เราอยากปรึกษาเพื่อนๆชาวพันทิปค่ะ ว่าเราควรให้เพื่อนยืมเงินไหม..เฉพาะกรณนี้นะคะ (เพราะเราก็เคยยืมเงินเพื่อน เมื่อตอนยังไม่มีบัตรคุณอีๆทั้งหลายเหมือนกัน แต่จำนวนไม่มาก และเคยช่วยเหลือเพื่อนคนอื่นเรื่องการเงินอยู่เหมือนกัน แต่ก็จำนวนไม่มากหรอกค่ะ ตามอัตภาพ)
เอาล่ะเข้าเรื่องนะคะ ก่อนอื่นขอเรียนก่อนนะคะ เรามิได้เจตนาจะมาพูดถึงเพื่อนลับหลัง แค่อยากปรึกษาจริงๆ และมีเรื่องอื่นนอกจากเรื่องยืมเงินด้วย คือวันนี้มีเพื่อนสาวเรา ไลน์มาคุย ปกติก็นานๆคุยกัน เพราะยุ่งเรื่องงาน และในวันนี้เธอก็ได้ถามไถ่กันตามปกติ เล่าเรื่องราวต่างๆที่ไม่ได้คุยกันช่วงนึง แล้วก็มาถึงตอนที่ว่า เธอขอยืมเงินเรา คือจริงๆ เคยเอ่ยปากยืมหลายครั้งแล้ว บางทีช่วยได้ก็ช่วย บางทีก็ได้ปฏิเสธเพราะไม่มีจริงๆ ไอ้เราก็พนักงานกินเงินเดือน ไหนจะหนี้สิน ครอบครัว ปากท้องตัวเอง สรุปคือ บางเดือนก็เดือนชนเดือนล่ะค่ะ และถ้าเดือนไหนมีค่าใช่จ่ายที่แบบคาดไม่ถึง ก็ยังต้องพึ่งบัตรคุณอ้อนล่ะค่ะ ต้องยอมเสี่ยงเจอดอกเบี้ยโหดไป แต่ใจก็อยากช่วยเพื่อนไง เพราะว่าเราคิดนะว่าคนเราถ้าไม่ถึงที่สุด คงไม่อยากขอความช่วยเหลือคนอื่น ...ถามนะ
1. เรื่องยืมเงิน คือเพื่อนเรา นางเป็นอนุพวกผู้ชายมักมาก โดยรายได้ส่วนใหญ่เพื่อนเราจะได้จากผู้ชายที่นางบอกว่าเลี้ยงดูนาง และงานที่ทำก็เป็นแคดดี้ ทำบ้างหยุดบ้าง ย้ายที่บ่อย ซึ่งค่าใช้จ่ายนางก็เยอะพอสมควร ทั้ง ค่าผ่อน ค่าเสริมสวย ค่ากินค่าอยู่ แต่ถ้ากิน เที่ยว ก็เป็นผู้ชายดูแล และจิปาถะ 80%มาจากท่านผู้ชายล่ะค่ะ ที่เหลือก็คงเป็นจากงานที่ทำ แต่ก็อย่างที่บอกข้างต้น งานยังไม่ได้เป็นแก่นสารอะไร เพราะไม่ได้ออกรอบกับนาย ก็จะไปเที่ยวตามประสานางล่ะค่ะ หลายๆครั้งเราก็เตือนบ่อยๆ ว่าควรเก็บเงินให้มากๆ เรื่องรถยนต์ คันแรกนางอยู่กับแฟนทอม แฟนดาวน์ให้แล้วช่วยกันผ่อน 2 คน พอเลิกกัน คุณผู้ชายคนใหม่สปร์ตใจดี โดนอ้อนนิดหน่อย ดาวน์รถให้เลย แล้วให้นางผ่อนเอง ก่อนจะเอารถมาก็มีมาเล่าให้ฟังนะ เราเองก็ได้แต่บอกว่า ผ่อนรถต้องใช้จ่ายเยอะนะ ไหนจะค่างวด ค่าตรวจเช็ค เผื่อพังค่าซ่อมอะไรอีก แค่ค่าผ่อนนี่ก็เกือบหมื่นล่ะ ไหนจะค่ากินค่าใช้ จิปาถะ แต่ค่าที่พักมีคนออกให้ค่ะ แต่สุดท้ายก็ได้รถมา และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข จากที่เห็นโพสต์ ในไลน์ ส่งรูปมาให้ดูในไลน์บ้าง เราเห็นเพื่อนมีความสุข เราก็ดีใจด้วย ( แต่ว่าคือเราก็ไม่ได้ชอบไอ้พวกผู้ชายแบบนี้หรอกนะ แต่พูดอะไรไม่ได้มาก เพราะเพื่อนเราเลือกเอง) พอวันดีคืนดี โทรมา ไลน์มา ตังส์ไม่พอบ้าง ตังส์หมดบ้าง แล้วก็วนมายืมเราจนได้ บางทีมีก็ให้ ไม่มีก็ไม่ได้ให้ จากที่เล่าข้างต้นนะคะ บางทีเราได้แต่แอบคิดใจใน ว่าไอโฟนเอย รถยนต์เอย สร้อยแหวนทองเอย ค่าขนมรายเดือนเอย มันก็ดูอู้ฟู่กว่าเราเยอะเลย เราก็ได้แต่บอกพูดไปเตือนว่าให้ประหยัด ให้เก็บเงิน แต่ก็ไม่เคยเชื่อเลย จนบางทีเหมือนน้อยใจนะ ว่าเตือนไม่ฟังเลย เราคิดนะว่าเงินมันได้มาง่าย นางเลยใช่แบบไม่เสียดาย..ตัวเองสิ เหงื่อไม่ออก เงินไม่มา ..เพื่อนๆคิดว่า เราควรทำไงดีคะ และควรพูดกับเพื่อนยังไงดี เพราะไม่ใช่เด็กแล้วอ่ะ ปีนี้ก็จะเตรียมสั่งลาหลักสองแล้วค่ะ ^^
2. เรื่องนี้อาจเป็นเหมือนเรื่องส่วนตัว แต่เราก็ขอให้มองว่าเป็นปัญหา และอยากปรึกษาและฟังความคิดเห็นคนอื่นบ้าง คือเรื่องสถานะที่เพื่อนเราเป็นอยู่ คือใจจริงเราไม่อยากให้เพื่อนต้องเป็น อนุของใครเลย แต่นางเป็นคนเลือกเส้นทางนี้เอง และทุกสิ่งอย่างเราไม่อยากเข้าไปยุ่งด้วยเลย แม้แต่รู้จักชื่อ หรือเห็นหน้าค่าตากัน เพราะเราเกลียดพวกที่ไม่ซื่อสัตย์ แบบนี้มาก แต่ก็อย่างที่บอก เพื่อนเต็มใจเป็น เราอยากให้เพื่อนมันคิดได้เเละหันมายืนด้วยลำแข้งตัวเองให้ได้ เพราะยังมีคนก่อนหน้านี้ที่ตอนนี้ห่างๆกันไป คือคนนั้นอายุมากแล้ว น่าจะซัก สี่สิบปลายๆ จะห้าสิบนี่ล่ะค่ะ คนนั้นเพื่อนบอกต่างคนต่างรักกันมาก แต่ผู้ชายเป็นเจ้าของธุรกิจ โดยมีภรรยาที่เป็นใหญ่ทั้งครอบครัวและงาน โดยทีไม่ว่าเค้า จะดูแลเพื่อนเราดีแค่ไหน สุดท้าย ทางที่เค้าเลือกก็คือครอบครัวเค้า ไม่ใช่เพื่อนเรา เราก็ได้แต่ปลอบใจ ดูแลกันไปตามระเบียบ พอมาเจอคนปัจจุบัน ที่ออกรถให้ ก็บอกว่ารักและจะดูแลค่ะ แต่ครอบครัวหลวงก็ไม่มีทางเลิกได้ค่ะ แค่เรารับรู้แบบนี้ก็แค้นทุกทีค่ะ แต่เพื่อนเราก็ยังไม่ยอมหยุด ควรบอกยังไงดีคะ..
