หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
@@@@ ทวนกระแส เกาหลี เจแปน @@@@ แพ็คกระเป๋าไปเกาะมัลดีฟ ที่ทุกคนใฝ่ฝัน
กระทู้สนทนา
บันทึกนักเดินทาง
เที่ยวทะเล
โรงแรมรีสอร์ท
Snorkeling
ตอนที่ 1
สวัสดีครับ เพื่อนในโลกโซเชี่ยลทุกท่าน ผมมีเรื่องราวมาแบ่งปันกัน ถึงการเดินทางช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมา ให้เพื่อนฟัง ก่อนอื่นต้องออกตัวว่าผมเพิ่งเริ่มเขียนเป็นเรื่องเป็นราว แบบนี้เป็นครั้งแรกครับ ในการมาเที่ยวครั้งนี้ ผมและครอบครัวมีความสุขมากๆขอบอกว่าเกิน คาด และต้องขอบคุณภรรยาที่ จุดประกาย ทำให้เกิดทริปนี้ขึ้นมา การเดินทางแสนยาวนานกับระยะทางแสนไกล ด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ สั่งตรงถึงเกาะเลยทีเดียว ในช่วงนี้ใครๆก็ฝันจะใส่เสื้อหนาวเพื่อไปสร้างบรรยากาศ หนาวๆ แต่ครอบครัว ผมขอแปลกแตกต่างจากคนอื่นๆ ที่จะหนีร้อนไปสู่ ร้อนกว่า ไปชายทะเล มหาสมุทธอินเดีย สู่หมุ่เกาะมัลดีฟ นั้นเอง ไปกันๆๆ
ภรรยาผมฝันอยากพาเด็กๆและผมมาสักครั้งหนึ่งในชีวิตสัมผัสสิ่งที่เรียกว่าหมู่เกาะในฝัน อันที่จริงผมไม่ค่อยที่จะอยากมานะครับ เพราะอะไรเราทราบกันว่าของแพงแสนแพง ทั้งค่าที่พัก ราคาเกินๆ ถ้าเราอยากพักแบบดีๆระดับ 5 ดาว ในเมืองไทย แทบจะจองกันไม่ลงเลยทีเดียว เราก็รู้ๆกันมาแล้วว่าต้องสุดติ่งกระดิ่งแมว แต่ค่า ห้องพัก ค่าเดินทาง ระดับราคาขนาดไหน คูณสี่คนที่จะต้องไปด้วยกัน เข้าไป โอ้แม่เจ้า ไปหาที่เที่ยวดีๆประเทศอื่นๆได้เลย... ผมถึงบอกไม่อยู่ในฝันของผม แต่ มาซัมเมอร์นี้ ภรรยาบอกเราต้องไปนะ เที่ยวสักครั้งแบบที่เราก็แบกกันไปไม่มีไกด์ ไปกันเอง ก็น่าเร้าใจแสน....เอาก็เอาจึงตกลงจะเดินทาง ใช้เวลาในสองสัปดาห์หาที่พัก....ได้แล้ว ฝีมือภรรยาผม จัดหาทุกสิ่งอย่างตามที่ต้องการทั้งตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก...
