สวัสดีครับ ผมจะมาแชร์ ประสบการณ์ ในวันเดียวกัน เจอสองเหตุการณ์พร้อมกันนะครับ
เมื่อวานเป็นวันอาทิตย์ครับ ผมไปเรียนที่มหาลัย พอช่วงพักเที่ยงผมไปซื้อข้าวเที่ยงที่ร้านสดวกซื้อที่อยู่ตรงข้ามกับมหาลัย แล้วก็มีสพานลอยให้ขาม แต่สพานลอยนี้สูงมากครับ ระดับตึกสองชั้น ผมเห็นผู้หญิงตาบอดกำลังเดินขึ้นไป ผมก็เดินตามไปแล้ว พูดว่า "เดี๊ยวผมพาไปนะครับ" ผู้หญิงคนนั้น ก็บอกผมว่า "ขอบคุณคะ" พอถึงช่วงกลางๆสพานลอย ผมเห็นผู้ชายขอทาน (ไม่ได้แต่งตัวเหมือนคนไร้บ้านนะครับ ) ถือถุงอะไรสักอย่าง แล้วนั้งอยู่ ระหว่างที่ผมพาผู้หญิงเดินไป ผมได้ยินผู้ชายพูดประมาณว่า "มีตังหรือเปล่าช่วยผมหน่อย" ผมก็ไม่ได้สนใจอะไร ก็เดินส่งผู้หญิงจนข้ามสพานลอยเสร็จ ผมก็ไปที่ร้านสดวกซื้อเรียบร้อน ขากลับมา เจอผู้ชายคนเดิม แต่พูดเหมือนคราวแรกที่เดินผ่านไป ผมเลยถามว่า "เป็นอะไรหรือเปล่าครับ" ผู้ชายก็พูดประมานว่า "เข้าถูกรถชน แล้วกลับบ้านไม่ได้ " แล้วก็บอกที่อยู่ของบ้านเขา แล้วก็ถามผมว่า "มีตังให้ไหม" ผมไม่ค่อยอยากให้สักเท่าไหร่ เพราะผมคิดว่า การให้เงินขอทานเหมือนการช่วยเหลือการค้ามนุษย์ ผู้ชายก็ถามอีก "ช่วยได้ไหม อยากกลับบ้าน" ผมสงสาร เลยจะให้เงินไป 20 บาท แต่พอเปิดกระเป๋าตังแล้ว ผมมีแบงค์ 50 กับ 100 ผมเลยหยิบแบงค์ 50 ให้ไป แต่คำถามต่อมา ที่ทำให้ผมรู้สึกว่า พลาดไปแล้วที่ให้เงิน ก็คือ "ขอ 100 ได้ไหม" ผมเลยพูดว่า"ผมไม่ได้กดตังมา แล้วตังที่มีเนี้ยเป็นของคนอื่น(ผมโกหก)" ผู้ชายคนนั้นทำสีหน้าแบบอื่มๆ หลังจากนั้นผมเลยเดินออกมา แล้วผมก็รู้สึกแย่เหมือนทำผิด ทั้งๆที่ผม ช่วยคนอื่น
ผมรู้สึกว่า ผมช่วยผู้หญิงที่ตาบอดข้ามสพานลอย มีความสุขมากกว่า การให้เงินขอทานคนนั้นด้วยซ้ำ ทั้งที่ผมแทบไม่ได้ทำอะไรมากกว่า แค่เดินพาเธอไปส่งให้ถึงปลายทาง ผมไม่ได้เสียอะไรเลย เพราะเธอ เดินไปทางเดียวกับผม แต่ต่างกัน ผู้ชายคนนั้น ที่ทำให้ผมรู้สึกแย่กว่าเดิม ทั้งทั้งที่ผมให้มากกว่า แต่ผลลับธ์ต่างกันมาก พอนั้งรถกลับบ้านผมรู้สึก ผมไม่หน้าช่วยผู้ชายคนนั้น น่าจะเดินผ่านไปเฉยๆ ไม่น่าจะรู้สึกสงสารอยากช่วยคนอื่น
ปล.ที่ผมมาเล่าให้ฟังนี่ไม่ได้ต้องการคำชมหรืออะไรนะครับ แค่อยากจะเล่าให้ฟังว่า การช่วยคนอื่นโดยใช้เงิน มันไม่ได้ทำให้รู้วสึกดีในบางครั้ง แค่การลงแรงกายเล็กน้อย ช่วยเหลือคนอื่นมันได้ ความสุขที่มากกว่า
