ไม่ว่าเธอจะได้อ่านหรือไม่ ก็อยากจะบอกกับเธอว่า "ขอบคุณ"

กระทู้สนทนา
กระทู้นี้ผมตั้งขี้นเพื่ออยากจะระบายความรู้สึกที่มันติดอยู่ในใจผมมาร่วมๆ 2 ปี ความรู้สึกที่ผมมีให้กับผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมเคยรัก.. ไม่สิ จะว่าไปผมว่าผมยังรักเธออยู่เลย เธอคือแฟนเก่าของผมเอง... และเหตุผลที่ผมต้องมาระบายความรู้สึกในที่ตรงนี้ก็เพราะว่า ในตอนที่มีโอกาสผมไม่ได้บอกมันกับเธอ ใช่ครับ..ผมโง่เอง

ผมกับแฟนคบกันมาร่วม 5 ปี คบกันตั้งแต่เธอยังเรียนอยู่ ม.6 จนเธอเรียนจบมีงานทำ ตลอดเวลาที่ผมอยู่กับเธอผมมีความสุขมากๆ ในช่วงแรกๆที่คบกันก็มีบทงี่เง่ากันบ่อยๆเพราะเป็นช่วงจูนเพื่อปรับตัวกัน ผลัดกันงอลผลัดกันง้ออยู่บ่อยๆ จนมาถึงวันนึงในช่วงของปลายๆปีแรกที่คบกันที่ผมทนความงี่เง่ากันต่อไปไม่ไหวแล้วจึงคิดว่าจะเลิกกับเธอ แต่เธอขอโอกาสจากผมเพื่อจะปรับตัวเองให้ไม่งี่เง่าอีก และผมก็ให้โอกาสกับเธออีกครั้งและนับจากนั้น ผมบอกได้เลยว่าเธอคือผู้หญิงที่น่ารักและดีที่สุดที่ในชีวิตผมได้เจอ เธอมีเหตุผลขึ้น เธอเข้าใจผมมากขึ้น และเธอใส่ใจกับรายละเอียดเล็กๆและความรู้สึกของเรามากขึ้น และเธอทำให้ผมเห็นว่าเธอรักผมมากแค่ไหนในทุกๆวัน

จากวันนั้นที่เธอขอโอกาสเพื่อปรับตัว เธอก็ไม่เคยทำให้ผมผิดหวังเลยและเธอก็เสมอต้นเสมอปลายมากๆ ตลอดระยะเวลาที่เราคบกันเธอจะดูแลผมแทบทุกอย่าง ก่อนไปเรียนเธอจะซื้อข้าวซื้อน้ำมาเตรียมไว้ให้ผมทุกเช้า เพราะเธอรู้ว่าผมเลิกงานดึกและจะต้องนอนเอาแรงเพื่อตื่นไปทำงานในตอนสายของอีกวัน และด้วยความที่ตอนนั้นงานที่ผมทำคืองานบริการในร้านอาหาร ซึ่งมันต้องยืนต้องเดินทั้งวันไม่ต่ำกว่า 8-9 ชั่วโมงต่อวัน มันทำให้ผมปวดเท้ามากๆเธอก็จะมาคอยนวดให้ผมด้วยในตอนเช้าเพื่อให้ผมพร้อมที่จะไปทำงานได้อย่างเต็มที่  เสื้อผ้าที่ผมใส่ผมไม่ต้องซักเอง จานกินก็ไม่ต้องล้าง เธอจัดการให้หมด แม้แต่เล็บยาวเธอยังตัดให้ แล้วเธอไม่เคยบ่นหรือเรียกร้องอะไรเลยสักคำขอเพียงแค่ให้ผมรักเธอเท่านั้น...

โดยส่วนตัวผมเป็นคนที่ชอบทำอาหาร ผมจึงมักจะทำให้เธอกินบ่อยๆ แต่เธอก็จะเป็นคนไปคอยซื้อวัตถุดิบนู่นนี่มาให้ผมตลอด แล้วก็คอยเก็บล้างหลังจากที่ผมทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว คือพูดง่ายๆว่าชีวิตผมโคตรสบายเพราะเธอคอยดูแลเอาใจผมทุกอย่าง แต่จุดที่ทำให้ผมรักเธอมากขึ้นเป็นร้อยๆเท่าคือเหตุการณ์ที่ผมต้องไปผ่าตัดหลังเนื่องจากหมอนรองกระดูกแตก เชื่อมั้ยครับว่าผมในตอนนั้นไม่ต่างอะไรจากคนพิการ เดินไม่ได้ ลุกกินข้าวไม่ได้ เพราะเมื่อไหร่ที่ขยับตัวมันจะเจ็บปวดรวดร้าวอย่างรุนแรงทันที จนผมต้องโดนมอร์ฟีนวันละ 3 เข็มตลอดที่นอนอยู่โรงพยาบาลก่อนจะผ่าตัดเป็นเวลา 7 วัน

