ฉันกำลังป่วย โปรดช่วยรับฟังสิ่งที่ฉันบอกหมอไม่หมด

กระทู้สนทนา
ขอพื้นที่ในพันทิปเป็นที่ระบายนะคะ เราเชื่อว่า กำลังใจ คือสิ่งสำคัญของการมีชีวิตอยู่ของมนุษย์ทุกคนค่ะ อดทนมานานหลายเรื่องสะสมจนป่วย
แท็ค ชานเรือน เพราะเป็นปัญหาครอบครัว
แท็ค สวนลุม  เพราะเป็นปัญหาสุขภาพจิต
แท็ค ศาลาประชาคม เพราะเป็นปัญหาชีวิต
แืทึค ศาสนา เพราะเกี่ยวกับศาสนาพุทธและวัดค่ะ (มีเกี่ยวแน่นอนขอให้ จขกท.ระบายเล่าเรื่องไปเรื่อยๆนะคะ)


****แก้ไขคือ เอาส่วนที่เกริ่นนำออก เพื่อยกเนื้อหาหลักที่อยู่ข้างล่างมาไว้บนหัวกระทู้นะคะ****

วัตถุประสงค์คือการพิมพ์เพื่อระบายค่ะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามารับฟังให้กำลังใจและเข้าใจวัตถุประสงค์ค่ะ
คนไม่ป่วยจะไม่เข้าใจ กระทั่งคนป่วยเองก็ยิ่งไม่เข้าใจจึงได้ตัดสินใจเดินเข้าไปพบแพทย์เพื่อหวังจะให้หายจากอาการป่วย
ขอบคุณทุกคอนเม้นท์ที่สละเวลาเข้ามาอ่านนะคะ

หลังจากพบหมอและสรุปว่าเป็นไบโพล่า ต้องทานยา โรคนี้เกิดจากพันธุกรรมบวกความเครียด
สิ่งที่เครียดนั้นได้เล่าให้หมอฟังไปตามเวลาที่หมอให้ แต่เรื่องที่อยากจะเล่าในนี้เป็นเรื่องเครียดที่ 3 ค่ะ


เครียด 1ปัญหาพี่ๆน้อง + เครียด2 ปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้ หลายๆคนก็คงได้เจอกับตัวเอง หรือคนรอบข้าง

แต่เครียดที่ 3 ที่ไม่ได้บอกหมอ และขอระบายที่นี่

สามีติดวัด เชื่ออภินิหารย์

เอาให้เห็นภาพนะคะ สามีคือหนึ่งในแฟนคลับเณรคำ หนังสือเอย วัตถุมงคลเอย เณรคำมากรุงเทพฯนี่ถึงทันที เราเคยเตือนแล้วแต่ไม่ฟัง
กระทั่งเรื่องแดง ภาพถ่ายหลักฐานพร้อม แอบปลดรูปที่ไหว้เช้าค่ำลงจากหิ้งเงียบๆ เราเองก็ไม่เคยซ้ำเติมหรือทับถมให้เีสียใจค่ะ แม้เราจะไม่ไหว้ ไม่ศรัทธา แต่ก็ไม่ด่าฟังข่าวด้วยกันก็เฉยๆ ให้เค้าได้มีบทเรียนไม่หลงเชื่อศรัทธาอะไรง่ายๆอีก


ที่บอกว่าติดวัดนั้นคือ ติดวัดๆหนึ่ง ไม่ใช่เข้าวัดทำบุญนะคะ เพราะหากจะเข้าวัดทำบุญไม่มีปัญหาค่ะ ทำด้วยกันได้
ด้วยพื้นฐานครอบครัวเขาที่เกริ่นมาตอนต้นคือไม่มีต้นแบบค่ะ พ่อขี้เมาและเสียชีวิตไปแล้ว แม่ก็อย่างที่บอกค่ะ เป็นธรรมดาที่ต้องหาที่พึ่งทางใจซึ่งพึ่งคนผิด ชีวิตก็สะดุดค่ะ

