จากเพื่อนล้อ..ปัจจุบันคบกันมา2ปีกว่าแล้ว(กว่าจะถึงจุดนี้ต้องเสียน้ำตาไปเท่าไหร่ซิกๆ)

กระทู้สนทนา
จุดเริ่มต้นของจุดจบครั้งนี้....มีอยู่ว่า...จขท.เป็นคนชลบุรี ตั้งแต่นุบาลจนถึงมัธยมต้นนั้นเรียนอยู่ที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง อยู่ในตัวจังหวัดชลบุรี ส่วนแฟนนั้น..นู่น เรียนอยู่โรงเรียนมีสีขาวแดงเป็นสีประจำโรงเรียนที่ศรีราชา ตั้งแต่อนุบาลจนถึงมัธยมต้นเช่นกัน ซึ่งถ้าวัดระยะทางและแผนที่ชีวิตแล้ว ไม่น่าจะโคจรมาพบกันได้ แต่แล้ววันนั้นก็มาถึง..วันที่ก้าวเข้าสู่รั้วมัธยมปลาย แต่นี่ย้ายมาโรงเรียนรัฐบาล เดินเรียน โห้ยย ปรับตัวย้ากกยากสำหรับตัวจขก.
                ตัวจขก.นั้นก็แบบ เป็นเด็กหน้าห้อง(ไม่คิดว่าตัวเองจะมีโมเม้นตั้งใจเรียน) แบบนั่งแถวหน้าไรงี้ เพื่อนในห้องชอบมอบหมายงานให้ทำแบบ เช็คชื่อเพื่อน เก็บตังห้อง บลาๆๆ แต่ไม่ใช่หัวหน้าห้องนะ ไม่ถึงกับเนิ้ดนะจ้ะแหม่  นั้นเป็นเป็นเด็กหลังห้องจ่ะ ชอบขี่มอไซค์คันใหญ่( เคยล้มด้วยเคยเห็นนางพันผ้ามารร.เป็นมัมมี่เลย แอบบสมหน้าฮ่าๆๆ) ชอบเที่ยวกลางคืน ปีนรั้วเข้าโรงเรียน(เพราะมาสาย เช็คชื่อนางขาดบ่อย) แต่เรื่องการบ้านนนางขยัน ตามเก็บส่งทุกงาน เขียนเรียบร้อยกว่าจขก.อีกค่ะ .....เราสองคนไม่เคยสนทนากันหรอกค่ะ เหมือนอยู่คนละโลกอยู่แล้ว(จขก.คงคิดไปเองฮ่าๆๆ เวอร์ตลอดๆๆ) แต่แล้ววันนั้น..ก็เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ด้วยความที่ตัวผู้ชายนั้นก็เป็นคนที่ชอบแกล้งเพื่อน เพื่อนๆก็เลยชอบแกล้งนางกลับ...และในครั้งนี้ จขก.ก็ได้เป็นเป้าหมายของพวกมันนั่นเอง

เวลาไปไหน มาไหน หรือนั่งอยู่หน้าห้องก็จะมีเสียงเอะอะ โวยวายของเพื่อนๆจากหลังห้อง แต่เมื่อจขก.เดินผ่านผชคนนี้เมื่อไหร่ ก็มักจะมีเสียงตามมาว่า(ขอภาษาเพื่อนๆนะคะ) “ ไอ้นั่นมันชอบอ้ะ…..” วันแล้ววันเล่า ผ่านไปเป็นวันหรือเป็นเดือน..ก็จำไม่ค่อยได้แล้วค่ะ คืออต่างคนต่างรู้นะคะ ว่าเพื่อนๆแกล้งล้อกัน  แต่ก็นะ มันก็เป็นจุดเริ่มต้น..ที่ทำให้เรา2คนได้เริ่มที่จะคุยกัน ตอบโต้กัน เล่นกัน.. เท่าที่เราจำความได้ นางจะเป็นคนที่สรรหา สรรพนามมาแกล้งเรา หาเรื่องมาล้อเราตลอดเว อาทิเช่น ลัก(แร้)เปียก เสื้อฟิต(ซึ่งตอนใกล้จบ เราก็ยังเห็นนางเขียนลงไปในเฟรนชิบของเรา ซึ่งสำหรับผู้หญิงมันเป็นอะไรที่แรงมากใช่มะ ชั่วร้ายยยยยที่สุด) ไร้งี้ คือตอนเดินผ่านทีไรแบบ พูดแต่คำพวกนี้ (คือบับบเป็นไรมากกปะ! โรคจิตอ่อ ชอบบบแซวจัง ทักคำอื่นเป็นมะบลาๆ บางทีก็แอบว่ามันกลับไป นี่เด็กมอปลายหรอเนี่ย ตอนนั้นก็คิดนะว่าทำไปได้ไง) ซึ่งที่รร.เรานั้น ...เวลาพักนั้นรร.เราจะมีซุ้มให้นั่งเล่นกัน ซึ่งวันหนึ่ง เราเดินเข้าไปทำอะไรสักอย่างในซุ้มนั้น ซึ่งเป็นซุ้มที่นางนั่งอยู่นั่นเอง ซึ่งวันนั้นเราแพ้ยาสีฟัน คือใต้คางเราเป็นผื่นเหมือนสิวเม็ดเล็กๆ เพื่อนคนอื่นก็ไม่มีใครทักหรือสังเกตหรอกนะ แต่นางจร้า เห็นและทักมาแต่ไกลลล

