คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 25
ใครจะมองอย่างไร แต่ผมถือว่าเป็นกระทู้ที่ดีนะครับ
ขออนุญาตแสดง คคห.แลกเปลี่ยนกับ จขกท ตามเจตนาของ จขกท ที่ว่า กระทู้นี้เพื่อการศึกษา
ต่อการตั้งคำถามแรกว่า คนดีคืออะไรนั้น พบว่ามีผู้แสดง คคห.ไว้มากมาย แต่เหมือนกับตอบแล้วก็ยิ่งมีคำถามตามมาอีก
ขอเริ่มเลยนะครับ คคห.ส่วนตัวผมว่า บนโลกใบนี้ คำว่าคนดี คนเลว ล้วนเป็นสิ่งที่ถูกสมมุตขึ้นมา
เช่นเดียวกับสรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวง ก็ถูกสมมุติขึ้นมาเช่นกัน
หากเราไปดูใน ปรมัตถสภาวธรรม หรือจะดูงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ก็ได้
คำตอบจะตรงกันเลยว่า หากแยกย่อยลึกลงไปเรื่อยๆแล้ว จะพบว่า แท้จริงแล้วสรรพสิ่งทั้งปวงมันไม่มีอะไรเลย
มันไม่มีอะไรอยู่จริง เพราะสุดท้ายจะพบแต่ความว่างเปล่า
หากแม้นสรรพสิ่งยังไม่มีอยู่จริง แล้วจะมีคนดี คนเลวได้อย่างไร ตามที่ จขกท ตั้งคำถามไว้ได้อย่างไร ในความเป็นจริง
แต่ในสังคมของมนุษย์นั้น เป็นสังคมแห่งการสมมุต ที่มนุษย์เองนั้นได้บัญญัติสิ่งต่างๆขึ้นมาเองหมด
เช่น อะไรแบบไหนถึงเรียกว่าคนดี หรือคนเลว ซึ่งก็สมมุติกันต่อไปอีก สมมุตกันเรียกว่า สมมุติบัญญัติ อีกทีหนึ่ง
ต่อ คห.ที่ จขกท ตั้งคำถามต่อไปอีกก็คือ ถ้าละเว้นความชั่วแล้วคนอื่นเดือดร้อน สามารถเรียกดีได้ไหมครับ
ถ้าตามสมมุติที่สังคมชาวพุทธได้บัญญัตติขึ้นมา ผมก็ได้แสดง คห.ไว้บ้างแล้วใน คคห.ต้นๆ ตามแนวทางนั้น
คำตอบคือ กรรมหนึ่งๆอาจแบ่งได้หลายวาระ คือการละเว้นความชั่วก็วาระหนึ่ง การทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนก็อีกวาระหนึ่ง
แยกกันชัดเจน ไม่ปะปนกัน
คำถามต่อไปของ จขกท คือ ถ้าความดีจริงๆ ไม่มีแล้วความชั่วจริงๆ มีไหมครับ โปรดยกตัวอย่าง
ตอบ ถ้าความดีจริงๆไม่มีแล้ว ความชั่วจะมีได้อย่างไร ก็แท้จริงแล้วสรรพสื่งมันไม่มีอะไรเลย
นั่นก็แสดงว่ามันไม่มีอะไรเลยไง
แต่มีสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจมากๆคือ แต่มันก็มีนี่ไง จะว่ามันไม่มี แต่เราเองก็ยังสมมุติมันขึ้นมาได้
แสดงว่ามันก็มีอยู่ มีคุณ มีผม มีคนดี คนเลว ภูเขา แม่น้ำ มีทุกสรรพสิ่งที่มนุษย์สมมุติกัน
ต่อข้อนี้จะขอถาม จขกท ว่า ท่านจะอธิบายเรื่องนี้ว่ายังไงล่ะ?