ไม่ใช่ว่าเค้าไม่ดีและเราดีสมบูรณ์พร้อม ด้วยยอมรับในข้อไม่ดีและรักในข้อดีของกันและกันจึงอยู่ด้วยกันมานานขนาดนี้
ช่วยกันทำมาหากินหาเก็บ ทำบุญทำทานแบ่งปันตามโอกาสและกำลัง

กระทั่งมีลูก  งานตรงส่วนที่เราเป็นคนรับผิดชอบต้องจ้างคนมาดูแลแทน  และตอนมีลูกนี้หล่ะที่เค้าเริ่ม สวดมนต์ เช้า เที่ยง เย็น ก่อนนอน
เอาเป็นว่าถ้าว่างจากงานเมื่อไหร่หายเข้าห้องพระทันที  เราเคยตกใจว่าถุงทองรูปพรรณที่เก็บไว้หาย จะเข้าไปบอกเค้าที่กำลังสวดมนต์ปรากฏว่าเค้าเอาไปนั่งบริกรรมคาถานัยว่าจะทำให้ทรัพย์เพิ่มพูนขึ้นมา ครั้งนั้นเราพูดเลยว่าบ้าหรือปล่าว แล้วสีหน้าเค้าโกรธค่ะ (น่าจะอายด้วยค่ะ)

วัดที่เค้าติด (ตอนเณรคำก็ควบคู่กับไปวัดนี้) จะสรรหากิจกรรมดึงดูดคนไปวัดเป็นประจำ วัดอยู่จังหวัดที่ติดกับ กทม. สามีไปแทบทุกอาทิตย์ไม่เว้นเป็นเวลาสี่เกือบห้าปี เราก็ไปด้วยแทบทุกครั้งเพราะถ้าไม่ไปด้วยก็จะไม่มีเวลาอยู่ด้วยกัน หากวันไหนได้ไปวัดนี้จะสดชื่นกระดี้กระด๊ามากเราเห็นว่าเป็นความสุขของเค้า ก็ปล่อยค่ะ และการนั่งรถไปกลับถือเป็นการพักผ่อนของเรา ได้นั่งรถแล้วหลับ คนที่เป็นแม่จะรู้เลยว่าการได้หลับ ได้พักผ่อนนั้ืนคือตอนที่เราเดินทาง แม้กระทั่งเวลาอยู่ในวัดก็ต้องเดินจับตามดูลูกไม่ให้ตกน้ำตกท่า หรือไปส่งเสียงรบกวนคนที่ตั้งใจมาทำบุญ

ชีวิตดำเนินต่อไป โดยคำนึงถึงลูกเป็นอันดับหนึ่ง ความสุขของครอบครัว(หมายถึงสามีและลูก) มาก่อนความสุขของตัวเองเสมอ ผู้หญิงที่เป็นแม่จะเข้าใจ  และขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า อะไรที่คุณคิดว่ามันฝึนความรู้สึกต้องบอกต้องคุยกันแต่เนิ่นๆนะคะ บางเรื่องไม่จำเป็นต้องทนค่ะ

อย่างที่บอกไว้ วัดนี้สรรหากิจกรรมมาดึงคนเข้าวัดค่ะ และยังขยันทำวัตถุมงคล ปากหลวง......ก็บอกให้ไม่ยึดติดวัตถุให้ยึดพระธรรมคำสอนออกไมค์ปาวๆ  สักสิบนาทีโฆษณาชวนเชื่อว่าลูกศิษย์คนนั้นคนนี้ซื้อราคาเท่านี้ไปปล่อยได้กำไรเท่าโน้น

มีสินค้าเป็นแบรนด์ของวัดเองตั้งแต่ยาสีฟัน สบู่ ยาสระผมตั้งแต่ผมคนยันขนหมา ข้าวสารอาหารแห้ง แรกๆสามีซื้อมาใช้เราไม่ว่านะคะ หลังเป็นหนักค่ะ จะเปลี่ยนให้ลูกเมียใช้ตามว่าของดีและยังได้บุญด้วยนะ  แต่เราไม่เอาด้วยบอกให้ใช้เฉพาะส่วนตัวๆเอง ของเรา ของลูก ของใช้ในบ้านคือหน้าที่แม่บ้านเลือก

