความโสดเรามองว่าถ้าลองทำความเข้าใจและทำแบบอยู่นี้มันทำให้เรามีทัศนคติที่ดีต่อการใช้ชีวิตแบบสาวโสดอย่างมีความสุขนะคะ
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเรายอมรับเลยว่าเป็นคนไม่ได้ตั้งสเป็คไว้สูง แต่เป็นคนที่ถ้าไม่ตรงใจหรือรู้สึกไม่ใช่ยังไงเราก็ไม่เปิดใจเลย (อาจไม่ดีตรงที่ทำให้เราอาจพลาดโอกาสได้เรียนรู้กับคนนั้นๆ ซึ่งอาจเป็นคนที่ดีต่อเราก็ได้ แต่เราก้ไม่อาจฝืนใจตัวเองได้จริงๆ และไม่อยากให้ความหวังกับใครทั้งสิ้น) ทำให้ชีวิตที่ผ่านมาถามว่ามีคนเข้ามาไหม มีเข้ามาแต่แล้วก็ผ่านไป ผ่านในทีนี้คือเค้าจีบ แต่เราไม่เปิดรับก็หยุด เป็นเพื่อนกันต่อไป หรือคนที่ไม่ได้รู้จักก็จะเฟดตัวเองออกไปเลย ชีวิตทำงานก็สภาพแวดล้อมไปด้วยผู้หญิงทั้งนั้น หรือพอจะเห็นว่าคนนี้โอเคน่ารักดีสำหรับเรา ก็มีแฟนกันไปหมดแล้ว ก็ได้แต่โอเคมีแฟนแล้ว จบปิ๊ง บวกกับตัวเราชินและรักการเป็นอิสระด้วยแหละค่ะทำให้เราอยู่กับความโสดได้
ทีนี้พอเราโสดมาเรื่อยๆ ทำให้ผ่านความรู้สึกมามากมาย เหงา เคยเหงามากๆ ทุกคนคงเข้าใจสภาพนี้กันอยู่แล้วนะคะว่าเป็นยังไง

แต่พอเราโตมาเรื่อยๆ ใช้ความเข้าใจเรื่อยๆ มองตัวเอง มองโลกของคนอื่น และการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้เรามีความคิดที่ว่า ถ้าเปรียบความเหงาว่าเป็นอะไร เราเปรียบว่า ความเหงานั้นก็เหมือนกับลม ลมที่พัดมากระทบเรา อาจจะลมแรงบ้าง ลมเอื่อยๆ ลมเย็นบ้างก็ว่ากันไป แต่ถามว่าเมื่อโดนพัดแล้วก็มันก็ผ่านไป ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็เปรียบได้กับความเหงา ความเหงาคือความความรู้สึก คืออารมณ์ ซึ่งเป็นธรรมดาและธรรมชาติของคนที่อารมณ์นี้เป็นธรรมดาที่จะต้องมีหวนขึ้นมาให้เรารู้สึก เราก็เลยคิดว่าก็ปล่อยให้เป็นตามธรรมชาติคือ รู้จักตัวเอง รับรู้ว่าเหงานะ ไม่ฝืน เข้าใจกับความเหงาว่ามันเป็นความรู้สึกตอนนี้นะ เดี๋ยวอีกสักพักก็หายไป เพราะเราจะมีเรื่องอื่นเข้ามาให้คิดแทนละ
การจะไปไหนทำอะไรที่ต้องไปคนเดียว ในกรณีที่เราไม่ได้ไปกับเพื่อน เรากับรู้สึกสบายใจอีกแบบนะคะ เราทำอะไรได้บ้างน่ะเหรอคะ อยากไปไหนก็ได้ โดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง จะอยากทำอะไรก็ได้ตามใจเรา (โดยไม่เดือดร้อนถึงคนอื่นนะคะ

