ผมได้เห็นคุณปณิธานพูดเรื่องนี้ แล้วผมคิดว่าคุณปณิธานคงจะสับสนอะไรสักอย่างเป็นแน่เลยครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
คุณปณิธานอาศัยความเชื่อส่วนตัว แต่มาพูดในฐานะที่ปรึกษารองนายกฯ ผมคิดว่ามันจะไม่ค่อยดีสักเท่าไรเลยนะครับ
คุณปณิธานครับ ผมไม่รู้ว่า นักวิชาการอย่างคุณปณิธานใช้อะไรมาเป็นเครื่องมาตรวัดว่า เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของนักการเมือง ไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่
ผมเข้าใจดีครับว่า คุณปณิธานไม่เคยศรัทธาเสียงส่วนใหญ่มาแต่ไหนแต่ไร คุณปณิธานได้ตำแหน่งทางการเมืองก็ได้มาโดยไม่เคยผ่านการเลือกตั้งมาหลายครั้ง ดังนั้นคุณปณิธานจะไม่เข้าใจเรื่องของเสียงส่วนใหญ่ มันไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกครับ
แต่ที่คุณปณิธานไม่รู้แม้กระทั่ง พรรคการเมืองที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นั้นมันไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่นี่สิครับ ผมจึงสงสัยว่าคุณปณิธานสับสนอะไรหรือเปล่า เป็นนักวิชาการจริงหรือไม่
คุณปณิธานครับ พรรคการเมืองทั้งหลายนั้น ล้วนแต่เป็นตัวแทนของคนที่มีสิทธิเลือกตั้ง ไม่แน่ใจว่าคุณปณิธานจะรู้หรือเปล่า แต่ที่คุณปณิธานจะต้องรู้ก็คือ พรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้ง นั่นย่อมหมายถึงเป็นความต้องการของเสียงส่วนใหญ่ ตรงนี้คุณปณิธานเข้าใจไหมครับ
อย่างน้อยผมก็เชื่อได้ว่า แม้แต่ตัวคุณปณิธานเองก็คงเป็นหนึ่งในจำนวนที่ไปใช้สิทธิเลือกพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่งเป็นแน่ อาจไม่ใช่ทำด้วยใจ แต่มันจำเป็นต้องไป เพื่อรักษาสิทธิของตัวเองก็เป็นได้ หรือไม่ผมอาจเข้าใจผิดไปเอง เพราะการได้รับตำแหน่งทางการเมืองด้วยวิธีพิเศษ เขาคงไม่ได้ตัดสิทธิอะไร แม้คุณปณิธานจะไม่เคยไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งก็ตาม
คราวนี้มาถึงเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์ต่อเลยนะครับ ก่อนอื่นคุณปณิธานต้องรู้ก่อนนะครับ รัฐธรรมนูญฉบับไหนก็ตาม ทำขึ้นก็เพื่อให้นักการเมืองนำไปใช้ เพื่อที่จะสร้างกติกาให้ทุกฝ่ายยอมรับ ดังนั้นมันก็เป็นเรื่องของนักการเมืองโดยตรง อย่างนี้แล้วคนเหล่านี้ควรได้รับสิทธิวิพากษ์วิจารณ์หรือเปล่าล่ะครับ
อะไรของคุณปณิธาน ให้พวกแต่งตั้งมาเขียนกติกาให้คนอื่นเล่น แต่กลับไม่ให้วิพากษ์วิจารณ์ถึงข้อดีข้อเสีย อย่างนี้แล้วใครเขาจะเรียกว่าฟังความรอบด้านกันล่ะครับ
คุณปณิธานครับ พรรคการเมืองหลายพรรครวมกันออกมาคัดค้านในหลายประเด็น คนเหล่านี้ล้วนแต่เป็นตัวแทนของคนทั้งประเทศ แล้วจะมาพูดว่าไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่ได้อย่างไรกันครับ