ในช่วงนั้นผมรู้เลยว่าทำไมชีวิตคนเราถึงอยู่คนเดียวไม่ได้ เพราะในตอนที่เราเจ็บป่วยที่สุด ในช่วงที่เราไม่สามารถทำอะไรได้อย่างที่เคยทำ มันลำบากจริงๆ เข้าใจผมมั้ยครับว่าใครไม่เจอก็ไม่รู้หรอกว่ามันเป็นยังไง จะเข้าห้องน้ำก็เดินไปเองไม่ได้ต้องมีคนมาหามไป แต่ว่าในตอนนั้นเธอคนนี้ก็ได้ดูแลผมอย่างดี ยอมขาดเรียนมาดูแลผมก็มีในบางวัน เพื่อมาป้อนข้าวผม พาผมไปเข้าห้องน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ผม มาดูจนแน่ใจว่าผมเริ่มโอเคแล้วเธอถึงจะไปทำภารกิจอื่นๆของเธอต่อไป  นี่ยังไม่นับถึงตอนก่อนหน้าที่เธอต้องพาผมไปหาหมอทุกครั้งที่หมอนัดนะครับ เราต้องไปถึงโรงพยาบาลกันตั้งแต่ยังไม่ 6 โมงเพื่อรอตรวจตอนเกือบเที่ยง(ขนาดนัดนะ) เธอก็อยู่กับผมตลอดและไม่เคยมีสักครั้งที่เธอจะทิ้งผมไป ขนาดเธอมีเทสเธอยังยอมขาดได้เพื่อผม

ส่วนชีวิตหลังจากผ่าตัดแล้วช่วงกลับมาพักฟื้นที่บ้าน ผมก็ยังทำอะไรเองไม่ได้อีก 3 เดือนเพราะต้องรอให้สภาพหลังกลับเข้าที่ ทำได้แค่กินแล้วก็นอน ขนาดนั่งหมอยังห้ามเลย ให้นั่งกินข้าวเสร็จสักเดี๋ยวแล้วนอนราบเลย เธอก็กลัวว่าถ้าผมจะเข้าห้องน้ำมันจะลำบากเวลาที่เธอไม่อยู่ เธอเลยตัดขวดน้ำขนาดลิตรไว้ให้ผมฉี่จะได้ไม่ต้องลุกไปห้องน้ำ ให้ฉี่ที่เตียงนั่นล่ะแล้วตกเย็นเวลาเธอเลิกเรียนเธอก็จะมาเก็บล้างทำความสะอาดพร้อมกับหาข้าวปลามาให้ นั่นทำให้ผมรักและซึ้งในตัวเธอมากๆจริงๆ...

จากที่ผมได้เล่ามาข้างบนนั้นจริงๆแล้วมันเป็นแค่เศษเสี้ยวเดียวที่เธอทำให้ผม มันยังมีอะไรอีกมากมายหลายอย่างเหลือเกินที่เธอทำให้ผมมีความสุข มันมากจนผมไม่รู้ว่าเล่าทั้งวันมันจะจบมั้ย เล่าทั้งอาทิตย์มันจะพอรึเปล่า แต่ที่ผมพูดมาก็เพื่ออยากบอกให้รู้ว่า "ผมมองเห็นในทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอทำ" คือตัวผมเองมันเป็นพวกประเภทฟอร์มเยอะซึ่งก็ไม่รู้มันจะเยอะไปไหน ทำให้ผมไม่ค่อยได้บอกได้ชมเธอเลยในสิ่งที่เธอทำ เธอบอกรักผมทุกวันแต่คำว่ารักกว่าจะหลุดจากปากผมได้นี่เป็นเดือนจะพูดสักครั้งนึง มันจึงอาจทำให้เธอรู้สึกน้อยใจที่ตลอดเวลาที่เธอทำดีแต่ผมกลับไม่เห็นมัน ทั้งที่จริงๆแล้วผมเห็นแต่กลับไม่พูด..

