ขอรบกวนเวลาสักหน่อยนะคะ .... มีปัญหาคับข้องใจกับพฤติกรรมของแฟน ที่คบกันมา แค่ 4 เดือน (ที่คบ 4 เดือน/แต่ที่รู้จักกันปกติ เกือบปี)อยากให้ทุกคนช่วยแสดงความคิดเห็นหน่อยค่ะ เราอยากรู้ว่าเราคิดมากไปเอง มันเป็นเรื่องปกติของผู้ชาย หรือไม่ปกติคะ
ก่อนตั้งคำถามนี้ ปัญหาความไม่เข้าใจเขามันเกิดบ่อยมากค่ะ เราไม่รู้จะปรึกษาใคร แม้แต่เพื่อนสนิทก็อายที่จะคุย เพราะเขาคิดว่าชีวิตความรักเราสมบูรณ์ในตอนนี้ หรือเพื่อนอีกคนก็จะบอกว่า เลิก เราทำใจไม่ได้ค่ะ
** เราคบกันผู้ชายอายุมากกว่า แค่ 5 ปี รู้จักกันในสายงาน แรกๆคบกัน พูดคุยกันทางไลน์เกือบทั้งวัน เรียกได้ว่ายังไงพี่ก้อว่าง อยู่คนละที่ แต่ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย จนเขารบเร้าให้ย้ายไปอยู่ด้วยกันที่บ้านเขา คิดวางแผนแต่งงาน ไปคุยกับผู้ใหญ่ แต่พอย้ายไปอยู่สักระยะ ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยน ทั้งอารมณ์ที่อยู่ด้วยกัน จากคุยทักทายทางไลน์ ก็ไม่เคยทัก ไม่เคยจะคุยมาก่อน แต่พอกับไลน์กลุ่ม ซึ่งเราอยู่กลุ่มเรียนเดียวกับเขา คุยกันสนุกสนาน เริ่มแรกจากอารมณ์เงียบมาก เงียบใส่ จนเราทะเลาะเรื่องความเงียบก็ปรับตัว อ้างว่ามีอะไรต้องคิดเยอะ หลังๆไม่เงียบ พยายามพูดมากกว่าเดิม ไม่มีอารมณ์เงียบแล้ว
แต่สิ่งที่เป็นปัจจุบัน และคิดว่าเราคิดมากไปเองเหรอ?? คือความใส่ใจค่ะ วันๆนึงไม่เคยคุย ไม่เคยถามมาทางไลน์เลยค่ะ (โทรไม่ต้องพูดถึงนะคะ) เราต้องเป็นคนถามไปเองเสมอ ซึ่งตลอดทั้งวัน เราห่วงใยเขาตลอดกินข้าวหรือยัง ทำไหรอยู่ แต่เขาไม่เลย จนหลังๆสังเกตุ ว่าถ้าเราไม่ทักไป เขาก็ ไม่ทักมาถาม จนเราหาเรื่องทะเลาะอีก มาอาทิตย์นี้ 2 ครั้งแล้ว เพราะเราไม่รู้ว่าความรักที่เขามีคืออะไร
ต้องบอกก่อนว่า เราย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านเขา พ่อแม่ได้อยู่ด้วยค่ะ อยู่กัน 2 คน เขาเปิดบริษัทเขาเอง ทำงานที่บ้าน บางวันเราเลิกงาน 4 ทุ่ม บางวันเลิกงานเร็ว 5 โมง ก้อซักผ้า ล้างแก้ว ปัดกวาด เช็ดห้องทุกอย่าง ทำทุกอย่างเสร็จแล้วถึงจะมานั่งโต๊ะทำงานข้างกัน ก็เหมือนจะไม่ได้คุยกัน
กิจวัตรที่ทำร่วมกันก้อไปต่างอำเภอบ้าง กินข้าวนอกบ้าน (ที่บ้านไม่ทำกับข้าวค่ะ) เล่นแบท เดินออกกำลังกาย พอเราเริ่มเงียบเขาจะเริ่มรู้ตัว ก้อจะมาทำตัวเป็นปกติ มาถามมาคุย ส่วนเรื่องบนเตียง (ไม่เคยมีปัญหาเลยค่ะ เพราะเราคุยกันทุกเรื่อง)