คุณปณิธานเอาที่ไหนมาพูดครับ พรรคขนาดกลางและพรรคขนาดเล็กยังไม่ออกมาต่อต้าน พูดเอามันหรือเปล่าครับ ในเมื่อหลายต่อหลายพรรคออกมาพูดกันในต่างกรรมต่างวาระ ไม่ว่าจะเป็นพรรคขนาดกลางของคุณบรรหาร หรือแม้แต่พรรคเล็กอย่างคุณชูวิทย์ก็ออกมาพูดในหลายต่อหลายครั้ง ถึงแม้จะไม่ใช่การต่อต้าน แต่ก็เป็นการแสดงความไม่เห็นด้วยในหลายมาตรา
คุณปณิธานอย่าไปยกพรรคบางพรรคที่เล็กมาก จนสื่อไม่ได้ให้ความสนใจสิครับ บางทีพวกเขาอาจไม่เห็นด้วย แต่ไม่มีโอกาสต่างหากเล่า
ข้อสำคัญนะครับคุณปณิธาน คนที่มีจิตสำนึกทางการเมืองที่อาสาเข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชน แม้อยากจะเป็นผู้ชนะบ้าง แต่ถ้ามาด้วยกติกาที่พิกลพิการ หรือไม่เป็นไปตามหลักสากลแล้วล่ะก้อ ผมยังคิดว่าคนเหล่านั้นคงไม่เห็นด้วยเช่นกันแหละครับ
นอกเสียจากคนที่ผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ไปอย่าง หรือจะเป็นพวกที่รู้ดีว่าไม่สามารถชนะได้ด้วยกติกาที่เป็นสากล กับ พวกที่จ้องจะเข้าสู่การเมืองทางอ้อมด้วยวิธีการเลือกตั้งโดยอ้อม คนเหล่านี้อย่านำเข้ามารวมกับเสียงส่วนใหญ่สิครับ มันทำให้ผะอึดผะอมกันเปล่าๆปี้ๆ
ส่วนพรรคขนาดใหญ่ที่คุณปณิธานอ้างถึงว่าได้รับผลกระทบในบางประเด็น อาจทำให้เสียที่นั่งให้กับพรรคเล็กนั้น ผมรู้ดีว่า คุณปณิธานคงหมายถึงพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน
นั่นแสดงให้เห็นว่า คุณปณิธานก็คงรู้ดีว่า มีความพยายามที่จะออกแบบให้พรรคเพื่อไทยเสียที่นั่งให้ได้ แล้วอย่างนี้จะไม่ให้พรรคเพื่อไทยเขาคัดค้านได้อย่างไรกันครับ ก็เล่นตั้งกติกาไม่เป็นธรรม เขียนกติกาเพื่อจำกัดพรรคๆเดียวแบบนี้ มันจะเป็นกติกาที่เป็นสากลไปได้อย่างไรกันเล่าคุณปณิธาน
ข้อสำคัญนะครับคุณปณิธาน ถ้าเกิดในอนาคตมีพรรคการเมืองที่สามารถครองใจประชาชนได้อย่างถล่มทลายยิ่งกว่าพรรคเพื่อไทย มีคนที่สร้างผลงานมากมายที่ยิ่งใหญ่กว่าคุณทักษิณ จนทำให้สามารถชนะการเลือกตั้งแบบพรรคเล็กพรรคน้อยไม่สามารถแบ่งคะแนนไปได้เลย แล้วจะทำไงกันต่อครับคุณปณิธาน หรือจะใช้บรรดาเครื่องมือต่างๆมุ่งสร้างวิกฤติกันเหมือนเดิมก็ว่ามา
สุดท้ายที่คุณปณิธานพูดถึงก็คือ หากประชาชนต้องการกติกาแบบใหม่นี้ พรรคการเมืองก็ต้องมีการปรับตัวด้วย นั่นสิครับ ถ้าเป็นรัฐธรรมนูญแล้วล่ะก้อ ใครไม่ปรับตัว ใครไม่เห็นด้วยก็ไม่ต้องสมัครลงเลือกตั้ง พูดอย่างนี้ถูกต้องไหมครับคุณปณิธาน
ว่าแต่คุณปณิธานจะทำอย่างไรกันครับ ถึงจะรู้อย่างแน่ชัดว่าประชาชนต้องการกติกาแบบใหม่นี้ โดยไม่ทำประชามติ ไม่เอานะครับคุณปณิธาน ห้ามเอาผลโพลมาเป็นข้ออ้างเหมือนที่ไปบอกกับนักข่าวต่างประเทศนะครับ เสียชื่อความเป็นนักวิชาการหมดเลยทีเดียวเชียวแหละคุณปณิธาน
