ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวคร่าว ๆ ก่อนนะครับ แต่ขออนุญาตไม่บอกชื่อนะครับ ผมอายุ 24-25 ปี แฟน(เก่า)ผมอายุก็ไล่เลี่ยกันครับ ผมเป็นเกย์ และแฟน(เก่า)ของผมก็เช่นกัน
เมื่อหนึ่งปีก่อน ผมได้รู้จักกับเขาผ่านทางฮอร์เน็ต(แอปเกย์ประเภทหนึ่ง) และเราก็ได้นัดพบและทำความรู้จักกัน ต้องบอกก่อนว่ามันเป็นความรักครั้งแรกในชีวิตของผม แต่เนื่องจากช่วงเวลาที่เรารู้จักกันมันช่างไม่เหมาะสมเอาเสียเลย ผมเหลือเวลาเพียง 7 วัน เพราะผมกำลังจะต้องไปเป็นทหารเป็นเวลาหนึ่งปี ด้วยความที่เป็นรักแรก ผมยอมรับว่าความหวังไว้สูงมากครับ ทุกอย่างสวยงามไปหมด และผมก็จัดสินใจพาเขาเข้าบ้านไปแนะนำให้ครอบครัวของผมรู้จัก และตกลงที่จะคบกัน ใช้ชีวิต 7 วันนั้นราวกับความฝัน ผมไม่เคยคิดเลยว่าผมมีโอกาสได้พบกับความรักแบบนี้ ความรักที่ผมฝันหาและเฝ้ารอมาตลอด 24 ปี เกย์ที่หน้าตาก็ไม่ดี รูปร่างก็ไม่ดีอย่างผม คนที่ผิดหวังกับความรักมาตลอดทั้งชีวิต ได้มาเจอกับผู้ชายที่ผมเองไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้รู้จัก มันต้องตาต้องใจ ถูกใจไปเสียทุกอย่าง และที่สำคัญคือเขารักผม ยิ่งกว่าฝันอีกครับตอนนั้น
หลังจากผมเข้ากรมฯไปแล้ว เขาก็ยังไปเยี่ยมผมอยู่แทบทุกสุดสัปดาห์ ซึ่งก็ไปกับพ่อแม่ของผมนั่นแหละครับ ระหว่างฝึกที่กรมฯก็มีโทรศัพท์ให้ใช้ครับ และผมก็โทรหาเขามาโดยตลอด จนถึงช่วงก่อนที่จะฝึกเสร็จเขาก็เริ่มหายไป ไม่มาเยี่ยม ไม่มีเวลาคุยโทรศัพท์ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ซึ่งผมเองก็รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลง ก็ยังคิดมาโดยตลอดว่าด้วยเวลาที่รู้จักกันที่ไม่เหมาะสม หวั่น ๆ ใจเหมือนกันว่าอาจจะจบลงแบบนี้ พอฝึกเสร็จผมกลับมาบ้าน ผมก็รีบตรงดิ่งไปหาเขาเพื่อเคลียร์ความรู้สึกทั้งหมด และก็อย่างที่ทุกคนน่าจะเดาได้ครับ เขาบอกว่าเขารักผม แต่รักไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
หลังจากนั้นผมก็ยังต้องกลับไปรับใช้ชาติต่อจนกว่าจะครบหนึ่งปี ระหว่างนั้นผมทำใจได้มากขึ้น เป็นทหารมีงานให้ทำ มีเพื่อนให้คุยเยอะครับ ผมก็คิดถึงเขาน้อยลงจน แต่เราก็ยังโทรศัพท์ติดต่อกันอยู่เรื่อย ๆ เรียกว่าก็ยังไม่ขาดกันซะทีเดียว จนช่วงหลัง ๆ ก่อนผมจะปลด เรายิ่งติดต่อกันถี่ขึ้น ผมเองยอมรับครับว่าด้วยความที่เป็นรักครั้งแรก ผมลืมเขาไม่ลงจริง ๆ พอคิดว่าจะทำใจได้ ก็วนเข้าลูปเดิม ๆ พอได้ยินเสียงก็ใจเต้นขึ้นมาอีก
