ป้จจุบันผมอายุ 35 ปี มีบุตร 2 คน ญ 4 ขวบ 1คน ช 2 ขวบ 1คน คนญเนื่องจากท้องแรกผมประคบประงบเลี้ยงดูเป็นอย่างดีมาตั้งแต่คุณแม่เริ่มตั้งครรถ์ พออายุครรถ์ 4 เดือน ผมเริ่มหาเพลงออเคสต้ามาให้ฟัง เริ่มอ่านนิทานให้ฟังตั้งแต่อยู่ในท้อง wifi ในบ้านผมจะดึงปลั๊กออกหมดเวลาที่คุณแม่เข้ามาใกล้ อาหารเสริมที่ใครว่าดีผมเองจะหามาให้คุณแม่ทานหมด ทั้งน้ำมันปลา แคลเซียม เป็นต้น เรื่องอ่านนิทานผมทำประจำเรียกได้ว่า สัปดาห์หนึ่งมีไม่อ่านอยู่ ไม่เกิน 2 วัน พอแกเกิดออกมาลืมตาดูโลก ผมไปหาเครื่องเสียงที่ฟังเพลงเนี้ยบเพื่อเปิดเพลงออเคสต้า ให้ฟังเวลาแกหลับ อ่านนิทานให้แกฟังเหมือนเดิม ตั้งแต่ 3-4 เดือน ใช้เวลาอยู่ร่วมกับแกเกือบ 15 ชั่วโมงต่อวัน (เนื่องจากผมทำธุรกิจส่วนตัว) แต่ผลออกมาตอนอายุ 3-4 ขวบเริ่มเห็นพัฒนาการทางความรู้ของแก นับเลขยังไม่ได้เลย ให้จำเบอร์โทรผมเองเผื่อฉุกเฉินยังไม่ได้ ยกนิ้วขึ้น 4 นิ้วยังบอกไม่ถูกว่ากี่นิ้ว แต่เรื่องพัฒนาการทางอารมณ์ต่างๆของแกก็เหมือนเด็กปกติทุกอย่าง พาไปหาหมอบอกอาการให้หมอฟังเรื่องพัฒนาการทางความรู้ของแกหมอก็ว่าเด็กคนนี้ปกติ
พอมาคนที่สองเป็นดช.คนนี้เนื่องจากผมลงทุนเพิ่มอีกธุรกิจ ทำให้ตอนแกท้องผมไม่ค่อยได้ดูแลแกเหมือนคนแรก แทบจะไม่มีเวลาอ่านนิทานให้ฟังเลย พอแกเกิดมาก็มีแต่แม่เป็นคนดู เพราะอีกธุรกิจผมอยู่คนละที่กับธุรกิจเดิม ตกกลางคืนก็เหนื่อยจะหัวถึงหมอนก็หลับเป็นตาย แต่ลูกชายผมกลับรู้สึกว่าพัฒนาการทางความรู้เหนือกว่าลูกสาวผมอย่างเห็นได้ชัด พูดได้ตั้งแต่ยังไม่ขวบครึ่ง พอขวบกว่าก็ท่องเลข 1-20 ได้ จำเบอร์มือถือผมได้เวลาถาม wifi ไม่สนใจแล้วครับ เสียบตลอดเวลาเพราะขี้เกียจดึงไฟออก แต่กับลูกชายผมค่อนข้างกังวัลว่าแกจะเป็นเด็กออทิสเพราะว่า 2 ขวบน้ำลายแกยังไหลออกมา ซึงผมเคยอ่านเจอว่าถ้า 2-3 ขวบยังไม่หยุดอาการนี้ แสดงว่ามีโอกาศออทิส แต่ผมก็เคยพาไปหาหมอหลายหมอ หมอก็บอกว่าไม่เป็นหรอก ยังมาว่าผมอีกว่าผมกังวลอะไรเกินกว่าเหตุ
ที่เอ่ยมาก็อย่างเอามาแชร์เป็นประสบการ์ณเท่านั้นครับว่า ทำอะไรกับลูกแล้วอย่าไปคาดหวังอะไรมาก เด็กจะเก่งไม่เก่งขึ้นกับตัวเด็กเอง หรือบุญวาสนาแกอยู่แล้ว เราเองเสริมได้เท่าที่ทำได้นะครับ อย่าไปโมโหอะไรถ้าไม่ได้ดังใจ
เด็กจะโตมาเก่งหรือไม่เก่งขึ้นกับตัวเด็กเอง70% สิ่งแวดล้อมแค่ 30% มีกรณีศึกษาจริงๆ
พอมาคนที่สองเป็นดช.คนนี้เนื่องจากผมลงทุนเพิ่มอีกธุรกิจ ทำให้ตอนแกท้องผมไม่ค่อยได้ดูแลแกเหมือนคนแรก แทบจะไม่มีเวลาอ่านนิทานให้ฟังเลย พอแกเกิดมาก็มีแต่แม่เป็นคนดู เพราะอีกธุรกิจผมอยู่คนละที่กับธุรกิจเดิม ตกกลางคืนก็เหนื่อยจะหัวถึงหมอนก็หลับเป็นตาย แต่ลูกชายผมกลับรู้สึกว่าพัฒนาการทางความรู้เหนือกว่าลูกสาวผมอย่างเห็นได้ชัด พูดได้ตั้งแต่ยังไม่ขวบครึ่ง พอขวบกว่าก็ท่องเลข 1-20 ได้ จำเบอร์มือถือผมได้เวลาถาม wifi ไม่สนใจแล้วครับ เสียบตลอดเวลาเพราะขี้เกียจดึงไฟออก แต่กับลูกชายผมค่อนข้างกังวัลว่าแกจะเป็นเด็กออทิสเพราะว่า 2 ขวบน้ำลายแกยังไหลออกมา ซึงผมเคยอ่านเจอว่าถ้า 2-3 ขวบยังไม่หยุดอาการนี้ แสดงว่ามีโอกาศออทิส แต่ผมก็เคยพาไปหาหมอหลายหมอ หมอก็บอกว่าไม่เป็นหรอก ยังมาว่าผมอีกว่าผมกังวลอะไรเกินกว่าเหตุ
ที่เอ่ยมาก็อย่างเอามาแชร์เป็นประสบการ์ณเท่านั้นครับว่า ทำอะไรกับลูกแล้วอย่าไปคาดหวังอะไรมาก เด็กจะเก่งไม่เก่งขึ้นกับตัวเด็กเอง หรือบุญวาสนาแกอยู่แล้ว เราเองเสริมได้เท่าที่ทำได้นะครับ อย่าไปโมโหอะไรถ้าไม่ได้ดังใจ