"ลมหายใจใต้น้ำ" ภาพยนตร์โทรทัศน์ชุด Inspired by Idol คน...บันดาลใจ สร้างจากเค้าโครงเรื่องจริง

ภาพยนตร์โทรทัศน์ชุด Inspired by Idol คน...บันดาลใจ เรื่อง "ลมหายใจใต้น้ำ" เป็นเรื่องที่สร้างจากเค้าโครงเรื่องจริงของครูสอนว่ายน้ำคนนึงที่ตั้งใจอยากทำประโยชน์ให้กับสังคมด้วยการสอนเด็กพิการว่ายน้ำ ไม่รู้ว่าใครที่กำลังอ่านอยู่จะพอคุ้นๆ หูกันบ้างไหมกับชื่อของ
"ครูพายุ ณัฐศักดิ์ ท้าวอุดม"

        ครูพายุเป็นครูสอนว่ายน้ำอดีคนักกีฬาเยาวชนทีมชาติ ที่ได้เลือกอนาคตต่อจากนั้นมาเป็นครูสอนว่ายน้ำให้กับเด็กหูหนวกและเด็กตาบอด เพราะต้องการที่จะลดอัตราการจมน้ำตายของเด็กเหล่านี้ ที่พวกเขาไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองหรือร้องเรียกให้ใครช่วยได้เลยขณะเกิดอุบัติเหตุทางน้ำ ซึ่งครูพายุเองก็ถือเป็นเจ้าของเค้าโครงเรื่องนี้ และเรื่องราวที่ครูพายุตั้งใจทำเพื่อสังคมก็ได้ถูกนำมาดัดแปลงจนออกมาเป็น ภาพยนตร์โทรทัศน์ เรื่อง ลมหายใจใตน้ำ
เพื่อที่ต้องการถ่ายทอดให้คนในสังคมได้ลุกขึ้นมาทำความดีกัน


ยังไงลองมาอ่านเรื่องย่อของภาพยนตร์เรื่องนี้กัน




นี่คือเรื่องราวของ "หลายคนพิเศษ" ที่ได้แรงบันดาลใจจาก "คนพิเศษ"
    


       เปิดฉากมาที่การแข่งขันว่ายน้ำคนพิการในงานกีฬาระดับชาติ คนที่ได้เหรียญทองคือ “น้องเดี่ยว” (รับบทโดย ด.ช.ภูชิต อิงชัยภูมิ) เด็กพิการแขนขา ซึ่งดูจากสรีระแล้ว น้องไม่น่าที่จะว่ายน้ำได้เก่งขนาดนี้ หลังจากแข่งขันจบลง สื่อหลายสำนักต่างรุมสัมภาษณ์ "น้องเดี่ยว" ว่าอะไรที่ทำให้น้องก้าวมาสู่จุดนี้ได้
      
       ย้อนกลับไปเมื่อสามปีที่แล้ว น้องเดี่ยว เป็นเด็กพิการในโรงเรียนศรีสังวาลย์  น้องเป็นคนโดดเดี่ยวเพราะคิดว่าตัวเองพิการคงทำอะไรไม่ได้ นอกจากนั่งขอความช่วยเหลือไปวันๆ วันหนึ่งได้มีครูพิเศษมาทำโครงการสอนว่ายน้ำให้กับเด็กๆ ในตอนแรกน้องเดี่ยวไม่ได้สนใจที่จะว่ายน้ำเพราะเป็นของใหม่ และคิดว่าคนพิการแบบตัวเองคงว่ายน้ำไม่ได้  แต่ด้วยความพยายามของครูพิเศษคนนั้น ทำให้หัวใจของน้องเดี่ยวค่อย ๆ กะเทาะเปลือกออกมา    


        ครูฟ้าลั่น (รับบทโดย หนักแน่น - นรินทร์โชติ วชิรธรนิยมกุล) ใช้เวลาอยู่กับน้องเดี่ยวนานกว่าเด็กคนอื่น ใช้ทุกวิถีทางที่จะเอาชนะใจน้องเดี่ยวให้ได้ ทั้งพาไปเล่น ป้อนข้าวให้ จนครูฟ้าลั่นได้เล่าเรื่องราวของตัวเองให้น้องเดี่ยวฟัง

