Road trip first time … กว่าจะถึงเวกัส!



เกือบเที่ยงคืนของวันที่ 23 มีนาคม 2558

ล้อเล็กๆทั้งสี่ของรถทรงเหลี่ยมๆ (ที่บางคนบอกว่าเป็นรถทรงคุณป้า) ก็เคลื่อนออกจากที่จอดรถพร้อมอุปกรณ์ยังชีพสำหรับเดินทางไกลครั้งแรก ฉันขอเรียกการเดินทางครั้งนี้ว่าเป็น Road trip ด้วยความภาคภูมิใจ เพราะทุกอย่างนี่บนโรดจริงๆ ตั้งแต่กินยันนอน


เบาะหลังของรถถูกถอดออกพร้อมยัดเครื่องนอนที่ปูซ้อนจนมันนิ่มเหมือนที่นอนจริง กับถังน้ำแข็งที่ใส่ของยังชีพในทะเลทรายไว้พร้อม ทั้งน้ำ กาแฟ นำ้อัดลม น้ำแข็ง ลูกพรุน ชอคโกแลต ข้างนอกถังยังมีตะกร้าของยังชีพอีกตะกร้าใหญ่ ที่เต็มไปด้วยขนมปัง บราวนี่แข็งๆอบเอง ชอคโกแลตนูเทลล่ากระปุกใหญ่ มีด ช้อน ซ่อม จาน ผลไม้สามสี่อย่าง และกับข้าวมื้อใหญ่ที่ทำมาจากที่ร้านอีก (เนื่องจากฉันต้องการประหยัดเงินแบบสุดๆ ทุกอย่างที่ขนไปได้ให้ขนไป ไม่ซื้อ ไม่ฟุ่มเฟือย ห้ามเด็ดขาด)

ระยะทางเกือบพันไมล์จากเดวิสสู่ลาสเวกัส เมืองในฝันของคอหนังฮอลลีวูด กินเวลาทั้งหมดร่วมสิบชั่วโมง ฉันเป็นเบรคแรกที่ได้พิสูจน์ความนิ่มของที่นอนด้านหลัง (อื้มมม มันหลับสบายจริงด้วยแหะ แต่ด้วยความตื่นเต้นทำให้ใช้เวลาเป็นชั่วโมงกว่าจะหลับลง ทั้งที่เพิ่งผ่านวันที่ร้านอาหารที่ทำงานบีซี่อย่างสุด) ตีห้ากว่าๆ แสงเช้ายังไม่ทันโผล่ขึ้นมาให้เห็น ฉันก็ถูกปลุกจากความสบายของที่นอนด้านหลัง เพราะคนขับรถมือหนึ่งบอกว่าหลงทาง! น้ำมันก็จะหมด สัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่มี อะไรจะซวยลงตัวขนาดนี้ ฉันเลยบอกให้เพื่อนขับรถออก exit แรกที่มีป้ายบอกว่ามีปั๊มน้ำมัน เพื่อนก็หันมามองหน้าด้วยความกดดัน แล้วบอกว่าขับวน exit นี้มารอบนี้รอบที่สามแล้ว ก็ยังหาปั๊มไม่เจอ ฉันนี่ใจหายไปถึงตาตุ่ม  เรื่องเล่าชวนขนหัวลุกจากเมืองไทยเริ่มวิ่งเข้ามาในหัวที่ว่าอาจมีพลังงานบางอย่างบังตาทำให้เรามองไม่เห็น ต้องเดินวนไปวนมาซ้ำที่เดิม .. แต่เพื่อนฉันไม่ใช่คนไทยนี่หว่า มันจะโดนผีหลอกได้เหมือนกันรึเปล่า ยังสงสัยอยู่ .. การเสี่ยงครั้งที่สามของเราเริ่มขึ้นพร้อมกับเสียงเตือนน้ำมันจะหมดดังขึ้นเป็นรอบที่สอง ในใจฉันนี่เริ่มคิดถึงบัตรเมมเบอร์ของบริษัททริปเปิ้ลเอในกระเป๋าสตางค์แล้ว คราวนี้คงได้ใช้ให้มันมาลากรถพร้อมเติมน้ำมันฟรีหนึ่งถึงแน่ๆ แต่แล้วเหมือนสวรรค์เข้าข้าง เราขับไปจนเกือบสุดเขตที่มีไฟนำทางจึงเห็นมีปั๊มเล็กๆ เหมือนปั๊มตามตำบลในเมืองไทย เป็นอันว่ารอดไปด่านที่หนึ่ง

เราตัดสินใจพักรถที่นี่กันครึ่งชม. เพื่อนก็เดินไปเข้าห้องน้ำตามคอนเซปเจอปั๊มให้เข้าห้องน้ำ ทิ้งให้ฉันเป็นคนจัดการเติมน้ำมันและเฝ้ารถ ด้วยประสบการณ์การเดินทางมามากมายหลายทริปทำให้ไม่เคยรู้สึกว่าจะต้องกลัวอะไร จนกระทั่งมีผู้หญิงผิวดำ แต่งตัวธรรมดา เดินเข้ามาคุยด้วย แถมนางตัวใหญ่กว่าฉันอีกเท่านึง ดูยังไงก็สู้ไม่ไหวแน่แล้วกู พอนางเริ่มถามเรื่องเงิน จากจิตใจที่ห่อเหี่ยวของฉันก็มีสัญชาติญาณปกป้องขึ้นมาทันที รีบบอกนางว่า เงินฉันไม่มีหรอก ไม่เคยพกเงินสด นางเริ่มทำหน้าเบี้ยวไม่พอใจ หัวสมองฉันรีบเคลื่อนเซลล์ความคิดอย่างเร่งรีบ เอาไงดีวะกู โดนจี้ตั้งแต่วันแรกนี่ได้ย้อนกลับเดวิสแน่ๆ ฉันจึงรีบตอบต่อไปว่า แต่ฉันมีอาหารนะ มาจากร้านอาหารไทย เป็นปลาทอดกับแกงแล้วก็มีข้าวบราวไรซ์ด้วยนะ อร่อยมากๆ ยูเอาไปกินดีมั้ย พร้อมกับรีบหยิบถุงอาหารยื่นให้ทั้งถุง พร้อมช้อนส้อม นางมอง พยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้แล้วเดินจากไป จังหวะเดียวกันไอ้เพื่อนตัวดีที่หายเข้าไปเข้าห้องน้ำในมินิมาร์ทก็เดินออกมาพร้อมถามหากับข้าวของนาง ฉันได้แต่ตอบไปว่า “กูทำบุญไปแล้ว ไปหาอะไรง่ายๆกินในมินิมาร์ทแล้วกันนะ”


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่