จากคนไม่เคยมีความลับต่อกัน แอบเช่าพระ วัตถุมงคล ธงโบกให้ของขายดี(ขายดีขึ้นมั้ยให้ทาย)  แอบคุยโทรศัพท์กับคนใกล้ชิด หลวง......... มารู้ทีหลังว่าโทรมาขอยืมเงิน อีกรายคนสนิทเหมือนกันเห็นเดินขนาบข้างอยู่บ่อยๆที่วัด นี่มาขายผลิตภัณฑ์ขายตรงถึงบ้านเลย

จากเฉย เราเริ่มไม่ชอบ และเริ่มเอ่ยปาก สามีบอกว่า เราหน่ะโชคดีนะเค้าไม่ิกินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เจ้าชู้ เค้าแค่ไปวัดและเช่าพระนิดๆหน่อยๆเอง  เราอยากจะยกเรื่องเณรคำขึ้นมานะตอนนั้นแต่ยั้งปากไว้ เพราะคนนี้ก็มาแนวอภินิหารย์แบบนั้นแหละ ได้ยินกะหูได้อยู่ในเหตุการณ์เพราะไปวัดด้วย เขาบอกว่าเขาสั่งฝนให้ไม่ตกได้  เขาเดินบนผิวน้ำได้(ในแม่น้ำ) เขามีนางฟ้าส่วนตัวไปเข้าฝันให้เศรษฐีเอาเงินมาบริจาคให้วัดเป็นหลักล้านบาท  และทำตัวเป็นหมอเปิดคลินิครักษาโรคด้วย การรักษาคนไข้ผู้หญิงคือเขาจับผ้าฝั่งหนึ่งแล้วผู้หญิงจับปลายอีกฝั่งหนึ่งเป็นการวัดชีพจร วินิจฉัยโรค เขียนใบสั่งยาสมุนไพร(ซึ่งมีขายในวัดและเขาเป็นคนทำเอง)  หายหรือตายไม่รู้  จำได้ครั้งนึงเขาพูดโฆษณาว่ามีหญิงท้องแก่เป็นเบาหวานหมอจะให้เอาลูกออกเลยมาที่วัด เขาจัดยาสมุนไพรให้ไปตอนนี้ปลอดภัยทั้งแม่ลูกลูกออกมาสมบูรณ์ดี  
และการเล่าเรื่องโน้มน้าวให้คนทุ่มเทบริจาค (ไม่ใช่วัดที่เพิ่งมีข่าวดังนะคะ แต่ท้ายๆอาจเดาได้ว่าคือที่ไหน) ว่ามีผู้หญิงคนนึงเป็นมะเร็งกำลังจะตาย จึงยกที่ดินทั้งหมดที่ตนมีให้กับวัด ผู้หญิงคนนี้เป็นคนฉลาดเพราะแทนที่จะให้ทรัพย์ของตนตกเป็นของคนอื่น แต่บริจาคให้วัดเพื่อเป็นทรัพย์รอตนในชาติหน้า คนในศาลานี่ สาธุ กันใหญ่ เราเดินจับลูกอยู่ในบริเวณวัดได้แต่คิด เฮ้ย เสียงสาธุนั่นสามีเราด้วยมั้ยนั่น เห็นงามตามนั้นหรือปล่าว

และไม่ใช่มีแต่เราที่คิดค่ะ หนึ่งในกิจกรรมของวัดคือให้มีการถามตอบสนธนาธรรม คือมีคนถามแบบที่เราสงสัย คือ แอบอ้างตนหรือไม่เพราะบางสิ่งก็ไม่ได้มีหลักฐานพิสูจน์มีแต่คำพูดของเขา  ผิดหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าหรือไม่พวกพระเครื่องไสยศาสตร์  ทุกครั้งไม่เคยตอบตรงคำถามจะเป็นการเฉไฉ กำกวม เช่น คิดเอาเอง ฉันก็เป็นฉัน หรือ ถ้าคนมีอคติต่อกันทำดียังงัยก็มองว่าไม่ดี  หรือแนวขู่ไปเลย ว่าเคยมีผัวเมียคู่นึงมาลบหลู่เค้าแค่ในใจนะแต่เค้ารู้และอโหสิกรรมให้ แต่พอขับมอไซต์ไปหน้าวัดก็โดนสิบล้อชนเจ็บหนักทั้งคู่ขนาดอโหสิกรรมให้แล้ว