ผมมานั่งคิดดูนะว่าตลอดช่วงเวลาที่ผมคบกัน มีเวลาไหนบ้างที่สตอรี่ช่วงนั้นผมไม่มีเธอ ซึ่งก็ไม่มีเลยเพราะเธอจะอยู่กับผมตลอด เคียงข้างผมตลอด ถึงตัวอยู่ใกล้กันไม่ได้เธอก็จะโทรฯมาถือสายเอาไว้ เธอจะรับฟังปัญหาผมตลอด อยู่กับผมไม่ว่าวันนั้นผมจะมีชีวิตที่ดีมากๆหรือวันนั้นชีวิตมันจะดูตกต่ำ เราทั้งคู่ไม่ได้อยู่ด้วยกันเพราะเธออยู่กับพ่อแม่ แต่เราก็โทรฯคุยกันและถือสายกันตอนนอนทุกคืนตลอด 5 ปี... ผมนึกถึงสตอรี่ไหน สถานที่ไหน มันก็มีแต่เรื่องของเราและภาพของเธอตลอดเวลา  แต่ก็ครับ.. บางครั้งการทำสิ่งที่ผิดพลาดก็อาจทำให้ต้องพบกับการสูญเสีย และก็จบโดยการที่เราเลิกกันไป จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ร่วมๆ 2 ปีแล้วครับ..

หลังจากเลิกกันไปสักพักเราต่างคนต่างก็ไปมีแฟนใหม่กัน แต่เชื่อมั้ยครับว่าผมไม่เคยลืมเธอเลย ไม่ใช่ว่าผมไม่รักคนที่คบอยู่นะครับแต่ว่าภาพของเธอและสิ่งที่เธอทำมันไม่ได้ถูกจิกจำอยู่แค่ในสองผม แต่มันรับรู้และฝังไว้ในใจของผมแล้ว ถ้าเทียบกันคนที่คบอยู่กับผมตอนนั้นทั้งสวยทั้งน่ารักแต่ผมกลับลืมเธอคนนั้นไม่ได้เลย แต่แล้วสุดท้ายผมก็ต้องเลิกกับคนที่ผมคบใหม่เพราะว่าเธอเจ้าชู้(มันเป็นธรรมชาติของคนสวยรึเปล่าไม่รู้นะแต่คบกับคนสวยทีไรหลายใจทุกที) ส่วนเธอคนนั้นผมก็ไม่ได้เจอและขาดการติดต่อกันไปแล้วครับ ครั้งสุดท้ายที่เจอกันคือตอนผมไปถ่ายรูปงานรับปริญญาให้เธอเพราะผมเป็นช่างภาพ ตอนที่เธอโทรมาให้ผมไปถ่ายรูปปริญญาให้ผมรู้สึกดีใจนะ เพราะถึงตอนนั้นเราจะเลิกกันไปแล้วแต่เธอก็ยังจำสัญญาที่เราเคยคุยกันไว้ได้ว่าถ้าถึงวันรับปริญญา ผมจะถ่ายรูปให้เธอเอง ก็พูดเอาไว้ตอนยังไม่เลิกกัน แต่ได้ไปถ่ายให้ตอนเลิกกันไปแล้วพอได้เจอเธออีกครั้งตอนนั้นผมนี่ต้องฝืนกลั้นมากๆ เพราะผมอยากจะโผกอดเธอแล้วร้องไห้ออกมามากๆ แต่ก็ทำไม่ได้และได้แต่ยิ้มแย้มแจ่มใสให้กับเธอ..  เพราะมันคือสัญญาสุดท้ายที่เราเคยคุยไว้และคือสิ่งสุดท้ายที่ผมจะทำให้ได้เพื่อเธอ....

จนถึงวันนี้ วินาทีนี้ ผมยังคิดถึงเธออยู่ไม่เปลี่ยนแปลงเลย ขนาดเวลาผ่านไปขนาดนี้เธอก็ยังอยู่ในใจและความรู้สึกของผมตลอดเวลา ผมคิดถึงเธอเหลือเกิน คิดถึงเสียงฝีเท้าของเธอที่เดินมาหยุดที่หน้าห้องผม แล้วก็เปิดเข้ามาพร้อมกับตะโกนว่า"ตาอ้วน"  คิดถึงคำบอกรักของเธอ คิดถึงทุกสิ่งที่เธอทำ...

