อยากจะขอร้องเรียน คุณขวัญ เจ้าหน้าที่กองประมวลบัญชี การรถไฟแห่งประเทศไทย
เนื่องจาก เมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ.2557 ได้เกิดเหตุเพลิงใหม่อาคารพาณิชย์ในตลาดโรงเกลือของข้าพเจ้าซึ่งอาคารดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย และอาคารดังกล่าวได้ทำประกันภัยกับบริษัทประกันแห่งหนึ่ง หลังจากเกิดเหตุขึ้นข้าพเจ้าได้ดำเนินการขออนุญาตปลูกสร้างอาคารดังกล่าวโดยไม่รอเงินประกันเนื่องจากข้าพเจ้าไม่มีที่ทำมาหากิน จึงยินดีที่จะสำรองค่าใช้จ่ายในการปลูกสร้างไปก่อน ซึงก่อนการปลูกสร้างข้าพเจ้าได้ทำเรื่องขออนุญาตหน่วยงานท้องถิ่นตามกฎระเบียบ และทำเรื่องขอปลูกสร้างอาคารดังกล่าวต่อการรถไฟแห่งประเทศไทยพร้อมทั้งแนบเอกสารการขออนุญาตตามที่การรถไฟกำหนดพร้อมด้วยหนังสือการขอรับเงินประกันอัคคีภัยส่วนนี้คืนจากการถไฟแห่งประเทศไทยหลังจากที่การรถไฟแห่งประเทศไทยได้รับเงินประกันอัคคีภัยจากบริษัทประกันแล้ว
เนื่องจากในกรมธรรม์ประกันภัยได้ระบุไว้ว่า ผู้รับสินไหม คือ การรถไฟแห่งประเทศไทย หลังจากทำเรื่องเสร็จเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยท้องถิ่นได้ตอบรับว่าถ้าบริษัทประกันจ่ายเงินคืนเมื่อไหร่ให้มาขอรับเงินคืนได้ทันที่ในวงเงินที่บริษัทประกันจ่ายคืนให้แก่ข้าพเจ้า แต่ค่าใช้จ่ายส่วนต่างในการปลูกสร้างอาคารดังกล่าวการรถไฟแห่งประเทศไทยจะไม่รับผิดชอบโดยข้าพเจ้าก็ยินดีกับที่เจ้าหน้าที่บอกมา ระหว่างนั้นข้าพเจ้าได้จ้างช่างมาปลูกสร้างอาคารดังกล่าวประมาณต้นเดือนตุลาคม พ.ศ.2557 และเสร็จ ประมาณต้นเดือน ธันวาคม พ.ศ.2557 ระหว่างนี้ข้าพเจ้าได้เดินเรื่องกับบริษัทประกันภัยด้วยในการขอรับเงินประกันฯดังกล่าวคืนหลังจากที่เจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัยดังกล่าวได้ร้องขอเอกสารต่างๆข้าพเจ้าก็ทำเอกสารส่งจนครบจนกระทั่ง ปลายเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2557 บริษัทประกันภัยได้จ่ายเช็คส่วนแรกมา และส่วนที่2 ส่วนของอาคารที่ได้รับความเสียหายบางส่วนที่ทำเรื่องเพียงขอเงินประกันฯในการซ่อม บริษัทได้จ่ายคืนมาช่วงกลางเดือนธันวาคม พ.ศ.2557 บริษัทประกันภัยได้แจ้งมาว่าได้ทำการจัดส่งเช็คส่วนนี้ให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทยเรียบร้อยแล้วให้ข้าพเจ้าไปขอรับคืนจากการรถไฟแห่งประเทศไทยได้เลย