ค่าเครื่อง ไป-กลับ 14500 บาท ต่อคน
ค่าที่พัก ที่ Angsana อาหาร 3 มื้อ 1 คืน 675 เหรียญ
ค่าที่พัก ที่ Bayan tree อาหาร 3 มื้อ 1 คืน 1000 เหรียญ
ค่าที่พัก ที่ J hotel อาหาร 2 มื้อ 1 คืน 250 เหรียญ
พ็อคเก็ตมันนี่ 900 เหรียญ
แล้ววันเดินทางก็ได้มาถึงแพ็คของพร้อมชุดว่ายน้ำเสื้อผ้าบางๆ ครีมกันแดด ไม่มีเสื้อหนาว ถุงมือ ลองจอน กระเป๋าเราเล็กๆไปแค่สามวันเอาอะไรมามาก แต่...ก็เยอะตามประสาบ้าหอบฝาง.งงง รู้ว่าที่นั้น อาหารพิเศษ เพิ่มราคา เครื่องดื่มแพง จัดการ ขนน้ำ เครื่องดื่ม ขนม ขบเคี้ยว ให้เด็กๆ แล้วจัดการบินลัดฟ้าข้ามมหาสมุทรกันไปเลยทีเดียว แมดอินไทยแลนด์ เอาไปด้วยดีกว่า แล้วพร้อมไปกัน
ครั้งแรกที่เดินทางเท้าแตะพื้นดิน หมู่เกาะมัลเล่ ชื่อเรียก ของคนที่นี่ใช้เรียก
แทนคำว่า มัลดีฟ บรรยากาศช่างไม่เหมือนบ้านเรา เจอสภาพสนามบิน แสนธรรมดา แต่ในใจนึกว่าสนามบินแบบนี้แหละต้นทุนต่ำแต่สร้างกำไรงามๆให้ประเทศเค้าได้ขนาดไหน คนต่างชาติมาต่อปีเดินเข้ามาประเทศนี้ ไม่รู้มากันมากมาย เรารู้แต่ว่า เรามากันแค่สี่คน คนอื่นๆไม่มีใครรู้จักก็ทำให้เหมือนว่าเหลือคนไทย สี่คนสุดท้ายในแดนแสนไกล
เดินผ่านร้านค้าสนามบินมาเจอคนถือป้ายที่พักแสนดีใจ เราจะไปไงต่อไป ไหนเค้าพาเราไปตั้งแต่เจอกันตะกี้ ส่งภาษาอังกฤษสำเนียงแขก พอฟังได้ เค้าแนะนำตัวยิ้มแย้ม พาเราไปแจ้งยังพนักงานที่โต๊ะรับรอง เราเดินตามเหมือนกลัวโดนทิ้ง เค้าโค้งคำนับเราอย่างนอบน้อมแสนบรรยาย เราสี่คนเหมือนได้รับการต้อนรับอย่างคนสำคัญ พวกเขาพนักงานต้อนรับของที่พักเรา พาเดินแทบจะอุ้ม งานนี้คงไปลงเรือครับ แต่ลำไหน ตรงไหน จะเดินไปอีกไกลไหม เค้าเดินมาแจ้งให้หยุดเราก็หยุด บอกเราว่าเรือเร็วลำนั้นใช้เดินทางต่อ รึที่เราเรียกว่าสปรีดโบ้ทนั้นเอง ลงเรือมามีชาวต่างชาติมากับเราด้วยทั้งหมดไม่ถึงสิบคน จากไหนไม่รู้ แต่สุดท้ายมาลงเรือลำเดียวกัน กัปตันเรือตามธรรมเนียมแนะนำตัวก่อนออกเรือ และแจ้งว่าเราต้องเดินทางต่อใช้เวลา 25 นาที เรายังงงไม่หายกับการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองที่แสนง่ายดาย แล้วที่นี้ที่รู้กันว่าเวลาที่นี่เป็นเวลาช้ากว่าไทย สองชั่วโมง
ขึ้นเรือมามามองรอบๆเรือแสนสะอาดมั่นคงแข็งแรงอุปกรณ์ทุกชิ้นสะอาดเอี่ยม พนักงานแจกเสื้อชูชีพแสนทันสมัยอันนิดเดียวเท่ากับหมอนรองคอที่ใช้นั่งนอน ไม่เห็นเหมือนของบ้านเราที่ใหญ่ๆ (เพราะทุ่นขนาดไหนขนาดมันก็ใหญ่ตามขนาดเลย)
มาดูบรรยากาศวิวทะเลแรกที่สัมผัส นั้นไม่ต้องพูดถึง เกินคำว่าสวยงาม สมคำที่หลายๆคนพูดถึงจริงๆ ทะเลใสอย่างน้ำในสระ ใสจริงๆริมน้ำริมหาด ของเราเป็นอย่างไรใจตุ้บๆ มาแล้ว
