บทเรียนราคาแพง

กระทู้สนทนา
สวัสดีค่ะ นี่เป็นครั้งแรกที่ดิฉันจะแบ่งปันเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวดิฉันเอง มันอาจจะฟังดูโง่ๆ ไม่มีฉลาดผสมเลย แต่ปัจจุบันดิฉันเลิกโง่แล้วค่ะ (ชีวิตดีกว่าเดิม)

ดิฉันก็เหมือนวัยรุ่นทั่วไปค่ะ รักสนุก ยังกิน ยังเที่ยว เฮฮาปาร์ตี๊ไปวันๆ ตกเย็นเป็นออก เรื่องเรียนก็ชิวๆ ไปบ้างไม่ไปบ้าง ครอบครัวก็ไม่ค่อยสนใจ ใช้ชีวิตแบบไม่ค่อยคิดอะไร แน่นอนค่ะความรักกับวัยรุ่นมันเป็นของคู่กัน ฉันก็มีค่ะความรัก แต่ความรักของฉันมันไม่ได้สวยงามเหมือนนิยามของมันเลยสักนิด ... (เดี๋ยวมาต่อค่ะ)

มาต่อแล้วค่ะ
ชีวิตผลิกผัน จู่ๆจะมาเป็นคุณแม่ ฟังดูน่าตกใจใช่มั้ยค่ะ กับวัยรุ่นอายุ 21 กับการเปลี่ยนสถานะเป็นแม่คน เหตุเกิดจากฉันตั้งท้องค่ะ แน่นอนฉันท้องกับแฟนของฉัน ซึ่งบางทีมันอาจจะยังไม่ถึงเวลาเลยด้วยซ้ำ แต่ในเมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน สิ่งที่ฉันคิดหลังจากรู้ว่าท้อง นั่นคือ ต่อไปเราจะได้แต่งงานกัน ฉันต้องได้ชุดสวยๆ ของชำร่วยเก๋ๆ ซุ้มถ่ายรูปเก๋ๆ อะไรที่เพอเฟคที่สุด แขกในงาน พอแต่งงานเสร็จเราจะได้อยู่บ้านเดียวกัน เช้ามาสามีหาข้าวหาปลาให้กิน ช่วยกันทำงานบ้าน กวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้า ตากผ้า ตกเย็นเก็บผ้า พับผ้า หาอะไรให้ทาน พาเข้านอน ลูบท้อง จูบท้อง ทำให้ร็ว่ารักและภูมิใจที่ทำให้ตัวน้อยๆเกิดมา นี่คือสิ่งที่ฉันคิด มันน้ำเน่ามากค่ะ มีแต่ในละครไทยจิงๆ เพราะสิ่งที่เจอตรงกันข้ามแทบทุกอย่าง

ในวันที่ 21 ของปีที่แล้วงานแต่งงานของเราเริ่มต้นขึ้นค่ะ สินสอดทองหมั่นก็บลาๆตามศรัทธา เรื่องนั้นฉันไม่ซีเรียสค่ะ เพราะฉันรักเค้าจริงๆ แต่ส่วนนึงในงานที่ฉันต้องการฉันไม่สามารถบอกใครได้เลย ทุกสิ่งทุกอย่างผู้ใหญ่จัดแจงให้หมดค่ะ ฉันก็ได้แต่แล้วแต่ ...- ก็ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าอย่างน้อยก็ดีที่เราได้แต่งงาน เป็นหน้าเป็นตาให้ครอบครัวสักนิดก็ยังดี แต่หลังจากงานแต่งงาน ดิฉันตัดสินใจอยู่บ้านของดิฉันเอง เนื่องจากฉันคิดว่าอะไรๆมันคงสะดวกกว่า แน่นอนค่ะ ตามประเพณีฝ่ายชายก็ต้องมาอยู่บ้านฝ่ายหญิง มาดูแลลูกเมียตัวเอง เรื่องเที่ยวก็ต้องลดๆ เรื่องเพื่อนๆก็ต้องเพลาๆ เพราะได้ชื่อว่าพ่อ ก็ต้องมีความรับผิด แต่ใครจะรู้ว่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย ทุกสิ่งที่ฉันคิดไว้มันตรงกันข้ามทั้งหมดค่ะ ... มันน่าเศร้า