ในที่สุดผมก็ปลดประจำการมาหลังจากผ่านไปหนึ่งปี เขาขอนัดเจอผมอีกครั้งซึ่งผมก็ไม่ปฏิเสธ และทำให้ผมได้รับรู้เรื่องราวตลอดหนึ่งปีที่ผ่านของเขา เขาเล่าว่าตอนที่ผมเข้ากรมฯไปแล้วเขายังเล่นแอปฮอร์เน็ตอยู่ และพบกับผู้ชายคนหนึ่งระหว่างทางที่เขาไปเยี่ยมผมที่ค่าย และก็นัดเจอกัน และทำให้เขาเลือกที่จะเลิกคบกับผม ไปเลือกผู้ชายคนนั้นแทน แต่ที่ทำให้ผมรู้สึกช้ำยิ่งกว่านั้นคือ ผู้ชายที่เขาไปคบด้วย มีครอบครัวแล้วครับ มีภรรยาและลูกที่เรียนประมาณมัธยมต้นแล้ว จนถึงบัดนี้เค้าคบกันมาเกือบปีแล้ว ตัวแฟนผมเรียนที่จังหวัดหนึ่งทางภาคอีสาน ต้องนั่งรถมาหาผู้ชายคนนี้ก็ประมาณ 400 กว่ากิโลได้ มานอนที่โรงแรมและแอบนัดเจอกัน เดือนหนึ่งแค่ 2-3 วันที่จะได้อยู่ด้วยกัน แต่แฟนผมก็คงรักของเขาจริง ๆ ถึงอดทนได้มาเกือบปี
แต่ประเด็นมันอยู่ที่ผมยังตัดใจไม่ขาดน่ะสิครับ แฟน(เก่า)ที่กลับมาวนเวียนในชีวิต ไม่ว่าเขาจะเศร้าจะสุข เขาก็ยังโทรมาเล่า โทรมาหา อยากพบหน้า อยากเจอกัน โดยเขาให้เหตุผลว่าผมเป็นคนดี ผมนี่ไปไม่เป็นเลยครับ ภูมิคุ้มกันอ่อนเหลือเกิน ต้องช้ำใจแต่ก็ต้องยิ้ม เป็นที่ปรึกษาให้เขา อีกใจก็แอบแค้นใจที่เขาทิ้งผม นึกอยากแก้แค้นก็ทำไม่ลง ผมไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี สับสนไปหมดครับ จะเริ่มใหม่ก็เริ่มไม่ได้ จะจบเรื่องเก่าก็จบไม่ลง กลายเป็นผมเองที่แทบบ้า อยู่ห้องคนเดียวนี้สติจะแตกเลยทีเดียว
ยิ่งเล่ายิ่งวกวนสับสนเองครับ ใครบอกผมทีได้มั้ยครับว่าควรจะทำยังไงดี ???
รักครั้งแรกในชีวิตของผมพังไม่เป็นท่า เมื่อแฟนทิ้งผมไปคบกับชายที่มีครอบครัวแล้ว ผมควรทำยังไงดีครับ
เมื่อหนึ่งปีก่อน ผมได้รู้จักกับเขาผ่านทางฮอร์เน็ต(แอปเกย์ประเภทหนึ่ง) และเราก็ได้นัดพบและทำความรู้จักกัน ต้องบอกก่อนว่ามันเป็นความรักครั้งแรกในชีวิตของผม แต่เนื่องจากช่วงเวลาที่เรารู้จักกันมันช่างไม่เหมาะสมเอาเสียเลย ผมเหลือเวลาเพียง 7 วัน เพราะผมกำลังจะต้องไปเป็นทหารเป็นเวลาหนึ่งปี ด้วยความที่เป็นรักแรก ผมยอมรับว่าความหวังไว้สูงมากครับ ทุกอย่างสวยงามไปหมด และผมก็จัดสินใจพาเขาเข้าบ้านไปแนะนำให้ครอบครัวของผมรู้จัก และตกลงที่จะคบกัน ใช้ชีวิต 7 วันนั้นราวกับความฝัน ผมไม่เคยคิดเลยว่าผมมีโอกาสได้พบกับความรักแบบนี้ ความรักที่ผมฝันหาและเฝ้ารอมาตลอด 24 ปี เกย์ที่หน้าตาก็ไม่ดี รูปร่างก็ไม่ดีอย่างผม คนที่ผิดหวังกับความรักมาตลอดทั้งชีวิต ได้มาเจอกับผู้ชายที่ผมเองไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้รู้จัก มันต้องตาต้องใจ ถูกใจไปเสียทุกอย่าง และที่สำคัญคือเขารักผม ยิ่งกว่าฝันอีกครับตอนนั้น