ข้าพเจ้าจึงได้ไปพบเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยในพื้นที่และสอบถามว่าเงินดังกล่าวทางการรถไฟฯจะจ่ายคืนให้แก่ข้าพเจ้าได้เมื่อไหร่เนื่องจากข้าพเจ้าจะต้องนำเงินดังกล่าวไปจ่ายแก่ผู้รับเหมาใน 2งวดสุดท้าย เจ้าหน้าที่รับเรื่องไปแล้วบอกว่าอีกไม่กี่วันให้ติดต่อมา พอติดต่อไปก้อรับปากว่าก่อนปีใหม่ พอช่วงใกล้ๆปีใหม่ข้าพเจ้าได้ไปสอบถามถึงเรื่องว่าไปถึงไหนแล้วก็ได้รับคำตอบมาว่าหัวหน้าผู้มีอำนาจไม่อยู่ไปต่างประเทศ ขอให้รอไปก่อนข้าพเจ้าก็ยินดีรอคิดว่าหลังปีใหม่คงได้เรื่อง พอเปิดหลังปีใหม่มาข้าพเจ้าได้ไปติดต่อและสอบถามว่าเรื่องของข้าพเจ้าเป็นยังไงบ้าง ทางเจ้าหน้าที่กลับบอกว่าทางการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ร้องขอเอกสาร ซึ่งเอกสารทั้งหมดดังกล่าวข้าพเจ้าได้ส่งไปให้หมดแล้วพร้อมทั้งหลักฐานที่ทางการรถไฟฯออกมาให้ข้าพเจ้าว่าได้รับเงินจากบริษัทประกันภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้วจำนวน2ส่วน โดยให้เหตุผลว่ายังไม่ได้รับเอกสารไม่รู้ว่าเอกสารตกหล่นไปอยู่ไหน ข้าพเจ้าจึงได้ดำเนินการเอกสารและรวบรวมส่งกลับไปให้อีกครั้งหนึ่ง และหวังว่าครั้งนี้คงไม่มีเหตุผลข้ออ้างใดๆเพราะข้าพเจ้าดำเนินเรื่องถูกต้องตามหลักที่การรถไฟแห่งประเทศไทย และสำนักงานท้องถิ่นกำหนดไว้ทั้งหมด รวมถึงเจ้าหน้าที่วิศวกรของการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ถ่ายรูปและไปตรวจเช็คอาคารดังกล่าวว่าได้คุณภาพตามที่การรถไฟกำหนดหรือไม่ พร้อมทำเรื่องยืนยันต่อการรถไฟฯว่าอาคารดังกล่าวผ่านการตรวจเรียบร้อยแล้ว
หลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ (ประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2558) ข้าพเจ้าได้ติดต่อไปใหม่โดยเจ้าหน้าที่การรถไฟฯท้องถิ่นได้ให้เหตุผลว่าเรื่องติดอยู่ที่ฝ่ายหนึ่งในการรถไฟ ซึ่งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่นี่ได้ช่วยเจรจาแล้วว่าติดขัดอะไรทำไมถึงจ่ายเงินคืนแก่ข้าพเจ้าไม่ได้ โดยทีแรกเหมือนเจ้าหน้าที่ฝ่ายนี้ในการรถไฟฯเหมือนจะไม่ให้ความร่วมมือแต่ทางเจ้าที่ท้องถิ่นแนะนำให้ข้าพเจ้าลองโทรไปคุยกับเค้าเองละกันว่าเรื่องของข้าพเจ้าติดขัดอยู่ที่ตรงไหนเพราะทางเจ้าหน้าการรถไฟฯที่ท้องถิ่นบอกว่าได้เช็คไปทางการรถไฟแห่งประเทศไทย ฝ่ายการเงินแล้วว่าเช็ครอสั่งจ่ายคืนแก่ข้าพเจ้าแล้วแต่ติดเพียงฝ่ายนี้ที่ไม่ยอมเซ็นผ่านเอกสารออกมาให้ หลังจากที่ข้าพเจ้าได้เบอร์มาละได้โทรติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายดังกล่าวที่ฝ่ายบัญชีอ้างถึงและขอร้องให้ช่วยข้าพเจ้าเถอะเพราะข้าพเจ้าเดือดร้อนจริงๆไหนจะได้รับความเสียหายจากการที่เพลิงไหม้อาคารแล้วยังเสียหายจากสต๊อคสินค้าที่ติดอยู่ในร้านจำนวนมากอีก หลังจากที่ข้าพเจ้าติดต่อไป 2-3ครั้งก็ได้รับคำตอบและความร่วมมือที่ดีจากทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายดังกล่าว(เสร็จเรื่องจากฝ่ายนี้ประมาณต้นเดือน มี.