วันนี้ของช่อง 7 ท่ามกลางความ "น่ากลัว"




ครองความนิยมมายาวนานตั้งแต่โทรทัศน์ของไทยอยู่ในระบบอนาล็อก จนปัจจุบันที่เปลี่ยนระบบมาเป็นดิจิตอล "สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7" ก็ยังรั้งตำแหน่งผู้นำตามที่ "เอซี นีลเส็น" ทำการสำรวจเมื่อต้นปี

"เราเตรียมตัวมาพอสมควรแล้ว ก็เลยเป็นตามแผนที่เราวางไว้ ผลลัพธ์ออกมาจากผู้ชม เรตติ้งจากของเอซี นีลเส็นก็ถือว่าน่าพอใจในขณะเวลาที่มีการแข่งขันสูงอย่างนี้" "พลากร สมสุวรรณ" กรรมการผู้จัดการสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 บอกถึงเหตุที่ทำให้ผลออกมายิ้มได้

แต่กระนั้น "ถามว่าหายเหนื่อยไหม คงไม่"

"การทำงาน 24 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นคนทำงานทีวีมันจะมีอะไรต่างๆ เข้ามา ไม่เรื่องนู้นก็เรื่องนี้ตราบใดที่ยังออกอากาศ จะมีเหตุการณ์ใหม่ๆ เข้ามา จะต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา

"สิ่งใหม่ๆ ที่เข้ามามีทั้งเรื่องปัญหาอุปสรรค มีทั้งเรื่องการทำงาน มีทั้งเรื่องปรับปรุงรายการใหม่ คือคนทำทีวีเหมือนหยุดไม่ได้"

ดังนั้น ทางช่องจึงมีการพัฒนาเนื้อหาอยู่เรื่อยๆ อย่างการปรับรายการยอดนิยม "7 คอนเสิร์ต" มาเป็นรูปแบบ" "7 สีคอนเสิร์ตออนทัวร์" หรือหยุดออกอากาศรายการ "ชุมทางเสียงทอง" นั่นก็ใช่

"โทรทัศน์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การมีอยู่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะอยู่ตลอดไป ถึงเวลาคือผู้ชมจะเปลี่ยนรสนิยมหรือวิธีในการชมไปเรื่อยๆ ทีวีก็ต้องปรับตัว ของทุกอย่างเวลามันนานไป เราก็ต้องหยุด

"เหมือน 7 สีคอนเสิร์ต 30 ปีแล้วเราก็ต้องหยุด มีคนบอกว่ามันอยู่มานานนะ เสียดาย"

แต่นี่คือวิธีบริหารจัดการ แล้วก็แนวคิด

"ถามว่าคนอยากดู 7 สีคอนเสิร์ตก็เพราะมันมีมนต์ขลัง เราถึงทำออนทัวร์ดีกว่า

"แล้วไม่แน่อีกสักปี 2 ปี 7 สีคอนเสิร์ตอาจจะกลับมาก็ได้ เช่นเดียวกับชุมทางเสียงทองก็อาจจะกลับมา เป็นไปได้หมด"

ส่วนด้านงานละคร นอกจากเปิดโอกาสให้ผู้จัดหน้าใหม่ เช่น "วีรภาพ สุภาพไพบูลย์, เอ-ศุภชัย ศรีวิจิตร" ได้แสดงฝีมือ บางเรื่องยังมีการทุ่มงบสูงขึ้น รวมถึงมีการไปถ่ายทำต่างประเทศ เพื่อสร้างแนวทางใหม่ๆ ให้แก่ช่อง

"ไม่ต่างจากเรื่องนักแสดงที่ "คัดแล้วคัดอีก" ตามนโยบายช่องเต็มที่"

"เราทำงานเป็นคณะกรรมการ เป็นทีม มีแผนงาน ทั้งเรื่องการคัดสรรนักแสดงหน้าใหม่เข้ามา อบรมหลักสูตรต่างๆ ผมคิดว่าในช่วงเวลาเหล่านี้ทุกคนพยายามหาสิ่งใหม่ๆ คนจะพูดว่าเด็กชายเป็นนาย เด็กหญิงเป็นนางสาวทุกวัน คนที่อยากจะเข้าวงการนี้มันก็มีอยู่ตลอดเวลา"

ดังนั้น ท่ามกลางคนเขียนบทโทรทัศน์ที่ขาดแคลน นักแสดงจึงตรงข้ามโดยสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตาม หากถามถึงทีเด็ดพลากรว่า "ขอเก็บไว้ก่อน" แต่รับรองจะมีสิ่งใหม่ๆ ให้เห็นมากมาย

"เราค่อยๆ ทำ ต้องติดตามเรื่อยๆ ตั้งแต่ปรับทีวีดิจิตอลก็ทำแคมเปญ "ถึงใจถึงอารมณ์" จากนั้นก็พัฒนารายการแล้วก็ผันรายการให้สอดคล้องกับแนวทาง ล่าสุดได้ลิขสิทธิ์มวยฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์กับปาเกียว ก็เป็นไปตามนโยบายสถานีที่คัดแล้วคัดอีก"

แล้วทุกอย่างจะสะท้อนตัวของมันเอง

"เพราะแม้จะครองความนิยมอันดับหนึ่ง แต่สถานการณ์ตอนนี่ "น่ากลัวทุกช่อง ทุกคนมีความสามารถ ไม่สามารถบอกได้ว่าช่องไหนเก่งไม่เก่ง ทุกคนมีความสามารถเท่าเทียมกัน"

"ทุกอย่างจึงต้องเต็มที่"


ที่มา http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1430282157

ส่วนตัวชอบที่คุณหน่องเวลาให้สัมภาษณ์ รู้สึกถ่อมตัวดีทุกครั้ง
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่