เมื่อเห็นเพื่อนใช้ชีวิตแบบที่บอกไว้ข้างบนนะคะ ถามว่าอิจฉาไหม..ตอบจากใจจริงเลย ไม่อิจฉาสักครั้งเลย แต่รู้สึกน้อยใจมากกว่า ว่าตอนสุขสบาย กินเที่ยวไม่เคยชวน ( จริงๆชวนก็ไม่ไปหรอกค่ะ เพราะรู้เลยว่า ถ้าพาอนุไปเที่ยว เค้าคงอยากอยู่กันแค่สองต่อสอง ) มีบ้านใหญ่หลังโต มีรถคันโก้ขับ มีไอโฟนใช้ มีสร้อยเส้นใหญ่ บางทีเรายังบอกนะ ว่าให้กอบโกยเเละเก็บ แต่จะรู้ว่าทุกข์ ก็ตอนมายืมเงินคนจนนี่ล่ะ..เห้ออออออ
** บางคนอ่าน อาจจะคิดว่าเราขายเพื่อน นินทาเพื่อน ก็ไม่เป็นไรนะคะ เราเข้าใจ เพราะที่ต้องพูดถึงแบบนั้น แค่อยากอธิบาย เหตุและผล ให้ครบถ้วนซึ่งความจริง ยังมีอีกเยอะที่ไม่ได้เล่า
. ยังไงใครมีคำแนะนำ โปรดชี้แนะด้วยนะคะ..เหนื่อยใจกับตัวเอง ที่ห่วงและเครียดแทนเพื่อนคนนี้จริงๆ...เพิ่งเขียนกระทู้แรกอาจจะเเท็กผิดห้อง ต้องขออภัยไว่ก่อนนะคะ
ตอนนี้เราควรให้เพื่อน " ยืมเงิน" ไหม?
เอาล่ะเข้าเรื่องนะคะ ก่อนอื่นขอเรียนก่อนนะคะ เรามิได้เจตนาจะมาพูดถึงเพื่อนลับหลัง แค่อยากปรึกษาจริงๆ และมีเรื่องอื่นนอกจากเรื่องยืมเงินด้วย คือวันนี้มีเพื่อนสาวเรา ไลน์มาคุย ปกติก็นานๆคุยกัน เพราะยุ่งเรื่องงาน และในวันนี้เธอก็ได้ถามไถ่กันตามปกติ เล่าเรื่องราวต่างๆที่ไม่ได้คุยกันช่วงนึง แล้วก็มาถึงตอนที่ว่า เธอขอยืมเงินเรา คือจริงๆ เคยเอ่ยปากยืมหลายครั้งแล้ว บางทีช่วยได้ก็ช่วย บางทีก็ได้ปฏิเสธเพราะไม่มีจริงๆ ไอ้เราก็พนักงานกินเงินเดือน ไหนจะหนี้สิน ครอบครัว ปากท้องตัวเอง สรุปคือ บางเดือนก็เดือนชนเดือนล่ะค่ะ และถ้าเดือนไหนมีค่าใช่จ่ายที่แบบคาดไม่ถึง ก็ยังต้องพึ่งบัตรคุณอ้อนล่ะค่ะ ต้องยอมเสี่ยงเจอดอกเบี้ยโหดไป แต่ใจก็อยากช่วยเพื่อนไง เพราะว่าเราคิดนะว่าคนเราถ้าไม่ถึงที่สุด คงไม่อยากขอความช่วยเหลือคนอื่น ...ถามนะ