ค.) และได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่การรถไฟฯท้องถิ่นว่านาจะไม่เกินสัปดาห์นี้ข้าพเจ้าน่าจะได้รับเงิน
หลังจากนั้นข้าพเจ้าก็รอจนครบสัปดาห์ก็ไม่มีการติดต่อกลับมา ข้าพเจ้าจึงไปพบเจ้าหน้าที่การรถไฟฯท้องถิ่นอีกว่าเงินข้าพเจ้าตกลงว่ายังไงคะ ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้โทรไปที่การรถไฟแห่งประเทศโดยให้คำตอบว่าจะติดต่อกลับมาอีกที ข้าพเจ้าก็รอมาจนกระทั่งต้นเดือนเมษายน พ.ศ.2558 ได้เดินทางไปพบเจ้าหน้าที่และถามถึงเรื่องว่าไปถึงไหนแล้วทางเจ้าหน้าที่ก็ได้แต่ตอบว่าไม่รู้ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยทำไมถึงไม่จ่ายคืนเสียที ทางเจ้าหน้าที่ก็บอกให้รออีกหน่อยแล้วจะติดต่อกลับไป ข้าพเจ้าก็รอๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆจนให้ผ่านช่วงสงกรานต์ไปเพราะคิดว่าถ้าไปติดต่อช่วงก่อนสงกรานต์ก็คงจะได้คำตอบเหมือนช่วงก่อนปีใหม่
กระทั่งวันที่20 เมษายน พ.ศ.2558 ข้าพเจ้าได้ไปพบเจ้าหน้าที่ และทางเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อเข้าไปหาเจ้าหน้าที่ทางฝ่ายการเงินของการรถไฟแห่งประเทศไทยและถามหาว่าเงินที่จะจ่ายคืนแก่ข้าพเจ้าว่าติดขัดอยู่ที่ไหน ทางฝ่ายบัญชีได้ให้คำตอบว่าเรื่องดังกล่าวเรียบร้อยแล้วแต่ติดอยู่ที่ "เจ้าหน้าที่ฝ่ายประมวลบัญชีของการรถไฟแห่งประเทศไทย" โดยให้เหตุผลว่าเจ้าที่ฝ่ายประมวลบัญชีของการรถไฟแห่งประเทศไทยไม่ยอมเซ็นเอกสารให้ ทำให้ฝ่ายการเงินไม่สามารถจ่ายเงินคืนได้ โดยที่ไม่ทราบถึงเหตุผล ทางเจ้าหน้าที่การเงินของการรถไฟแห่งประเทศไทยได้แนะนำว่าให้เจ้าหน้าที่การรถไฟฯท้องถิ่นของข้าพเจ้าลองโทรไปคุยดูว่าเพราะอะไรถึงไม่เซ็นให้ ทางเจ้าหน้าที่การรถไฟฯท้องถิ่นไม่รีรอได้ต่อสายไปทันทีโดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายประมวลบัญชีรับสาย และขอเรียนสาย "คุณขวัญ" (ซึงเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายประมวลบัญชีของการรถไฟแห่งประเทศที่เจ้าหน้าที่การเงินกล่าวถึงว่าไม่ยอมเซ็นเอกสารดังกล่าวให้) โดยทางคนรับสายได้ถามทางเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นว่าจากไหนและเรื่องอะไรทางจากหน้าที่การรถไฟฯท้องถิ่นได้บอกไป พร้อมกับคำตอบที่ว่า คุณขวัญไม่อยู่ พอหลังเที่ยงทางเจ้าที่การรถไฟฯท้องถิ่นได้โทรไปอีกและได้คำตอบเดิมเหมือนกับการเจตนาไม่รับสาย
