เรื่องมีอยู่ว่าสงกรานต์ที่ผ่านมานี้เราไปหัวหินมา ไปบ้านป้าที่หัวหินและขึ้นรถไฟครั้งแรกขึ้นคนเดียวอ่ะค่ะเราไปวันที่14 เมษายน คนก็ไม่เยอะแล้วเราไปถึงหัวลำโพงตั้งแต่หกโมงตอนแรกจะขึ้นรถไฟฟรีแต่รอไม่ไว้ตั้ง9.20 เราเลยยอมเสียเงินแบบด่วนพิเศษ 8.05 แทน รอค่ะ รอ รอ และเราก็นึกขึ้นได้ว่าแล้วจะนั้งที่ไหนอ่ะที่นั้ง56 มันอยู่ไหนหว่า เลยถามป้าคนนึงที่นั้งรออยู่ด้วยกันว่าดูที่นั้งยังไง เบอร์ตู้ดูตรงไหนก็คุยกันไปมาสักพักแกก็สอนว่ารถไฟอันตราย เมื่ออาทิตย์ที่แล้วก็มีคนโดนแปะซึม(งงค่ะคืออ่ะไรแปะซึม) ก็สอนว่าจำไว้นะใครชวนคุยไม่ต้องไปตอบไม่ต้องไปมองหน้ายาวไปเป็นชั่วโมงค่ะและรถไฟป้าแกก็มาแกไปแปดริ้วค่ะ ก่อนไปแกก็สอนอีกชุดนึงค่ะก็ขึ้นรถไฟไป และระหว่างนั้นความประหม่าและระแวงบวกกลัวมองไปรอบๆเจอคนนอนรอรถไฟ ขี้เมาถือเหล้าขาว และคนนั้งมองเราจากบนรถไฟ (ป้าแกมาทำให้หลอนแล้วก็จาก) เรื่องเริ่มจากนี้ค่ะ มีชายคนนึงแต่งตัวปานกลางมานั้งคุยโทรศัพท์ข้าง (ระแวงมากเพราะป้านะป้า) จนรถไฟมาเราก็เอาใบตั๋วเดินไปหาเจ้าหน้าที่ให้เขาพาไปที่นั้งของเราค่ะเค้าก็บริการดีมากค่ะอธิบายและก็สอนอีกชุดนึงค่ะ เราก็นั้งเป็นตุ๊กตา(เด็กดี)อยู่อย่างนั้นจนรถไฟออกเดินทางค่ะและเราก็เริ่มหาของกินที่เตรียมมาค่ะและแล้วหางตาก็ไปสะดุดเจ้าผู้ชายคนที่นั้งคุยโทรศัพท์เมื่อกี่นี้นั้งอยู่เยื่องๆเราไม่ไกลนักเราก็ไม่คิดอ่ะไรมากนั้งไปเรื่อยจนจะถึงหัวหินล่ะเค้าเดินเข้ามานั้งข้างๆเราค่ะ(กลัวสุดชีวิต) นึกถึงพ่อแก้วแม่แก้วเอาไว้ค่ะและคำสอนของป้าแก สักพักถึงหัวหิน(ลงอย่างไว้) ...............เท้าแตะพื้นเท่านั้นแหละดีใจน้ำตาเล็ด





(ฉันผ่านช่วงชีวิตนั้นมาได้แล้วสินะ)ตอนนั้นกำลังไปหาพี่วินค่ะจะให้ไปส่งบ้าน (แต่) หางตาอีกแล้วแว๊ปๆ ค่อยเหร่ไปค่ะทีละนิด ทีละนิด มุมเดิมคนเดิมและยืนจ้องมาที่เรา

(นี่มันสโตกเกอร์ชัดๆ) เอาแล้วไงล่ะฝันร้ายของฉันยังไม่อวสานอีกรึ เดินเร็วอย่างไว้ไปหาพี่วิน.............