ที่บอกว่าคุยกันทุกเรื่องคือ พอเราไม่พอใจ เราจะพิมพ์ไปพูดกับเขาว่าเราคิดแบบนี้ เรารู้สึกแบบนี้ ทำไมเขาเป็นแบบนี้ แต่ทุกครั้งคำตอบที่ได้คือไม่มีอะไร ไม่ได้เกี่ยวกับเราเลย เป็นเพราะเขามีอะไรต้องคิด .... คืออึดอัด อยากกระโดดถีบหน้าผู้ชายมากค่ะ
ทำไมต้องมาเจอคนไร้ความรู้สึก (ว่ะ) คือคิดในใจ แถมไม่ทะเลาะค่ะ เขาเป็นคนไม่พูดเสียงดัง ไม่ทะเลาะ ไม่ด่า เวลาเคลียร์จบก็จะมากอดเรา ว่าอย่าคิดมาก แต่..... มันไม่เคลียร์ค่ะ มันก็เป็นอีกคือ
สิ่งที่เขาคิดมาก และเรารับรู้ ปลอบใจกันตลอดคือ คือเขาเคยมีอะไรหลายอย่าง ความรุ่งเรือง รถ ตอนนี้เขาไม่มีอะไร และเราก็เข้ามาในจังหวะที่เขากำลังจะไม่มี เรารู้ทุกอย่าง เรารับได้ แต่มันกลับเป็นข้ออ้างว่าเอาเรามาลำบาก ตัวเองก็รู้สึกผิดอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่เราไม่เคยแสดงอาการ ว่าเราลำบาก หรือรังเกียจเขา หรือครอบครัวเขาเลย (เคยไปบ้านเขา 2 ครั้ง/เขาเคยไปบ้านเรา 2 ครั้ง และเจอทุกคนหมดแล้ว
เราอายุไม่ใช่น้อยๆกันแล้ว 33 ปี แล้ว เขาก้อย่าง 40 เราเจอมาทุกปัญหาแล้วทั้งโดนสวมเขา ทั้งตกงาน ทั้งถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งเขารู้ทุกอย่าง แต่...
ไม่เข้าใจความคิดผู้ชายค่ะ เราเคยว่าเขาแรงๆว่า คุณไม่เคยรู้จักผู้หญิง ไม่เคยรู้ว่าผู้หญิงต้องการอะไร เราบอกเขาแล้ว ว่าเราไม่ต้องการรถคันใหม่ ไม่ต้องการเงินทองมากมาย แค่เราอยู่ด้วยแล้วเขามีความสุข มันมากพอหรือยัง แต่ทุกวันที่แสดงมันไม่ใช่ เหมือนมีเราอยู่เขาก้อไม่มีความสุข
*** ที่ผ่านมาเราใช้ชีวิตในกทม. เราดูหนังทุกอาทิตย์ เราซื้อผ้าบ่อยมากๆ เราชอปปิ้งของไร้สาระ ***
แต่ปัจจุบัน ชีวิตเราเปลี่ยนไปมาก ไม่ชอปปิ้ง ซื้อเฉพาะที่ใช้ ไม่ซื้อชุดตามแฟชั่น หนังดูเฉพาะที่เขาอยากดู ห้างแทบไม่ได้ไป ยกเว้นไปแบงค์ ใช้ชีวิต ต่างจังหวัด ที่ไม่ต้องหวือหวาอะไรเลย มีรถเป็นของตัวเองมีหน้าที่การงาน กลับบ้านก็ดูแลเขา ทำงานบ้าน เราชอบที่จะทำ เอาน้ำเย็นให้เขา เติมน้ำ ทุกอย่าง ............. แต่สิ่งที่เราได้กลับมาดิ
ไม่มีใครเหมือนเดิม อย่าคาดหวังความเหมือนเดิม เรารู้ดี เป็นกฎตายตัว ทุกวันเหมือนรอเวลา เพราะไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไร คิดถึงอนาคตกันบ้างไหม ถ้าเราคุย เราถาม จะเหมือนบีบบังคับเขา เราไม่ถาม เราวางแผนกลับไปอยู่บ้านเกิดเขา ไปทำอะไรที่เขาชอบ เพราะเขาอิ่มตัวจากบริษัทมากๆแล้ว
เราจะมองตัวเองด้วยตลอด และถามเขาเสมอว่าเรามากไปเหรอ เราขอมากไป หรือเรามีความต้องการมากไป เพราะเราขาดความอบอุ่นเหรอ แต่ก็ได้คำตอบเดิมๆ คือคิดมากไปเอง