ยี่สิบห้านาทีผ่านไป เราก็เริ่มเห็นเกาะที่พักแล้ว Angsana Resort & Spa Ihauru เมื่อเรือถึงท่าเรือที่เราพัก ก็มีพนักงานชายแต่งกายสุภาพออกมายืนต้อนรับกล่าวคำทักท้ายและกล่าวต้อนรับพาไปลงทะเบียน เพื่อเข้าโรงแรมตามที่จองมาอย่างสุภาพ ช่างปฎิบัติเหมือนเราเป็นดั่งคนสำคัญสำหรับเขา ตั้งแต่เดินเข้ามาจากท่าเรือ มาถึงที่ล้อบบี้ พวกเราไม่มีอะไรติดขัดรึทำให้เราหงุดหงิดเลยจากการบริการที่ได้รับ
พื้นต่างๆที่เราเดินได้ในเกาะนี้ รวมในห้องอาหารคือทรายล้วนๆพื้นทรายที่เราถอดรองเท้าเดินได้เลย อากาศก็ไม่ร้อนเท่าไหร่ เหงื่อออกบ้างแต่มีลมทะเลมาชดเชยตัวไม่เหนียวสบายๆ บรรยากาศครอบครัวรึไม่ต้องพูดถึงภรรยายิ้มแป้มปริ ที่เห็นพวกเราลูกๆ มายืนในที่ในฝันแห่งนี้จนได้ เวลาที่นัดตามตารางคือเวลาบนเกาะนี้จะเร็วกว่าที่สนามบินมัลเล่ย์ หนึ่งชม อ้าวปรับเวลากลับอีก เพราะที่นี่สำคัญ ต้องรู้เวลา บนเกาะจะกำหนดการต่างๆเอง รวมทั้งในการบอกเวลาพระอาทิตย์ขึ้น ตก เวลาห้องอาหาร เปิดปิด กิจกรรมต่างๆ หากเราไม่รู้เลยนั้น พลาดอะไรแน่ๆ
ผ่านการกินอาหารเที่ยงมาได้ผ่านพิธีการด้านเข้าห้องพักได้ พักที่ สิ่งหนึ่งที่ได้มาจากที่นี่แต่ละที่ไม่เหมือนกันคือบรรยากาศ วิธีการต้อนรับการพูดจา พนักงานอบรมมาอย่างดีดี ไม่มีอะไรที่เราติดขัด รึขัดข้องใจเลยแม้แต่น้อย เมื่อเข้าห้องพักทุกๆคนรวมทั้งผมด้วย ต้องตื่นเต้นกับบรรยากาศสภาพห้องที่เลิศหรูดูดีมากๆ ในบรรยากศที่เดินออกไปได้เป็นทะเลทุกๆคนรีบเปลี่ยนชุดทันทีเตรียมตัวลุย...ที่จริงเรา.เป็นคนไทย 4 คน ในที่แห่งนี้ ดีจังที่คิดไม่ผิด ถ้าไปเกาหลี ญี่ปุ่น ป่านนี้เดินไปไหน ได้ยินเสียงคนไทยคุยกันตลอดทุกหนทุกแห่ง แต่ที่นี่เราคือคนไทยกลุ่มเดียว.......จริงๆ 555 เพราะถามหน้าฟร้อนท์แล้วไม่ค่อยมีคนไทยมาที่นี่ งั้นเราลุยกันเลย....สบายจริง
ไปเล่นน้ำแล้วนะครับ ต้องมาให้คุ้มๆไม่งั้นเสียดายแย่ เริ่มตั้งแต่เดินสำรวจ วิ่งสำรวจเดินหา ว่ายน้ำ ดำนำ เอารูปมาฝากดีกว่า
เอาแค่นี้ก่อน วันแรกการเดินทาง ว่างๆจะมาลงต่อครับ
(ติดตามตอนต่อไปครับ)
แก้ไขข้อความเมื่อ
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
ทำไมรู้สึกว่าจรวดลองมาร์ช 5บี รุนแรงเบาลง
ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึป่าวนะครับ เหตุการณ์เมื่อ 9 พ.ค.2564 จรวดตกลงในมหาสมุทรอินเดียบริเวณเกาะมัลดีฟ เสียงโซนิคบูมดังกระหึ่มเลย เห็นเป็นสายเลย เหตุการณ์เมื่อ 30 ก.ค.2565 จรวดตกลงในทะเลซูลู แถวๆเกาะปา