       ย้อนกลับไปในวัยเด็ก เด็กชายฟ้าลั่น  (รับบทโดย ด.ช.ภูริ  สรีระศาสตร์ ) เป็นเด็กที่สมาธิสั้นและเป็นอาการของเด็กพิเศษกลุ่มหนึ่ง ร่างกายไม่แข็งแรง  เป็นโรคลมชักอยู่บ่อยๆ  จนสร้างความกังวลใจให้กับผู้เป็น พ่อ ( รับบทโดย ปรเมศร์  น้อยอ่ำ) และ แม่ (รับบทโดย ชลวรีย์  ชุติวัฒน์ขจรชัย)  ที่ต่างกลุ้มใจและพยายามหาทางทำให้ฟ้าลั่นได้มีสุขภาพแข็งแรง มีพัฒนาการที่ดีขึ้น

       จนมาวันหนึ่งฟ้าลั่นจมน้ำ ทำให้พ่อตัดสินใจพาฟ้าลั่นไปเรียนว่ายน้ำ และครั้งนี้คือครั้งแรกที่ฟ้าลั่นได้สัมผัสกับสิ่งที่ใช่  เขาสามารถอยู่ในน้ำได้ทั้งวันอย่างสนุก แถมอาการป่วยที่เคยเป็นก็ดีขึ้นมาเรื่อยๆ ทักษะในกีฬาว่ายน้ำได้พาให้ฟ้าลั่นได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และยังเป็นนักกีฬาว่ายน้ำของมหาวิทยาลัยด้วย ฟ้าลั่นหาค่าขนมด้วยการสอนว่ายน้ำให้กับเด็กปกติในเวลาว่าง

      เรื่องราวกลับมาที่น้องเดี่ยว ที่ยังสงสัยอยู่ว่าการว่ายน้ำมันมีดีอะไร  ซึ่งครูฟ้าลั่นก็ได้สอนให้น้องเดี่ยวเรียนรู้เรื่องความมีอิสระในการเคลื่อนไหวร่างกาย และการมีสมาธิจดจ่อกับกีฬาว่ายน้ำ แต่การสอนน้องเดี่ยวให้ว่ายน้ำได้ก็มีข้อจำกัดหลายอย่าง  ตั้งแต่สภาพจิตใจของน้องที่ยังไม่พร้อม  อคติในตัวคนอื่น การไม่เข้าสังคมกับกลุ่มเพื่อน  สิ่งเหล่านี้ ครูฟ้าลั่นและน้องเดี่ยวต้องก้าวข้ามไปให้ได้

       ครูฟ้าลั่นพยายามหาวิธีที่จะสอนน้องเดี่ยวให้ว่ายน้ำให้ได้ เขานึกถึงเด็กพิเศษที่เป็นลูกศิษย์สอนวันแรก "น้องเก็ต" ( รับบทโดย ด.ช. วิพิศน์ พงศ์ศุภนิมิต ) เด็กออทิสติก ที่กลายเป็นแรงผลักดันให้กับการสอนว่ายน้ำเด็กพิเศษของครูฟ้าลั่นมาจนทุกวันนี้  การสอนให้เด็กออทิสติกว่ายน้ำไม่ใช่เรื่องง่าย  ครูฟ้าลั่นถอดใจหลายครั้ง  แต่ก็ได้รับกำลังใจที่ดีจากคุณแม่ของน้องเก็ต  จนครูฟ้าลั่นค้นพบเคล็ดลับที่จะสอนว่ายน้ำให้เด็กอย่างน้องเก็ต จากการที่น้องเก็ตชอบทำตัวเลียนแบบสิ่งที่มองเห็นและสนใจ  ทำตัวเป็นเครื่องบินบ้าง จรวดบ้าง สัตว์ต่างๆบ้าง  ครูฟ้าลั่นใช้วิธีการสอนหลอกล่อหลายอย่าง และกระบวนการสอนนี้เองก็ถูกนำมาปรับใช้กับน้องเดี่ยว เพื่อที่จะให้ลงสระว่ายน้ำให้ได้