เราเคยต่อว่าเขา ว่า เขาจะมีความสุขต่อเมื่อเขามีเงินมากพอเหรอ เขาเป็นนักเทรนนิ่ง เขาเป็นนักอ่านปรัชญาชีวิต แต่ไม่เคยเข้าใจชีวิต เขาเป็นนักสวดมนต์ แต่ไม่เคยเข้าใจธรรมะ ที่แท้จริง เรา เอาปรัชญาทั้งหมดมาคุยกัยเขาหมดแล้ว เกี่ยวกับความสุข แต่ไม่ได้ช่วยอะไรเลย จึงคิดว่า ทุกวันนี้ที่เขาเป็นเพราะ เขาไม่ได้รักกันจริง น้อยใจจริงๆ เจอแต่ผู้ชายเห็นแก่ตัว (เห็นแก่ตัวของเขาไม่ได้หมายถึงการเอาเปรียบนะคะ) แต่หมายถึงไม่เห็นแก่ความรู้สึกของคนที่รัก เห็นแต่ความรู้สึกของตัวเอง ผู้หญิงก็มีหัวใจ มีความรู้สึก
*** อยากถามผู้หญิงที่มาอ่านว่า วันๆนึงแฟนคุณเคยสนใจกันไหม คุยกันยังไง ลองนึกกลับไปถึงพ่อ แม่ เขาก็ไม่เคยโทรคุยกันระหว่าง พ่อไปทำงาน แม่ค้าขายอยู่บ้าน แต่นั่นมันก้อวัย 50 กว่าแล้ว แล้วเราล่ะ จะให้คุยกันตอนไหนอ่ะ ที่ทำงาน เราออกมาทำงานข้างนอก ไม่ได้ทำด้วยกัน กลับไป คุยบ้าง แล้วก็เงียบ แล้วเราก้อไปทำงานบ้าน
หากความรักครั้งนี้มันไปต่อไม่ได้ ก็พอกันทีกับชีวิตคู่ค่ะ เราคงไม่เหมาะกับมัน สวย... อยู่คนเดียว ใครๆก็บอก อยู่คนเดียวดีที่สุด
จบแบบไม่จบ เพราะไม่รู้จะจบยังไง ....... ผู้ชายอายุย่าง 40 คิดอะไรกันอยู่คะ เรื่องครอบครัว ความรัก เคยหันไปใส่ใจคนข้างๆบ้างไหม (สำหรับคนแต่งงานแล้ว) แล้วคนที่ยังไม่แต่ง แต่มีคนข้างๆ คิดถึงคู่ชีวิตที่เดินมาด้วยกันตั้งแต่ต้นบ้างไหม ทำอะไรให้เขารึยัง ไม่ต้องอะไรมาก ความใส่ใจที่ออกมาจากใจก็พอแล้ว .... ถ้าไม่มีก็ปล่อยกันไป อย่าหลอกตัวเองไปวันวัน เหนื่อย
คุณผู้ชาย ช่วยเข้ามาตอบด้วยค่ะ... ปัญหาชีวิต ปัญหาเดิมๆ ปัญหาความไม่ใส่ใจ
ก่อนตั้งคำถามนี้ ปัญหาความไม่เข้าใจเขามันเกิดบ่อยมากค่ะ เราไม่รู้จะปรึกษาใคร แม้แต่เพื่อนสนิทก็อายที่จะคุย เพราะเขาคิดว่าชีวิตความรักเราสมบูรณ์ในตอนนี้ หรือเพื่อนอีกคนก็จะบอกว่า เลิก เราทำใจไม่ได้ค่ะ
** เราคบกันผู้ชายอายุมากกว่า แค่ 5 ปี รู้จักกันในสายงาน แรกๆคบกัน พูดคุยกันทางไลน์เกือบทั้งวัน เรียกได้ว่ายังไงพี่ก้อว่าง อยู่คนละที่ แต่ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย จนเขารบเร้าให้ย้ายไปอยู่ด้วยกันที่บ้านเขา คิดวางแผนแต่งงาน ไปคุยกับผู้ใหญ่ แต่พอย้ายไปอยู่สักระยะ ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยน ทั้งอารมณ์ที่อยู่ด้วยกัน จากคุยทักทายทางไลน์ ก็ไม่เคยทัก ไม่เคยจะคุยมาก่อน แต่พอกับไลน์กลุ่ม ซึ่งเราอยู่กลุ่มเรียนเดียวกับเขา คุยกันสนุกสนาน