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่รถไฟฯท้องถิ่นได้แนะนำให้ข้าพเจ้าลองโทรไปเองดูเผื่อเค้าจะยอมคุยด้วย ข้าพเจ้าได้ติดต่อไป ที่เบอร์ 02-6218701 ต่อฝ่ายประมวลบัญชี 5111 เวลา 14:55 น. โดยมีเจ้าหน้าที่รับสายและข้าพเจ้าได้ขอเรียนสายคุณขวัญ ทางเจ้าหน้าที่ได้ต่อสายไปให้ ข้าพเจ้าได้อธิบายต่อคุณขวัญ ว่าข้าพเจ้าโทรมาเรื่องอะไรและได้สอบถามว่าเรื่องของข้าพเจ้าติดขัดอยู่ที่ตรงไหนทำไมคุณถึงไม่ยอมเซ็นเอกสารให้แต่คำตอบที่ได้คือ เค้าบอกว่าเรื่องยังมาไม่ถึงแผนกเค้า เค้ายังไม่เห็นเรื่อง พอได้คำตอบแบบนั้นข้าพเจ้าจึงตอบกลับไปว่าแต่จากการที่ข้าพเจ้าติดต่อและสอบถามเจ้าหน้าที่แต่ละฝ่ายมาเป็นลำดับขั้นตอนจนถึงฝ่ายการเงินที่บอกว่า เช็คส่วนนี้พร้อมจ่ายคืนแล้วติดเพียงแต่ฝ่ายคุณเพราะคุณไม่ยอมเซ็นใบให้เลยไม่สามารถสั่งจ่ายเงินคืนได้ คุณขวัญได้เงียบไปและถอนหายใจพร้อมกับน้ำเสียงที่ไม่พอใจพูดว่าไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้นพร้อมกับตัดสายของข้าพเจ้าทันที ตอนที่ตัดสายไปเป็นเวลา 15:00 น..............................................หลังจากที่โดนตัดสายข้าพเจ้าได้โทรกลับไปทันที (เวลา 15:02น.) พร้อมกับเจ้าหน้าที่คนเดิมที่รับสายทีแรกได้บอกว่าคุณขวัญไม่อยู่แล้วได้ออกจากที่ทำงานไปแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ที่คุยในสายก็ไม่สามารถตอบอะไรได้ แต่พอถามว่าอยากรู้ว่าคุณขวัญของฝ่ายประมวลบัญชี " ชื่อ-นามสกุล ว่า อะ ไร คะ" ก็ตอบมาว่าไม่รู้ -_-'' ก็เข้าใจนะคะว่าที่ไม่กล้าบอกเพราะอะไร แต่นี่หรอคะพฤติกรรมเจ้าหน้าที่รัฐ ประชาชนมีปัญหามีเรื่องเดือดร้อนแต่คุณกลับไม่ให้ความร่วมมือ แถมยังแสดงพฤติกรรมแบบนี้ใส่ประชาชนอีก โดยเวลาเพียง2นาที ทำให้เห็นเลยว่าคุณมีเจตนาตัดสายโทรศัพท์ และไม่รับสายคุณไม่ให้ความร่วมมือทั้งที่ข้าพเจ้าโทรไปถามดีๆ แค่จะขอคำชี้แนะว่าปัญหาของเรื่องข้าพเจ้ามันติดขัดที่ตรงไหนอะไรยังไงจะได้แก้ไขให้ถูกต้องกลับมาเจอแบบนี้
ข้าพเจ้าจึงอยากขอความเห็นใจต่อ"ท่านผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย"ด้วยค่ะ _/l\_ ว่ากรณีปัญหาของข้าพเจ้าควรทำอย่างไรต่อไปดีคะ และอยากขอความคิดเห็น และคำแนะนำจากเพื่อนๆทุกคนด้วยคะว่ากรณีแบบนี้ข้าพเจ้าควรทำอย่างไรต่อไปดี