หลังจากแต่งงานกันชีวิตคู่ของเราไม่ได้ชื่นบานมากนัก ทะเลาะกันบ้าง มีปากเสียงกันบ้าง นั่นคือปัญหาของชีวิตคู่ค่ะ และหลังจากนั้นไม่นานเราก็เลิกกัน จนถึงตอนนี้เราเลิกกันได้ประมาณ 2 เดือนแล้วค่ะ เค้าไม่เคยโทรมาเพื่อถามถึงลูกเลยสักนิด ไม่เคยเข้ามาเยี่ยม หรือทำหน้าที่พ่อเลยแม้แต่น้อย หลังจากนั้นก็มีคำถามเข้ามามากมาย ว่าเลิกกันจิงๆหรอ คิดถึงมั้ย แล้วลูกล่ะ ?? ครอบครัวเค้าโอเคมั้ย ครอบครัวเราล่ะ ค่าใช้จ่ายล่ะ แคร์มั้ยกับสายตาคนอื่นๆที่มองเรา เด็กโตมาจะรู้สึกอย่างไร เลี้ยงลูกคนเดียวได้หรอ มากมายหลายคำถาม

ขอตอบที่นี่เลยล่ะกันนะค่ะ หลังจาก 2 เดือนที่ผ่านมา ชีวิตของฉันก็มีแค่ครอบครัวและลูก เวลากินพ่อแม่หาให้กิน ของบำรุงพ่อแม่คอยหามาให้ เวลาหาหมอเพื่อนๆพาไป บางครั้งคุณหมอก็ถามว่าคุณพ่อล่ะ จำได้ว่าพ่อของลูกเคยพาไปหาหมอ 1 หรือ 2 ครั้งมั้ง แล้วก็ไม่เคยอีกเลย เวลาอยากกินโน้นกินนี่เพื่อนๆพาไปตลอด จากที่ฉันเคยมองข้ามคนพวกนี้ไป แต่วันนี้ฉันกลับได้กำลังใจและการดูแลจากคนที่ฉันเคยมองข้าม ขอบคุณค่ะ ขอบคุณที่ให้โอกาสและดูแลเรามาเสมอ ถามว่าเลิกกันได้จริงหรอ ได้สิค่ะ ดิฉันยังจำภาพพ่อที่ร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดตอนรู้ว่าดิฉันตั้งท้องได้ และจำคำสัญญาที่ผู้ชายคนนั้นให้กับพ่อฉันได้ แต่เค้าไม่เคยทำอย่างที่รับปากพ่อดิฉันเลยสักอย่าง ถามตัวเราเองค่ะว่าทุกวันนี้อยู่ได้เพราะใคร ทำมัยผู้ชายแบบนี้ถึงเลิกไม่ได้ ค่าใช้จ่ายทกบาททุกสตางค์พ่อกับแม่เป็นคนหา ทำใจไม่ได้เลยเวลาเห็นพ่อแม่ทำงานหนัก เพราะกำลังจะมีหลานอีกคน แล้วทำมัยล่ะทำมัยเราต้องคิดถึงผู้ชายคนนั้น ไม่เลยค่ะ ฉันกลับอยากขอบคุณที่ทำให้มองเห็นว่าคนที่รักเราจิงๆคือใคร คนที่ควรแคร์มากที่สุดคือใคร ทุกวันนี้เรามีความพร้อมกับการเป็นแม่ พร้อมี่จะรับผิดชอบกับสิ่งที่เราสร้างขึ้นมา ตอนนี้กลายเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีความสุขมาก หลายๆคนทักแชทมา ให้กำลังใจ และหลายๆคนบอกว่าพี่ทำยังไงถึงออกมาจากจุดนั้นได้ ตอบได้แค่ว่าเพราะครอบครัวค่ะ มองคนข้างๆเราให้มากที่สุดนั่นคือครอบครัวค่ะ

อีก 1 อาทิตย์เราก็จะคลอดแล้ว ขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวทุกคนนะค่ะ ใครบอกว่าเด็กไม่มีพ่อแล้วจะเป็นเด็กมีปัญหา ปัญหามีแน่นอนค่ะถ้าคุณยังยืดเยื้อกันมาแล้วเป็นแบบอย่างไม่ดีให้ลูกๆเห็น แต่สำหรับฉันเลือกตัดไฟตั้งแต่ตต้นลมค่ะ มีแล้วไม่ดีไม่มีดีกว่าค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่