) อยากจะช็อปปิ้ง อยากใช้เวลาในการนั่งอ่านหนังสือ พร้อมกับดื่มเครื่องดื่มค่อยๆละเลียดเรื่อยๆ (เราชอบการได้นั่งและอ่านหนังสือ บวกกับกินขนมหวาน ก็ฟินแล้วค่ะ กิจกรรมโปรดเลยคือออกมาเที่ยวสถานที่โปร่งๆ มีร้านให้นั่ง) มีเวลาอยู่กับครอบครัวได้เต็มที่ แต่อีกหนึ่งอย่างที่เป็นสิ่งที่อยากทำมากๆที่สุดแต่ยังไม่ได้ทำเลยคือ การเที่ยวคนเดียว (หมายถึงออกต่างจังหวัดนะคะ ซึ่งที่ผ่านมาจะเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนๆ ค่ะ) จริงๆมีอีกหลายอย่างหลายกิจกรรมเลยค่ะที่คนโสดสามารถจะทำก็ได้ให้เราได้มีความสุข หากเจอปัญหาเราก็ยังมีเพื่อนที่ดี มีพ่อแม่ครอบครัวที่หันไปเราก็เจอค่ะ ยอมรับนะคะชอบกับประโยคนึงมากๆเลยค่ะ ของคุณหนูดี วนิสา เรซ คือประโยคประมาณที่ว่า ถ้าจะมีแฟนนั้นต้องมีแล้วดีกว่าการอยู่คนเดียว คำๆนี้แหละค่ะที่ฟังแล้วใช่เลยสำหรับตัวเรานะคะ ตรงจริตกับสิ่งที่เราทำอยู่ค่ะ ถ้ามีแล้วทำให้เราทุกข์มากกว่า หรือถ้าเรายังไม่เจอคนที่ใช่ การอยู่คนเดียวก็ขออยู่เป็นโสดแบบนี้ก็สบายใจดี คิดบวกเข้าไว้ การมีแฟนข้อดีใช่ค่ะคือการได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันถ้าเจอคนที่เข้าใจ และมีความสุขผ่านปัญหากันไปได้ และประคองชีวิตให้มีแต่เรื่องดีๆเกิดขึ้น เราก็ยินดีด้วยมากๆ ค่ะ หรือพอเราโสดแล้วจะคิดอคติ อิจฉา ไม่เลยค่ะ กับรู้สึกยินดีด้วยๆมาก ที่คนมีคู่แล้วมีความสุข แต่ที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้นเพื่อแค่อยากแชร์มุมมองเราที่ว่าเราโสด เราสามารถใช้ชีวิตให้มีความสุขกับการอยู่คนเดียวได้คิดยังไง ทำให้ไม่ยึดติดกับคำว่าเหงา โดยใช้ความเข้าใจให้ตัวเองยอมรับว่าเราโสดนะ และใช้ชีวิตโสดยังไงให้ได้มีความสุข ไม่อยากให้ไปติดกับท่ามกลางทุกข์ที่ตัวเองเหงา แล้วมันทุกข์กับตัวเอง
หากใครมีมุมมองอะไรดีๆ มาเล่า มาแชร์ แบ่งปันกันอ่านได้นะคะ ชอบที่จะอ่านหลายๆ แนวคิดค่ะ
ปล. นี่เป็นกระทู้แรกเลยนะคะ ที่ตั้ง ติดตามอ่านพันทิพมานานแต่เพิ่งสมัครสมาชิกและตั้งกระทู้เลย หากเขียนหรือเรียงประโยคไม่ดียังไง หรือแท็กกระทู้ไม่ตรงห้องยังไง ขออภัยมาด้วยนะคะ


ว่ากันด้วยเรื่องข้อดีของการโสด
แต่สำหรับความโสดเรามองว่าถ้าลองทำความเข้าใจและทำแบบอยู่นี้มันทำให้เรามีทัศนคติที่ดีต่อการใช้ชีวิตแบบสาวโสดอย่างมีความสุขนะคะ