พฤติกรรมแย่ๆของเจ้าหน้าที่กองประมวลบัญชีการรถไฟแห่งประเทศไทย
เนื่องจาก เมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ.2557 ได้เกิดเหตุเพลิงใหม่อาคารพาณิชย์ในตลาดโรงเกลือของข้าพเจ้าซึ่งอาคารดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย และอาคารดังกล่าวได้ทำประกันภัยกับบริษัทประกันแห่งหนึ่ง หลังจากเกิดเหตุขึ้นข้าพเจ้าได้ดำเนินการขออนุญาตปลูกสร้างอาคารดังกล่าวโดยไม่รอเงินประกันเนื่องจากข้าพเจ้าไม่มีที่ทำมาหากิน จึงยินดีที่จะสำรองค่าใช้จ่ายในการปลูกสร้างไปก่อน ซึงก่อนการปลูกสร้างข้าพเจ้าได้ทำเรื่องขออนุญาตหน่วยงานท้องถิ่นตามกฎระเบียบ และทำเรื่องขอปลูกสร้างอาคารดังกล่าวต่อการรถไฟแห่งประเทศไทยพร้อมทั้งแนบเอกสารการขออนุญาตตามที่การรถไฟกำหนดพร้อมด้วยหนังสือการขอรับเงินประกันอัคคีภัยส่วนนี้คืนจากการถไฟแห่งประเทศไทยหลังจากที่การรถไฟแห่งประเทศไทยได้รับเงินประกันอัคคีภัยจากบริษัทประกันแล้ว
เนื่องจากในกรมธรรม์ประกันภัยได้ระบุไว้ว่า ผู้รับสินไหม คือ การรถไฟแห่งประเทศไทย หลังจากทำเรื่องเสร็จเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยท้องถิ่นได้ตอบรับว่าถ้าบริษัทประกันจ่ายเงินคืนเมื่อไหร่ให้มาขอรับเงินคืนได้ทันที่ในวงเงินที่บริษัทประกันจ่ายคืนให้แก่ข้าพเจ้า แต่ค่าใช้จ่ายส่วนต่างในการปลูกสร้างอาคารดังกล่าวการรถไฟแห่งประเทศไทยจะไม่รับผิดชอบโดยข้าพเจ้าก็ยินดีกับที่เจ้าหน้าที่บอกมา ระหว่างนั้นข้าพเจ้าได้จ้างช่างมาปลูกสร้างอาคารดังกล่าวประมาณต้นเดือนตุลาคม พ.ศ.2557 และเสร็จ ประมาณต้นเดือน ธันวาคม พ.ศ.2557 ระหว่างนี้ข้าพเจ้าได้เดินเรื่องกับบริษัทประกันภัยด้วยในการขอรับเงินประกันฯดังกล่าวคืนหลังจากที่เจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัยดังกล่าวได้ร้องขอเอกสารต่างๆข้าพเจ้าก็ทำเอกสารส่งจนครบจนกระทั่ง ปลายเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2557 บริษัทประกันภัยได้จ่ายเช็คส่วนแรกมา และส่วนที่2 ส่วนของอาคารที่ได้รับความเสียหายบางส่วนที่ทำเรื่องเพียงขอเงินประกันฯในการซ่อม บริษัทได้จ่ายคืนมาช่วงกลางเดือนธันวาคม พ.ศ.2557 บริษัทประกันภัยได้แจ้งมาว่าได้ทำการจัดส่งเช็คส่วนนี้ให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทยเรียบร้อยแล้วให้ข้าพเจ้าไปขอรับคืนจากการรถไฟแห่งประเทศไทยได้เลย
