ตามหัวข้อเลยครับ....
ขอบอกก่อนนะครับ ครอบครัวไม่ได้อบอุ่น แต่ก็ไม่ได้ลำบาก
และเริ่มเข้าใจว่านิสัยบางอย่างมาจากพฤติกรรมรอบข้าง(ครอบครัวเป็นหลัก)
ตัวผมเองมีลักษณะนิสัยชอบปลีกวิเวกตั้งแต่เด็กๆ
เริ่มปลีกตัวออกมานอนคนเดียว(นอนร่วมกับน้องอีก 2 คน) ตั้งแต่ ป.2
โดยเลือกที่จะออกมานอนห้องรับแขก หน้าทีวี และหลับพร้อมกับมันไปทุกคืน
เริ่มที่จะวิ่งขึ้นรถเมล์ ตั้งแต่ ป. 2 และไปกลับโรงเรียนเอง
เนื่องจากพ่อแฮงค์จากการปาร์ตี้ทุกคืน แล้วฝากผมไปกับคุณน้าข้างบ้านให้ไปส่งผมที่โรงเรียน
พร้อมทั้งกับบ้านในเวลาเลิกเรียน ผมจึงริเริ่มที่จะออกไปนั่งรถเมล์เอง โดยใช้วิธีจำป้ายรถเมล์
บอกคนเก็บเงิน และยืนให้ใกล้ประตูมากที่สุด
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้สมัยนั้นประตูยังไม่ปิดจากคนขับ และพวกพี่ๆนักเรียนช่างยังดูดบุหรี่กันท้ายรถ
เริ่มที่จะเดินออกจากบ้านมาเฉยๆ ในช่วงเวลาที่อึดอัดและอาการตรึงระหว่างพ่อกับแม่
พอรู้สึกสบายใจก็กลับเข้ามา พร้อมกับถูกพ่อตี เพราะอยู่ๆ ก็หายไป
และลามไปถึงการเก็บเสื้อผ้าแล้วก็นั่งรถทัวร์ไปลงบ้านยาย จ.ชลบุรี ตอนอายุ 11 ปี แล้วไม่บอกใครเลย
พอไปถึงบ้านยาย ทุกคนก็ถามว่ามายังไง ก็โกหกไปว่าพี่มาส่ง(พี่คือน้องแม่มีศักดิ์เป็น อา แต่อายุไล่กันจึงเรียกพี่จนติดปาก)
คืนแรกผ่านไปปกติ เข้าวันที่สอง คนทางบ้านยายผิดสังเกตุ เลยโทรกลับมาถามที่บ้าน ความเลยแตก แจ้งคนหายกันยกใหญ่
เด็กๆ เราก็ไม่รู้หรอกว่าคนหายเป็นไง เรารู้แต่ว่า เราสบายใจเราก็ออกมา
พอโต๊ะขึ้นมาก็อินดี้เที่ยวคนเดียว ครอบครัวไปไหนก็ไม่ไป
ออกท่องเที่ยวใน ตจว. คนเดียว ใครถามก็ตอบว่า "ไปมันเรื่อยๆ"
เที่ยวจนพ่อแม่ประชดให้ออกจากโรงเรียนเพื่อมาเที่ยวอย่างเดียวก็ตั้ง 3 ปี
พ่อแม่ให้มาผมก็สนองไป ช่วงชีวิตตอนนั้น อาทิตย์-พฤหัสบดี อยู่ ตจว. ศุกร์-เสาร์ อยู่ กทม.