สมาชิกหมายเลข 5998846
หาที่พัก เกาะสีชัง VS เกาะล้าน ช่วยแนะนำหน่อยนะคะ
ยังไม่เคยไปเที่ยวทั้งสองเกาะนี้เลยค่ะ จะไปช่วงสิ้นเดือนหน้ากับเพื่อนประมาน 6-8 คน ไปนี่ไม่เน้นทำกิจกรรมกันนะคะ ไปนั่งดูทะเล เอาบรรยากาศกันเฉย ๆ พอจะมีพวกบ้านพัก แนะนำมั้ยคะ แล้วอาหารเย็นมีร้านแบบบุบเฟ
แมวซึมเซา
รีวิวเกาะล้าน
ช่วงกลางเดือนมีนา จะไปเที่ยวเกาะล้านกับครอบครัว อยากรู้ว่าถ้าไปรถส่วนตัวต้องเอารถไปจอดไว้ไหน ราคาเรือข้ามเกาะล้าน ไปกลับเท่าไหร่ ค่าที่พักเท่าไหร่ อาหารยังไง ที่พักสะอาดมั้ยคะ บรรยากาศเป็นอย่างไร ต้อง
สมาชิกหมายเลข 4700101
ขอคำแนะนำในการเที่ยวเกาะเกร็ดค่ะ
คืออยากจะไปเที่ยวเกาะเกร็ดค่ะ แล้วจะไปลงเรือที่วัดสนามเหนือ เลยอยากทราบเกี่ยวกับข้อมูลของการเดินเที่ยวภายในเกาะเกร็ดค่ะ 1. มีร้านอะไรที่น่าสนใจ และควรจะต้องไปบ้างคะ? 2. ช่วยแนะนำร้านอาหารริมน้ำรสชาติ
สมาชิกหมายเลข 1894877
จังหวัดพังงาถ้าไม่ลงเที่ยวเกาะในทะเลมีสถานที่เที่ยวไหนน่าสนใจบ้าง...
หรือมีชายหาดไหนที่บรรยากาศเงียบสงบน้ำทะเลสวยแบบไม่ต้องนั่งเรือลงเกาะ สามารถขี่มอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวคนเดียวได้แบบไม่อันตราย กำลังคิดๆจะไปเที่ยวคนเดียวพักผ่อนสมอง แล้วเช่ามอเตอร์ไซค์ขี่เที่ยวคนเดียว เกา
ขอฝันใฝ่ ในฝัน อันเหลือเชื่อ
เกาะโลซิน เกาะมูลค่าแสนล้านที่บอกอาณาเขตของไทย กำลังจะหมดสภาพความเป็นเกาะใน๔ปี จะส่งผลกับอาณาเขตได้ มีใครทำอะไรหรือยัง
เหลือเวลาอีก 4 ปี เกาะแสนล้านของ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ที่สร้างรายได้ให้กับ 14 จังหวัดภาคใต้ ผ่าน จ.สงขลา และเขตอุตสาหกรรมของประเทศชาติที่ กรุงเทพฯ-จ.ระยอง!! เกาะโลชิน กองหินโสโครกก้อนเล็กๆ แต่มีมูลค่าห
ต้นโพธิ์ต้นไทร
ขอคำแนะนำ ไปหลีเป๊ะ หรือ ไปเกาะเล็กที่มีชื่อเสียงดังน้อยกว่าดี
กำลังวางแผนขับรถล่องใต้ช่วงวันที่ 5 - 15 มีนา.นี้ จัดไปจัดมาเกิดไม่ลงตัวกับแผนที่คิดไว้ดังนี้ครับ หลังจากออกจากแพฯ ที่เขื่อนรัชชประภา แผนแรก. ขับไปนอนที่ ตรัง แล้วอีกวันขับไปปากบาราเพื่อข้ามไปหลีเป
น้า Low Batt
เกาะบ้านฝางลุ่ม เมื่อผมไปผูกเปลนอนเกาะที่ยังจมน้ำ ท่ามกลางสายลมและเกลียวคลื่น
เมื่อเดือนก่อนได้นั่งเรือไปเดินดูแล้ว ครั้งนี้เลยนั่งเรือไปนอนค้างที่เกาะเลย ได้อีกบรรยากาศ รีวิวครั้งก่อน เกาะบ้านฝาง เขื่อนสิรินธร เกาะต้นจามจุรียักษ์หรือต้นฉำฉา กลางน้ำ แห่งเมืองอุบลราชธานี http
ไอ้คล้าวผจญภัย
ฝันเห็นพระธาตุหลวงปู่เสาร์ และกินพระธาตุนั้นลงท้อง แปลว่าอะไรคะ
