# ห่างหายไปซักพักกับบทความแปลนะครับ ตอนนี้กลับมาพร้อมกับมุมมองของ ริโอฯ ที่มีต่อเวย์น รูนี่ย์ ผมว่าริโอก็มีความคิดไม่ต่างจากปฟนบอลหลายๆคน อย่างไรก็ตามบทความนี้หากมีอะไรผิดพลาด ต้องขอโทษไว้ ณ ที่นี้ หากพร้อมแล้ว ไปลุยกันเลยครับ
-------------------------------------------------------------------------- ตอน ; เวย์น รูนี่ย์ ---------------------------------------------------------------
เวย์นรูนนี่ ทำให้ผมแทบหยุดหายใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมซ้อมกลับเขาในแคมป์ทีมชาติ คุณจะรู้ได้ทันทีว่าเขาคือของจริง เวย์นพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ รับรู้ถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่หมุนอยู่รอบตัวเขา หลังจากเกมแรกของเวย์นในนามทีมชาติที่แข่งกับตุรกี ผมจำได้ว่าผมเขาไปในห้องพักนักกีฬา เจอเขาอยู่กับพ่อและแม่ของเขา ผมพูดว่า”เฮ้ เมื่อไหร่นายจะมาเล่นให้ยูไนเต็ด” พวกเขาทั้งหมดหัวเราะ แต่จริงๆแล้วผมพูดไปนะ ผมซีเรียสนะ ผมโคตรดีใจเลยที่ในที่สุดเขาก็เข้ามาที่ยูไนเต็ดจริงๆ
ในปีแรกที่เวย์นมาอยู่กับเรา เขาเปรียบดั่งพายุหมุน ทั้งมีชีวิตชีวาและบางทีก็บ้าคลั่งอารมณ์เสีย เวย์นนั้นมีความเป็นกบฏ ซน และตลก เขามักยั่วโมโหผมรวมทั้งโต้เถียงกับทุกคนรอบสนามซ้อม โดยเฉพาะการคุยโทรศัพท์ของเขา เหมือนเขาจะเดือดดาลง่ายกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ เวย์นเคยขว้างโทรศัพท์ทิ้งด้วยวามโมโห ผู้เล่นคนอื่นจะหัวเราะเวลาที่เขาทำและพูดกับเขาว่า “ฉันว่าแกน่าจะเบาลงหน่อยนะ” ผมจำได้ว่าวันหนึ่ง คารอส กีรอซ เดินผ่านเวย์นในสนามบิน ขณะเขาคุยโทรศัพท์อยู่และทันใดนั้นเวย์นเขวี้ยงโทรศัพท์ออกนอกหน้าต่างด้วยความโมโห ดูเหมือนเวย์นบ้าขึ้นมาอีกครั้ง คารอสแทบไม่อยากเชื่อ เขาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน แต่ความโกรธก็เป็นสิ่งที่ช่วยเวย์นในสนามแข่งมาตลอด ผมคิดว่ามันช่วยให้เขาเป็นในสิ่งที่เขาควรเป็น
หลังจากนั้นไม่นานเวย์นก็เปลี่ยนไป ในช่วงปีแรกๆเขาเจ้าอารมณ์และเหมือนจะมีประเด็นกับทุกกอย่างที่เกิดในสนาม ต่อจากนั้นมาผมไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นกับเขา เขาดูสงบขึ้น ไม่แน่เขาอาจโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นหรืออาจเพราะเขามีลูก พูดตรงๆนะ ผมว่ามันเกินไปที่เขาเปลี่ยนเป็นอย่างนี้ เขาแคร์มากเกินไป เวย์นเริ่มจะพูดว่า ”ดูสิ ฉันยังไม่โดนใบเหลืองเลยตลอดซีซั่นนี้!!” ผมคิดในใจว่า ”แล้วไงฟะ นายก็ไม่ได้เล่นดีเหมือนเมื่อก่อนเช่นกัน มีบางอย่างหายไป” เวย์นเริ่มสนใจเรื่องภาพลักษณ์มากขึ้น เขาเปลี่ยนวิธีในการเล่นจากเดิม สนใจเกี่ยวกับการไม่ถูกจดชื่อมากไป มากกว่าลงไปเล่นในแบบที่เขาเป็น ผมว่าเขาต้องมีความดุดันในวิธีการเล่นของเขา ผมพูดกับเขาว่า “ฉันเลือกที่จะเห็นนายโดนไล่ออกครั้งหรือสองครั้ง แต่ให้นายกลับมาเล่นในแบบที่นายเป็นยังจะดีกว่า” ผมคิดว่าอาจมีบางคนพูดกับเขาให้ทำอย่างนี้เช่น เอเจน หรือใครสักคน แต่ผมก็คิดว่าเขาต้องการความดุดันในการเล่นในแบบเดิมๆของเขาอยู่ดี ไม่ใช่ในชีวิตประจำวันของเขา แต่ในสนามต่างหาก ผมคิดว่าเขาสูญเสียมันมาประมาณ 18 เดือนหรือ 2ปีได้แล้วหละ ความดุดันหายไปและผลงานของเขาก็มีประสิทธิภาพลดลง
แต่เหนือสิ่งอื่นใด เขาคือคนที่ยิงได้มากสุด ยิ่งลูกสำคัญๆได้ในตำแหน่ง “หมายเลข9” ซึ่งผมคิดว่ามันคือตำแหน่งที่ใช่เลยสำหรับเขา ฤดูกาลนั้นผมคิดว่าเขาได้พัฒนาขึ้นไปแล้วอีกระดับ เขาเริ่มซ้อมหนักมากขึ้น ซ้อมยิงมากขึ้น จริงๆเวย์นก็ทำอย่างนี้มากก่อนแล้ว แต่เขาทำมันเข้มข้นและจริงจังขึ้น เวย์นมักจะซ้อมพิเศษเมื่อก่อนนี้ แต่ตอนนี้มันคือพิเศษของพิเศษอีก เขาทดสอบตัวเองตลอดเวลา ทำทุกอย่างด้วยความเร็ว เขาเลิกที่จะจับบอลแล้วมองหาทางจ่าย ตอนนี้เวนน์แค่ต้องการบอลแล้วก็ยิงเปรี้ยง! เปรี้ยง! วันหนึ่งผมเห็นเขากับฆวน มาต้า ซ้อมด้วยกัน มันเหลือเชื่อมาก ยิงประตูจากทุกมุมของสนามโดยไม่พลาดเลย
ในปี2012 เวย์นคือดาวซัลโว แต่พอปีถัดมาเขาพูดขึ้นว่า “ฉันอยากเล่นในตำแหน่งหมายเลข 10 ฉันชอบ และฉันจะทำมันได้ดีกว่านี้อีก” ผมพูดกลับไปว่า “นายพึ่งจะมีปีที่ดีที่สุดจากสถิติและสื่อต่างๆก็ชื่นชมนาย ทำไมถึงอยากไปเล่นตำแหน่งหมายเลข 9ละ?” เวย์นประเมินตัวเองว่าเขาเป็นรองแค่สองผู้เล่นระดับโลกอย่าง เมสซี่ และ โรนัลโด้ และผมคิดว่าเวย์นสามารถก้าวขึ้นไปในระดับเดียวกับทั้งคู่ได้ ผมขอเพิ่มอินเนสต้าและชาบีเข้าไปในผู้เล่นระดับนั้นและยังอาจหมายถึงนักเตะบางคนเช่น อิบราฮิโมวิด ซัวเรส เบลล์ เบนเซม่า เปียโร่ ฟาน เพอร์ซี่ ด้วย
อีกเรื่องคือการที่คนพูดกันว่า เวย์นและโรบิน ฟาน เพอร์ซี่มีปัญหาส่วนตัวกันนั้นมันไร้สาระ บางทีสถิติก็ไม่ได้บอกความจริงแก่คุณ คนมักสังเกตว่าคนใดคนหนึ่งไม่ค่อยจ่ายบอลให้อีกคน แล้วคิดว่าต้องมีปัญหากันแน่ๆ ผมไม่เคยเห็นมันเลย ผมเห็นแต่ยอดผู้เล่น 2คน ที่พยายามจะเล่นเพื่อกันและกัน
