โดนโจร บุกรุกบ้านมาขโมยของเห็นกับตา พร้อมโดนข่มขู่ครับ

สวัสดีครับพี่ๆ เพื่อนๆ ชาวPantip ขอคำปรึกษาแนะนำช่วยเหลือผมและครอบครัว หน่อยนะครับ ตอนนี้ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้วครับ ทั้งครอบครัวหวาดกลัวมาก ผมมีกันอยู่ 5 คน มี พ่อ แม่ ผม น้องสาว 2 คน น้องคนสุดท้องอยู่ ป.2 ไม่รู้จะมีอันตรายอะไรเกิดขึ้นหรือไม่ ตอนนี้พ่อกับแม่ต้องบังคับให้น้องผม เล่นอะไรก็อย่าไปไกลให้อยู่บริเวณหน้าบ้านเพราะ เขาที่มีเรื่องกับครอบครัวผมนี้ พวกเขาเยอะมากลูกชายเขาก็พึ่งออกจากคุกอีกด้วยครับ (ผมเขียนวันที่ 5/5/58 ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็สุดแล้วแต่เวรกรรม)
                   
                  เรื่องเป็นดังนี้ครับ ผมพึ่งเคยเขียนอะไรยาวๆ บางท่อนอาจจะงงๆ และผมจะขอเล่าคร่าว ๆ รายละเอียอดถ้าท่านใดต้องการแบบครบถ้วนหลังไมค์มาเลยครับจะเล่าอย่างละเอียดเลย

                 เรื่องเกิดเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2558 วันนั้นผมไปต่างจังหวัดครั้บ นี้คือคำบอกเล่าจากพ่อผมครับ

                 พ่อเล่าว่ากำลังทำงานอยู่กับบ้านปกติ อยู่ดีๆยามที่เฝ้าหมู่บ้าน... ก็มาหาแล้วบอกว่า คนชื่อ.. (เป็นคนผมรู้ชื่อและนามสกุลเพราะเขาเป็นน้องเขยเจ้าของที่ดินที่ผมเช่าอยู่ครับ) บอกว่าเห็นเขาถือที่สอยมะม่วงแล้วเดินเข้าไปในหมู่บ้าน พี่...ลองไปดูหน่อย (บ้านผมเป็นที่ดินยาวติดกับหมู่บ้านเลยครับมีกำปพงไม่สูงมากกั้นไว้)

                  พ่อผมจึงรีบบอกแม่น้องให้รีบไปดูครับ ที่ดินที่ครอบครัวผมเช่าอยู่ มีขนาด 15 ไร่ พ่อจึงให้แม่ไปด้านทิศใต้ของที่ดิน ส่วนพ่อไปด้านทิศเหนือจากนั้นคนที่เจอเขากำลังขโมยอยู่คือพ่อครับเจอกันแบบจังๆครับ กำลังสอยมะม่วงเลย พ่อไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะเราก็เป็นเบี้ยล่างเขาอยู่แล้ว ก็เขาเป็นน้องเขยเจ้าของที่นี่ครับ

พ่อผมเดินเข้าไปหาแล้ว พูดกับเขาดีๆว่า
พ่อ : เข้ามาทำอะไรกันละ
เขา : ไม่ตอบพร้อมบ่ายเบี่ยงไปเรื่องอื่นว่า "เนี่ยจ้างรถตักใครมาขุดละ" (ซึ่งพ่อพึ่งจ้างรถตักมาจัดที่ดินใหม่ เนื่องจากเป็นคำสั่งเจ้าของที่ครับ)
พ่อ : แล้วเข้ามาทำอะไรกันละ ทำไมไม่บอกกันเลย
เขา : แล้วทำไมกรูต้องบอกมิง! มิงอยากอยู่ที่ตรงนี้ไหม! มิงคอยดูละกันระหว่างกรูน้องเขยกับมิง พี่กรูจะเลือกใคร กรูจะให้ค่าเช่าที่เขา XX,XXX บาท พรุ่งนี้มิงกับครอบครัวเตรียมตัวย้ายออกไปได้เลย
พ่อ : อ้าว มิงพูดแบบนี้ได้ไง กรูเช่าเขาอยู่
แล้วเขาก็ทำท่าจะข้ามคูน้ำมารุมพ่อผม แต่ข้ามมาไม่ได้
แล้วก็เขาบอกว่า : เดี๋ยวมิงไปเจอกับกรูหน้าบ้าน
พ่อ : มิงไม่ต้องมา คนอย่างกรูไม่ใช้กำลัง
(คร่าวๆนะครับ มีรายละเอียดอีกครับ อยากทราบว่าคุยอะไรอีกมั่งหลังไมค์มาได้เลยครับ)
พ่อบอกว่าตะโกนดังพอสมควร เชื่อได้ว่าคนในหมู่บ้านถ้ามีใครอยู่ต้องได้ยินทุกคำพูดแน่นอน
               
