เพื่อนๆคือแบบว่า เรามีปัญหาอย่างหนึ่งอยากจะขอความช่วยเหลือ
คือเพือนๆคิดว่าที่น้องเราเป็นแบบนี้ เพราะโทรศัพท์ หรือ สันดาน
เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อ 5 ปีที่แล้วน้อง เราสอบติดโรงเรียนรองประจำจังหวัด ติดห้องต้นๆด้วย น้องเราเข้าเรียนเทอมแรกเกรดตกมาก ที่บ้านก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ทุกคนที่บ้านจะสังเกตว่า น้องเราชอบคุยโทรศัพท์ พอเทอมที่สอง ครูเรียกย่าที่เป็นผู้ปกครองไปพบว่า น้องเราโดนให้เชิญออก เนื่องจากติดโทรศัพท์โดนเรียนมานั่งคุยโทรศัพท์ และไม่เข้าเรียนจนหมดสิทธิ์สอบ
ต่อมาน้องเราเข้าโรงเรียนอาชีวะ ใกล้บ้านเรียนได้ไม่เท่าไรก็ออกอีก เรื่องเดิมติดโทรศัพท์ ติดโซเซียล แล้วก็มีแฟนทางโซเซียลแฟนเรียนอีกทีนึงเลยจะย้ายไปเรียนกับแฟน น้องโดนต่อว่าหนักจากทางบ้าน เราก็ทะเลาะกับน้องบ่อย จนเคยคุยกับย่าว่าให้พาน้องไปหาจิตเวชไหม
แต่ก็ทำได้แค่คิดเพราะอยู่ดีน้องก็หนีออกจากบ้านไป เพราะปัญหาทะเลาะกับแม่เลี้ยง แต่สุดท้ายก็ตามกลับมาจนได้
ต่อมาย่ากลัวว่าน้องจะหนีเลยตามใจให้ไปเรียนกับแฟนที่เจอกันทางเน็ต แต่ไม่รู้เพราะอะไร ทะเลาะกับแฟนได้ตลอดบางทีแฟนมันโทรมาเล่าให้ฟังว่าน้องเราชอบคุยโทรศัพท์ กับคนอีก แหละมันก็เลิกกันแล้วอยู่ดี มันก็หนีออกไปจากบ้านไป คราวนี้หายไปครึ่งปี แล้วก็โทรติดต่อมาบอกว่าอยู่กับแฟนคนใหม่ ที่บ้านรู้นี่โครตโมโห ถึงขนาดสั่งห้ามไม่ให้ผู้หญิงคนนั้นเข้าบ้าน แต่ก็ไปได้ 2 ปีถึงยอมกลับบ้าน
การกลับมาของน้องเรา เราดีใจมากทีแรกกลับมาก็นึกว่ามันเลิกติดโทรศัพท์แล้ว ก็เลยฝากให้มันเข้าทำงานที่เดียวกับเรา แต่แล้วก็เหมือนเดิมติดโทรศัพท์ทั้งวัน ทำงาน มั่วมาก ไม่ขยัน หลบงานเก่ง โกหกเจ้านาย มีปัญหาเจ้านายไม่ได้ว่ามันคนเดียว ว่าเราด้วย แล้วเราก็มีปัญหาทะเลาะกันบ่อยมามากเพราะเรื่องการติดโทรศัพท์ ทะเลาะทุกวันจนเราทนมันไม่ไหวต้องหนีออกจากบ้านตัวเองไปทำใจอยู่หลายวัน ที่บ้านแม่ พอกลับมา มันก็โดนไล่ออกจากงาน เพราะไปหาสาวที่เจอกันทางโซเชียล แล้วไม่กลับทำงานตามกำหนดที่ลาไหว สุดท้ายก็หายไปอยู่กับเค้า 3-4 เดือน แล้วเค้าก็ขอเลิก เพราะมันติดโทรศัทพ์ แล้วก็ไม่ทำงาน
พอมันเลิกมันก็ต้องย้ายหาที่อยู่ใหม่ บาปกรรมดันไปตกอยู่ที่แม่แล้ว แม่เรามีกำลังเริ่มเปิดร้านขายข้าวตามสั่ง น้องเรามันขอไปอยู่ด้วยแม่ก็ไม่ว่าเพราะว่ายังไงมันก็ลูก แถมใจดีพูดกับเราว่าจะให้มันอยู่เรียนรู้การทำอาหารกับแม่ และวางเป้าว่าอนาคตจะให้มันดูแลร้านเลย เรากับย่าก็สนับสนุนเต็มที แล้วมันก็เกเรเหมือนเดิม ติดคุยโทรศัพท์คุยทั้งวันทั้งคืนไม่เคยเอาหูฟังออกจากหูเลย งานไปแรกๆก็ช่วยแม่ทุกอย่างพอนานไปก็ไม่ช่วยงาน แถมแอบจิ๊กเงินแม่ด้วย(แม่บอกมา) หนักสุดโกหกแม่เพื่อจะขอเงินไปเรียกสาวจนแม่ทนไม่ไหว โทรมาบอกว่าเลี้ยงไม่ไหว แล้ว ส่วนน้องเราก็โทรมาหาบอกเราว่า แม่ไม่อยากเลี้ยงมันจะกลับบ้าน แล้วเมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมามันกลับบ้านมาหาย่าที่บ้านเรา มันขอกลับมาเรียนอยู่บ้าน อ้าวแล้วไง????