จนลูกเริ่มรู้เรื่องพูดได้ ก็งอแงไม่อยากไป ทำไมต้องไปวัด หนูอยากไปสวนสัตว์ เสียงเมียไม่ดังเท่าเสียงลูกค่ะ เราจึงอ้างลูกว่าเด็กเค้าเบื่อ เค้าไม่เข้าใจหรอกว่าพ่อไปทำบุญ เดี๋ยวลูกรู้สึกไม่ดีกับวัดนะ เอางี้ไหม ไปแค่วันสำคัญทางศาสนา เสาร์ อาทิตย์เป็นวันของครอบครัว เหมือนจะเริ่มดึงออกมาได้ค่ะ แต่ ว่างปุ๊บ ในรูหูเสียบฟังยูทูป นั่งรถเปิดซีดีแต่ของคนวัดนั้น  

กระทั่งมีเหตุการณ์ในบ้านเมือง ที่มีการชุมนุมครั้งใหญ่จำกันได้ใช่มั้ยคะ เขาก็มาตั้งม็อบด้วย โดยบอกว่าตัวเองเปรียบเหมือนพระอ.ธรรมโชติแห่งค่ายบางระจัน  ตอนหลังจนสลายการชุมนุมเสร็จทุกวันนี้เรียกตัวเอง พญาราชสีห์ เป็นการเรียกตัวเองจากปากตัวเองไม่ใช่สื่อเต้าให้หรืออย่างไรนะคะ

จากแค่ไปอาทิตย์ละครั้ง ทีนี้ไปทุกวันเลยค่ะ งานในส่วนที่ตัวเองต้องทำก็จ้าง ขีดความเครียดเราจากเหลืองๆอึนๆเริ่มเข้าแถบส้มค่อนไปทางแดงแล้วค่ะ  

และวันนึงก็ระเบิด เราบอกไม่ไหวแล้ว ที่ผ่านมาคือยอมเห็นแก่ความสุขความพอใจ แต่กลายเป็นเค้าสุขอยู่คนเดียว หลายอย่างในชีวิตแย่ลง ใส่ใจการงานน้อยลง ใส่ใจลูกเมียน้อยลง หนี้สินเพิ่มพูน แต่มีความมั่นอกมั่นใจมากว่าตัวเองจะสามารถหาเงินได้ทันใช้ ซึ่งเราเองแม้จะไม่ได้ลงไปช่วยงานเต็มตัวเหมือนเดิมหลังมีลูก แต่บัญชีรายรับ รายจ่าย เราเป็นคนทำ และมันขาดทุน เอาตรงโน้นมาโปะตรงนี้ บ้าน รถ ที่ดิน เอาเข้าธนาคารหมด  และเราบอกตลอดว่าต้องหาลู่ทางใหม่ๆ เพื่อให้เกิดรายได้เพิ่ม แต่เค้าบอกว่าเค้าไม่พร้อม