ข้าพเจ้าจึงได้ไปพบเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยในพื้นที่และสอบถามว่าเงินดังกล่าวทางการรถไฟฯจะจ่ายคืนให้แก่ข้าพเจ้าได้เมื่อไหร่เนื่องจากข้าพเจ้าจะต้องนำเงินดังกล่าวไปจ่ายแก่ผู้รับเหมาใน 2งวดสุดท้าย เจ้าหน้าที่รับเรื่องไปแล้วบอกว่าอีกไม่กี่วันให้ติดต่อมา พอติดต่อไปก้อรับปากว่าก่อนปีใหม่ พอช่วงใกล้ๆปีใหม่ข้าพเจ้าได้ไปสอบถามถึงเรื่องว่าไปถึงไหนแล้วก็ได้รับคำตอบมาว่าหัวหน้าผู้มีอำนาจไม่อยู่ไปต่างประเทศ ขอให้รอไปก่อนข้าพเจ้าก็ยินดีรอคิดว่าหลังปีใหม่คงได้เรื่อง พอเปิดหลังปีใหม่มาข้าพเจ้าได้ไปติดต่อและสอบถามว่าเรื่องของข้าพเจ้าเป็นยังไงบ้าง ทางเจ้าหน้าที่กลับบอกว่าทางการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ร้องขอเอกสาร ซึ่งเอกสารทั้งหมดดังกล่าวข้าพเจ้าได้ส่งไปให้หมดแล้วพร้อมทั้งหลักฐานที่ทางการรถไฟฯออกมาให้ข้าพเจ้าว่าได้รับเงินจากบริษัทประกันภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้วจำนวน2ส่วน โดยให้เหตุผลว่ายังไม่ได้รับเอกสารไม่รู้ว่าเอกสารตกหล่นไปอยู่ไหน ข้าพเจ้าจึงได้ดำเนินการเอกสารและรวบรวมส่งกลับไปให้อีกครั้งหนึ่ง และหวังว่าครั้งนี้คงไม่มีเหตุผลข้ออ้างใดๆเพราะข้าพเจ้าดำเนินเรื่องถูกต้องตามหลักที่การรถไฟแห่งประเทศไทย และสำนักงานท้องถิ่นกำหนดไว้ทั้งหมด รวมถึงเจ้าหน้าที่วิศวกรของการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ถ่ายรูปและไปตรวจเช็คอาคารดังกล่าวว่าได้คุณภาพตามที่การรถไฟกำหนดหรือไม่ พร้อมทำเรื่องยืนยันต่อการรถไฟฯว่าอาคารดังกล่าวผ่านการตรวจเรียบร้อยแล้ว
หลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ (ประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2558) ข้าพเจ้าได้ติดต่อไปใหม่โดยเจ้าหน้าที่การรถไฟฯท้องถิ่นได้ให้เหตุผลว่าเรื่องติดอยู่ที่ฝ่ายหนึ่งในการรถไฟ ซึ่งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่นี่ได้ช่วยเจรจาแล้วว่าติดขัดอะไรทำไมถึงจ่ายเงินคืนแก่ข้าพเจ้าไม่ได้ โดยทีแรกเหมือนเจ้าหน้าที่ฝ่ายนี้ในการรถไฟฯเหมือนจะไม่ให้ความร่วมมือแต่ทางเจ้าที่ท้องถิ่นแนะนำให้ข้าพเจ้าลองโทรไปคุยกับเค้าเองละกันว่าเรื่องของข้าพเจ้าติดขัดอยู่ที่ตรงไหนเพราะทางเจ้าหน้าการรถไฟฯที่ท้องถิ่นบอกว่าได้เช็คไปทางการรถไฟแห่งประเทศไทย ฝ่ายการเงินแล้วว่าเช็ครอสั่งจ่ายคืนแก่ข้าพเจ้าแล้วแต่ติดเพียงฝ่ายนี้ที่ไม่ยอมเซ็นผ่านเอกสารออกมาให้ หลังจากที่ข้าพเจ้าได้เบอร์มาละได้โทรติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายดังกล่าวที่ฝ่ายบัญชีอ้างถึงและขอร้องให้ช่วยข้าพเจ้าเถอะเพราะข้าพเจ้าเดือดร้อนจริงๆไหนจะได้รับความเสียหายจากการที่เพลิงไหม้อาคารแล้วยังเสียหายจากสต๊อคสินค้าที่ติดอยู่ในร้านจำนวนมากอีก หลังจากที่ข้าพเจ้าติดต่อไป 2-3ครั้งก็ได้รับคำตอบและความร่วมมือที่ดีจากทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายดังกล่าว(เสร็จเรื่องจากฝ่ายนี้ประมาณต้นเดือน มี.