อยู่ในวังวนนี้อยู่ 2 ปี กว่า อีกปีที่เหลือก็กลับอยู่บ้าน จากการของร้องขอป้า(พี่สาวแม่)
ญาติพี่น้องทุกคนไม่เคยรู้ว่าผมไปไหน แม้กระทั่งแหล่งเงินทุน(คุณป้า)ยังไม่รู้
และที่มาอินดี้จัดๆ คือเวลาที่ทะเลาะกับพ่อแม่ ก็จะออกมานอนข้างถนนบ้าง นอนป้ายรถเมล์บ้าง
นอนจนชิน ทะเลาะทีเดินออกบ้านที นอนป้ายรถเมล์ที บ้านเพื่อนบ้าง บ้านป้า น้า อา บ้าง
แต่ที่ผ่านมา ไม่เคยต้องให้พ่อกับแม่ต้องขึ้นโรงพัก ก็ต้องไปประกันตัวอะไรแบบนั้น
คือผมดื้อและอินดี้แบบไม่ทำให้พ่อแม่ต้องเดือดร้อน แต่ทำให้หนักใจอยู่บ้าง
ตัดบทเลยครับ
ตอนนี้ พ่อเป็นข้าราชการเกษียณกินเงินบำนาญ ครึ่งแสน (หายห่วง) ส่วนแม่ก็ขายของเดือนนึงก็ 3 หมื่น+/-(ไม่แน่นอน)
น้องชายเป็นเซลเงินเดือนรวมๆ 3 หมื่น+ อย่างที่บอกครับ "ครอบครัวไม่ได้อบอุ่น" พ่อกับแม่แยกกันอยู่ได้เกือบ 10 ปี
ผมกับน้องชายเพิ่งกู้ซื้อบ้านให้แม่ ส่วนตัวผมซื้อคอนโดได้ 3 ปี และแยกตัวออกมาอยู่คนเดียว
ไปๆ มากลับๆ ที่บ้านบ้าง โดยผมบอกกับทุกคนที่บ้านไว้ว่า ผมจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับที่บ้านอีก(ที่บ้านปัญหาเยอะ ผมไม่ชอบการมีปัญหาและเรื่องวุ่นวาย)
ส่วนบ้านที่ผมกู้ร่วมกับน้องชายผมยกให้ และฝากให้ดูแลแม่ โดยบอกให้น้องชายทำยังไงก็ได้
ที่ทำให้ตัวเองสามารถครอบครองบ้านหลังนี้เป็นชื่อของตัวเองเพียงคนเดียว น้องชายก็รับปาก
สมบัติของพ่อกับแม่ ผมยกให้น้องชายทั้งหมด ที่ดินและทรัพย์สินทั้งหมดยกให้น้องแต่เพียงผู้เดียว
และตัวผมเองซึ่งมีเครดิตค่อนข้างดี โดยมีเครดิตการกู้เช่าซื้อ ทั้งคอนโด รถยนต์ รถมอไซค์บิ๊กไบค์ และทรัพย์สินอื่นๆ
โดยที่ไม่เคยพึ่งพาจากพ่อและแม่ (อาจมีบางครั้งที่เงินช็อคก็ขอบ้างแต่ไม่เคยเกินถึงหลักหมื่นและนับครั้งได้)
สรุป ผมจะอยู่ได้ไหม....??
เราจะอยู่ได้ไหม ? ถ้าปราศจาก "พ่อแม่พี่น้องครอบครัวและคนรัก" ในขณะที่เราตั้งตัวได้แล้ว และคนที่บ้านยังมีชีวิตกันครบ
ขอบอกก่อนนะครับ ครอบครัวไม่ได้อบอุ่น แต่ก็ไม่ได้ลำบาก
และเริ่มเข้าใจว่านิสัยบางอย่างมาจากพฤติกรรมรอบข้าง(ครอบครัวเป็นหลัก)
ตัวผมเองมีลักษณะนิสัยชอบปลีกวิเวกตั้งแต่เด็กๆ
เริ่มปลีกตัวออกมานอนคนเดียว(นอนร่วมกับน้องอีก 2 คน) ตั้งแต่ ป.2
โดยเลือกที่จะออกมานอนห้องรับแขก หน้าทีวี และหลับพร้อมกับมันไปทุกคืน
เริ่มที่จะวิ่งขึ้นรถเมล์ ตั้งแต่ ป. 2 และไปกลับโรงเรียนเอง
เนื่องจากพ่อแฮงค์จากการปาร์ตี้ทุกคืน แล้วฝากผมไปกับคุณน้าข้างบ้านให้ไปส่งผมที่โรงเรียน
พร้อมทั้งกับบ้านในเวลาเลิกเรียน ผมจึงริเริ่มที่จะออกไปนั่งรถเมล์เอง โดยใช้วิธีจำป้ายรถเมล์
บอกคนเก็บเงิน และยืนให้ใกล้ประตูมากที่สุด
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เริ่มที่จะเดินออกจากบ้านมาเฉยๆ ในช่วงเวลาที่อึดอัดและอาการตรึงระหว่างพ่อกับแม่
พอรู้สึกสบายใจก็กลับเข้ามา พร้อมกับถูกพ่อตี เพราะอยู่ๆ ก็หายไป
และลามไปถึงการเก็บเสื้อผ้าแล้วก็นั่งรถทัวร์ไปลงบ้านยาย จ.ชลบุรี ตอนอายุ 11 ปี แล้วไม่บอกใครเลย
พอไปถึงบ้านยาย ทุกคนก็ถามว่ามายังไง ก็โกหกไปว่าพี่มาส่ง(พี่คือน้องแม่มีศักดิ์เป็น อา แต่อายุไล่กันจึงเรียกพี่จนติดปาก)
คืนแรกผ่านไปปกติ เข้าวันที่สอง คนทางบ้านยายผิดสังเกตุ เลยโทรกลับมาถามที่บ้าน ความเลยแตก แจ้งคนหายกันยกใหญ่
เด็กๆ เราก็ไม่รู้หรอกว่าคนหายเป็นไง เรารู้แต่ว่า เราสบายใจเราก็ออกมา
พอโต๊ะขึ้นมาก็อินดี้เที่ยวคนเดียว ครอบครัวไปไหนก็ไม่ไป
ออกท่องเที่ยวใน ตจว. คนเดียว ใครถามก็ตอบว่า "ไปมันเรื่อยๆ"
เที่ยวจนพ่อแม่ประชดให้ออกจากโรงเรียนเพื่อมาเที่ยวอย่างเดียวก็ตั้ง 3 ปี
พ่อแม่ให้มาผมก็สนองไป ช่วงชีวิตตอนนั้น อาทิตย์-พฤหัสบดี อยู่ ตจว. ศุกร์-เสาร์ อยู่ กทม.