หลังจากผมเข้ากรมฯไปแล้ว เขาก็ยังไปเยี่ยมผมอยู่แทบทุกสุดสัปดาห์ ซึ่งก็ไปกับพ่อแม่ของผมนั่นแหละครับ ระหว่างฝึกที่กรมฯก็มีโทรศัพท์ให้ใช้ครับ และผมก็โทรหาเขามาโดยตลอด จนถึงช่วงก่อนที่จะฝึกเสร็จเขาก็เริ่มหายไป ไม่มาเยี่ยม ไม่มีเวลาคุยโทรศัพท์ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ซึ่งผมเองก็รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลง ก็ยังคิดมาโดยตลอดว่าด้วยเวลาที่รู้จักกันที่ไม่เหมาะสม หวั่น ๆ ใจเหมือนกันว่าอาจจะจบลงแบบนี้ พอฝึกเสร็จผมกลับมาบ้าน ผมก็รีบตรงดิ่งไปหาเขาเพื่อเคลียร์ความรู้สึกทั้งหมด และก็อย่างที่ทุกคนน่าจะเดาได้ครับ เขาบอกว่าเขารักผม แต่รักไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
หลังจากนั้นผมก็ยังต้องกลับไปรับใช้ชาติต่อจนกว่าจะครบหนึ่งปี ระหว่างนั้นผมทำใจได้มากขึ้น เป็นทหารมีงานให้ทำ มีเพื่อนให้คุยเยอะครับ ผมก็คิดถึงเขาน้อยลงจน แต่เราก็ยังโทรศัพท์ติดต่อกันอยู่เรื่อย ๆ เรียกว่าก็ยังไม่ขาดกันซะทีเดียว จนช่วงหลัง ๆ ก่อนผมจะปลด เรายิ่งติดต่อกันถี่ขึ้น ผมเองยอมรับครับว่าด้วยความที่เป็นรักครั้งแรก ผมลืมเขาไม่ลงจริง ๆ พอคิดว่าจะทำใจได้ ก็วนเข้าลูปเดิม ๆ พอได้ยินเสียงก็ใจเต้นขึ้นมาอีก
ในที่สุดผมก็ปลดประจำการมาหลังจากผ่านไปหนึ่งปี เขาขอนัดเจอผมอีกครั้งซึ่งผมก็ไม่ปฏิเสธ และทำให้ผมได้รับรู้เรื่องราวตลอดหนึ่งปีที่ผ่านของเขา เขาเล่าว่าตอนที่ผมเข้ากรมฯไปแล้วเขายังเล่นแอปฮอร์เน็ตอยู่ และพบกับผู้ชายคนหนึ่งระหว่างทางที่เขาไปเยี่ยมผมที่ค่าย และก็นัดเจอกัน และทำให้เขาเลือกที่จะเลิกคบกับผม ไปเลือกผู้ชายคนนั้นแทน แต่ที่ทำให้ผมรู้สึกช้ำยิ่งกว่านั้นคือ ผู้ชายที่เขาไปคบด้วย มีครอบครัวแล้วครับ มีภรรยาและลูกที่เรียนประมาณมัธยมต้นแล้ว จนถึงบัดนี้เค้าคบกันมาเกือบปีแล้ว ตัวแฟนผมเรียนที่จังหวัดหนึ่งทางภาคอีสาน ต้องนั่งรถมาหาผู้ชายคนนี้ก็ประมาณ 400 กว่ากิโลได้ มานอนที่โรงแรมและแอบนัดเจอกัน เดือนหนึ่งแค่ 2-3 วันที่จะได้อยู่ด้วยกัน แต่แฟนผมก็คงรักของเขาจริง ๆ ถึงอดทนได้มาเกือบปี
แต่ประเด็นมันอยู่ที่ผมยังตัดใจไม่ขาดน่ะสิครับ แฟน(เก่า)ที่กลับมาวนเวียนในชีวิต ไม่ว่าเขาจะเศร้าจะสุข เขาก็ยังโทรมาเล่า โทรมาหา อยากพบหน้า อยากเจอกัน โดยเขาให้เหตุผลว่าผมเป็นคนดี ผมนี่ไปไม่เป็นเลยครับ ภูมิคุ้มกันอ่อนเหลือเกิน ต้องช้ำใจแต่ก็ต้องยิ้ม เป็นที่ปรึกษาให้เขา อีกใจก็แอบแค้นใจที่เขาทิ้งผม นึกอยากแก้แค้นก็ทำไม่ลง ผมไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี สับสนไปหมดครับ จะเริ่มใหม่ก็เริ่มไม่ได้ จะจบเรื่องเก่าก็จบไม่ลง กลายเป็นผมเองที่แทบบ้า อยู่ห้องคนเดียวนี้สติจะแตกเลยทีเดียว
ยิ่งเล่ายิ่งวกวนสับสนเองครับ ใครบอกผมทีได้มั้ยครับว่าควรจะทำยังไงดี ???