                 จากนั้นพ่อผมเลยรีบวิ่งกลับมาโทรตามแม่น้องให้กลับมาจากท้ายที่ดิน ตอนนี้พ่อบอกว่า พอกลับมาถึงบ้านมองไปเขาก็รีบปีนรั้วหนีกันไปหมดแล้วครับพร้อมมะม่วงจำนวนหนึ่ง จากนั้นพ่อจึงจึงตั้งสติปรึกษาแม่ ว่าจะทำอย่างไรต่อไป จึงคิดได้ว่าสมควรบอกเจ้าของที่ว่าน้องเขยเขามาทำแบบนี้ พ่อผมจึงรีบขับรถไปหาเข้าของที่ดินเดี๋ยวนั้นเลยครับ

               พอไปถึงเจ้าของที่บอกพ่อว่า รู้เรื่องแล้วมันโทรมาบอกแล้ว มันเล่าว่า
"ฉันจะเข้าไปเอามะม่วงแล้วไอ้....ไปไล่ด่าเขา" เจ้าของที่เลยบอกไปว่า "แล้วไปเอาของเขาได้ยังไงฉันให้เขาเช่ามาปีนี้จะเข้าปีที่ 2 แล้ว ก็บอกกันแล้วไปเอาของเขาได้ยังไง" เจ้าของที่บอกว่า มันก็เงียบ (รู้ไหมครับภายหลังเจ้าของที่ให้ผมขับรถไปส่งที่บ้านเมียน้องเขยคนนี้ มะม่วงยังอยู่เลยครับ พอถามว่า พี่มะม่วงนี้ของเอามาจากไหนเขาบอก "ก็นั่นแหละมะม่วงของที่วันนั้นไปสอยมา !")

                จากนั้นพ่อผมก็คุยกับเจ้าของที่ดิน สรุปได้ว่า เจ้าของที่ดินให้พ่อผมรีบไปแจ้งความครับ บอกว่าไปแจ้งความเลยนะ ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงกับมันเหมือนกัน เจ้าของที่ดินช่วยพ่อกับแม่ เรื่องเอกสารสัญญาเช่าอย่างดี พร้อมให้ไปแจ้งความครับ  พ่อผมจึงให้ไปแจ้งความภายในวันนั้นเลย คุณตำรวจก็มาบ้านพร้อมไปดูที่เกิดเหตุ แล้วลงบันทึกประจำวันไว้

                 เมื่อไม่กี่วันมานี้ รถตู้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ไปส่งหมายเรียกที่บ้านเขาแล้วครับ (เย็นวันนั้นผมขับรถผ่านหน้าบ้านเขาพอดีเจอ เขามองตามรถอย่างโกรธแค้น) เย็นวันนั้น คุณตำรวจโทรบอกพ่อว่า จำเลยแจ้งมาว่าจะไปให้คำให้การวันที่ 7 เมษายนนี้ครับ ผมก็ดีใจไปเปราะหนึ่งที่บ้านเมืองของเรายังมีขื่อมีแปร

                 แต่ก็มาเจอเรื่องอีกครับ คือตำรวจให้หาพยานไปด้วยครับ ? ผมก็สบายใจเพราะ ยังไงก็มีคนเห็นแน่ๆ คือ ยามที่เฝ้าหมู่บ้านที่รู้เห็นด้วยแน่ๆ พ่อจึงจะให้คุณยามนี่แหละเป็นพยานแต่พอวันที่จะ ไปหาตำรวจนัดหมายกับยามซะดิบดีพอถึงเวลาจะโทรหายาม ยามปิดเครื่อง พ่อผมเลยต้องไปตามที่หมู่บ้าน จากนั้นคนในหมู่บ้านบอกผมว่า ยามยกครอบครัวหนีไปแล้ว ! พ่อตกใจมาก แล้วยกบ้านหนีไปทั้งครอบครัวแบบ ทิ้งบ้านไปเลยนะครับ ทราบมาว่ายามมีเรื่องกับกรรมการหมู่บ้านมานานแล้วเพราะ มีโจรขโมยเข้ามาขโมยของบ้านในหมู่บ้านบ่อยมาก ยามไม่เคยทำอะไรได้แถมเหมือนจะรู้เห็นเป็นใจ พอพ่อผมจะให้ไปเป็นพยาน คงจะเกิดความกลัวยกครอบครัวหนีเลย