ฝันเวลา ประมาณตีสาม ฝันว่ามีสร้อยหลวงปู่เสาร์แล้วเอาไปให้แม่ แม่ก็แกะเอาเหรียญออกมาและที่บน เหรียญมีพระธาตุเกาะอยู่เป็นเม็ดเหมือนเพชรสีขาวใสผสมชมพูอ่อนอ่อนๆ แล้วแม่ก็หยิบพระธาตุขึ้นมากิน เราก็เลยกินด้
เจ้าแม่นาคี
เชียร์สดกอล์ฟหญิง รายการ Mizuho Americas Open 2025 วันที่ 4
กระทู้นี้ยินดีต้อนรับแฟนกีฬากอล์ฟและคนรักกีฬากอล์ฟทุกท่าน เพื่อรักษาบรรยากาศการเชียร์ ขอความกรุณาเคารพกติกาการเชียร์ตามนี้ - คอนเซปต์เราก็คงเดิม ไม่มีการรายงานที่เป็นทางการ&nb
สมาชิกหมายเลข 3211913
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
บันทึกนักเดินทาง
เที่ยวทะเล
โรงแรมรีสอร์ท
Snorkeling
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ :
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
@@@@ ทวนกระแส เกาหลี เจแปน @@@@ แพ็คกระเป๋าไปเกาะมัลดีฟ ที่ทุกคนใฝ่ฝัน
สวัสดีครับ เพื่อนในโลกโซเชี่ยลทุกท่าน ผมมีเรื่องราวมาแบ่งปันกัน ถึงการเดินทางช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมา ให้เพื่อนฟัง ก่อนอื่นต้องออกตัวว่าผมเพิ่งเริ่มเขียนเป็นเรื่องเป็นราว แบบนี้เป็นครั้งแรกครับ ในการมาเที่ยวครั้งนี้ ผมและครอบครัวมีความสุขมากๆขอบอกว่าเกิน คาด และต้องขอบคุณภรรยาที่ จุดประกาย ทำให้เกิดทริปนี้ขึ้นมา การเดินทางแสนยาวนานกับระยะทางแสนไกล ด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ สั่งตรงถึงเกาะเลยทีเดียว ในช่วงนี้ใครๆก็ฝันจะใส่เสื้อหนาวเพื่อไปสร้างบรรยากาศ หนาวๆ แต่ครอบครัว ผมขอแปลกแตกต่างจากคนอื่นๆ ที่จะหนีร้อนไปสู่ ร้อนกว่า ไปชายทะเล มหาสมุทธอินเดีย สู่หมุ่เกาะมัลดีฟ นั้นเอง ไปกันๆๆ
ภรรยาผมฝันอยากพาเด็กๆและผมมาสักครั้งหนึ่งในชีวิตสัมผัสสิ่งที่เรียกว่าหมู่เกาะในฝัน อันที่จริงผมไม่ค่อยที่จะอยากมานะครับ เพราะอะไรเราทราบกันว่าของแพงแสนแพง ทั้งค่าที่พัก ราคาเกินๆ ถ้าเราอยากพักแบบดีๆระดับ 5 ดาว ในเมืองไทย แทบจะจองกันไม่ลงเลยทีเดียว เราก็รู้ๆกันมาแล้วว่าต้องสุดติ่งกระดิ่งแมว แต่ค่า ห้องพัก ค่าเดินทาง ระดับราคาขนาดไหน คูณสี่คนที่จะต้องไปด้วยกัน เข้าไป โอ้แม่เจ้า ไปหาที่เที่ยวดีๆประเทศอื่นๆได้เลย... ผมถึงบอกไม่อยู่ในฝันของผม แต่ มาซัมเมอร์นี้ ภรรยาบอกเราต้องไปนะ เที่ยวสักครั้งแบบที่เราก็แบกกันไปไม่มีไกด์ ไปกันเอง ก็น่าเร้าใจแสน....เอาก็เอาจึงตกลงจะเดินทาง ใช้เวลาในสองสัปดาห์หาที่พัก....ได้แล้ว ฝีมือภรรยาผม จัดหาทุกสิ่งอย่างตามที่ต้องการทั้งตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก...