หากท่านบอกว่า ท่านเห็นแต่ธรรมชาติกับเวลา แต่ท่านก็ถาม มันก็มีคำถาม ท่านเห็น ท่านรู้ ท่านเขียน ท่านพิมพ์
ท่านก็ทำอยู่ สิ่งที่ท่านทำ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งสมมุต ที่มีอยู่ และก็ไม่มีอยู่จริง ใช่หรือเปล่า
มันก็ตรงกับความหมายที่ว่า ในความที่ไม่มีอะไรเลย แต่มันก็มีมีอะไรอยู่
และในความที่ว่ามี แต่แท้จริงแล้ว มันกลับไม่มีอะไรอยู่เลย มันน่างงใช่มั๊ยล่ะครับ
ขออนุญาตสรุปเลยนะครับ เพราะเดี๋ยวจะยาวกว่านี้ ว่า สุดท้ายมันก็ไม่มีอะไรที่จะให้เรา ไปยึดมั่นถือมั่นมัน ได้หรอกครับ
ผมพยายามบอกตัวเองเสมอว่า ให้เจริญสติเพื่อให้เกิดปัญญาให้มาก
แล้วใช้ปัญญาบอกว่าเรา จะอยู่กับสมมุติบัญญัตินี้ให้ถูกต้อง ให้ดีได้อย่างไร
เพื่อสักวันหนึ่งเมื่อเข้าใจแล้ว ก็หวังที่จะสามารถออกจากสมมุติบัญญัตินั้นๆ ไปเสียให้ได้ในที่สุด
ปล.ทั้งหมดนี้คือ คคห.ส่วนตัวกระผมนะครับ
ขอเชิญชวน จขกท และเพื่อนสมาชิก ร่วมแสดง คคห.ร่วม หรือเห็นต่าง เพื่อการศึกษาเพิ่มเติมนะครับ
แล้วผมจะขออนุญาตทุกท่าน กลับเข้ามาแลกเปลี่ยนในกระทู้นี้อีกครั้ง ขอบคุณครับ
ขออนุญาตแสดง คคห.แลกเปลี่ยนกับ จขกท ตามเจตนาของ จขกท ที่ว่า กระทู้นี้เพื่อการศึกษา
ต่อการตั้งคำถามแรกว่า คนดีคืออะไรนั้น พบว่ามีผู้แสดง คคห.ไว้มากมาย แต่เหมือนกับตอบแล้วก็ยิ่งมีคำถามตามมาอีก
ขอเริ่มเลยนะครับ คคห.ส่วนตัวผมว่า บนโลกใบนี้ คำว่าคนดี คนเลว ล้วนเป็นสิ่งที่ถูกสมมุตขึ้นมา
เช่นเดียวกับสรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวง ก็ถูกสมมุติขึ้นมาเช่นกัน
หากเราไปดูใน ปรมัตถสภาวธรรม หรือจะดูงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ก็ได้
คำตอบจะตรงกันเลยว่า หากแยกย่อยลึกลงไปเรื่อยๆแล้ว จะพบว่า แท้จริงแล้วสรรพสิ่งทั้งปวงมันไม่มีอะไรเลย
มันไม่มีอะไรอยู่จริง เพราะสุดท้ายจะพบแต่ความว่างเปล่า
หากแม้นสรรพสิ่งยังไม่มีอยู่จริง แล้วจะมีคนดี คนเลวได้อย่างไร ตามที่ จขกท ตั้งคำถามไว้ได้อย่างไร ในความเป็นจริง
แต่ในสังคมของมนุษย์นั้น เป็นสังคมแห่งการสมมุต ที่มนุษย์เองนั้นได้บัญญัติสิ่งต่างๆขึ้นมาเองหมด
เช่น อะไรแบบไหนถึงเรียกว่าคนดี หรือคนเลว ซึ่งก็สมมุติกันต่อไปอีก สมมุตกันเรียกว่า สมมุติบัญญัติ อีกทีหนึ่ง
ต่อ คห.ที่ จขกท ตั้งคำถามต่อไปอีกก็คือ ถ้าละเว้นความชั่วแล้วคนอื่นเดือดร้อน สามารถเรียกดีได้ไหมครับ