มันจะกลับมาเรียนก็ไม่ว่าหรอก แต่ค่าเรียนมันนี่สิ หลักสูตร 6 เดือน ค่าเรียน 50,000 แพงสัด แล้วที่กลับมาเรียนเพราะเรียนตามเพื่อนนี่แหละ ที่คนที่บ้านห่วง ก็ห่วงว่าถ้ามันผิดใจกลับเพื่อนก็จะก็จะลาออกทันที ( เราพี่มันเรารู้นิสัยดี) แต่ยิ่งนับวันมันก็ยิ่งติดโซเชียลหนักวันๆ จ้องโทรศัพท์ไม่เคยละจากหน้าจอ แมร่งแต่จะกินข้าว จนบางทีต้องว่าต้องด่า มันบอกว่าขอมีเวลาส่วนตัวบาง แมร่งทุกวันนี้มันเวลาส่วนตัวจนไม่มีเวลาให้ครอบครัวเลย จะมันด่าก็เถียง ย่าเรียกดีๆมันก็ตะคอก
จะจัดการกับมันยังไงดี สาเหตุที่เกิดขึ้นมันมาจากไหนเนี่ย จากโซเชียล จากโทรศัพท์หรือจากสันดาน ช่วยเราหาวิธีแก้เผ็ดหรือดัดสันดารคนหน่อย ขอแบบให้หายบ้าโทรศัพท์ เลิกสันดารเสียๆ ไปเลยจะดีมาก
น้องเราเป็นแบบนี้ เพราะโทรศัพท์ หรือ สันดาน ??????
คือเพือนๆคิดว่าที่น้องเราเป็นแบบนี้ เพราะโทรศัพท์ หรือ สันดาน
เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อ 5 ปีที่แล้วน้อง เราสอบติดโรงเรียนรองประจำจังหวัด ติดห้องต้นๆด้วย น้องเราเข้าเรียนเทอมแรกเกรดตกมาก ที่บ้านก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ทุกคนที่บ้านจะสังเกตว่า น้องเราชอบคุยโทรศัพท์ พอเทอมที่สอง ครูเรียกย่าที่เป็นผู้ปกครองไปพบว่า น้องเราโดนให้เชิญออก เนื่องจากติดโทรศัพท์โดนเรียนมานั่งคุยโทรศัพท์ และไม่เข้าเรียนจนหมดสิทธิ์สอบ
ต่อมาน้องเราเข้าโรงเรียนอาชีวะ ใกล้บ้านเรียนได้ไม่เท่าไรก็ออกอีก เรื่องเดิมติดโทรศัพท์ ติดโซเซียล แล้วก็มีแฟนทางโซเซียลแฟนเรียนอีกทีนึงเลยจะย้ายไปเรียนกับแฟน น้องโดนต่อว่าหนักจากทางบ้าน เราก็ทะเลาะกับน้องบ่อย จนเคยคุยกับย่าว่าให้พาน้องไปหาจิตเวชไหม
แต่ก็ทำได้แค่คิดเพราะอยู่ดีน้องก็หนีออกจากบ้านไป เพราะปัญหาทะเลาะกับแม่เลี้ยง แต่สุดท้ายก็ตามกลับมาจนได้
ต่อมาย่ากลัวว่าน้องจะหนีเลยตามใจให้ไปเรียนกับแฟนที่เจอกันทางเน็ต แต่ไม่รู้เพราะอะไร ทะเลาะกับแฟนได้ตลอดบางทีแฟนมันโทรมาเล่าให้ฟังว่าน้องเราชอบคุยโทรศัพท์ กับคนอีก แหละมันก็เลิกกันแล้วอยู่ดี มันก็หนีออกไปจากบ้านไป คราวนี้หายไปครึ่งปี แล้วก็โทรติดต่อมาบอกว่าอยู่กับแฟนคนใหม่ ที่บ้านรู้นี่โครตโมโห ถึงขนาดสั่งห้ามไม่ให้ผู้หญิงคนนั้นเข้าบ้าน แต่ก็ไปได้ 2 ปีถึงยอมกลับบ้าน
