ไปดูมาเมื่อคืนครับ ( 24-04-2015 )
จริงๆ เรื่องนี้ถือว่าใช้ได้เลย ไม่เน้นโชว์ความเทพของจา พนม แบบสักแต่มาเตะๆ ต่อยๆ อย่างเดียว เหมือนสมัยเล่นหนังไทย ที่สำคัญจาได้พูดภาษาอังกฤษเยอะมาก ( อังกฤษสำเนียงไทยๆ นี่แหละ เหมือนตอนงานแถลงข่าว Fast 7 ที่สหรัฐอเมริกา ฟังง่ายดี )
โทนหนัง มุมกล้อง ทำได้มืดหม่นดีแล้ว โดยเฉพาะฝั่งของดอล์ฟ ลุนด์เกร็น ถ้ามโนว่าคนเขียนบทต้องการจะล้อว่าแกเคยแสดงเป็น Punisher ยุค 1980's ก็ได้เลยครับ ตัวละครนิค แคสสิดี้ บุคลิกเหมือนกันเป๊ะเลย ตำรวจตงฉินที่ถูกเจ้าพ่อสั่งฆ่าลูกเมีย จนตัดสินใจกลายเป็นศาลเตี้ย แนวนี้เลยครับ
แต่อย่างที่ผมตั้งหัวกระทู้แหละครับ ผกก. และคนเขียนบทไม่กล้าพอ ที่จะบอกไปเลยว่าประเทศไหนเป็นต้นทางการค้ามนุษย์ ระหว่างไทย เขมร หรือจะเอาประเทศสมมติไปเลยก็ได้ ทำให้ตลอดทั้งเรื่องมันดูแปลกๆ ไล่ตั้งแต่ตอนที่ตำรวจอเมริกา บอกว่าตัวร้ายหนีไปกบดานที่เขมร แต่พอตัดมาฝั่งไทย จาและทีมงานตำรวจไทย ออกจาก กทม. ตอนสักสี่ทุ่ม ไปถึงปอยเปต ยังไงก็ไม่มีทางถึงก่อนเที่ยงคืน ที่เวอร์กว่านั้น พวกไปพร้อมอาวุธครบมืออีกต่างหาก ( ตำรวจไทยข้ามไปจับโจรฝั่งเขมรเนี่ยนะ? ประเทศไทยเป็นมหาอำนาจระดับเดียวกับสหรัฐฯ รัสเซีย จีน ตั้งแต่เมื่อไรนิ ที่ตำรวจสามารถทำงานได้ทั่วโลก )
แถมสมมติว่าเป็นประเทศที่ผู้คนพูดภาษาเขมร แต่รถบัส รถตู้ อาคารบ้านเรือน ดูยังไงก็ไทยทั้งนั้น คือถ้าบอกว่าประเทศไทยนี่แหละต้นทาง มันก็ไม่น่าเกลียดหรอก แต่ ผกก. กับคนเขียนบทไม่กล้าทำไง แล้วถ้าไม่กล้า ก็น่าจะสมมติประเทศมันให้หมดไปเลย จาก็ไม่ต้องแสดงเป็นตำรวจไทย แต่เป็นตำรวจของประเทศสมมติแทน ( เหมือนหนังเรื่อง Ugly American ที่สมมติประเทศ Sakhan หรือว่าสารขัณฑ์นั่นแหละ ใครดูหนังก็รู้ว่าเป็นประเทศไทย แต่เขาไม่กล่าวตรงๆ ) เนื้อเรื่องมันจะได้ไม่ดูแปลกๆ
ผมเสียดายตรงนี้แหละครับ ไม่งั้นถือว่าเรื่องนี้ใช้ได้เลย
ปล.ขอไม่เขียนรีวิวยาวๆ นะครับ หมู่นี้เบื่อๆ ยังไงก็ไม่รู้
ปล.2 ตัวอย่าง Punisher ยุค 1980's สมัยดอล์ฟ ลุนด์เกร็น ยังหนุ่มๆ ครับ