ค.) และได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่การรถไฟฯท้องถิ่นว่านาจะไม่เกินสัปดาห์นี้ข้าพเจ้าน่าจะได้รับเงิน
หลังจากนั้นข้าพเจ้าก็รอจนครบสัปดาห์ก็ไม่มีการติดต่อกลับมา ข้าพเจ้าจึงไปพบเจ้าหน้าที่การรถไฟฯท้องถิ่นอีกว่าเงินข้าพเจ้าตกลงว่ายังไงคะ ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้โทรไปที่การรถไฟแห่งประเทศโดยให้คำตอบว่าจะติดต่อกลับมาอีกที ข้าพเจ้าก็รอมาจนกระทั่งต้นเดือนเมษายน พ.ศ.2558 ได้เดินทางไปพบเจ้าหน้าที่และถามถึงเรื่องว่าไปถึงไหนแล้วทางเจ้าหน้าที่ก็ได้แต่ตอบว่าไม่รู้ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยทำไมถึงไม่จ่ายคืนเสียที ทางเจ้าหน้าที่ก็บอกให้รออีกหน่อยแล้วจะติดต่อกลับไป ข้าพเจ้าก็รอๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆจนให้ผ่านช่วงสงกรานต์ไปเพราะคิดว่าถ้าไปติดต่อช่วงก่อนสงกรานต์ก็คงจะได้คำตอบเหมือนช่วงก่อนปีใหม่
กระทั่งวันที่20 เมษายน พ.ศ.2558 ข้าพเจ้าได้ไปพบเจ้าหน้าที่ และทางเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อเข้าไปหาเจ้าหน้าที่ทางฝ่ายการเงินของการรถไฟแห่งประเทศไทยและถามหาว่าเงินที่จะจ่ายคืนแก่ข้าพเจ้าว่าติดขัดอยู่ที่ไหน ทางฝ่ายบัญชีได้ให้คำตอบว่าเรื่องดังกล่าวเรียบร้อยแล้วแต่ติดอยู่ที่ "เจ้าหน้าที่ฝ่ายประมวลบัญชีของการรถไฟแห่งประเทศไทย" โดยให้เหตุผลว่าเจ้าที่ฝ่ายประมวลบัญชีของการรถไฟแห่งประเทศไทยไม่ยอมเซ็นเอกสารให้ ทำให้ฝ่ายการเงินไม่สามารถจ่ายเงินคืนได้ โดยที่ไม่ทราบถึงเหตุผล ทางเจ้าหน้าที่การเงินของการรถไฟแห่งประเทศไทยได้แนะนำว่าให้เจ้าหน้าที่การรถไฟฯท้องถิ่นของข้าพเจ้าลองโทรไปคุยดูว่าเพราะอะไรถึงไม่เซ็นให้ ทางเจ้าหน้าที่การรถไฟฯท้องถิ่นไม่รีรอได้ต่อสายไปทันทีโดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายประมวลบัญชีรับสาย และขอเรียนสาย "คุณขวัญ" (ซึงเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายประมวลบัญชีของการรถไฟแห่งประเทศที่เจ้าหน้าที่การเงินกล่าวถึงว่าไม่ยอมเซ็นเอกสารดังกล่าวให้) โดยทางคนรับสายได้ถามทางเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นว่าจากไหนและเรื่องอะไรทางจากหน้าที่การรถไฟฯท้องถิ่นได้บอกไป พร้อมกับคำตอบที่ว่า คุณขวัญไม่อยู่ พอหลังเที่ยงทางเจ้าที่การรถไฟฯท้องถิ่นได้โทรไปอีกและได้คำตอบเดิมเหมือนกับการเจตนาไม่รับสาย
