คุณมีวัยเด็กที่อินดี้แบบนี้มั้ย...

สวัสดีค่ะเพื่อนๆที่หลงผิดเข้ามาอ่านกระทู้นี้ ^^  ก่อนอื่นขอแนะนำตัวเองก่อนนะคะ  เราอายุ 30 ปี โสด ไม่มีงาน ไม่มีบ้าน ไม่มีรถ งานอดิเรกคือ เล่นเกมส์ ดูหนัง เลี้ยงแมว 11 หมา 2 และเที่ยวไปวันๆ  ตื่นนอน 11 โมง เข้านอน ตี 1  ชีวิตเราวนเวียนอยู่แค่นี้ (นี่แหละถึงโสด) ส่วนสาเหตุที่เราไม่ทำงาน เพราะที่บ้านอยากให้เฝ้าบ้านค่ะ พ่อให้ช่วยดูแลบ่อตกปลาให้ ส่วนพ่อ ให้ลูกเฝ้าบ้านเฝ้าบ่อ และพ่อก็พาหมาออกไปเที่ยวค่ะ T T  ไม่อยากเรียกว่ามันเป็นงาน เพราะเราไม่ไดทำอะไรเลย นอนจากนอนเล่น และเฝ้า แค่คอยดูและคิดตังลูกค้าแค่นั้นเอง  และเราไม่มีความอยากมี อยากได้ หรืออยากเป็น รถ บ้าน และการใช้ชีวิตหรูหราจึงไม่ใช่สิ่งจำเป็น...คิดว่าพอจะรู้จักเราคร่าวๆแล้ว  เข้าเรื่องเลยเนอะ ^^
   เมื่อวานเราเก็บทำความสะอาดห้องที่บ้านเก่าค่ะ แล้วเจอสมุดพกตั้งแต่สมัยอนุบาล  มันทำให้อดีดผุดขึ้นมาในหัวมากมาย จนเรารู้สึกว่า บางเรื่อง  ในตอนนั้น เราทำเข้าไปได้ยังไง  และอยากรู้ว่าคนอื่นจะรุ้สึกอย่างไรกับการกระทำแบบนั้นนะ....นั่นละค่าา ที่มาของกระทู้

   อนุบาล 3...จริงๆค่ะ  อิป้าวัย 30 ยังมีความทรงจำเกี่ยวกับอนุบาล 3 ได้อยู่ค่ะ  ไม่ได้มโน..... เราถูกเพื่อนในห้องปล้ำและขโมยจูบแรก ในช่วงเวลาปูที่นอนกลางวัน !! หุหุ เราจำได้กระทั่งว่า เด็กคนนั้นชื่อไปรท์ เด็กหนุ่มผิวเข้ม ตัวเล็กๆ ความทรงจำมันผุดมาแค่นี้ เพราะงั้น ไปรื้อฟื้นเรื่องอื่นกันต่อเลย...

   อายุ9. มโนว่าตัวเองเป็นผู้มีญาณทิพย์ สนุกกับการทำให้เพื่อนกลัวว่ามีผีอยู่ทุกที่ที่เราไป  กองปุ๋ยที่ รร มีก้อนขาวๆ ก็บอกว่าเป็นกระดูกคนตาย (ดินละเอียดสีดำๆ มีก้อนขาวๆ เล็กแค่ปลายนิ้ว ผุๆเหมือนซากปะการัง ทุกวันนี้เราก็ไม่รู้มันคืออะไร แค่เรามโนว่ามันเป็นกระดูก...เกรียนมั้ย) เพื่อนๆก็เชื่อเป็นตุเป็นตะ พากันยกมือไหว้สลอน