แต่สิ่งที่ผมรู้สึกประหลาดใจก็คือปีนั้นแหละ ที่เวย์นตัดสินใจขอเล่นตำแหน่งหมายเลข 10 และผมก็ยังไม่เข้าใจเข้าจนถึงตอนนี้ สำหรับผมตำแหน่งที่ดีที่สุดของเวย์นคือดาวยิงหมายเลข 9 เท่านั้น เมื่อเขาอยู่ตำแหน่งนั้น แถวๆกองหลัง เขาจะยิงผ่านกองหลังได้อย่างที่ โอเล่(กุนน่า โซลชา) ทำ เขาพลิกบอลได้ เขารู้ว่าจะต้องอยู่ตรงไหนในกรอบเขตโทษ เขามีวิญญาณเพชฌฆาต การเคลื่อนที่เล็กๆน้อยๆของเวย์นจะทำให้เขามีพื้นที่มากขึ้นและมันฉลาดสุดๆ
เขาทำสิ่งที่คนอื่นไม่คาดฝัน ชิปบอลข้ามผู้รักษาประตู ลูกวอลเล่ย์ไกลสวยๆอย่างประตูที่ยิงเวสแฮมและนิวคาสเซิล ผมนั่งอยู่ข้างสนามตอนที่เวย์นโอเวอร์เฮดคิก ใส่แมนฯซิตี้ ลูกนั้นถูกโหวตให้เป็นประตูยอดเยี่ยมตอดกาลของพรีเมียร์ลีก ผมไม่มีทางลืมมันได้เลย ผมทำได้แค่ยื่นขึ้น เอามือกุมหัวแล้วพูดขึ้นว่า “นี่มันบ้าอะไรเนี่ย”
อย่าเขาใจผมผิด เวย์นสามรถจ่ายคิลเลอร์พาสได้ เขายังคงเป็นคนที่ส่งให้เพื่อนยิงได้มากสุดในลีก ผมแค่คิดว่าเวย์นเจ๋งกว่าเมื่อขึ้นไปยืนสูงขึ้น ผมคิดว่าภายใต้การคุมทีมของ หลุย ฟาน กัลป์ เราจะได้เห็นเวย์นคนเดิมกลับมา เวย์นคนที่สร้างความพินาศให้แก่กองหลังอีกครั้ง
<< บทความแปล MUFC ตอน 5 >> "หลังจากนั้นไม่นาน เวย์น รูนี่ย์ ก็เปลี่ยนไป" โดย ริโอ เฟอร์ดินาน
-------------------------------------------------------------------------- ตอน ; เวย์น รูนี่ย์ ---------------------------------------------------------------
เวย์นรูนนี่ ทำให้ผมแทบหยุดหายใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมซ้อมกลับเขาในแคมป์ทีมชาติ คุณจะรู้ได้ทันทีว่าเขาคือของจริง เวย์นพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ รับรู้ถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่หมุนอยู่รอบตัวเขา หลังจากเกมแรกของเวย์นในนามทีมชาติที่แข่งกับตุรกี ผมจำได้ว่าผมเขาไปในห้องพักนักกีฬา เจอเขาอยู่กับพ่อและแม่ของเขา ผมพูดว่า”เฮ้ เมื่อไหร่นายจะมาเล่นให้ยูไนเต็ด” พวกเขาทั้งหมดหัวเราะ แต่จริงๆแล้วผมพูดไปนะ ผมซีเรียสนะ ผมโคตรดีใจเลยที่ในที่สุดเขาก็เข้ามาที่ยูไนเต็ดจริงๆ