.....แต่แล้ววันนึง เราสองคนก็ได้เริ่มคุยกันมากขึ้น(ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้) มีการสไกปคุยกันบ่อยๆทุกคืนจากประชุมสายกับเพื่อน ก็แยกออกเป็นสายคู่2คน นางก็เล่นเกมของนางตลอดนะ แต่นางก็ยังโทรมา บอกว่าคุยกับเราแล้วสนุกดี เราก็คิดงั้นนะ เขาคงสนุกแค่นั้น(แต่ในใจตอนนั้นบอกเลยย ก็ไม่รู้สิ จิตใจเป็นตัวล่อลวงเหนือสิ่งอื่นใดไม่รู้เหมือนกันว่าใจเรามันเริ่มหวั่นไหวแล้วหรือเปล่า) แต่เพื่อนที่รร.ก็ยังล้ออยู่นะ แต่ก็ซาๆลงแล้ว แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าเรา2คนคุยกันหลังไมค์ 555 แต่แค่นั้นยังไม่พอ เราเริ่มที่จะมีการไลน์คุยกันบ่อยขึ้นแล้ว จากที่ตอนคุยสไกป จะเป็นเวลาดึกๆ แต่เมื่อได้ไลน์คุยกัน เราก็ได้คุยกันในตอนเย็นหลังเลิกเรียน ซึ่งเราก็ได้รู้ว่าเขาทำอะไร เวลานี้ไปไหน กลับบ้านยังไง ซึ่งเราก็เห็นเขาในอีกมุม ที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนความรู้สึกเราตอนนั้น จำได้ว่า รู้สึกดีที่ได้คุยกัน รอเวลาที่เขาจะมาตอบเรา (แต่เรายังไม่ได้คบกันนะ สถานะก็ไม่ใช่คนคุยกันด้วย เป็นเพื่อนกัน จริงๆนะ ต่างคนต่างไม่ยอมรับความรู้สึกตัวเอง และเราก็รู้ด้วยแหละ ว่าเขามีรุ่นพี่ที่แอบชอบอยู่ ) พอวันเวลาผ่านไป ความรู้สึกเรามันยิ่งชัดเจนขึ้น จนเพื่อนข้างๆ เห็นได้ชัด และบอกว่า “ตกหลุมรักมันแล้วล่ะ”
เรากลับไม่ยอมรับนะ ไม่ได้นะ เราจะต้องไม่ตกหลุมรักมันสิ(ในใจคงกลัวเสียฟอร์ม)

แต่สุดท้ายเวลาผ่านไปจนพวกเราใกล้จะต้องแยกย้ายกันไปแล้ว มันก็ถึงเวลาที่ ควรจะพูดความรู้ของตัวเองแล้ว เอาเป็นว่าตอนนี้พวกเรา ได้คบกันแล้ว และรักกันดี ไม่มีอดีตที่เจ็บปวด ไม่มีอนาคต เพราะมันเป็นสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น แต่ปัจจุบันเรารักและเข้าใจกันก็พอ ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ และเพื่อนทุกคนในช่วงชีวิตที่ผ่านๆ



[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่