เริ่มแรกจากอารมณ์เงียบมาก เงียบใส่ จนเราทะเลาะเรื่องความเงียบก็ปรับตัว อ้างว่ามีอะไรต้องคิดเยอะ หลังๆไม่เงียบ พยายามพูดมากกว่าเดิม ไม่มีอารมณ์เงียบแล้ว
แต่สิ่งที่เป็นปัจจุบัน และคิดว่าเราคิดมากไปเองเหรอ?? คือความใส่ใจค่ะ วันๆนึงไม่เคยคุย ไม่เคยถามมาทางไลน์เลยค่ะ (โทรไม่ต้องพูดถึงนะคะ) เราต้องเป็นคนถามไปเองเสมอ ซึ่งตลอดทั้งวัน เราห่วงใยเขาตลอดกินข้าวหรือยัง ทำไหรอยู่ แต่เขาไม่เลย จนหลังๆสังเกตุ ว่าถ้าเราไม่ทักไป เขาก็ ไม่ทักมาถาม จนเราหาเรื่องทะเลาะอีก มาอาทิตย์นี้ 2 ครั้งแล้ว เพราะเราไม่รู้ว่าความรักที่เขามีคืออะไร
ต้องบอกก่อนว่า เราย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านเขา พ่อแม่ได้อยู่ด้วยค่ะ อยู่กัน 2 คน เขาเปิดบริษัทเขาเอง ทำงานที่บ้าน บางวันเราเลิกงาน 4 ทุ่ม บางวันเลิกงานเร็ว 5 โมง ก้อซักผ้า ล้างแก้ว ปัดกวาด เช็ดห้องทุกอย่าง ทำทุกอย่างเสร็จแล้วถึงจะมานั่งโต๊ะทำงานข้างกัน ก็เหมือนจะไม่ได้คุยกัน
กิจวัตรที่ทำร่วมกันก้อไปต่างอำเภอบ้าง กินข้าวนอกบ้าน (ที่บ้านไม่ทำกับข้าวค่ะ) เล่นแบท เดินออกกำลังกาย พอเราเริ่มเงียบเขาจะเริ่มรู้ตัว ก้อจะมาทำตัวเป็นปกติ มาถามมาคุย ส่วนเรื่องบนเตียง (ไม่เคยมีปัญหาเลยค่ะ เพราะเราคุยกันทุกเรื่อง)
ที่บอกว่าคุยกันทุกเรื่องคือ พอเราไม่พอใจ เราจะพิมพ์ไปพูดกับเขาว่าเราคิดแบบนี้ เรารู้สึกแบบนี้ ทำไมเขาเป็นแบบนี้ แต่ทุกครั้งคำตอบที่ได้คือไม่มีอะไร ไม่ได้เกี่ยวกับเราเลย เป็นเพราะเขามีอะไรต้องคิด .... คืออึดอัด อยากกระโดดถีบหน้าผู้ชายมากค่ะ
ทำไมต้องมาเจอคนไร้ความรู้สึก (ว่ะ) คือคิดในใจ แถมไม่ทะเลาะค่ะ เขาเป็นคนไม่พูดเสียงดัง ไม่ทะเลาะ ไม่ด่า เวลาเคลียร์จบก็จะมากอดเรา ว่าอย่าคิดมาก แต่..... มันไม่เคลียร์ค่ะ มันก็เป็นอีกคือ
สิ่งที่เขาคิดมาก และเรารับรู้ ปลอบใจกันตลอดคือ คือเขาเคยมีอะไรหลายอย่าง ความรุ่งเรือง รถ ตอนนี้เขาไม่มีอะไร และเราก็เข้ามาในจังหวะที่เขากำลังจะไม่มี เรารู้ทุกอย่าง เรารับได้ แต่มันกลับเป็นข้ออ้างว่าเอาเรามาลำบาก ตัวเองก็รู้สึกผิดอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่เราไม่เคยแสดงอาการ ว่าเราลำบาก หรือรังเกียจเขา หรือครอบครัวเขาเลย (เคยไปบ้านเขา 2 ครั้ง/เขาเคยไปบ้านเรา 2 ครั้ง และเจอทุกคนหมดแล้ว
เราอายุไม่ใช่น้อยๆกันแล้ว 33 ปี แล้ว เขาก้อย่าง 40 เราเจอมาทุกปัญหาแล้วทั้งโดนสวมเขา ทั้งตกงาน ทั้งถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งเขารู้ทุกอย่าง แต่...