       จุดเปลี่ยนของชีวิตที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ การที่ครูฟ้าลั่นได้เห็นเด็กตาบอดจมน้ำ  เรื่องนี้ฝังใจครูฟ้าลั่นมาก  ทำให้เขาตัดสินใจคิดทำโครงการสอนเด็กตาบอดให้ว่ายน้ำ  โดยได้รับความช่วยเหลือจาก “แม่ของน้องเก็ต” (รับบทโดย อารยา  เรืองสิร์กุล) และผู้ปกครองของเด็กๆ ที่มาเรียนว่ายน้ำ ช่วยสนับสนุนและบริจาคเงินให้ทำโครงการฯ จนสำเร็จ

      แต่เส้นทางแห่งความสำเร็จไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หลังจากโครงการสอนเด็กตาบอดว่ายน้ำแล้ว ฟ้าลั่นยังได้ทำโครงการสอนเด็กบกพร่องทางการได้ยิน เพียงเพราะเพื่อนสนิท “รุจ” (รับบทโดย วัชร วงศ์สิริฉัตรชัย) จุดประกายความคิดจากประโยคคำถามที่ว่า

       ครูฟ้าลั่นเริ่มต้นหัดเรียนภาษามือด้วยตัวเองก่อน  แต่ได้ไอเดียว่าควรเรียนกับเจ้าของภาษาจะดีกว่า จนฟ้าลั่นได้พบกับ พี่ต๊อบ (รับบทโดย  วีระยุทธ สุภารส) พร้อมน้องสาวชื่อ แก้ว (รับบทโดย อันธิกา สุยะ) คนพิการที่บกพร่องทางการได้ยินที่ทำเสื้อยืดแฮนด์เมดออกวางขาย ยินดีสอนภาษามือให้ฟ้าลั่น  ฟ้าลั่นได้เริ่มหาทุนสำหรับโครงการสอนคนหูหนวกว่ายน้ำ แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นจุดวิกฤติของชีวิต หลายที่ไม่ให้การตอบรับกับโครงการนี้  แถมยังมีปัญหากับทางบ้านด้วยความเข้าใจผิดของพ่ออีก

       พ่อของฟ้าลั่นได้ยินข่าวลือที่ไม่ดีเกี่ยวกับฟ้าลั่น ที่วันๆ เอาแต่ไปขลุกอยู่กับคนหูหนวก  แถมยังถูกนินทาว่าลูกชายจะพาเด็กหูหนวกไปขายตัว  เหตุการณ์ครั้งนี้รุนแรงมากจนทำให้พ่อสั่งห้ามฟ้าลั่นสอนว่ายน้ำให้คนพิการจนกว่าจะเรียนจบ  ฟ้าลั่นจึงเริ่มกลับไปใช้ชีวิตแบบเด็กวัยรุ่นปกติ

       แต่ด้วยกำลังใจจากคนอื่นๆ รอบด้าน รวมทั้งกับการได้พบ "ครูหน่อย" นักธาราบำบัด (รับบทโดย นวพรรณ ไชยวรรณ์ อุทัยยศ) ที่ชื่นชมสิ่งดีๆ ที่ฟ้าลั่นทำ อีกทั้งยังคอยชี้แนะ ให้คำแนะนำดีๆ และอาสาเป็นที่ปรึกษาให้กับโครงการสอนว่ายน้ำให้เด็กพิการกลุ่มต่างๆ ทำให้การเสนอโครงการเพื่อขอรับทุนการสนับสนุนได้รับการตอบรับที่ดี ฟ้าลั่นกลับมามีพลังมุ่งมั่นขึ้นอีกครั้ง และ ครูหน่อย คนนี้เอง เป็นผู้แนะนำให้ฟ้าลั่นมาสมัครเป็นอาสาสมัครสอนว่ายน้ำที่โรงเรียนคนพิการ


คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ




            มาร่วมลุ้นกันว่า เรื่องราวของครูฟ้าลั่น จะทำให้น้องเดี่ยวเปิดใจกล้าว่ายน้ำหรือไม่ และตัวครูฟ้าลั่นจะสามารถเอาชนะใจพ่อของตัวเองได้หรือเปล่า ติดตามได้ในภาพยนตร์โทรทัศน์ชุด Inspired by Idol คน...บันดาลใจ เรื่อง "ลมหายใจใต้น้ำ" วันเสาร์ที่ 2 และ เสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2558 เวลา 17.05 – 18.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่