ปล2.แท๊กห้องไหนครับ
ช่วยคนตาบอดข้ามสพานลอย VS ให้เงินขอทานบนสพานลอย
เมื่อวานเป็นวันอาทิตย์ครับ ผมไปเรียนที่มหาลัย พอช่วงพักเที่ยงผมไปซื้อข้าวเที่ยงที่ร้านสดวกซื้อที่อยู่ตรงข้ามกับมหาลัย แล้วก็มีสพานลอยให้ขาม แต่สพานลอยนี้สูงมากครับ ระดับตึกสองชั้น ผมเห็นผู้หญิงตาบอดกำลังเดินขึ้นไป ผมก็เดินตามไปแล้ว พูดว่า "เดี๊ยวผมพาไปนะครับ" ผู้หญิงคนนั้น ก็บอกผมว่า "ขอบคุณคะ" พอถึงช่วงกลางๆสพานลอย ผมเห็นผู้ชายขอทาน (ไม่ได้แต่งตัวเหมือนคนไร้บ้านนะครับ ) ถือถุงอะไรสักอย่าง แล้วนั้งอยู่ ระหว่างที่ผมพาผู้หญิงเดินไป ผมได้ยินผู้ชายพูดประมาณว่า "มีตังหรือเปล่าช่วยผมหน่อย" ผมก็ไม่ได้สนใจอะไร ก็เดินส่งผู้หญิงจนข้ามสพานลอยเสร็จ ผมก็ไปที่ร้านสดวกซื้อเรียบร้อน ขากลับมา เจอผู้ชายคนเดิม แต่พูดเหมือนคราวแรกที่เดินผ่านไป ผมเลยถามว่า "เป็นอะไรหรือเปล่าครับ" ผู้ชายก็พูดประมานว่า "เข้าถูกรถชน แล้วกลับบ้านไม่ได้ " แล้วก็บอกที่อยู่ของบ้านเขา แล้วก็ถามผมว่า "มีตังให้ไหม" ผมไม่ค่อยอยากให้สักเท่าไหร่ เพราะผมคิดว่า การให้เงินขอทานเหมือนการช่วยเหลือการค้ามนุษย์ ผู้ชายก็ถามอีก "ช่วยได้ไหม อยากกลับบ้าน" ผมสงสาร เลยจะให้เงินไป 20 บาท แต่พอเปิดกระเป๋าตังแล้ว ผมมีแบงค์ 50 กับ 100 ผมเลยหยิบแบงค์ 50 ให้ไป แต่คำถามต่อมา ที่ทำให้ผมรู้สึกว่า พลาดไปแล้วที่ให้เงิน ก็คือ "ขอ 100 ได้ไหม" ผมเลยพูดว่า"ผมไม่ได้กดตังมา แล้วตังที่มีเนี้ยเป็นของคนอื่น(ผมโกหก)" ผู้ชายคนนั้นทำสีหน้าแบบอื่มๆ หลังจากนั้นผมเลยเดินออกมา แล้วผมก็รู้สึกแย่เหมือนทำผิด ทั้งๆที่ผม ช่วยคนอื่น
ผมรู้สึกว่า ผมช่วยผู้หญิงที่ตาบอดข้ามสพานลอย มีความสุขมากกว่า การให้เงินขอทานคนนั้นด้วยซ้ำ ทั้งที่ผมแทบไม่ได้ทำอะไรมากกว่า แค่เดินพาเธอไปส่งให้ถึงปลายทาง ผมไม่ได้เสียอะไรเลย เพราะเธอ เดินไปทางเดียวกับผม แต่ต่างกัน ผู้ชายคนนั้น ที่ทำให้ผมรู้สึกแย่กว่าเดิม ทั้งทั้งที่ผมให้มากกว่า แต่ผลลับธ์ต่างกันมาก พอนั้งรถกลับบ้านผมรู้สึก ผมไม่หน้าช่วยผู้ชายคนนั้น น่าจะเดินผ่านไปเฉยๆ ไม่น่าจะรู้สึกสงสารอยากช่วยคนอื่น
ปล.ที่ผมมาเล่าให้ฟังนี่ไม่ได้ต้องการคำชมหรืออะไรนะครับ แค่อยากจะเล่าให้ฟังว่า การช่วยคนอื่นโดยใช้เงิน มันไม่ได้ทำให้รู้วสึกดีในบางครั้ง แค่การลงแรงกายเล็กน้อย ช่วยเหลือคนอื่นมันได้ ความสุขที่มากกว่า
ปล2.แท๊กห้องไหนครับ