                 แล้วผมจะทำอย่างไรละครับทีนี้พยานที่คิดว่าจะมีก็ไม่มีแล้ว แต่ผมขอตั้งสัจจะไว้เลยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้เป็นเรื่องจริงทั้งหมด ขอบอกว่าเรื่องตอนนี้ทั้งตำบลจะรู้หมดแล้วครับ มีคนรู้จักพ่อผมอยู่ในหมู่บ้านบอกเขาเห็นกะตาเลยว่า คนนั้นแบกมะม่วงออกไป... แต่เขาไม่กล้าไปเป็นพยานครับ เขากลัว

                  สถานการณ์ตอนนี้ เนื่องจากฝ่ายนั้นเป็นผู้กว้างขวาง(เขาเป็นนายหน้าวิ่งที่ดิน) เขาก็ไปเล่าให้คนทั้งท้องที่ฟังว่า เขาจะไปเอามะม่วงแล้วพ่อไปไล่ด่าเขาแล้วไปแจ้งความ มะม่วงแค่ไม่กี่ลูก มันยังไปฟ้อง (ที่รู้เพราะคนที่เขาไปเล่าก็คนรู้จักพ่อมาเล่าให้ฟังครับว่าเขามาหาแล้วมาบอกแบบนี้)
              
                  เมื่อไม่กี่วันมานี้ มีการไปบอกเจ้าของที่ ให้มาบอกผมให้ไปถอนแจ้งความ ไม่งั้นไม่ต้องมาเผาผีกัน เจ้าของที่เข้าใจเป็นอย่างดีครับ ไม่ได้ให้ผมถอนแจ้งความแต่ประการใด

                   ผมขอบอกเลยนะครับ มะม่วงแค่เล็กน้อยมันไม่ได้มีค่าอะไรที่ผมจะโกรธพอไปแจ้งความหรอกนะครับ หน้ามะม่วงทีหนึ่งผมนำไปให้เพื่อนๆและคนรู้จักเป็นลังๆ แถมเดือนไหนนึดครึ้มใจครอบครัวผมจะทำก๋วยเตี๋ยวแจกด้วยนะครับ (คนรู้จักพ่อผม พอได้ยินเขาไปโพนทะนาแบบนั้น ก็สงสัยกันทุกคน ว่าแค่นั้นพ่อผมจะไป แจ้งตำรวจทำไม เพราะปกติเอามะม่วงไปฝากเขาทีเป็นลังๆ เวลาไปหาก็มีของฝากไปตลอด) แต่ที่ผมไปฟ้องเพราะมีการข่มขู่ บุกรุกพื้นที่อย่างไม่เกรงกลัวกฏหมายใดๆทั้งสิ้น ตนผิดแต่ไม่กลัวความผิดใดๆ พยายามกลับดำเป็นขาวบอกเล่าให้คนอื่นฟังไปทั่วว่าครอบครัวผมเป็นอย่างงั้นอย่างงี้

                  ตอนนี้เวลาเขาขับรถผ่านหน้าบ้านผม เขาจะพยายามชลอรถและจ้องมองผมกับครอบครัวให้มากที่สุด มองที่ดินทั้งหมดประหนึ่งว่าเขาคือเจ้าของที่ดินที่พร้อมจะไล่ผมและครอบครัวออกไปเมื่อไหร่ก็ได้ พร้อมสายตาอาฆาตมาดร้าย

                 ผมรู้ครับแค่มองหน้า มันจะเป็นอะไรแต่นี้คือคนที่มาขโมยของบ้านผม ขู่กรรโชก บุกรุกพื้นที่บ้านผมนะครับ เขามองแต่ละทีขนาดขับรถเหลียวหลังขนาดนี้เขาคงไม่มองปกตินะครับ ท่านคงนึกไม่ออกว่าเขามองขนาดไหนมองขนาดที่ว่า ถ้าผมออกจากบ้านแล้วไปเจอกับซึ่งๆหน้าเมื่อไหร่ แล้วเขาจะยืนมองครอบครัวผมแบบนั้น จนกว่าฝ่ายผมจะลับสายตาไปนั่นแหละครับ

--------- ผมควรจะทำอย่างไรดีครับในด้านกฎหมาย ผมจะเอาเรื่องอะไรเขาได้ไหม พอจะแนะนำว่า ครอบครัวผมควรทำอย่างไรกับชีวิตและทรัพย์สินตอนนี้ดีครับตอนนี้หวาดกลัวหวาดระแวงอย่างมากเลยครับ   ----------------

ขอบพระคุณเพื่อนๆชาวพันทิพครับ

ปล.เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องจริงครับ ถ้าท่านใดเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรืออะไรก็แล้วแต่จะให้ผมไปสาบาน ตายโหง ตายห่าอะไรก็ได้ หรือถึงขั้นขึ้นศาลจะให้สาบานต่อหน้าศาลพิพากษาหรืออะไรก็ได้ผมขอยืนยันว่านี่คือเรื่องจริงครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่