คิดแล้วครับ ว่าต้องเลิก ทำใจไว้ แต่พอเจอเข้าจริง ๆ กับทำใจไม่ได้

กระทู้สนทนา
ตอนนี้ผมอยู่ในอารมณ์ที่สับสน งง คิดอะไรไม่ออก ความคิดและอารมณ์มากมายหลั่งไหลเข้ามาจนผมรู้สึกตระหนักว่า เขามีคุณค่ากับผมเพียงใด ผมพึ่งเลิกคุยกับเด็กที่ผมรู้จักซึ่งอายุห่างกันถึง 14 ปี มันเป็นความสัมพันธ์ที่งงๆ เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้น เหตุเกิดจากวันนั้น วันที่เราเจอกันใน application chat ที่มีให้โหลดกันทั่วไป หลังจากที่ผมเลิกกับแฟนมาปีกว่า เราได้รู้จักกัน หลังจากนั้นผมรู้ทันที่ว่า อายุเขาต่างจากผมมาก ซึ่งผมก็กังวลในความสัมพันธ์ที่จะเกิดขึ้น ซึ่ง ณ ตอนแรกเขาได้ทำให้ผมรู้สึกว่า เขาชอบผม และยังบอกถึงอดีตที่ไม่ค่อยสมหวังในรัก และอนาคตที่เขาต้องการที่จะทำงานต่างประเทศ ผมรู้ทันที่ว่า ผมไม่ควรที่จะรั้งเขาไว้กับผม เพราะเขามีอนาคตอีกยาวไกล มีโอกาสเจออะไรอีกเยอะ แต่ในทางกลับกันที่ผมไม่เหลือเวลาอะไรมากนัก ที่จะลองคบกับคนที่ยังไม่มีความคิดของคำว่า “จีรัง” ชีวิตเกย์ เราค้นหาคำนี้ ไม่ใช่ว่าเราไม่รู้จักพอ เรารู้จักครับ แต่จะเจอคนที่เคมีตรงกันหรือไม่ นั่นคืออีกเรื่อง

          ในช่วงแรก น้องเขาค่อนข้างอยากเจอผม (ผมไม่ได้คิดเอาเองน่ะ แต่การกระทำมันบอกแบบนั้น) แต่ผมก็พยายามเลี่ยงตลอด หลายครั้ง หลายโอกาส เพราะผมกลัวอดใจไม่ได้ที่จะชอบเขา จนสุดท้าย ที่มันดูออกจะน่าเกลียดถ้ายังคงปฏิเสธต่อไป ผมก็ได้นัดเจอเขา เพื่อจะดูหนังเรื่องหนึ่ง ที่เซ็นทรัลพระราม 9 ซึ่งน้องเขาบอกว่าเดินทางไม่ถูก ผมก็ได้บอก ให้เขาเดินทางจาก BTS ต่อ MRT จะถึง ทันทีที่ผมได้เจอ ก็ดูเป็นเด็กนักศึกษา หน้าตาคนไทยแท้ รูปร่างสมส่วน แต่ยังไม่ใช่สเป็คผมเท่าไหร่ และความนิ่งเฉยที่พกพามาด้วย จนผมต้องถามว่า เป็นอะไรหรือเปล่า อึดอัดหรือเปล่าในการเจอกัน เขาบอกว่า ไม่ครับ แค่ผมเป็นคนนิ่ง ๆ ผมก็โอเค นิ่งก็นิ่งว่ะ ซึ่งก็เป็นการดูหนังปกติ เหมือนเราเข้าไปดูคนเดียว ซึ่งผมเดาปฏิกริยาที่น้องเค้าแสดงออกมาว่า เขาคงไม่ถูกใจเรา และไม่ได้ไปไหนต่อ ซึ่งผมก็จะคิดว่าจะให้เขาซ้อนมอเตอร์ไซต์ แล้วส่งกลับ ผลปรากฎว่า น้องเขาบอกว่า จะไปพักที่ห้องผม เพราะดึกมาก ผมก็เลยตามเลยว่ะ เอาไงเอากัน ไม่เสียหายไร สุดท้ายมันก็ลงเอยด้วยการมีอะไรกัน เขาก็ชมผมหนักหนา ว่าเก่งหรือเกิน ซึ่งผมก็ปฏิเสธไป