ในปีแรกที่เวย์นมาอยู่กับเรา เขาเปรียบดั่งพายุหมุน ทั้งมีชีวิตชีวาและบางทีก็บ้าคลั่งอารมณ์เสีย เวย์นนั้นมีความเป็นกบฏ ซน และตลก เขามักยั่วโมโหผมรวมทั้งโต้เถียงกับทุกคนรอบสนามซ้อม โดยเฉพาะการคุยโทรศัพท์ของเขา เหมือนเขาจะเดือดดาลง่ายกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ เวย์นเคยขว้างโทรศัพท์ทิ้งด้วยวามโมโห ผู้เล่นคนอื่นจะหัวเราะเวลาที่เขาทำและพูดกับเขาว่า “ฉันว่าแกน่าจะเบาลงหน่อยนะ” ผมจำได้ว่าวันหนึ่ง คารอส กีรอซ เดินผ่านเวย์นในสนามบิน ขณะเขาคุยโทรศัพท์อยู่และทันใดนั้นเวย์นเขวี้ยงโทรศัพท์ออกนอกหน้าต่างด้วยความโมโห ดูเหมือนเวย์นบ้าขึ้นมาอีกครั้ง คารอสแทบไม่อยากเชื่อ เขาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน แต่ความโกรธก็เป็นสิ่งที่ช่วยเวย์นในสนามแข่งมาตลอด ผมคิดว่ามันช่วยให้เขาเป็นในสิ่งที่เขาควรเป็น
หลังจากนั้นไม่นานเวย์นก็เปลี่ยนไป ในช่วงปีแรกๆเขาเจ้าอารมณ์และเหมือนจะมีประเด็นกับทุกกอย่างที่เกิดในสนาม ต่อจากนั้นมาผมไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นกับเขา เขาดูสงบขึ้น ไม่แน่เขาอาจโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นหรืออาจเพราะเขามีลูก พูดตรงๆนะ ผมว่ามันเกินไปที่เขาเปลี่ยนเป็นอย่างนี้ เขาแคร์มากเกินไป เวย์นเริ่มจะพูดว่า ”ดูสิ ฉันยังไม่โดนใบเหลืองเลยตลอดซีซั่นนี้!!” ผมคิดในใจว่า ”แล้วไงฟะ นายก็ไม่ได้เล่นดีเหมือนเมื่อก่อนเช่นกัน มีบางอย่างหายไป” เวย์นเริ่มสนใจเรื่องภาพลักษณ์มากขึ้น เขาเปลี่ยนวิธีในการเล่นจากเดิม สนใจเกี่ยวกับการไม่ถูกจดชื่อมากไป มากกว่าลงไปเล่นในแบบที่เขาเป็น ผมว่าเขาต้องมีความดุดันในวิธีการเล่นของเขา ผมพูดกับเขาว่า “ฉันเลือกที่จะเห็นนายโดนไล่ออกครั้งหรือสองครั้ง แต่ให้นายกลับมาเล่นในแบบที่นายเป็นยังจะดีกว่า” ผมคิดว่าอาจมีบางคนพูดกับเขาให้ทำอย่างนี้เช่น เอเจน หรือใครสักคน แต่ผมก็คิดว่าเขาต้องการความดุดันในการเล่นในแบบเดิมๆของเขาอยู่ดี ไม่ใช่ในชีวิตประจำวันของเขา แต่ในสนามต่างหาก ผมคิดว่าเขาสูญเสียมันมาประมาณ 18 เดือนหรือ 2ปีได้แล้วหละ ความดุดันหายไปและผลงานของเขาก็มีประสิทธิภาพลดลง
แต่เหนือสิ่งอื่นใด เขาคือคนที่ยิงได้มากสุด ยิ่งลูกสำคัญๆได้ในตำแหน่ง “หมายเลข9” ซึ่งผมคิดว่ามันคือตำแหน่งที่ใช่เลยสำหรับเขา ฤดูกาลนั้นผมคิดว่าเขาได้พัฒนาขึ้นไปแล้วอีกระดับ เขาเริ่มซ้อมหนักมากขึ้น ซ้อมยิงมากขึ้น จริงๆเวย์นก็ทำอย่างนี้มากก่อนแล้ว แต่เขาทำมันเข้มข้นและจริงจังขึ้น เวย์นมักจะซ้อมพิเศษเมื่อก่อนนี้ แต่ตอนนี้มันคือพิเศษของพิเศษอีก เขาทดสอบตัวเองตลอดเวลา ทำทุกอย่างด้วยความเร็ว เขาเลิกที่จะจับบอลแล้วมองหาทางจ่าย ตอนนี้เวนน์แค่ต้องการบอลแล้วก็ยิงเปรี้ยง! เปรี้ยง! วันหนึ่งผมเห็นเขากับฆวน มาต้า ซ้อมด้วยกัน มันเหลือเชื่อมาก ยิงประตูจากทุกมุมของสนามโดยไม่พลาดเลย