  อายุ10. อันนี้แนะนำว่าอย่าทำตามค่ะ เป็นเรื่องที่แย่มากๆ  เราขโมยของ ในห้องวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนค่ะ  กระดานบันไดงูวิทยาศาสตร์ หมุดกระดาน แม่เหล็กรูปทรงต่างๆ และอีกมากมาย  แถมเอาไปให้แม่ พร้อมกับโกหกคำโตว่า "เจอมา"  ซึ่งแม่ก็หวังดี เอาไปให้ทางโรงเรียนแล้วบอกว่าลูกเจอมา จนเรื่องแดงขึ้นและถูกจับได้ โดนตีไปเยอะเลย T T....เรื่องฮาๆก็พอมีบ้าง  คือ ตอนนั้นอยู่กับแม่กับพ่อเลี้ยงเราไม่สบายเลยหยุดเรียน แล้วทั่งคู่ไปงานศพ  ส่วนพี่สาวก็ยังไม่กลับจากเรียน ตอนนั้นแม่เปิดร้านอาหารตามสั่งแถวม.เกษตร คือมีอาหารสดเต็มตู้เย็น แม่ทำอาหารไว้ให้ก่อนจะไปวัดกับพ่อเลี้ยง แต่แม่ทำผัดผัก ซึ่งเราไม่ชอบ เพราะแม่ใส่กระเทียมเยอะมาก แล้วคือจะทอดไข่ แต่ไข่หมดไง  เราหิว ไม่รู้จะกินอะไร  อาหารของเราวันนั้นคือ....ปลาทอง 2 ตัว ปิ้งเกรียม คลุกน้ำปลา ผลคือ เราโดนแม่ตีที่เปิดเตาแก็สและโดนพี่สาวโกรธเป็นเดือนที่เอาปลาของนางมากิน  -_-

  อายุ11. หลังจากมีเรื่องขโมยของ เราก็ย้ายโรงเรียน เราคิดว่าเป็นเพราะเรื่องขโมยนี่แหละ แต่แม่บอกว่าเป็นเพราะแม่อยากมาอยู่ใกล้บ้านตาเลยย้ายมา จากเด็กโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งนึงย่านปากเกร็ด กลายมาเป็นเด็กโรงเรียนวัดต๊อกต๋อย T T  ย้ายมาอยู่โรงเรียนนี้ เรากลายเป็นคนดัง เพราะเด็กในโรงเรียนมีน้อยมาก จนรู้จักกันอย่างทั่วถึง เราค่อนข้างฉลาดกว่า(เพราะระบบการศึกษา เอกชนไงก้อนำหน้าโรงเรียนวัด) เราเรียนภาษาอังกฤษมาตั้งแต่อนุบาล แต่ โรงเรียนนี้พึ่งเริ่มสอนตอนป5. ทำให้เราดังมากเพราะได้เป็นผู้ช่วยครูสอนภาษาอังกฤษเลย  อีกอย่างคือเป็นหลานของครู ทำให้ดังในหมู่ครูด้วย รู้จักตั้งกะภารโรงยันครูใหญ่ กลายเป็นเด็กกิจกรรม เก่งทั้งเรื่องเรียน เรื่องกีฬา มีความสามารถพิเศษ ทั้งร้อง รำ กวี  จนโดนดึงไปเป็นสมาชิกกลุ่มประกวดสวดมนต์หมู่ทำนองสรภัญญะ และได้เป็นหัวหน้าทีมเข้าประกวดจนได้ที่ 1 ของภาคกลาง

  อายุ12. ทำตัวดีเป็นเด็กกิจกรรมเรื่อยมา จนได้โควต้าเข้าเรียนที่ โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ในจังหวัดนนทบุรี แต่.....วันนัดสัมภาษณ์เพื่อรับโควต้า กลับเป็นแกนนำของกลุ่ม พาเพื่อนหนีเที่ยว เบี้ยวสัมภาษณ์ซะงั้น  โดนด่า โดนทำโทษหนักมาก T T  แม่ตีจนตัวลายเลย และผลคือ เราอดโควต้าและต้องไปสอบเข้าเอง ซึ่งแม่ขู่ว่า ถ้าสอบไม่ผ่านก็เรียนโรงเรียนวัดต่อ  และผลคือ  สอบผ่านค่ะ >.< สอบได้อันดับที่ 16 จากนักเรียนที่เข้าสอบทั้งหมด และผลสอบวิชาภาษาไทยได้คะแนนสูงเป็นอับดับ 3 จากนักเรียนทั้งหมดที่เข้าสอบ  ปลื้มดิ  ;)