ถ้าตามสมมุติที่สังคมชาวพุทธได้บัญญัตติขึ้นมา ผมก็ได้แสดง คห.ไว้บ้างแล้วใน คคห.ต้นๆ ตามแนวทางนั้น
คำตอบคือ กรรมหนึ่งๆอาจแบ่งได้หลายวาระ คือการละเว้นความชั่วก็วาระหนึ่ง การทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนก็อีกวาระหนึ่ง
แยกกันชัดเจน ไม่ปะปนกัน
คำถามต่อไปของ จขกท คือ ถ้าความดีจริงๆ ไม่มีแล้วความชั่วจริงๆ มีไหมครับ โปรดยกตัวอย่าง
ตอบ ถ้าความดีจริงๆไม่มีแล้ว ความชั่วจะมีได้อย่างไร ก็แท้จริงแล้วสรรพสื่งมันไม่มีอะไรเลย
นั่นก็แสดงว่ามันไม่มีอะไรเลยไง
แต่มีสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจมากๆคือ แต่มันก็มีนี่ไง จะว่ามันไม่มี แต่เราเองก็ยังสมมุติมันขึ้นมาได้
แสดงว่ามันก็มีอยู่ มีคุณ มีผม มีคนดี คนเลว ภูเขา แม่น้ำ มีทุกสรรพสิ่งที่มนุษย์สมมุติกัน
ต่อข้อนี้จะขอถาม จขกท ว่า ท่านจะอธิบายเรื่องนี้ว่ายังไงล่ะ?
หากท่านบอกว่า ท่านเห็นแต่ธรรมชาติกับเวลา แต่ท่านก็ถาม มันก็มีคำถาม ท่านเห็น ท่านรู้ ท่านเขียน ท่านพิมพ์
ท่านก็ทำอยู่ สิ่งที่ท่านทำ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งสมมุต ที่มีอยู่ และก็ไม่มีอยู่จริง ใช่หรือเปล่า
มันก็ตรงกับความหมายที่ว่า ในความที่ไม่มีอะไรเลย แต่มันก็มีมีอะไรอยู่
และในความที่ว่ามี แต่แท้จริงแล้ว มันกลับไม่มีอะไรอยู่เลย มันน่างงใช่มั๊ยล่ะครับ
ขออนุญาตสรุปเลยนะครับ เพราะเดี๋ยวจะยาวกว่านี้ ว่า สุดท้ายมันก็ไม่มีอะไรที่จะให้เรา ไปยึดมั่นถือมั่นมัน ได้หรอกครับ
ผมพยายามบอกตัวเองเสมอว่า ให้เจริญสติเพื่อให้เกิดปัญญาให้มาก
แล้วใช้ปัญญาบอกว่าเรา จะอยู่กับสมมุติบัญญัตินี้ให้ถูกต้อง ให้ดีได้อย่างไร
เพื่อสักวันหนึ่งเมื่อเข้าใจแล้ว ก็หวังที่จะสามารถออกจากสมมุติบัญญัตินั้นๆ ไปเสียให้ได้ในที่สุด
ปล.ทั้งหมดนี้คือ คคห.ส่วนตัวกระผมนะครับ
ขอเชิญชวน จขกท และเพื่อนสมาชิก ร่วมแสดง คคห.ร่วม หรือเห็นต่าง เพื่อการศึกษาเพิ่มเติมนะครับ
แล้วผมจะขออนุญาตทุกท่าน กลับเข้ามาแลกเปลี่ยนในกระทู้นี้อีกครั้ง ขอบคุณครับ
แสดงความคิดเห็น
คนดีคืออะไรครับ?
ความคิดเห็นที่ดีที่สุดคือ 25 ครับ ชัดเจน มีเหตุผล
ความคิดเห็นทางศาสนา ที่ไร้คำโต้เถียง หรืออาจดีที่สุดตอนนี้คือ 18 ครับ ขอบคุณสำหรับความชัดเจน เข้าใจง่าย ผมจำไม่ได้ว่ามีใครอธิบายได้สั้นและเข้าใจง่ายขนาดนี้มาก่อน