คุณปณิธานครับ สับสนอะไรหรือเปล่าครับ-----------------ทวดเอง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
คุณปณิธานอาศัยความเชื่อส่วนตัว แต่มาพูดในฐานะที่ปรึกษารองนายกฯ ผมคิดว่ามันจะไม่ค่อยดีสักเท่าไรเลยนะครับ
คุณปณิธานครับ ผมไม่รู้ว่า นักวิชาการอย่างคุณปณิธานใช้อะไรมาเป็นเครื่องมาตรวัดว่า เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของนักการเมือง ไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่
ผมเข้าใจดีครับว่า คุณปณิธานไม่เคยศรัทธาเสียงส่วนใหญ่มาแต่ไหนแต่ไร คุณปณิธานได้ตำแหน่งทางการเมืองก็ได้มาโดยไม่เคยผ่านการเลือกตั้งมาหลายครั้ง ดังนั้นคุณปณิธานจะไม่เข้าใจเรื่องของเสียงส่วนใหญ่ มันไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกครับ
แต่ที่คุณปณิธานไม่รู้แม้กระทั่ง พรรคการเมืองที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นั้นมันไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่นี่สิครับ ผมจึงสงสัยว่าคุณปณิธานสับสนอะไรหรือเปล่า เป็นนักวิชาการจริงหรือไม่
คุณปณิธานครับ พรรคการเมืองทั้งหลายนั้น ล้วนแต่เป็นตัวแทนของคนที่มีสิทธิเลือกตั้ง ไม่แน่ใจว่าคุณปณิธานจะรู้หรือเปล่า แต่ที่คุณปณิธานจะต้องรู้ก็คือ พรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้ง นั่นย่อมหมายถึงเป็นความต้องการของเสียงส่วนใหญ่ ตรงนี้คุณปณิธานเข้าใจไหมครับ
อย่างน้อยผมก็เชื่อได้ว่า แม้แต่ตัวคุณปณิธานเองก็คงเป็นหนึ่งในจำนวนที่ไปใช้สิทธิเลือกพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่งเป็นแน่ อาจไม่ใช่ทำด้วยใจ แต่มันจำเป็นต้องไป เพื่อรักษาสิทธิของตัวเองก็เป็นได้ หรือไม่ผมอาจเข้าใจผิดไปเอง เพราะการได้รับตำแหน่งทางการเมืองด้วยวิธีพิเศษ เขาคงไม่ได้ตัดสิทธิอะไร แม้คุณปณิธานจะไม่เคยไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งก็ตาม
คราวนี้มาถึงเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์ต่อเลยนะครับ ก่อนอื่นคุณปณิธานต้องรู้ก่อนนะครับ รัฐธรรมนูญฉบับไหนก็ตาม ทำขึ้นก็เพื่อให้นักการเมืองนำไปใช้ เพื่อที่จะสร้างกติกาให้ทุกฝ่ายยอมรับ ดังนั้นมันก็เป็นเรื่องของนักการเมืองโดยตรง อย่างนี้แล้วคนเหล่านี้ควรได้รับสิทธิวิพากษ์วิจารณ์หรือเปล่าล่ะครับ
อะไรของคุณปณิธาน ให้พวกแต่งตั้งมาเขียนกติกาให้คนอื่นเล่น แต่กลับไม่ให้วิพากษ์วิจารณ์ถึงข้อดีข้อเสีย อย่างนี้แล้วใครเขาจะเรียกว่าฟังความรอบด้านกันล่ะครับ
คุณปณิธานครับ พรรคการเมืองหลายพรรครวมกันออกมาคัดค้านในหลายประเด็น คนเหล่านี้ล้วนแต่เป็นตัวแทนของคนทั้งประเทศ แล้วจะมาพูดว่าไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่ได้อย่างไรกันครับ