ในปี2012 เวย์นคือดาวซัลโว แต่พอปีถัดมาเขาพูดขึ้นว่า “ฉันอยากเล่นในตำแหน่งหมายเลข 10 ฉันชอบ และฉันจะทำมันได้ดีกว่านี้อีก” ผมพูดกลับไปว่า “นายพึ่งจะมีปีที่ดีที่สุดจากสถิติและสื่อต่างๆก็ชื่นชมนาย ทำไมถึงอยากไปเล่นตำแหน่งหมายเลข 9ละ?” เวย์นประเมินตัวเองว่าเขาเป็นรองแค่สองผู้เล่นระดับโลกอย่าง เมสซี่ และ โรนัลโด้ และผมคิดว่าเวย์นสามารถก้าวขึ้นไปในระดับเดียวกับทั้งคู่ได้ ผมขอเพิ่มอินเนสต้าและชาบีเข้าไปในผู้เล่นระดับนั้นและยังอาจหมายถึงนักเตะบางคนเช่น อิบราฮิโมวิด ซัวเรส เบลล์ เบนเซม่า เปียโร่ ฟาน เพอร์ซี่ ด้วย
อีกเรื่องคือการที่คนพูดกันว่า เวย์นและโรบิน ฟาน เพอร์ซี่มีปัญหาส่วนตัวกันนั้นมันไร้สาระ บางทีสถิติก็ไม่ได้บอกความจริงแก่คุณ คนมักสังเกตว่าคนใดคนหนึ่งไม่ค่อยจ่ายบอลให้อีกคน แล้วคิดว่าต้องมีปัญหากันแน่ๆ ผมไม่เคยเห็นมันเลย ผมเห็นแต่ยอดผู้เล่น 2คน ที่พยายามจะเล่นเพื่อกันและกัน
แต่สิ่งที่ผมรู้สึกประหลาดใจก็คือปีนั้นแหละ ที่เวย์นตัดสินใจขอเล่นตำแหน่งหมายเลข 10 และผมก็ยังไม่เข้าใจเข้าจนถึงตอนนี้ สำหรับผมตำแหน่งที่ดีที่สุดของเวย์นคือดาวยิงหมายเลข 9 เท่านั้น เมื่อเขาอยู่ตำแหน่งนั้น แถวๆกองหลัง เขาจะยิงผ่านกองหลังได้อย่างที่ โอเล่(กุนน่า โซลชา) ทำ เขาพลิกบอลได้ เขารู้ว่าจะต้องอยู่ตรงไหนในกรอบเขตโทษ เขามีวิญญาณเพชฌฆาต การเคลื่อนที่เล็กๆน้อยๆของเวย์นจะทำให้เขามีพื้นที่มากขึ้นและมันฉลาดสุดๆ
เขาทำสิ่งที่คนอื่นไม่คาดฝัน ชิปบอลข้ามผู้รักษาประตู ลูกวอลเล่ย์ไกลสวยๆอย่างประตูที่ยิงเวสแฮมและนิวคาสเซิล ผมนั่งอยู่ข้างสนามตอนที่เวย์นโอเวอร์เฮดคิก ใส่แมนฯซิตี้ ลูกนั้นถูกโหวตให้เป็นประตูยอดเยี่ยมตอดกาลของพรีเมียร์ลีก ผมไม่มีทางลืมมันได้เลย ผมทำได้แค่ยื่นขึ้น เอามือกุมหัวแล้วพูดขึ้นว่า “นี่มันบ้าอะไรเนี่ย”
อย่าเขาใจผมผิด เวย์นสามรถจ่ายคิลเลอร์พาสได้ เขายังคงเป็นคนที่ส่งให้เพื่อนยิงได้มากสุดในลีก ผมแค่คิดว่าเวย์นเจ๋งกว่าเมื่อขึ้นไปยืนสูงขึ้น ผมคิดว่าภายใต้การคุมทีมของ หลุย ฟาน กัลป์ เราจะได้เห็นเวย์นคนเดิมกลับมา เวย์นคนที่สร้างความพินาศให้แก่กองหลังอีกครั้ง