ว่า อายุขนาดนี้ ทำได้แค่นี้คือธรรมดาครับ เรายังเจออะไรได้อีกเยอะ เช้ามาผมก็ให้เค้าซ้อนมอเตอไซต์มาส่งที่ BTS แล้วความสัมพันธ์แบบแปลก ๆ ก็เกิดขึ้นจากวันนั้น เค้าบอกว่าเขาไม่ได้ชอบผม เขาไม่คิดจะคบใครอีก แต่ชอบเซ็กผม อยากให้ผมอยู่ในฐานะพี่ แต่มีเซ็กกันได้ ผมก็อืม อยากให้เป็นไรก็เป็น ไม่ได้คิดไรมากมาย ก็โสดนี่หว่า และผมก็เริ่มคุย Chat กับเขา ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับผม ที่จะถามไถ่สาระทุกข์สุขดิบ เป็นไงบ้าง สบายดีไหม ทานไรยัง และคำว่า “คิดถึงน่ะ” เพราะผมเป็นคนชอบเทคแคร์คนอื่น เขาก็เพียรพยามยามที่จะบอกว่า ครับ ผมเคารพพี่ครับ ผมรู้ครับ ว่าพี่รู้สึกอย่างไร บ่อยครั้ง และบ่อยครั้งโครตๆ จนผมเริ่มหงุดหงิด ผมเลยต่อว่าไปว่า เห้ย จะพูดทำไมว่ะ ย้ำคิดย้ำทำ กูรู้ ไม่ต้องพูด เป็นพี่น้องกัน มันมีความรู้สึกดี ๆ ไม่ได้หรือว่ะ เออ กูรู้ว่าเป็น sex partner แต่ถ้ามันต้องกระด้างขนาดนี้ ก็ไม่ต้องคุย ไปหาเอาข้าง ๆ บ้านเราโน่น เราก็น่าจะหาได้ง่ายเยอะแยะ จนสุดท้าย เขาก็ message มาขอโทษขอโพย เรื่องที่พูดจาแบบนี้ ซึ่งผมก็อธิบายไปว่า ความรู้สึกดี ไม่ได้หมายความว่า เราต้องรักกัน หรือคบกันในฐานะแฟน ผมบอกเลิกคุยกับเขาหลายครั้งครับ แต่ก็ไม่เคยเลิกได้สักที เพราะเขาก็มันจะบอกว่า เขาจะลด ๆ อาการที่ผมไม่ชอบลง ปรับความเข้าใจกัน

          ไอ้อาการที่ย้ำคิด ย้ำทำ ย้ำพูด ว่าผมอยู่ในฐานะพี่ มันก็ลดบ้าง ไม่ลดบ้าง เขาค่อนข้างเป็นคนที่ ego สูง มีความเป็นส่วนตัวสูง เขาไม่ค่อยชอบการ treat ของผมเท่าไหร่นัก แต่ไอ้สันดานผมก็เป็นแบบนี้ คือชอบเทคแคร์คน แม้กับเพื่อนหญิง ผมก็ชอบช่วยถือของให้ เสริฟน้ำให้เวลาทานข้าว ยิ่งกับแฟน คุณเอ้ย ผมสุดทีนที่สุดล่ะ นวด ทำความสะอาด ซักผ้า รีดผ้า หาข้าว ดูแลให้ทุกสิ่ง ชนิดที่เพื่อนผู้หญิงรู้ ยังบอกว่า กูอึ้ง เพราะหน้าไม่ให้ (แต่ผมไม่ถึงขนาดต้องจ่ายตังส์ให้นะครับ เพราะอันนี้ผมถือว่าทุกคนทำงานได้ มีแรงเท่ากัน ผมไม่นิยมคนเอาเปรียบเรื่องนี้) ผมจึงทำไปโดยอัตโนมัติ ซึ่งตอนแรก ๆ เขาก็บอกว่า ไม่ต้องทำก็ได้ จนมีอยู่วันหนึ่ง ที่ผมไปไหว้พระ ผมขอพรให้พระช่วยให้ผมเจอคนที่ใช่ ถ้าไม่ใช่ก็ขอให้เขาไป วันนั้นเราก็ทะเลากันหนักครับ เรื่องเดิม ๆ จนสุดท้าย เราก็คุยว่าจะปรับกันอีก แล้วเขาก็จะมาหาผมอีกในวันนี้ ซึ่งผมก็บอกไปว่า