วินจร้า ฉันมาแล้วจ้ะ อยู่นี่แล้วนะ เขยิบมาใกล้ๆ อาลาวา ขณะนั้นอีกไม่ถึงสิบก้าวมีคนถึงเสื้อเราค่ะช็อคค่ะ แข็งทื่อ ชายคนนั้นเดินมาหน้าเราและถามว่าเล่นไลน์ไหมขอไอดีไลน์หน่อย อึ้งไปสามวิ และตอบไปอย่างรวดเร็วว่าไม่มีโทรศัพท์(คิดได้เนอะ)(ควายแท้ๆ) เค้าก็อึ้งไปนิด นึงและก็แอบยิ้มแล้วตอบกับเรามาว่าคุณคิดว่าที่นี้คือป่าอะเมซอน ด้วยความซื่อแบบโง่ๆ เราก็ตอบไปว่า หึ ทะเล ค่ะ บรรยากาศเงียบบบบบบบกิ๊บ และเราก็เดินหนีออกมาค่ะ เค้าก็เรียกอีกและถามว่าคุณกลับรถไฟอีกหรือป่าวเราก็ตอบไปว่าไม่แน่ใจ เค้าก็พูดสวนมาอย่างไวว่าผมไม่จีบคุณหรอกผมมีแฟนแล้ว................(รู้ได้ไงว่ะว่ากำลังคิดอะไรอยู่) และเค้าก็พูดว่าผมไม่มีเพื่อนกลับไหนๆก็ลงที่เดี๋ยวกันไปด้วยกันเถอะ คิดอยู่ในหัวว่าเออมีเพื่อนกลับก็ดีเหมือนกันนะ แต่ มีเสียงกระซิบข้างหูอีกเสียงว่าเราจะไว้ใจได้ไงล่ะน่ากลัวจะตายแถมเป็นผู้ชายอีก เราเลยจะปฎิเสธเค้าไปค่ะแต่เค้าก็พูดขึ้นก่อนว่า งั้นเอาอย่างงี้นะ ผมจะถ่ายบัตรประชาชนให้คุณไว้เพื่อความสบายใจ คุณสามารถเอาไปแจ้งความได้เลย จากนั้นเค้าก็เอาบัตรประชาชนให้พี่วินไปถ่ายเอกสารให้หน่อยใบนึง พอได้ใบถ่ายเอกสารมาเค้าก็เขียน ชื่อ-สกุล-เบอร์โทรและยื่นให้เรามา และเค้าก็ถามเราว่าจะกลับเมื่อไรเราบอกพรุ่งนี้ และเค้าก็บอกว่านั้งรถไฟฟรีนะ ก็จบไป ตอนแรกก็คิดว่าจะไม่สนใจและคิดอีกทีว่าแล้วถ้าเค้ารอล่ะ แต่ไม่ได้บอกนิว่าจะกลับด้วยสรุปก็ลืมมันไปเรื่องนี้ วันรุ่งขึ้น วันกลับเราก็ลองมาปรากฎเจอกันหน้าสถานีรถไฟ ก็ไม่ได้คุยอะไรกันมาส่วนมาเค้าจะชวนคุยถามโน่นนี่นั้น เช่น ชื่อไร อายุเท่าไร บ้านอยู่ไหน เดินทางคนเดียวไม่กลัวหรอเราก็ไม่ตอบค่ะไม่ใหวใจ อ่อ ตอนกลับเราไม่ได้นั้งด้วยกันนะ เหตุการณ์ก็ไม่มีอ่ะไรเกิดขึ้นจนถึงหัวลำโพงลงมาเราก็คือเอกสารบัตรประชาชนให้ เค้าก็แซวเราว่าจดเบอร์มือถือผมไว้ยัง เราก็มองหน้าแบบนิ่งๆเค้าก็ถามเราว่ากลับยังไงมันมืดแล้วเราก็บอกนั้งแท็กซี่ค่ะเค้าก็ตามไปส่งขึ้นแท็กซี่และเค้าก็พูดขึ้นมาว่า คุณ คุณ จริงๆแล้วถ้าผมบอกว่าผมจะจีบคุณคุณจะว่าไง เราก็ตอบไปไม่ชอบคนแปลกหน้า และคุณก็มีแฟนแล้ว เค้าก็หัวเราะค่ะ เราก็งงสิ หัวเราะทำไม เค้าพูดขึ้นว่างั้นเป็นเพื่อนกันก็ได้ เราก็ตอบว่าไม่ และเค้าก็ถามว่าแล้วคุณมีแฟนยัง ( เปลี่ยนเรื่องซะงั้น) เราก็ไม่ตอบค่ะ กำลังจะขึ้นรถแท็กซี่ออกมาจากหัวลำโพงเค้าพูดทิ้งท้ายไว้ว่าคุณคิดว่าผู้ชายเค้าต้องการเป็นเพื่อนกันกับผู้หญิ่งจริงๆหรอพูดจบเค้าก็บอกแท็กซี่ว่าคุณลุงส่งแฟนผมให้ถึงบ้านปลอดภัยด้วยนะครับ ........................