การกลับมาของน้องเรา เราดีใจมากทีแรกกลับมาก็นึกว่ามันเลิกติดโทรศัพท์แล้ว ก็เลยฝากให้มันเข้าทำงานที่เดียวกับเรา แต่แล้วก็เหมือนเดิมติดโทรศัพท์ทั้งวัน ทำงาน มั่วมาก ไม่ขยัน หลบงานเก่ง โกหกเจ้านาย มีปัญหาเจ้านายไม่ได้ว่ามันคนเดียว ว่าเราด้วย แล้วเราก็มีปัญหาทะเลาะกันบ่อยมามากเพราะเรื่องการติดโทรศัพท์ ทะเลาะทุกวันจนเราทนมันไม่ไหวต้องหนีออกจากบ้านตัวเองไปทำใจอยู่หลายวัน ที่บ้านแม่ พอกลับมา มันก็โดนไล่ออกจากงาน เพราะไปหาสาวที่เจอกันทางโซเชียล แล้วไม่กลับทำงานตามกำหนดที่ลาไหว สุดท้ายก็หายไปอยู่กับเค้า 3-4 เดือน แล้วเค้าก็ขอเลิก เพราะมันติดโทรศัทพ์ แล้วก็ไม่ทำงาน
พอมันเลิกมันก็ต้องย้ายหาที่อยู่ใหม่ บาปกรรมดันไปตกอยู่ที่แม่แล้ว แม่เรามีกำลังเริ่มเปิดร้านขายข้าวตามสั่ง น้องเรามันขอไปอยู่ด้วยแม่ก็ไม่ว่าเพราะว่ายังไงมันก็ลูก แถมใจดีพูดกับเราว่าจะให้มันอยู่เรียนรู้การทำอาหารกับแม่ และวางเป้าว่าอนาคตจะให้มันดูแลร้านเลย เรากับย่าก็สนับสนุนเต็มที แล้วมันก็เกเรเหมือนเดิม ติดคุยโทรศัพท์คุยทั้งวันทั้งคืนไม่เคยเอาหูฟังออกจากหูเลย งานไปแรกๆก็ช่วยแม่ทุกอย่างพอนานไปก็ไม่ช่วยงาน แถมแอบจิ๊กเงินแม่ด้วย(แม่บอกมา) หนักสุดโกหกแม่เพื่อจะขอเงินไปเรียกสาวจนแม่ทนไม่ไหว โทรมาบอกว่าเลี้ยงไม่ไหว แล้ว ส่วนน้องเราก็โทรมาหาบอกเราว่า แม่ไม่อยากเลี้ยงมันจะกลับบ้าน แล้วเมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมามันกลับบ้านมาหาย่าที่บ้านเรา มันขอกลับมาเรียนอยู่บ้าน อ้าวแล้วไง????
มันจะกลับมาเรียนก็ไม่ว่าหรอก แต่ค่าเรียนมันนี่สิ หลักสูตร 6 เดือน ค่าเรียน 50,000 แพงสัด แล้วที่กลับมาเรียนเพราะเรียนตามเพื่อนนี่แหละ ที่คนที่บ้านห่วง ก็ห่วงว่าถ้ามันผิดใจกลับเพื่อนก็จะก็จะลาออกทันที ( เราพี่มันเรารู้นิสัยดี) แต่ยิ่งนับวันมันก็ยิ่งติดโซเชียลหนักวันๆ จ้องโทรศัพท์ไม่เคยละจากหน้าจอ แมร่งแต่จะกินข้าว จนบางทีต้องว่าต้องด่า มันบอกว่าขอมีเวลาส่วนตัวบาง แมร่งทุกวันนี้มันเวลาส่วนตัวจนไม่มีเวลาให้ครอบครัวเลย จะมันด่าก็เถียง ย่าเรียกดีๆมันก็ตะคอก
จะจัดการกับมันยังไงดี สาเหตุที่เกิดขึ้นมันมาจากไหนเนี่ย จากโซเชียล จากโทรศัพท์หรือจากสันดาน ช่วยเราหาวิธีแก้เผ็ดหรือดัดสันดารคนหน่อย ขอแบบให้หายบ้าโทรศัพท์ เลิกสันดารเสียๆ ไปเลยจะดีมาก