Skin Trade : จะดีกว่านี้ ถ้า ผกก. และคนเขียนบท "กล้า" สักหน่อย
ไปดูมาเมื่อคืนครับ ( 24-04-2015 )
จริงๆ เรื่องนี้ถือว่าใช้ได้เลย ไม่เน้นโชว์ความเทพของจา พนม แบบสักแต่มาเตะๆ ต่อยๆ อย่างเดียว เหมือนสมัยเล่นหนังไทย ที่สำคัญจาได้พูดภาษาอังกฤษเยอะมาก ( อังกฤษสำเนียงไทยๆ นี่แหละ เหมือนตอนงานแถลงข่าว Fast 7 ที่สหรัฐอเมริกา ฟังง่ายดี )
โทนหนัง มุมกล้อง ทำได้มืดหม่นดีแล้ว โดยเฉพาะฝั่งของดอล์ฟ ลุนด์เกร็น ถ้ามโนว่าคนเขียนบทต้องการจะล้อว่าแกเคยแสดงเป็น Punisher ยุค 1980's ก็ได้เลยครับ ตัวละครนิค แคสสิดี้ บุคลิกเหมือนกันเป๊ะเลย ตำรวจตงฉินที่ถูกเจ้าพ่อสั่งฆ่าลูกเมีย จนตัดสินใจกลายเป็นศาลเตี้ย แนวนี้เลยครับ
แต่อย่างที่ผมตั้งหัวกระทู้แหละครับ ผกก. และคนเขียนบทไม่กล้าพอ ที่จะบอกไปเลยว่าประเทศไหนเป็นต้นทางการค้ามนุษย์ ระหว่างไทย เขมร หรือจะเอาประเทศสมมติไปเลยก็ได้ ทำให้ตลอดทั้งเรื่องมันดูแปลกๆ ไล่ตั้งแต่ตอนที่ตำรวจอเมริกา บอกว่าตัวร้ายหนีไปกบดานที่เขมร แต่พอตัดมาฝั่งไทย จาและทีมงานตำรวจไทย ออกจาก กทม. ตอนสักสี่ทุ่ม ไปถึงปอยเปต ยังไงก็ไม่มีทางถึงก่อนเที่ยงคืน ที่เวอร์กว่านั้น พวกไปพร้อมอาวุธครบมืออีกต่างหาก ( ตำรวจไทยข้ามไปจับโจรฝั่งเขมรเนี่ยนะ? ประเทศไทยเป็นมหาอำนาจระดับเดียวกับสหรัฐฯ รัสเซีย จีน ตั้งแต่เมื่อไรนิ ที่ตำรวจสามารถทำงานได้ทั่วโลก )
แถมสมมติว่าเป็นประเทศที่ผู้คนพูดภาษาเขมร แต่รถบัส รถตู้ อาคารบ้านเรือน ดูยังไงก็ไทยทั้งนั้น คือถ้าบอกว่าประเทศไทยนี่แหละต้นทาง มันก็ไม่น่าเกลียดหรอก แต่ ผกก. กับคนเขียนบทไม่กล้าทำไง แล้วถ้าไม่กล้า ก็น่าจะสมมติประเทศมันให้หมดไปเลย จาก็ไม่ต้องแสดงเป็นตำรวจไทย แต่เป็นตำรวจของประเทศสมมติแทน ( เหมือนหนังเรื่อง Ugly American ที่สมมติประเทศ Sakhan หรือว่าสารขัณฑ์นั่นแหละ ใครดูหนังก็รู้ว่าเป็นประเทศไทย แต่เขาไม่กล่าวตรงๆ ) เนื้อเรื่องมันจะได้ไม่ดูแปลกๆ
ผมเสียดายตรงนี้แหละครับ ไม่งั้นถือว่าเรื่องนี้ใช้ได้เลย
ปล.ขอไม่เขียนรีวิวยาวๆ นะครับ หมู่นี้เบื่อๆ ยังไงก็ไม่รู้
ปล.2 ตัวอย่าง Punisher ยุค 1980's สมัยดอล์ฟ ลุนด์เกร็น ยังหนุ่มๆ ครับ