  อายุ 13. เข้าร่วมทีมประกวดสวดมนต์หมู่ทำนองสรภัญญะอีกครั้ง เข้าประกวดได้รางวัลมากมาย เป็นเด็กกิจกรรมทำกิจกรรมแทบทุกอย่างที่ทางโรงเรียนจัด และผลการเรียนก็ยังอยู่อันดับต้นๆ  จำได้ว่าตอนนั้นแม่ปลื้มฝุดๆ >.<  แต่.....เราคืดว่าเราค่อนข้างเก็บกดนะ อย่างที่บอก ตอนนั้นเราอยู่กับแม่ แต่พอปิดเทอม พ่อจะมารับเราไปอยู่ด้วย บ้านพ่อเป็นบ้านสวน สมัยนั้นเลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ ทำการเกษตรแบบผสมผสาน คือทำเล้าไก่บนน้ำ พอไก่ถ่าย ปลาก็จะกินมูลไก่ อะไรประมาณนี้  ซึ่ง งานของเราคือ คอยเข้าไปในเล้าไก่ แล้วเอาไก่ที่น็อคแดดตายออกมากอง แต่ไก่พวกนี้ จริงๆมันกินได้นะ บางมีแม่เราก็ให้เราเอาไปให้ ซึ่งเหมือนเราอยากทำให้แม่ดีใจที่เอาไก่ไปให้แม่ได้ บางทีไม่มีไก่ตาย  เราก็ลงมือฆ่าไก่ด้วยตัวเอง 18+ นะ  บีบคอไก่จนตาย  เอาลวดแทงเข้าคอแล้วกระชากเส้นเลือด  จับกดน้ำ และอีกสารพัดวิธีโหดๆ ที่จะสรรหาได้

  อายุ15. เริ่มกลายเป็นเด็กเหลวไหล เบื่อการเป็นเด็กกิจกรรม เรื่มเล่นเกมส์ออนไลน์ โกหกอาจารย์ว่า เปลี่ยนศาสนา เพราะเบื่อประกวดสวดมนต์  การเรียนก็แย่ จนสุดท้ายได้ย้ายไปอยู่กับพ่อ ซึ่งบรรยากาศคนละเรื่องกับบ้านแม่เลย เพราะพ่อเลี้ยงแบบปล่อย ส่วนแม่จะค่อนข้างดุ ม3. นี่คือ เรา 15 แล้วนะ เพราะเราเข้าเรียนช้า และยังดันเกิดต้นปีอีก เราจำได้เลย ตอนเราอายุ 15 ของขวัญวันเกิดเราคือ  พี่สาวกับพ่อ พาเราไปผับ ครั้งแรกในชีวิตกับการเที่ยวผับ !!! พ่อสั่งเครื่องดื่มหลายอย่างมาก เอามาวาง แล้วให้เราดื่ม และสอนเราด้วยคำที่เราถือเป็นคติมาจนทุกวันนี้
  "ชีวิตมีแค่หนเดียว ไม่รู้ว่าชาติหน้ามีมั้ย จะเกิดเป็นอะไร หรือจะจำได้มั้ย รู้แค่ตอนนี้ อยากทำอะไรก็ทำ ใช้ชีวิตเพื่อตัวเราในตอนนี้ จะรู้ได้ไงว่าพรุ่งนี้จะยังได้หายใจ เพราะฉะนั้นอย่าคิดถึงอนาคตให้มาก คิดแค่ว่าทำอะไรแล้วมีความสุข และไม่เดือดร้อนใครก็พอ" ประโยคเด็ดของพ่อ ลูกจำและทำตามจนถึงทุกวันนี้เลย ^^  

  อายุ16. เปิดเทอมใหม่ช็อคเพื่อนๆด้วยการย้ายสายการเรียนแบบไม่ปรีกษาใคร  ตัดขาดกิจกรรมทุกอย่าง ย้ายห้องเรียนไปก็ไม่คบเพื่อนใหม่ นั่งหลังห้อง อ่านการ์ตูน วาดรูป ฟังเพลง ไม่เรียน ไม่สนใจอาจารย์  วันดีคืนดีก็โดดเรียน บางทีก็พกเสื้อผ้ามาด้วย แวะเปลี่ยนชุดเป็นไปรเวทตอนเช้าแล้วเดินผ่านโรงเรียน ขึ้น 32 ไปนั่งอ่านหนังสือที่หอสมุดแห่งชาติ หรือไม่ก็เลยไปสวนอ้อย ไปนั่งร้านเกมส์ จนเทอมสองสมัครเรียน non degree ที่ม.รามคำแหง เข้าไปเรียนบ่อยกว่าไปเรียนที่โรงเรียนอีก  บางทีก็ไปเรียนเช้าแล้วใส่ชุดนักศึกษานั่นแหละ มาเรียนบ่ายที่โรงเรียน