อยู่ในวังวนนี้อยู่ 2 ปี กว่า อีกปีที่เหลือก็กลับอยู่บ้าน จากการของร้องขอป้า(พี่สาวแม่)
ญาติพี่น้องทุกคนไม่เคยรู้ว่าผมไปไหน แม้กระทั่งแหล่งเงินทุน(คุณป้า)ยังไม่รู้
และที่มาอินดี้จัดๆ คือเวลาที่ทะเลาะกับพ่อแม่ ก็จะออกมานอนข้างถนนบ้าง นอนป้ายรถเมล์บ้าง
นอนจนชิน ทะเลาะทีเดินออกบ้านที นอนป้ายรถเมล์ที บ้านเพื่อนบ้าง บ้านป้า น้า อา บ้าง
แต่ที่ผ่านมา ไม่เคยต้องให้พ่อกับแม่ต้องขึ้นโรงพัก ก็ต้องไปประกันตัวอะไรแบบนั้น
คือผมดื้อและอินดี้แบบไม่ทำให้พ่อแม่ต้องเดือดร้อน แต่ทำให้หนักใจอยู่บ้าง
ตัดบทเลยครับ
ตอนนี้ พ่อเป็นข้าราชการเกษียณกินเงินบำนาญ ครึ่งแสน (หายห่วง) ส่วนแม่ก็ขายของเดือนนึงก็ 3 หมื่น+/-(ไม่แน่นอน)
น้องชายเป็นเซลเงินเดือนรวมๆ 3 หมื่น+ อย่างที่บอกครับ "ครอบครัวไม่ได้อบอุ่น" พ่อกับแม่แยกกันอยู่ได้เกือบ 10 ปี
ผมกับน้องชายเพิ่งกู้ซื้อบ้านให้แม่ ส่วนตัวผมซื้อคอนโดได้ 3 ปี และแยกตัวออกมาอยู่คนเดียว
ไปๆ มากลับๆ ที่บ้านบ้าง โดยผมบอกกับทุกคนที่บ้านไว้ว่า ผมจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับที่บ้านอีก(ที่บ้านปัญหาเยอะ ผมไม่ชอบการมีปัญหาและเรื่องวุ่นวาย)
ส่วนบ้านที่ผมกู้ร่วมกับน้องชายผมยกให้ และฝากให้ดูแลแม่ โดยบอกให้น้องชายทำยังไงก็ได้
ที่ทำให้ตัวเองสามารถครอบครองบ้านหลังนี้เป็นชื่อของตัวเองเพียงคนเดียว น้องชายก็รับปาก
สมบัติของพ่อกับแม่ ผมยกให้น้องชายทั้งหมด ที่ดินและทรัพย์สินทั้งหมดยกให้น้องแต่เพียงผู้เดียว
และตัวผมเองซึ่งมีเครดิตค่อนข้างดี โดยมีเครดิตการกู้เช่าซื้อ ทั้งคอนโด รถยนต์ รถมอไซค์บิ๊กไบค์ และทรัพย์สินอื่นๆ
โดยที่ไม่เคยพึ่งพาจากพ่อและแม่ (อาจมีบางครั้งที่เงินช็อคก็ขอบ้างแต่ไม่เคยเกินถึงหลักหมื่นและนับครั้งได้)
สรุป ผมจะอยู่ได้ไหม....??