1. เรื่องยืมเงิน คือเพื่อนเรา นางเป็นอนุพวกผู้ชายมักมาก โดยรายได้ส่วนใหญ่เพื่อนเราจะได้จากผู้ชายที่นางบอกว่าเลี้ยงดูนาง และงานที่ทำก็เป็นแคดดี้ ทำบ้างหยุดบ้าง ย้ายที่บ่อย ซึ่งค่าใช้จ่ายนางก็เยอะพอสมควร ทั้ง ค่าผ่อน ค่าเสริมสวย ค่ากินค่าอยู่ แต่ถ้ากิน เที่ยว ก็เป็นผู้ชายดูแล และจิปาถะ 80%มาจากท่านผู้ชายล่ะค่ะ ที่เหลือก็คงเป็นจากงานที่ทำ แต่ก็อย่างที่บอกข้างต้น งานยังไม่ได้เป็นแก่นสารอะไร เพราะไม่ได้ออกรอบกับนาย ก็จะไปเที่ยวตามประสานางล่ะค่ะ หลายๆครั้งเราก็เตือนบ่อยๆ ว่าควรเก็บเงินให้มากๆ เรื่องรถยนต์ คันแรกนางอยู่กับแฟนทอม แฟนดาวน์ให้แล้วช่วยกันผ่อน 2 คน พอเลิกกัน คุณผู้ชายคนใหม่สปร์ตใจดี โดนอ้อนนิดหน่อย ดาวน์รถให้เลย แล้วให้นางผ่อนเอง ก่อนจะเอารถมาก็มีมาเล่าให้ฟังนะ เราเองก็ได้แต่บอกว่า ผ่อนรถต้องใช้จ่ายเยอะนะ ไหนจะค่างวด ค่าตรวจเช็ค เผื่อพังค่าซ่อมอะไรอีก แค่ค่าผ่อนนี่ก็เกือบหมื่นล่ะ ไหนจะค่ากินค่าใช้ จิปาถะ แต่ค่าที่พักมีคนออกให้ค่ะ แต่สุดท้ายก็ได้รถมา และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข จากที่เห็นโพสต์ ในไลน์ ส่งรูปมาให้ดูในไลน์บ้าง เราเห็นเพื่อนมีความสุข เราก็ดีใจด้วย ( แต่ว่าคือเราก็ไม่ได้ชอบไอ้พวกผู้ชายแบบนี้หรอกนะ แต่พูดอะไรไม่ได้มาก เพราะเพื่อนเราเลือกเอง) พอวันดีคืนดี โทรมา ไลน์มา ตังส์ไม่พอบ้าง ตังส์หมดบ้าง แล้วก็วนมายืมเราจนได้ บางทีมีก็ให้ ไม่มีก็ไม่ได้ให้ จากที่เล่าข้างต้นนะคะ บางทีเราได้แต่แอบคิดใจใน ว่าไอโฟนเอย รถยนต์เอย สร้อยแหวนทองเอย ค่าขนมรายเดือนเอย มันก็ดูอู้ฟู่กว่าเราเยอะเลย เราก็ได้แต่บอกพูดไปเตือนว่าให้ประหยัด ให้เก็บเงิน แต่ก็ไม่เคยเชื่อเลย จนบางทีเหมือนน้อยใจนะ ว่าเตือนไม่ฟังเลย เราคิดนะว่าเงินมันได้มาง่าย นางเลยใช่แบบไม่เสียดาย..ตัวเองสิ เหงื่อไม่ออก เงินไม่มา ..เพื่อนๆคิดว่า เราควรทำไงดีคะ และควรพูดกับเพื่อนยังไงดี เพราะไม่ใช่เด็กแล้วอ่ะ ปีนี้ก็จะเตรียมสั่งลาหลักสองแล้วค่ะ ^^