งั้นมาหาที่ห้องผมเอง เพราะเราเป็นแค่ sex partner กัน เขาก็บอกว่า มารับผมที่ BTS หน่อย อยากให้มารับ ผมก็ไปรับอย่างว่าง่าย หลังจากนั้น การกระทำเขาเริ่มดีขึ้นเล็กน้อย ให้อาบน้ำได้ ให้นวดได้ ผมก็รู้สึกดี ผมก็อยากทำอะไรดี ๆ ให้เขาบ้าง เพราะที่ผ่านมา ผมก็แค่พาเขาไปดูหนังเท่านั้น ไม่ได้ทำอะไรให้มากมาย และเขาก็ไม่เคยขออะไรจากผม ผมจึงถือวิสาสะที่จะซื้อเคสมือถือ ที่หายากมาก เพราะเป็นเครื่องนำเข้า มาให้เขา ผมก็พยายามเสียเวลาอยู่ 1 สัปดาห์ กว่าจะได้ของ 1 เดือน เพราะเป็นสินค้านำเข้า (อะไรว่ะ แค่เคส นำเข้าเลย ผมก็คิด แต่รุ่นหายากโครตนิครับ) ซึ่งก็คิดอยู่ในใจ ในกรณีที่ปฏิเสธ ผมก็คงทิ้ง เพราะใช้กับรุ่นไหนไม่ได้ หลังจากนั้น เขาก็มีแพลนไปเมืองนอก หลายวัน ซึ่งเขาก็ยังมาหาผมได้เหมือนปกติ ทั้ง ๆ ที่บอกว่าติดธุระเยอะแยะ เจอกัน นอนพร้อมกัน ผมได้นอนกอดเขาตลอด จนกระทั้งเขาไปต่างประเทศ ผมก็เลิกติดต่อ เพราะกะว่า พอเขากลับมา ผมจะถามว่า มีคุยกับคนอื่นอยู่หรือไม่ ถ้ามี ผมจะได้ขอเลิกความสัมพันธ์แบบนี้ เพราะผมไม่อยากทำร้ายใคร อยากให้เขามีโอกาสตามที่เขาต้องการ

          จนกระทั่งเขาหายไปเป็นสัปดาห์ แล้วก็มีข้อความเด้งเข้ามาใน line เป็นรูปสถานที่ต่าง ๆ บอกว่า ไม่ค่อยสบาย ผมก็ได้แต่บอกว่า ทานยา ดูแลรักษาสุขภาพ ก็มีโปรย ๆ ไปบ้าง ตามประสาคนคิดถึง จนถึงวันที่เขากลับมา ผมก็ปล่อยให้เขาอยู่กับตัวเขา เพื่อที่จะได้ห่างหายกันไปบ้าง ผมจะได้ทำใจได้ง่าย แต่แล้วเขาก็ขอนัดเจอผม ๆ เลยชวนไปดูหนังกันเรื่อง Fast7 ซึ่งเขาก็ตบปากรับคำเรียบร้อย ซึ่งผมก็ให้เขาเลือกรอบ และทำการซื้อผ่านเน็ตเรียบร้อย จนผ่านไปได้ เกือบชั่วโมง มีข้อความมาว่า ขอ Cancel เพราะลืมว่ามีนัดกับเพื่อนแล้ว ตอนนั้นเหมือนไฟไหม้ตัวผม โกรธมาก ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ไฟก็ดับลง พร้อมกับความคิดว่า เขาไม่ได้ตั้งใจ ผมก็เซ็ง ๆ นอย ๆ ไปดูหนังตามเดิม พอออกมาจากโรงหนัง มี message มาว่า ขอโทษขอโพยต่อ และถามว่าไปหาได้ไหม ผมก็ติดต่อกลับไป แล้วเราก็ได้เจอกันอีกครับ แต่ผมก็ต่อว่าไปว่า ถ้ามันจะเหนื่อยมาก ก็พักผ่อน ไม่ต้องมา มันลำบาก ผมก็ไม่ได้อยากให้เขาต้องลำบากเดินทางเท่าไหร่ วันนี้หลายอย่างดูดีขึ้น เหมือนกับเขาค่อนข้างแคร์ความรู้สึกผม แล้วผมก็ได้ให้เคสกับเขาไป และให้ MV ภาพของเขาไป ซึ่งผลตอบรับคือคำตอบว่า ก็ดีครับ ผมก็พูดกับเขาตรง ๆ ว่า ถ้าอึดอัด ก็ไม่ต้องเอา ผมซื้อมา ผมก็เผื่อความรู้สึกตัวเองแล้ว เพราะรู้ว่าเขาเป็นคนอย่างไร แล้วเขาก็รับไปครับ เราได้อยู่กันนานครับ วันนั้น ผมก็แอบดีใจเล็ก ๆ แต่ผมก็ยังรู้น่ะ ว่าผมไม่มีค่าอะไรสำหรับเขา