ไม่เข้าใจความคิดผู้ชายค่ะ เราเคยว่าเขาแรงๆว่า คุณไม่เคยรู้จักผู้หญิง ไม่เคยรู้ว่าผู้หญิงต้องการอะไร เราบอกเขาแล้ว ว่าเราไม่ต้องการรถคันใหม่ ไม่ต้องการเงินทองมากมาย แค่เราอยู่ด้วยแล้วเขามีความสุข มันมากพอหรือยัง แต่ทุกวันที่แสดงมันไม่ใช่ เหมือนมีเราอยู่เขาก้อไม่มีความสุข
*** ที่ผ่านมาเราใช้ชีวิตในกทม. เราดูหนังทุกอาทิตย์ เราซื้อผ้าบ่อยมากๆ เราชอปปิ้งของไร้สาระ ***
แต่ปัจจุบัน ชีวิตเราเปลี่ยนไปมาก ไม่ชอปปิ้ง ซื้อเฉพาะที่ใช้ ไม่ซื้อชุดตามแฟชั่น หนังดูเฉพาะที่เขาอยากดู ห้างแทบไม่ได้ไป ยกเว้นไปแบงค์ ใช้ชีวิต ต่างจังหวัด ที่ไม่ต้องหวือหวาอะไรเลย มีรถเป็นของตัวเองมีหน้าที่การงาน กลับบ้านก็ดูแลเขา ทำงานบ้าน เราชอบที่จะทำ เอาน้ำเย็นให้เขา เติมน้ำ ทุกอย่าง ............. แต่สิ่งที่เราได้กลับมาดิ
ไม่มีใครเหมือนเดิม อย่าคาดหวังความเหมือนเดิม เรารู้ดี เป็นกฎตายตัว ทุกวันเหมือนรอเวลา เพราะไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไร คิดถึงอนาคตกันบ้างไหม ถ้าเราคุย เราถาม จะเหมือนบีบบังคับเขา เราไม่ถาม เราวางแผนกลับไปอยู่บ้านเกิดเขา ไปทำอะไรที่เขาชอบ เพราะเขาอิ่มตัวจากบริษัทมากๆแล้ว
เราจะมองตัวเองด้วยตลอด และถามเขาเสมอว่าเรามากไปเหรอ เราขอมากไป หรือเรามีความต้องการมากไป เพราะเราขาดความอบอุ่นเหรอ แต่ก็ได้คำตอบเดิมๆ คือคิดมากไปเอง
เราเคยต่อว่าเขา ว่า เขาจะมีความสุขต่อเมื่อเขามีเงินมากพอเหรอ เขาเป็นนักเทรนนิ่ง เขาเป็นนักอ่านปรัชญาชีวิต แต่ไม่เคยเข้าใจชีวิต เขาเป็นนักสวดมนต์ แต่ไม่เคยเข้าใจธรรมะ ที่แท้จริง เรา เอาปรัชญาทั้งหมดมาคุยกัยเขาหมดแล้ว เกี่ยวกับความสุข แต่ไม่ได้ช่วยอะไรเลย จึงคิดว่า ทุกวันนี้ที่เขาเป็นเพราะ เขาไม่ได้รักกันจริง น้อยใจจริงๆ เจอแต่ผู้ชายเห็นแก่ตัว (เห็นแก่ตัวของเขาไม่ได้หมายถึงการเอาเปรียบนะคะ) แต่หมายถึงไม่เห็นแก่ความรู้สึกของคนที่รัก เห็นแต่ความรู้สึกของตัวเอง ผู้หญิงก็มีหัวใจ มีความรู้สึก
*** อยากถามผู้หญิงที่มาอ่านว่า วันๆนึงแฟนคุณเคยสนใจกันไหม คุยกันยังไง ลองนึกกลับไปถึงพ่อ แม่ เขาก็ไม่เคยโทรคุยกันระหว่าง พ่อไปทำงาน แม่ค้าขายอยู่บ้าน แต่นั่นมันก้อวัย 50 กว่าแล้ว แล้วเราล่ะ จะให้คุยกันตอนไหนอ่ะ ที่ทำงาน เราออกมาทำงานข้างนอก ไม่ได้ทำด้วยกัน กลับไป คุยบ้าง แล้วก็เงียบ แล้วเราก้อไปทำงานบ้าน
หากความรักครั้งนี้มันไปต่อไม่ได้ ก็พอกันทีกับชีวิตคู่ค่ะ เราคงไม่เหมาะกับมัน สวย... อยู่คนเดียว ใครๆก็บอก อยู่คนเดียวดีที่สุด
จบแบบไม่จบ เพราะไม่รู้จะจบยังไง ....... ผู้ชายอายุย่าง 40 คิดอะไรกันอยู่คะ เรื่องครอบครัว ความรัก เคยหันไปใส่ใจคนข้างๆบ้างไหม (สำหรับคนแต่งงานแล้ว) แล้วคนที่ยังไม่แต่ง แต่มีคนข้างๆ คิดถึงคู่ชีวิตที่เดินมาด้วยกันตั้งแต่ต้นบ้างไหม ทำอะไรให้เขารึยัง ไม่ต้องอะไรมาก ความใส่ใจที่ออกมาจากใจก็พอแล้ว .... ถ้าไม่มีก็ปล่อยกันไป อย่าหลอกตัวเองไปวันวัน เหนื่อย