แต่สิ่งที่ผมเสียใจที่สุดก็คือ.. ผมยังไม่มีโอกาสตอบแทนในสิ่งดีๆที่เธอทำให้ผมเลย ผมยังไม่มีโอกาสบอกเธอเลยว่าผมเห็นในสิ่งที่เธอทำและมันทำให้ผมรักเธอมากแค่ไหน ผมยังไม่มีโอกาสได้ดูแลเธออย่างที่เธอสมควรได้รับเลย ผมยังไม่ได้ทำตัวเป็นคนรักที่ดีที่สุดให้เธอทั้งที่เธอควรได้รับมันตั้งนานแล้ว เรายังมีอีกหลายที่ๆอยากไปด้วยกันแต่ก็ยังไม่ได้ไป.... เพราะที่ผ่านมาผมก็คิดแต่ว่าเดี๋ยวค่อยทำเมื่อไหร่ก็ได้ ผมเห็นเธอเหมือนเป็นของตาย ผมรักตัวเองมากกว่ารักเธอจนกระทั่งเสียเธอไป และสุดท้ายผมยังไม่ได้บอก "ขอบคุณเธอเลย"  ก่อนหน้าที่จะมาโพสต์กระทู้นี้ผมหยิบโทรศัพท์เครื่องเก่าของผมมาดู แล้วเปิดไปในโปรแกรม What's app ผมเห็นข้อความเก่าๆของเธอแล้วมันทำให้ผมน้ำตาไหล เพราะมันมีแต่ข้อความที่เธอมาบอกรัก บอกติดถึงผม ข้อความที่เธอส่งมาให้กำลังใจผมหรือบอกให้ผมฝันดี แต่ผมกลับไม่ได้ตอบอะไรเธอเลยทำแค่อ่านแล้วก็ปิดไปไม่ก็ส่งไปแค่คำว่า อืม นานๆทีถึงจะส่งอะไรซึ้งๆกลับไปบ้างแต่ก็นานๆทีจริงๆ

จากที่พิมพ์มาซะยืดยาวถ้ามีใครอ่านถึงตรงนี้ผมอยากจะบอกนะครับว่า...       "ในวันที่คุณยังมีใครสักคนอยู่กับคุณ รักคุณ คุณจงหันมามองเค้าให้ชัดๆ แล้วดูแลเค้าให้ดีๆ รักเค้าให้มากๆ บอกความรู้สึกดีๆให้เค้าฟังบ่อยๆ(อย่ามาดเยอะเหมือนผมมันไม่ดี) ตอบแทนในสิ่งต่างๆที่เค้าทำให้คุณให้สมกับที่เค้าควรได้รับแม้เค้าจะไม่เรียกร้อง พูดดี ทำดีต่อกันไว้ให้มากๆ เพราะคุณจะไม่รู้เลยว่าวันสุดท้ายหรือโอกาสสุดท้ายที่จะได้ทำสิ่งเหล่านี้มันจะมาถึงเมื่อไหร่ และหากว่าวันสุดท้ายนั้นมาถึงจริงๆคุณจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจเหมือนผม ที่ต้องมานั่งเป็นคนโง่เพราะไม่รู้จักคุณค่าของสิ่งที่มี ไม่รู้จักทำดีในตอนที่มีโอกาส... เวลาคือสิ่งมีค่าที่สุดที่ถูกใช้อย่างสิ้นเปลืองที่สุด และถ้ามันหมดไปจะไม่สามารถย้อนคืนได้อีกเลย"

สุดท้ายผมอยากจะขอโทษเธอกับสิ่งต่างๆที่ผมทำไม่ดีไว้กับเธอ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม ขอโทษที่ไม่ได้ทำตัวเป็นคนรักที่ดี ให้เธอทั้งที่เธอแสนดีกับผมอย่างมากมาย ขอโทษที่เห็นเธอมีค่าน้อยกว่าคุณค่าที่แท้จริงของเธอ และขอโทษที่ทำให้เธอเสียใจ... แล้วก็จะขอ "ขอบคุณ" ที่เคยเข้ามาในชีวิต ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างกันมา ขอบคุณที่อดทนกับคนงี่เง่าคนนี้ ขอบคุณที่ทำให้รู้ว่าช่วงเวลาที่มีความสุขในชีวิตมันเป็นอย่างไร ขอบคุณช่วงเวลาดีๆที่มีร่วมกัน ขอบคุณที่ดูแลกันมาและไม่เคยทอดทิ้งกันยามที่เจ็บป่วย ขอบคุณกับทุกสิ่งดีๆที่เธอทำให้ ขอบคุณที่ทำให้หายโง่สักที่หลังจากหลงโง่เห็นแก่ตัวและเป็นคนไม่ดีมานาน ขอบคุณทุกๆอย่างเลย ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณๆๆๆๆๆๆ ขอบคุณเธอจริงๆ ถ้าวันนั้นไม่ได้เจอเธอก็ไม่รู้ว่าวันนี้จะเป็นเช่นไร ถ้าถามว่าตั้งแต่เกิดมาเคยได้รับหรือเคยมีสิ่งมีค่าในชีวิตมากๆบ้างมั้ย ตอบได้เลยว่า " เคยมีเธอ " ขอบคุณนะ... ตลอดไปไม่มีจาง
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่