          แล้วสัปดาห์ล่าสุดที่พึ่งผ่านมาไม่นาน เขาถามผมว่า มาหาได้ไหม เอาของมาฝาก ผมก็ว่าได้ เขาบอกว่า เขาทำรายงานเสร็จแล้วจะรีบมาหา ซึ่งผมก็บอกเขาไปว่า ถ้าต้องการแค่เอาของฝากมาให้ ไม่ต้องก็ได้ วันไหนก็ให้ได้ แต่ถ้าอยากมาเพราะอยากมา ก็มาครับ ซึ่งเขาก็เลือกที่จะมา วันนี้เรานอนดูหนังกันที่ห้องครับ มีหยอกผมเล่นเบา ๆ จากที่ไม่เคยทำเท่าไหร่ ซึ่งผมก็รู้สึกดีนิด ๆ น่ะ เราได้อาบน้ำด้วยกัน ผมได้ถูตัวให้ ก็ดีครับ คนแก่อย่างผมกระชุ่มกระชวยไปเยอะ เหอะๆ แล้วตอนเช้าผมก็ส่งเขากลับอีกครั้ง และเหตุการณ์สิ้นสุดของเราก็เกิดขึ้น หลังจากที่ผมทาน ช็อคโกแลต แล้ว ผมก็ message ไปว่า อร่อยดี และผมก็เข้าเรื่องที่ผมต้องถามครับ ว่ามีคุยกับใครอยู่ไหม ซึ่งตอบว่าใช่ ผมก็อึ้งครับ แล้วเขาก็พร่ำพรรณาต่าง ๆ ขอโทษผม ซึ่งตอนนั้นผมก็กำลังติด Stun อยู่ คือ อึ้งนะครับ อารมณ์ทุกอย่างเข้ามาให้หัวตลอด แต่ผมก็ตอบกลับไปว่างั้นผมคงจะตัดขาดการติดต่อ เพราะผมไม่อยากทำร้ายใคร เขาก็บอกว่า เขาแคร์ผมน่ะ จึงรีบบอก แต่ขอโทษนะครับพี่น้อง เขาคุยกันมานานร่วมเดือน เขาบอกเขาเคยเอ่ย ๆ แล้ว ซึ่งผมก็พอจะรู้ เขาขอให้ผมเป็นพี่เขาต่อไป เขายังอยู่ตรงนี้ แต่ผมบอกไปว่าผมให้คุณได้แค่ที่เดิม ตำแหน่งเดิม ถ้าไม่ได้เหมือนเดิม ผมไม่ต้องการ คุณให้ผมยืนตรงจุดใหม่ ผมให้คุณยืนตรงที่เก่า มันไม่สัมพันธ์กัน ผมก็ขอไม่คุย ผมนั่งอยู่ในห้องคนเดียว แทบบ้า อยากฟาดของ อยากตีอกชกตัว อยากร้องไห้ อยากแหกปาก แต่ปรากฎว่า ผมไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง มีแค่น้ำตาคลอ ผมทำอะไรไม่ได้เลย เพราะผมมองย้อนกลับมา ผมเลือกที่จะอยู่ตรงตำแหน่งนั้น และผมเลือกแล้วที่จะพูดถึงมัน และคิดว่าจะทำใจยอมรับมันแล้ว แต่สถานการณ์จริง ผมไม่สามารถรับมันได้เลย หลากหลายสิ่งที่พุ่งเข้าในความคิด ผมบอกให้เขาทิ้งของ ๆ ผมไปซะ จะได้ลืมกัน เขาบอก เขาไม่ทิ้ง มันมีความรู้สึกดี ๆ อยู่ในของสิ่งนั้น ผมก็บอกไปว่า ความรู้สึกดีเหล่านั้น