  อายุ 17 มีแฟนครั้งแรก .... แน่นอนไม่ใช่ฟิลลี่งหวานแหววแบบเฟิสเลิฟธรรมดาแน่นอน  เราคบกับผู้ชายที่แก่กว่าเรา 11 ปี ทำงานนิตยสารเกี่ยวกับรถ เป็นแฟนคนแรก  และเป็น คนแรก...และเป็นแฟนคนแรกให้เราอยู่ 3 เดือน หลังจากนั้น ก็บอกเลิกเราด้วยเหตุผลแบบผู้ใหญ่ "พี่ทำผู้หญิงท้อง" เราไม่เสียใจนะ ไม่ร้องไห้ด้วย อย่างน้อยก็ต้องขอบคุณพี่เค้า ที่พาเราไปผ่าตัดไส้ติ่ง = =  ถ้าพี่มีโอกาสได้อ่าน พี่คงรู้ว่าเป็นหนู  ฝากบอกพี่ว่า 1000ที่พี่ให้ตอนนั้น นู๋เอาไปบริจาคให้มูลนิธิสัตว์ค่ะ ^^ หวังว่าพี่คงได้ส่วนบุญนะคะ
อายุ 17 อีกนั้นแหละ ที่เรามีแฟนครั้งแรกอีกครั้ง  แต่เป็นแฟนผู้หญิง.....และเราเป็นฝ่ายกระทำ !!  เราเจอน้องเค้าที่หอสมุดแห่งชาติแหละ น้องเค้าเรียน โรงเรียนแถวๆหอสมุด เราแค่เห็นเพื่อนเราที่เป็นทอมมีแฟน เราเลยอยากรู้ และอยากลอง มันก็แค่นั้น...ก็ดีไปอีกแบบนะ  หึหึ  >.< (ปล. ยังชอบผู้ชายอยู่นะ รู้ยัง)   แล้วก็ยังไปทำงานที่ McDonald's กินเฟร้นฟรายเหลือ จนตันเป็นตุ่ม (จขกท สูง 156 ค่ะ ทำ Mc นน ล้นไปถึง 70)

  อายุ 18 ปีสุดท้ายของกราเป็นนักเรียน  ยังคงอินดี้ และโดดเรียนเสมอต้นเสมอปลาย  แต่ก็ไม่เคยได้เกรด 0 หรือ ร มส นะ เราะโดดเรียนแบบมีนะบบ เรารู้จักเช็ควัน แล้วก็โชคดีที่เก็งข้อสอบเก่ง ไอ้ที่บอกไม่เคยได้ 0 มันเกินจริงไปนิด  เราตก 1 วิชา "แบตมินตัน" ใช่ค่ะ  เราสอบตกแบตมินตัน = ="  อนาถมากเลยแหละ แก้ 0 ด้วยการไปสอนพวกเด็กติด 0 วิชาอื่นทำรานงานส่ง  
เกี่ยวกับมหาวิทยาลัย เราตัดสินใจ เรียนที่รามต่อ มีปัญหากับแม่นิดหน่อยเพราะนางอยากให้เราไปเรียนมหาลัยแถวดุสิตเหมือนพี่สาว ซึ่งเราไม่อยากไป เราเลยเกรียนใส่แม่ด้วยการสอบเข้าตามคำบัญชา แต่ไม่ไปเรียน ไปนั่งติดเกมส์อยู่ซอยสวนอ้อย บางทีก็ไหลไปเรียนที่รามแล้วก็สิงอยู่ราม 53 จนถึงเวลาสอบนั่นแหละ ที่แม่รู้ว่าเราไม่เคยไปเรียนเลย พอแม่รู้ เข้าหน้าคนที่บ้านไม่ค่อยติด เลยไปอยู่บ้านญาติที่ ต่างจังหวัด  มีค่ายมวยเล็กๆ เลยไปไหว้ครูเป็นศิษย์ ผลที่ได้คือ จากที่หนัก 70 ลงมาเหลือ 45 พร้อมทั้งออฟชั่นเสริม คือหมัดหนัก ;)