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่รถไฟฯท้องถิ่นได้แนะนำให้ข้าพเจ้าลองโทรไปเองดูเผื่อเค้าจะยอมคุยด้วย ข้าพเจ้าได้ติดต่อไป ที่เบอร์ 02-6218701 ต่อฝ่ายประมวลบัญชี 5111 เวลา 14:55 น. โดยมีเจ้าหน้าที่รับสายและข้าพเจ้าได้ขอเรียนสายคุณขวัญ ทางเจ้าหน้าที่ได้ต่อสายไปให้ ข้าพเจ้าได้อธิบายต่อคุณขวัญ ว่าข้าพเจ้าโทรมาเรื่องอะไรและได้สอบถามว่าเรื่องของข้าพเจ้าติดขัดอยู่ที่ตรงไหนทำไมคุณถึงไม่ยอมเซ็นเอกสารให้แต่คำตอบที่ได้คือ เค้าบอกว่าเรื่องยังมาไม่ถึงแผนกเค้า เค้ายังไม่เห็นเรื่อง พอได้คำตอบแบบนั้นข้าพเจ้าจึงตอบกลับไปว่าแต่จากการที่ข้าพเจ้าติดต่อและสอบถามเจ้าหน้าที่แต่ละฝ่ายมาเป็นลำดับขั้นตอนจนถึงฝ่ายการเงินที่บอกว่า เช็คส่วนนี้พร้อมจ่ายคืนแล้วติดเพียงแต่ฝ่ายคุณเพราะคุณไม่ยอมเซ็นใบให้เลยไม่สามารถสั่งจ่ายเงินคืนได้ คุณขวัญได้เงียบไปและถอนหายใจพร้อมกับน้ำเสียงที่ไม่พอใจพูดว่าไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้นพร้อมกับตัดสายของข้าพเจ้าทันที ตอนที่ตัดสายไปเป็นเวลา 15:00 น..............................................หลังจากที่โดนตัดสายข้าพเจ้าได้โทรกลับไปทันที (เวลา 15:02น.) พร้อมกับเจ้าหน้าที่คนเดิมที่รับสายทีแรกได้บอกว่าคุณขวัญไม่อยู่แล้วได้ออกจากที่ทำงานไปแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ที่คุยในสายก็ไม่สามารถตอบอะไรได้ แต่พอถามว่าอยากรู้ว่าคุณขวัญของฝ่ายประมวลบัญชี " ชื่อ-นามสกุล ว่า อะ ไร คะ" ก็ตอบมาว่าไม่รู้ -_-'' ก็เข้าใจนะคะว่าที่ไม่กล้าบอกเพราะอะไร แต่นี่หรอคะพฤติกรรมเจ้าหน้าที่รัฐ ประชาชนมีปัญหามีเรื่องเดือดร้อนแต่คุณกลับไม่ให้ความร่วมมือ แถมยังแสดงพฤติกรรมแบบนี้ใส่ประชาชนอีก โดยเวลาเพียง2นาที ทำให้เห็นเลยว่าคุณมีเจตนาตัดสายโทรศัพท์ และไม่รับสายคุณไม่ให้ความร่วมมือทั้งที่ข้าพเจ้าโทรไปถามดีๆ แค่จะขอคำชี้แนะว่าปัญหาของเรื่องข้าพเจ้ามันติดขัดที่ตรงไหนอะไรยังไงจะได้แก้ไขให้ถูกต้องกลับมาเจอแบบนี้
ข้าพเจ้าจึงอยากขอความเห็นใจต่อ"ท่านผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย"ด้วยค่ะ _/l\_ ว่ากรณีปัญหาของข้าพเจ้าควรทำอย่างไรต่อไปดีคะ และอยากขอความคิดเห็น และคำแนะนำจากเพื่อนๆทุกคนด้วยคะว่ากรณีแบบนี้ข้าพเจ้าควรทำอย่างไรต่อไปดี