คุณพึ่งทุบมันแหลกสลายไปแล้วเมื่อกี้ สุดท้ายผมจึงขอได้ยินเสียงเขาอีกครั้ง เขาบอกว่า ไม่ควรคุยตอนนี้ เขาก็รู้สึกแย่กับสิ่งที่เกิดขึ้นมาก แต่ผมก็ขอร้อง แล้วผมก็ได้โทรหา ผมพูดทุกอย่างที่ผมอยากพูด ไม่ได้ใช่เป็นการต่อว่า แต่เป็นสิ่งที่ผมเคยอยากพูดแต่ไม่ได้พูด ไม่ใช่การรั้ง แค่ความรู้สึกในใจที่ผมไม่ได้พูดเลย แต่เขาก็บอกกลับมา ว่าเขาคิดว่า สิ่งนี้คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผม ไม่อยากทำร้ายผมมากกว่านี้ ผมก็ถามว่า แล้วผมได้เลือกเองได้ไหม ผมคงเลือกไม่เจอคุณแต่แรก สุดท้ายผมตัดสายทิ้ง แล้วเขาก็ส่ง link เพลงให้ผม ซึ่งผมก็ไม่ได้เปิด แล้วลบไลน์เขาทิ้ง พร้อมกับทิ้งช็อคโกแลตที่เขาเอามาฝาก มันอร่อยนะครับ แต่ผมกระเดือกไม่ลงล่ะ มันแน่นอก (เพลงของ 3.2.1 สุดตัว) ผมนั่งงง ๆ อยู่ในห้อง น้ำตาไม่ไหลสักหยด ภาพทุกอย่างมันเหมือนถูก re-play แล้ว re-play เล่า สุดท้ายผมพึ่งรู้ว่า ผมรักเขา ถามว่า เกลียดไหม เกลียดครับ รักไหม รักครับ อยากเบิดเหน่งแร๊ง ๆ บอกว่า เล่นกูซะตั้งหลักไม่ถูกเลย ผมไม่รู้ว่าทำไม ผมได้เลือกแล้วที่จะทำแบบนี้ แต่ทำไมผมถึงตั้งรับเรื่องนี้ไม่ค่อยได้ ผมไม่รู้ว่าผมอยู่ในอารมณ์ไหน รักจริง หรือแค่เสียดาย ไม่รู้ว่าต้องโกรธหรือเกลียด ไม่รู้ว่าที่เขาอยู่กับผม เขาอยู่ในความรู้สึกแบบไหน การเป็นก้อนหินที่โดนน้ำหยดลงทุกวัน มันได้กัดกร่อนหินก้อนนั้นบ้างไหม ผมไม่รู้ว่าอะไรทั้งสิ้น รู้แต่ว่า ทุกอย่างมันกลายเป็นเพียงสายลมที่พัดเข้ามาแล้วจากไป จับต้องไม่ได้ ไม่มีความรู้สึกใด ๆ หลงเหลือ จนมีแว๊บนึงที่ผมรู้สึกเหนื่อยกับชีวิตแบบนี้ อยากให้มันหยุดลงไปเสียที ทรมารเหลือเกิน แต่แล้วสุดท้ายผมก็คิดว่าน่าจะผ่านไปได้ ผมหวังว่าอย่างนั้น ชีวิตคนเราทำไมต้องพบเพื่อจาก ไม่ว่าจะจากในกรณีใดก็ตาม ทำไมการมีความรักต้องมาพร้อมกับความเจ็บปวด ผมไม่รู้ว่าจะระบายความรู้สึกที่มันอัดแน่นในหัวนี้ได้อย่างไร จึงมาเขียนลงบนนี้

          ถ้าใครได้เข้ามาอ่าน ขอขอบคุณครับที่อ่านสิ่งที่ผมเวิ่นไว้มากมาย อยากให้ทุกคนมีความรักดี ๆ กับคนที่เรารักเขา และเขารักเรานะครับ

เพลงนี้ครับ ที่ผมทำให้เขา (ผมหยุดไม่ได้ คุณคือยาเสพติดของผม ตอนนั้นพยายามหาเพลงที่ไม่ตรงที่สุด แต่มีความใกล้เคียงความรู้สึกผมอยู่ในเพลง)
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่