  อายุ 21 เริ่มใช้ชีวิต เริ่มเช่าห้องอยู่ หางานทำ และย้ายไปเรื่อย  เริ่มด้วยไปเป็นเด็กร้านเกมส์ที่ซอยสามัคคี โดนตำรวจลากไปโรงพักเพราะร้านเกมส์ไม่มีลิขสิทธิ์ ไปนั่ง พับนกให้ตำรวจอยู่คืนนึงแทนการนอนห้องขัง (คงจำกันได้ มีช่วงนึงที่ฮิตพับนกไปให้พี่น้องภาคใต้ ตำรวจไทยพับนกไม่เป็นนะครัช)ได้ปั้มลายนิ้วมือครั้งแรก และทำให้มีแฟนเป็นตำรวจครั้งแรกด้วย  หลังจากนั้นก็ย้ายไปอยู่ซอยปรีย์ดีพนมยง ค่าเช่าเดือนละ 2500 มีเตียงกับพัดลมเพดาน ไม่หางานทำ เพราะไม่อยากทำ อาหารหลักคือมาม่าเซเว่น กิจกรรมประจำวันคือ การเช่าการ์ตูนมาอ่าน ตกเย็นออกไปนั่งเล่นเกมส์ฟรีแลกกับการเฝ้าร้านให้ลุงเจ้าของร้าน  แล้วก็ไหลไปอยู่แถวลาดกระบัง ไปเฝ้าร้านเกมและได้แฟนเป็นเจ้าของร้านเกมส์ในที่สุด  พอเลิกกับพี่เค้า เราก็ย้ายมาอยู่งามวงศ์วาน แล้วไปทำงานร้าน เช่าหนัง ที่เกษตร แต่ไม่ค่อยได้กลับห้องหรอก ขี้เกียจ ตอนเช้าเราเข้างาน ตกเย็นก็เดินเข้าร้านข้างๆ เล่นเกม รอจนร้านเช่าหนังปิด(ตี 1 นะถ้าจำไม่ผิด) เราก็เปิดร้านเข้ามานอน  อาบน้ำมันที่ทำงานนั่นแหละ ซกมกมากเสื้อผ้าก็ซักตากหลังร้าน 2วันกลับห้องที ขี้เกียจ เพราะ 7 โมงก็ต้องมาเปิดร้านละ เลยไม่กลับซะเลย >.<  แล้วเพราะทำงานร้านนี้ละ เป็นจุดเริ่มต้นของการเก็บแมวมาเลี้ยง  เราเจอแมวอยุ่เกาะกลางถนนระหว่างทางไปบิ๊กซีเอกเพรสตรงเกษตร เราเลยเอากลับมาที่ร้าน แต่เจ้าของร้านบอกว่าให้เลี้ยงไม่ได้  เราเลยลาออก แล้วพาแมวกลับมาอยู่บ้าน

อายุ 24 หลังจากได้ฤกษ์กลับบ้านพร้อมกับแมว 1 ตัว พ่อตัดสินใจเปิดร้านเกมส์ให้ เพราะรู้ว่าเราชอบเล่นเกมส์ และหวังลึกๆ ว่าเราคงไม่ไปไหนอีก  ร้านเกมส์มีคอม 11 เครื่อง เป็นเครื่องหลักของเรา 1 เครื่อง อีก 10 ไว้ให้ลูกค้า  แต่.... อิเจ้าของร้านเปิดเล่นคนเดียวซะ 4 เครื่องค่ะ งามมาก = =  นี่คือพ่อเปิดบ่อตกปลาแล้ว เลยเปิดร้านให้เรา เราก็ช่วยพ่อดูแลบ่อตกปลานิดๆหน่อยๆ แต่ 99% คือ กินนอนกับคอม พร้อมกับจำนวนแมวที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เจอที่ไหนเก็บมาหมด สงสาร  ที่บ้านไม่ว่ายิ่งเอาใหญ่ หลังๆ เก็บหมาด้วย จนพ่อไม่ไหว เลย เลิกเก็บมาเลี้ยง  รอเลี้ยงเวลามันหลงเข้ามาพอ >.<
  
  อายุ26 ร้านเกมส์เจ๊ง เพราะเพื่อนพ่อชอบมาเล่นการพนันที่บ่อ พอร้อน ก็ย้ายวงมาตั้งในร้านเกมส์ ทีนี้ พ่อแม่เด็กที่มาเล่นก็เลยโวยวาย เพราะลูกเริ่มไม่เล่นเกมส์ มาล้อมวงไฮโลแทน = =  พอร้านเจ๊ง เราก็เคว้งคว้าง เลยไปสมัครงานในห้าง ย้ายออกมาอยู่ข้างนอก ทำงานย้ายไปเรื่อยๆแก้เบื่อ จนกระทั่งเราโดนปล้น เราไม่รู้ทำไง โทรหาแม่  ร้องไห้ พี่สาวมารับกลับบ้านเลย  แม่พูดว่า ไม่ไหวก็กลับบ้านเราลูก อย่าฝืนเลย.....ไม่ไหวในที่นี้คือ แม่รู้ว่าเราเป็นคนยังไง แม่พยายามเตือนสติให้เรารู้ว่ายังมีครอบครัว  อ่าว !!!!  ข้อความเต็ม  เดี๋ยวมาต่อ T T กำลังซึ้งเลย โด่วววว.......

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่