ค่าเครื่อง ไป-กลับ 14500 บาท ต่อคน
ค่าที่พัก ที่ Angsana อาหาร 3 มื้อ 1 คืน 675 เหรียญ
ค่าที่พัก ที่ Bayan tree อาหาร 3 มื้อ 1 คืน 1000 เหรียญ
ค่าที่พัก ที่ J hotel อาหาร 2 มื้อ 1 คืน 250 เหรียญ
พ็อคเก็ตมันนี่ 900 เหรียญ
แล้ววันเดินทางก็ได้มาถึงแพ็คของพร้อมชุดว่ายน้ำเสื้อผ้าบางๆ ครีมกันแดด ไม่มีเสื้อหนาว ถุงมือ ลองจอน กระเป๋าเราเล็กๆไปแค่สามวันเอาอะไรมามาก แต่...ก็เยอะตามประสาบ้าหอบฝาง.งงง รู้ว่าที่นั้น อาหารพิเศษ เพิ่มราคา เครื่องดื่มแพง จัดการ ขนน้ำ เครื่องดื่ม ขนม ขบเคี้ยว ให้เด็กๆ แล้วจัดการบินลัดฟ้าข้ามมหาสมุทรกันไปเลยทีเดียว แมดอินไทยแลนด์ เอาไปด้วยดีกว่า แล้วพร้อมไปกัน
ครั้งแรกที่เดินทางเท้าแตะพื้นดิน หมู่เกาะมัลเล่ ชื่อเรียก ของคนที่นี่ใช้เรียก
แทนคำว่า มัลดีฟ บรรยากาศช่างไม่เหมือนบ้านเรา เจอสภาพสนามบิน แสนธรรมดา แต่ในใจนึกว่าสนามบินแบบนี้แหละต้นทุนต่ำแต่สร้างกำไรงามๆให้ประเทศเค้าได้ขนาดไหน คนต่างชาติมาต่อปีเดินเข้ามาประเทศนี้ ไม่รู้มากันมากมาย เรารู้แต่ว่า เรามากันแค่สี่คน คนอื่นๆไม่มีใครรู้จักก็ทำให้เหมือนว่าเหลือคนไทย สี่คนสุดท้ายในแดนแสนไกล
เดินผ่านร้านค้าสนามบินมาเจอคนถือป้ายที่พักแสนดีใจ เราจะไปไงต่อไป ไหนเค้าพาเราไปตั้งแต่เจอกันตะกี้ ส่งภาษาอังกฤษสำเนียงแขก พอฟังได้ เค้าแนะนำตัวยิ้มแย้ม พาเราไปแจ้งยังพนักงานที่โต๊ะรับรอง เราเดินตามเหมือนกลัวโดนทิ้ง เค้าโค้งคำนับเราอย่างนอบน้อมแสนบรรยาย เราสี่คนเหมือนได้รับการต้อนรับอย่างคนสำคัญ พวกเขาพนักงานต้อนรับของที่พักเรา พาเดินแทบจะอุ้ม งานนี้คงไปลงเรือครับ แต่ลำไหน ตรงไหน จะเดินไปอีกไกลไหม เค้าเดินมาแจ้งให้หยุดเราก็หยุด บอกเราว่าเรือเร็วลำนั้นใช้เดินทางต่อ รึที่เราเรียกว่าสปรีดโบ้ทนั้นเอง ลงเรือมามีชาวต่างชาติมากับเราด้วยทั้งหมดไม่ถึงสิบคน จากไหนไม่รู้ แต่สุดท้ายมาลงเรือลำเดียวกัน กัปตันเรือตามธรรมเนียมแนะนำตัวก่อนออกเรือ และแจ้งว่าเราต้องเดินทางต่อใช้เวลา 25 นาที เรายังงงไม่หายกับการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองที่แสนง่ายดาย แล้วที่นี้ที่รู้กันว่าเวลาที่นี่เป็นเวลาช้ากว่าไทย สองชั่วโมง
ขึ้นเรือมามามองรอบๆเรือแสนสะอาดมั่นคงแข็งแรงอุปกรณ์ทุกชิ้นสะอาดเอี่ยม พนักงานแจกเสื้อชูชีพแสนทันสมัยอันนิดเดียวเท่ากับหมอนรองคอที่ใช้นั่งนอน ไม่เห็นเหมือนของบ้านเราที่ใหญ่ๆ (เพราะทุ่นขนาดไหนขนาดมันก็ใหญ่ตามขนาดเลย)