จบค่ะ......... อาจจะดูไร้สาระ.........ที่เราจะสื่อคือ
1.รถไฟอัตรายจริงๆ น่ากลัวใครที่ชอบไปไหนโดยรถไฟฟรีก็ดูแลตัวเองดีๆนะค่ะ(เราคงไม่ขึ้นรถไฟคนเดียวอีกแล้วล่ะกลัวสุดๆ)
1.1 การที่ทางรถไฟปล่อยให้คนเมาคนเร่รอน มิฉาชีพ ไว้แบบนี้ เค้าไม่สามารถจะคลีนคนเข้า-ออกหรือมาตราการความปลอดภัยอ่ะไรไว้รองรับได้เลยหรอ
1.2 รถด่วนพิเศษบางมุมก็แอบมืดวังเวงชอบกลนะ ไม่แปลกใจเลยที่เคยเกิดคดีข่มขืนขึ้น
1.3 คุณเคยคิดเหมือนเราไหมว่าถ้าทางการรถไฟเปลี่ยนมาถ้าสีรถไฟใหม่เอาหลายๆสีเหมือนลูกกวาดและตกแต่งภายในสวยๆคือว่ามันจะดูสอาดและน่านั้งมากๆเลยนะ มีลายเพ้นด้วยนะ
2.ไปไหนคนเดียวข้อดีคือสบายใจ ข้อเสียคือระวังสโตกเกอร์ด้วยนะอาจจะแอบตามคุณมาก็ได้
3.คนมีแฟนแล้วเที่ยวเจ้าชู้ไปเรื่อย ไม่สงสารคนที่บ้านหรอค่ะแฟนคุณคงแอบเสียใจนะ(กรณีของเราอาจจะแค่แซวเล่นก็เถอะ)
4.อันนี้เด็ดเลย.....ผู้ชายเค้าไม่ชอบเป็นเพื่อนกับผู้หญิ่งหรอแล้วทำไม ก็แค่เป็นเพื่อนกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน ไม่สามารถทำได้หรอค่ะ
.
.
..
.
.
.
..
.
.
ถ้าแท็กห้องไหนผิดไปก็ขอโทดด้วยนะค่ะ
ถ้าพิมพ์ตรงไหนตกหล่นหรือใช้คำที่ผิดไม่เหมาะสม ก็กราบขอโทษไว้ ณ ที่ นี้ด้วย
ภัยอันตรายใกล้ตัว กับ ผู้ชายไม่ชอบเป็นเพื่อนกับผู้หญิ่งจริงๆหรอ
จบค่ะ......... อาจจะดูไร้สาระ.........ที่เราจะสื่อคือ
1.รถไฟอัตรายจริงๆ น่ากลัวใครที่ชอบไปไหนโดยรถไฟฟรีก็ดูแลตัวเองดีๆนะค่ะ(เราคงไม่ขึ้นรถไฟคนเดียวอีกแล้วล่ะกลัวสุดๆ)
1.1 การที่ทางรถไฟปล่อยให้คนเมาคนเร่รอน มิฉาชีพ ไว้แบบนี้ เค้าไม่สามารถจะคลีนคนเข้า-ออกหรือมาตราการความปลอดภัยอ่ะไรไว้รองรับได้เลยหรอ
1.2 รถด่วนพิเศษบางมุมก็แอบมืดวังเวงชอบกลนะ ไม่แปลกใจเลยที่เคยเกิดคดีข่มขืนขึ้น
1.3 คุณเคยคิดเหมือนเราไหมว่าถ้าทางการรถไฟเปลี่ยนมาถ้าสีรถไฟใหม่เอาหลายๆสีเหมือนลูกกวาดและตกแต่งภายในสวยๆคือว่ามันจะดูสอาดและน่านั้งมากๆเลยนะ มีลายเพ้นด้วยนะ
2.ไปไหนคนเดียวข้อดีคือสบายใจ ข้อเสียคือระวังสโตกเกอร์ด้วยนะอาจจะแอบตามคุณมาก็ได้
3.คนมีแฟนแล้วเที่ยวเจ้าชู้ไปเรื่อย ไม่สงสารคนที่บ้านหรอค่ะแฟนคุณคงแอบเสียใจนะ(กรณีของเราอาจจะแค่แซวเล่นก็เถอะ)
4.อันนี้เด็ดเลย.....ผู้ชายเค้าไม่ชอบเป็นเพื่อนกับผู้หญิ่งหรอแล้วทำไม ก็แค่เป็นเพื่อนกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน ไม่สามารถทำได้หรอค่ะ
.
.
..
.
.
.
..
.
.
ถ้าแท็กห้องไหนผิดไปก็ขอโทดด้วยนะค่ะ
ถ้าพิมพ์ตรงไหนตกหล่นหรือใช้คำที่ผิดไม่เหมาะสม ก็กราบขอโทษไว้ ณ ที่ นี้ด้วย