เราบอกขอไปอยู่บ้านกับแม่ ที่ ตจว.จะได้ไม่ต้องรับรู้ให้เค้า คิดบวกคนเดียวต่อไป เมื่อได้สติ และเราสบายใจแล้วค่อยว่ากัน ในหัวสมองไม่มีความคิดที่จะเลิกลาหย่าร้าง  แต่เครียดเหลือเกิน เค้าร้องห่มร้องไห้ สรุปเราก็ไม่ไป สงสาร ไม่อยากแยกกันอยู่พ่อ แม่ ลูก แต่รู้ตัวว่าไม่เคยเครียดเท่านี้มาก่อนในชีวิต สิ่งที่กังวลมากๆคือ อนาคตของลูก คนที่ยกให้เป็นหัวหน้าครอบครัวจิตใจไม่เข้มแข็ง ต้องหาที่พึ่ง ซึ่งที่พึ่งนั้นจากได้อ่านที่บรรยาย ซึ่งเราขอยืนยันว่าได้พบเจอได้ยินด้วยตัวเอง ก็จะรู้ว่าคือที่พึ่งที่ดีหรือไม่

หลังเหตุการณ์วันนั้น เราเอาทุกอย่าง รูปถ่าย สายสิญจ์ ผ้ายันต์อะไรที่มาจากวัดนั้นเอารวมใส่ลัง สามีไม่ถามถึง เรารู้ว่าที่เขาไม่พูดเพราะกลัวเราจะขึ้นอีก และกลัวเราเป็นบาปที่ไปว่าพระ

ผ่านไปหลายเดือน เหมือนเหตุการณ์จะปกติ หมายถึงความสัมพันธ์ในครอบครัวนะคะ  การงานการเงินก็ไม่ได้ดี หนี้สินก็ไม่ได้ลด กำลังใจที่มีคือ "ลูก" ค่ะ  

กำลังจะถึงวันเกิดสามี จะซื้อของขวัญให้กะทำเซอร์ไพรส์แต่ต้องใช้สำเนาบัตร ปชช.เค้า แอบเอา บัตร ปชช.ในกระเป๋าตังค์จะไปถ่ายเอกสาร ที่เราเจอคือเซอร์ไพรซ์กว่า  ไปเจอใบจองพระของวัดนั้น  ค่ะ ถ้าใครเคยจับได้ว่าสามีนอกใจความรู้สึกเป็นอย่างไร เราว่าความรู้สึกเราคงไม่ต่างกันเท่าไหร่  ของขวัญวันเกิดก็ยังให้เหมือนเดิม แต่เพิ่มดราม่าชุดใหญ่

นั่นคือสาเหตุหลักแห่งความเครียดที่ทำให้เราป่วย แต่ไม่ได้บอกหมอเพราะสามีอยู่ด้วย จึงได้เล่าแค่เรื่องปัญหาพี่ๆน้องๆของตัวเอง และปัญหาแม่สามีกับวงศาคนาญาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเลี่ยงที่จะไม่เจอได้

นึกถึงคนที่ฆ่ากันเพราะความเชื่อของตน การจะเปลี่ยนแปลงความเชื่อนั้นยากจริงๆนะ   และการหลงในสิ่งที่คิดว่าดีนั้นน่ากลัวกว่าการหลงผิดคิดชั่วอีกหากสิ่งนั้นไม่ได้ดีจริง สมมติติดเหล้ายังบอกให้เลิกเถอะเหล้ามันไม่ดีต่อสุขภาพนะ  ติดบุหรี่ไม่ดีกับตัวเองและคนรอบข้างที่ได้รับควันนะ  แต่ติดพระติดวัดพูดยากพูดเย็นครอบครัวแทบพัง  

ดิฉันได้ทำตามวัตถุประสงค์แล้ว คือ ได้ระบายมันออกไป    เริ่มตั้งกระทู้ตั้งแต่หลังกินยามื้อเย็น พิมพ์ไปอีดิทไปไม่เคยอยู่หน้าพันทิปต่อเนื่องนานขนาดนี้มาก่อนตั้งแต่สมัยวัยใสเข้าแต่ห้องดารานักร้อง  กระทั่งวัยทอง(^_^)  แม้จะยาวมากบางท่านอาจไม่ได้อ่านมันทั้งหมด แต่ก็ต้องขอบคุณจริงๆ สำหรับทุกคคห. สิ่งที่ให้กันได้ฟรีแต่มีค่ามาก คือ กำลังใจ ได้เวลากินยานอนแล้วค่ะ ขอบคุณจิตแพทย์ทุกๆท่านนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่