คุณปณิธานเอาที่ไหนมาพูดครับ พรรคขนาดกลางและพรรคขนาดเล็กยังไม่ออกมาต่อต้าน พูดเอามันหรือเปล่าครับ ในเมื่อหลายต่อหลายพรรคออกมาพูดกันในต่างกรรมต่างวาระ ไม่ว่าจะเป็นพรรคขนาดกลางของคุณบรรหาร หรือแม้แต่พรรคเล็กอย่างคุณชูวิทย์ก็ออกมาพูดในหลายต่อหลายครั้ง ถึงแม้จะไม่ใช่การต่อต้าน แต่ก็เป็นการแสดงความไม่เห็นด้วยในหลายมาตรา
คุณปณิธานอย่าไปยกพรรคบางพรรคที่เล็กมาก จนสื่อไม่ได้ให้ความสนใจสิครับ บางทีพวกเขาอาจไม่เห็นด้วย แต่ไม่มีโอกาสต่างหากเล่า
ข้อสำคัญนะครับคุณปณิธาน คนที่มีจิตสำนึกทางการเมืองที่อาสาเข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชน แม้อยากจะเป็นผู้ชนะบ้าง แต่ถ้ามาด้วยกติกาที่พิกลพิการ หรือไม่เป็นไปตามหลักสากลแล้วล่ะก้อ ผมยังคิดว่าคนเหล่านั้นคงไม่เห็นด้วยเช่นกันแหละครับ
นอกเสียจากคนที่ผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ไปอย่าง หรือจะเป็นพวกที่รู้ดีว่าไม่สามารถชนะได้ด้วยกติกาที่เป็นสากล กับ พวกที่จ้องจะเข้าสู่การเมืองทางอ้อมด้วยวิธีการเลือกตั้งโดยอ้อม คนเหล่านี้อย่านำเข้ามารวมกับเสียงส่วนใหญ่สิครับ มันทำให้ผะอึดผะอมกันเปล่าๆปี้ๆ
ส่วนพรรคขนาดใหญ่ที่คุณปณิธานอ้างถึงว่าได้รับผลกระทบในบางประเด็น อาจทำให้เสียที่นั่งให้กับพรรคเล็กนั้น ผมรู้ดีว่า คุณปณิธานคงหมายถึงพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน
นั่นแสดงให้เห็นว่า คุณปณิธานก็คงรู้ดีว่า มีความพยายามที่จะออกแบบให้พรรคเพื่อไทยเสียที่นั่งให้ได้ แล้วอย่างนี้จะไม่ให้พรรคเพื่อไทยเขาคัดค้านได้อย่างไรกันครับ ก็เล่นตั้งกติกาไม่เป็นธรรม เขียนกติกาเพื่อจำกัดพรรคๆเดียวแบบนี้ มันจะเป็นกติกาที่เป็นสากลไปได้อย่างไรกันเล่าคุณปณิธาน
ข้อสำคัญนะครับคุณปณิธาน ถ้าเกิดในอนาคตมีพรรคการเมืองที่สามารถครองใจประชาชนได้อย่างถล่มทลายยิ่งกว่าพรรคเพื่อไทย มีคนที่สร้างผลงานมากมายที่ยิ่งใหญ่กว่าคุณทักษิณ จนทำให้สามารถชนะการเลือกตั้งแบบพรรคเล็กพรรคน้อยไม่สามารถแบ่งคะแนนไปได้เลย แล้วจะทำไงกันต่อครับคุณปณิธาน หรือจะใช้บรรดาเครื่องมือต่างๆมุ่งสร้างวิกฤติกันเหมือนเดิมก็ว่ามา
สุดท้ายที่คุณปณิธานพูดถึงก็คือ หากประชาชนต้องการกติกาแบบใหม่นี้ พรรคการเมืองก็ต้องมีการปรับตัวด้วย นั่นสิครับ ถ้าเป็นรัฐธรรมนูญแล้วล่ะก้อ ใครไม่ปรับตัว ใครไม่เห็นด้วยก็ไม่ต้องสมัครลงเลือกตั้ง พูดอย่างนี้ถูกต้องไหมครับคุณปณิธาน
ว่าแต่คุณปณิธานจะทำอย่างไรกันครับ ถึงจะรู้อย่างแน่ชัดว่าประชาชนต้องการกติกาแบบใหม่นี้ โดยไม่ทำประชามติ ไม่เอานะครับคุณปณิธาน ห้ามเอาผลโพลมาเป็นข้ออ้างเหมือนที่ไปบอกกับนักข่าวต่างประเทศนะครับ เสียชื่อความเป็นนักวิชาการหมดเลยทีเดียวเชียวแหละคุณปณิธาน