มาดูบรรยากาศวิวทะเลแรกที่สัมผัส นั้นไม่ต้องพูดถึง เกินคำว่าสวยงาม สมคำที่หลายๆคนพูดถึงจริงๆ ทะเลใสอย่างน้ำในสระ ใสจริงๆริมน้ำริมหาด ของเราเป็นอย่างไรใจตุ้บๆ มาแล้ว
ยี่สิบห้านาทีผ่านไป เราก็เริ่มเห็นเกาะที่พักแล้ว Angsana Resort & Spa Ihauru เมื่อเรือถึงท่าเรือที่เราพัก ก็มีพนักงานชายแต่งกายสุภาพออกมายืนต้อนรับกล่าวคำทักท้ายและกล่าวต้อนรับพาไปลงทะเบียน เพื่อเข้าโรงแรมตามที่จองมาอย่างสุภาพ ช่างปฎิบัติเหมือนเราเป็นดั่งคนสำคัญสำหรับเขา ตั้งแต่เดินเข้ามาจากท่าเรือ มาถึงที่ล้อบบี้ พวกเราไม่มีอะไรติดขัดรึทำให้เราหงุดหงิดเลยจากการบริการที่ได้รับ
พื้นต่างๆที่เราเดินได้ในเกาะนี้ รวมในห้องอาหารคือทรายล้วนๆพื้นทรายที่เราถอดรองเท้าเดินได้เลย อากาศก็ไม่ร้อนเท่าไหร่ เหงื่อออกบ้างแต่มีลมทะเลมาชดเชยตัวไม่เหนียวสบายๆ บรรยากาศครอบครัวรึไม่ต้องพูดถึงภรรยายิ้มแป้มปริ ที่เห็นพวกเราลูกๆ มายืนในที่ในฝันแห่งนี้จนได้ เวลาที่นัดตามตารางคือเวลาบนเกาะนี้จะเร็วกว่าที่สนามบินมัลเล่ย์ หนึ่งชม อ้าวปรับเวลากลับอีก เพราะที่นี่สำคัญ ต้องรู้เวลา บนเกาะจะกำหนดการต่างๆเอง รวมทั้งในการบอกเวลาพระอาทิตย์ขึ้น ตก เวลาห้องอาหาร เปิดปิด กิจกรรมต่างๆ หากเราไม่รู้เลยนั้น พลาดอะไรแน่ๆ
ผ่านการกินอาหารเที่ยงมาได้ผ่านพิธีการด้านเข้าห้องพักได้ พักที่ สิ่งหนึ่งที่ได้มาจากที่นี่แต่ละที่ไม่เหมือนกันคือบรรยากาศ วิธีการต้อนรับการพูดจา พนักงานอบรมมาอย่างดีดี ไม่มีอะไรที่เราติดขัด รึขัดข้องใจเลยแม้แต่น้อย เมื่อเข้าห้องพักทุกๆคนรวมทั้งผมด้วย ต้องตื่นเต้นกับบรรยากาศสภาพห้องที่เลิศหรูดูดีมากๆ ในบรรยากศที่เดินออกไปได้เป็นทะเลทุกๆคนรีบเปลี่ยนชุดทันทีเตรียมตัวลุย...ที่จริงเรา.เป็นคนไทย 4 คน ในที่แห่งนี้ ดีจังที่คิดไม่ผิด ถ้าไปเกาหลี ญี่ปุ่น ป่านนี้เดินไปไหน ได้ยินเสียงคนไทยคุยกันตลอดทุกหนทุกแห่ง แต่ที่นี่เราคือคนไทยกลุ่มเดียว.......จริงๆ 555 เพราะถามหน้าฟร้อนท์แล้วไม่ค่อยมีคนไทยมาที่นี่ งั้นเราลุยกันเลย....สบายจริง
ไปเล่นน้ำแล้วนะครับ ต้องมาให้คุ้มๆไม่งั้นเสียดายแย่ เริ่มตั้งแต่เดินสำรวจ วิ่งสำรวจเดินหา ว่ายน้ำ ดำนำ เอารูปมาฝากดีกว่า
เอาแค่นี้ก่อน วันแรกการเดินทาง ว่างๆจะมาลงต่อครับ
(ติดตามตอนต่อไปครับ)