2. เรื่องนี้อาจเป็นเหมือนเรื่องส่วนตัว แต่เราก็ขอให้มองว่าเป็นปัญหา และอยากปรึกษาและฟังความคิดเห็นคนอื่นบ้าง คือเรื่องสถานะที่เพื่อนเราเป็นอยู่ คือใจจริงเราไม่อยากให้เพื่อนต้องเป็น อนุของใครเลย แต่นางเป็นคนเลือกเส้นทางนี้เอง และทุกสิ่งอย่างเราไม่อยากเข้าไปยุ่งด้วยเลย แม้แต่รู้จักชื่อ หรือเห็นหน้าค่าตากัน เพราะเราเกลียดพวกที่ไม่ซื่อสัตย์ แบบนี้มาก แต่ก็อย่างที่บอก เพื่อนเต็มใจเป็น เราอยากให้เพื่อนมันคิดได้เเละหันมายืนด้วยลำแข้งตัวเองให้ได้ เพราะยังมีคนก่อนหน้านี้ที่ตอนนี้ห่างๆกันไป คือคนนั้นอายุมากแล้ว น่าจะซัก สี่สิบปลายๆ จะห้าสิบนี่ล่ะค่ะ คนนั้นเพื่อนบอกต่างคนต่างรักกันมาก แต่ผู้ชายเป็นเจ้าของธุรกิจ โดยมีภรรยาที่เป็นใหญ่ทั้งครอบครัวและงาน โดยทีไม่ว่าเค้า จะดูแลเพื่อนเราดีแค่ไหน สุดท้าย ทางที่เค้าเลือกก็คือครอบครัวเค้า ไม่ใช่เพื่อนเรา เราก็ได้แต่ปลอบใจ ดูแลกันไปตามระเบียบ พอมาเจอคนปัจจุบัน ที่ออกรถให้ ก็บอกว่ารักและจะดูแลค่ะ แต่ครอบครัวหลวงก็ไม่มีทางเลิกได้ค่ะ แค่เรารับรู้แบบนี้ก็แค้นทุกทีค่ะ แต่เพื่อนเราก็ยังไม่ยอมหยุด ควรบอกยังไงดีคะ..
เมื่อเห็นเพื่อนใช้ชีวิตแบบที่บอกไว้ข้างบนนะคะ ถามว่าอิจฉาไหม..ตอบจากใจจริงเลย ไม่อิจฉาสักครั้งเลย แต่รู้สึกน้อยใจมากกว่า ว่าตอนสุขสบาย กินเที่ยวไม่เคยชวน ( จริงๆชวนก็ไม่ไปหรอกค่ะ เพราะรู้เลยว่า ถ้าพาอนุไปเที่ยว เค้าคงอยากอยู่กันแค่สองต่อสอง ) มีบ้านใหญ่หลังโต มีรถคันโก้ขับ มีไอโฟนใช้ มีสร้อยเส้นใหญ่ บางทีเรายังบอกนะ ว่าให้กอบโกยเเละเก็บ แต่จะรู้ว่าทุกข์ ก็ตอนมายืมเงินคนจนนี่ล่ะ..เห้ออออออ
** บางคนอ่าน อาจจะคิดว่าเราขายเพื่อน นินทาเพื่อน ก็ไม่เป็นไรนะคะ เราเข้าใจ เพราะที่ต้องพูดถึงแบบนั้น แค่อยากอธิบาย เหตุและผล ให้ครบถ้วนซึ่งความจริง ยังมีอีกเยอะที่ไม่ได้เล่า
. ยังไงใครมีคำแนะนำ โปรดชี้แนะด้วยนะคะ..เหนื่อยใจกับตัวเอง ที่ห่วงและเครียดแทนเพื่อนคนนี้จริงๆ...เพิ่งเขียนกระทู้แรกอาจจะเเท็กผิดห้อง ต้องขออภัยไว่ก่อนนะคะ