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเรายอมรับเลยว่าเป็นคนไม่ได้ตั้งสเป็คไว้สูง แต่เป็นคนที่ถ้าไม่ตรงใจหรือรู้สึกไม่ใช่ยังไงเราก็ไม่เปิดใจเลย (อาจไม่ดีตรงที่ทำให้เราอาจพลาดโอกาสได้เรียนรู้กับคนนั้นๆ ซึ่งอาจเป็นคนที่ดีต่อเราก็ได้ แต่เราก้ไม่อาจฝืนใจตัวเองได้จริงๆ และไม่อยากให้ความหวังกับใครทั้งสิ้น) ทำให้ชีวิตที่ผ่านมาถามว่ามีคนเข้ามาไหม มีเข้ามาแต่แล้วก็ผ่านไป ผ่านในทีนี้คือเค้าจีบ แต่เราไม่เปิดรับก็หยุด เป็นเพื่อนกันต่อไป หรือคนที่ไม่ได้รู้จักก็จะเฟดตัวเองออกไปเลย ชีวิตทำงานก็สภาพแวดล้อมไปด้วยผู้หญิงทั้งนั้น หรือพอจะเห็นว่าคนนี้โอเคน่ารักดีสำหรับเรา ก็มีแฟนกันไปหมดแล้ว ก็ได้แต่โอเคมีแฟนแล้ว จบปิ๊ง บวกกับตัวเราชินและรักการเป็นอิสระด้วยแหละค่ะทำให้เราอยู่กับความโสดได้
ทีนี้พอเราโสดมาเรื่อยๆ ทำให้ผ่านความรู้สึกมามากมาย เหงา เคยเหงามากๆ ทุกคนคงเข้าใจสภาพนี้กันอยู่แล้วนะคะว่าเป็นยังไง
แต่พอเราโตมาเรื่อยๆ ใช้ความเข้าใจเรื่อยๆ มองตัวเอง มองโลกของคนอื่น และการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้เรามีความคิดที่ว่า ถ้าเปรียบความเหงาว่าเป็นอะไร เราเปรียบว่า ความเหงานั้นก็เหมือนกับลม ลมที่พัดมากระทบเรา อาจจะลมแรงบ้าง ลมเอื่อยๆ ลมเย็นบ้างก็ว่ากันไป แต่ถามว่าเมื่อโดนพัดแล้วก็มันก็ผ่านไป ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็เปรียบได้กับความเหงา ความเหงาคือความความรู้สึก คืออารมณ์ ซึ่งเป็นธรรมดาและธรรมชาติของคนที่อารมณ์นี้เป็นธรรมดาที่จะต้องมีหวนขึ้นมาให้เรารู้สึก เราก็เลยคิดว่าก็ปล่อยให้เป็นตามธรรมชาติคือ รู้จักตัวเอง รับรู้ว่าเหงานะ ไม่ฝืน เข้าใจกับความเหงาว่ามันเป็นความรู้สึกตอนนี้นะ เดี๋ยวอีกสักพักก็หายไป เพราะเราจะมีเรื่องอื่นเข้ามาให้คิดแทนละ
การจะไปไหนทำอะไรที่ต้องไปคนเดียว ในกรณีที่เราไม่ได้ไปกับเพื่อน เรากับรู้สึกสบายใจอีกแบบนะคะ เราทำอะไรได้บ้างน่ะเหรอคะ อยากไปไหนก็ได้ โดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง จะอยากทำอะไรก็ได้ตามใจเรา (โดยไม่เดือดร้อนถึงคนอื่นนะคะ
หากใครมีมุมมองอะไรดีๆ มาเล่า มาแชร์ แบ่งปันกันอ่านได้นะคะ ชอบที่จะอ่านหลายๆ แนวคิดค่ะ
ปล. นี่เป็นกระทู้แรกเลยนะคะ ที่ตั้ง ติดตามอ่านพันทิพมานานแต่เพิ่งสมัครสมาชิกและตั้งกระทู้เลย หากเขียนหรือเรียงประโยคไม่ดียังไง หรือแท็กกระทู้ไม่ตรงห้องยังไง ขออภัยมาด้วยนะคะ