เมื่อฉันเป็นคนกลาง(คนอื่น)...ฉันต้องทำยังไง

... ฉันเป็นเด็กกำพร้า(พ่อแม่ยังไม่ตายนะ แค่ไม่เอาฉันไปเลี้ยงเฉยๆ) ตอนนี้ฉันอาศัยอยู่กับน้า และน้ามีลูกอยู่สองคน เป็นผูหญิงทั้งสอง น้องคนโตกำลังเรียนมหาวิทยาลัย ส่วนน้องคนเล็กกำลังจะขึ้นม.ปลาย  น้าส่งฉันเรียนจนจบ ในขณะที่ฉันเรียนมหาวิทยาลัย ฉันไม่ค่อยกลับบ้านเท่าไหร่(แม้ว่ามหาวิทยาลัยกับบ้านจะอยู่จังหวัดที่อยู่ติดกันก็ตาม) นอกจากว่าน้าจะไปทำธุระแล้วให้มาอยู่เป็นเพื่อนน้อง น้องอยู่บ้านคนเดียว เพราะฉันรู้สึกว่าอยู่แล้วไม่มีความสุข ซึ่งฉันจะมีปัญหากับน้องคนเล็ก (ความคิดเห็นเราไม่ตรงกัน) เอ้อ...ลืมบอกไป น้าของฉันทำงานอยู่อีกจังหวัดหนึ่ง จะเดินทางมาหาลูกทุกวันพุธ(กลับเช้าวันพฤหัส)และทุกวันศุกร์(กลับเย็นวันอาทิตย์) ซึ่งเสียค่าใช้จ่ายโดยเป็นค่าใช้จ่ายที่สิ้นเปลืองมาก แต่นี้คงเป็นความรักของผู้เป็นแม่
... น้าจะคิดและพูดเสมอว่า ลูกคนเล็กนิสัยเหมือนน้า ไม่ใช่สิ  แกจะบอกว่าสันดานเหมือนแก  ไม่ว่าจะเป็น ชอบอ่านหนังสือ เรียนเก่ง ขี้เกียจ(ไม่ทำงานบ้าน)  พูดเป็นผู้ใหญ่  ชอบวิชาการ บลาๆ และน้าจะเอาใจน้องคนนี้มากเพราะคิดว่าเป็นเหมือนตัวเอง ไปรับไปส่งที่เรียนพิเศษ ซึ่งฉันคิดว่า โตจนจะเข้าม.ปลายน่าจะไปไหนมาไหนเองได้แล้ว ซึ่งน้ามักจะเอาการเรียนการสอบของน้องคนเล็กมาเปรียบเทียบกับน้องคนโตที่เรียนไม่ค่อยเก่ง ไม่ขยัน มีสังคม เพื่อนเยอะ ชอบเที่ยว แน่นอนมันรวมมาถึงฉัน แต่ดีหน่อยฉันฟลุ๊คสอบติดมหาวิทยาลัยของรัฐที่ชื่อดังได้ จึงทำให้การเปรียบเทียบน้องกับฉันมันลดน้อยลง แน่นอน น้องจึงมีนิสัยเอาแต่ใจมากถึงมากที่สุด
...เหตุการณ์ตอนจะเข้าม.ต้น มีครั้งหนึ่งตอนน้องจะไปมอบตัวเข้าเรียนมัธยม เป็นโรงเรียนประจำจังหวัด วันนั้นวุ่นวายมาก เพราะตั้งแต่เล็กจนโตฉันก็พึ่งตัวเองมาตลอด ไม่มีพ่อแม่คอยทำให้  เมื่อน้ามอบหมายให้ฉันไปเป็นผู้ปกครองน้อง (น้าไปทำงาน จะมาตอนสายๆแต่ให้ฉันไปดูแลก่อน) แน่นอนสิ่งที่ฉันทำคือ เตรียมเอกสารให้น้องพร้อมยื่นแล้วฉันก็นั่งในส่วนที่ทางโรงเรียนจัดให้ผู้ปกครองนั่ง และแล้วสิ่งที่ฉันเฝ้าสังเกต คือ ในขณะที่ต่อแถว เด็กที่มากับผู้ปกครอง  ส่วนใหญ่ผู้ปกครองก็จะขอลัดคิวให้ ขอทำก่อนอะไรประมาณนี้  ฉันก็ได้แต่มองหน้าแต่ไม่พูดอะไร  ได้แต่คิดในใจ  สักพักน้องของฉันก็ออกมาพร้อมน้ำตาคลอและพูดประมาณว่าจะกลับบ้าน (น่าจะเป็นการน้อยใจที่แม่ไม่มาสักที เมื่อเห็นผู้ปกครองคนอื่นที่ดูแลลูกหลานตัวเอง) เมื่อฉันโทรไปบอกน้า น้าตะคอกใส่ฉันแล้วบอกว่าให้อยู่นั่นจนกว่าน้าจะมา ทั้งสองคนได้แต่สั่งให้ฉันทำ คนนั้นจะเอาอย่างงี้คนนี้จะเอาอย่างงั้น  กดดันฉัน  แต่วันนั้นฉันตัดสินใจที่จะเลือกทำตามคนที่อยู่ใกล้ตัวฉันมากที่สุด  นั่นคือพาน้องกลับบ้าน พอน้ากลับมาถึงบ้านแทนที่จะโวยวายน้อง กลับเป็นฉันที่ถูกต่อว่า และฉันก็ภาวนาให้มันผ่านไปเร็วๆ
...น้าของฉันเป็นคนใจดี ใจกว้างในระดับหนึ่ง ในเรื่องของการส่งเสียเรื่องเงินไม่มีสักครั้งที่ฉันต้องขอ  (แต่ถ้าหากมีสิ่งที่ฉันต้องใช้ หรืออยากได้อะไร ฉันก็จะหางานพิเศษทำเอา จึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องเงิน) เมื่อฉันเรียนจบมหาวิทยาลัย ฉันก็พยายามหางานที่อื่นที่ไม่ใช่แถวบ้าน เพื่อฉันจะได้ไม่ไปอยู่กับน้อง แต่และแล้ววันที่ฉันไม่อยากให้มันมีก็มาถึง น้าอยากให้ฉันสอบเข้าเกี่ยวกับข้าราชการ ฉันจึงต้องลาออกจากงานมาอ่านหนังสืออยู่ที่บ้าน  และฉันต้องอยู่ดูแลน้องด้วย ฉันลำบากใจมาก ด้วยความที่ฉันไม่ชอบเถียง ไม่มีปากมีเสียง เพราะฉันรู้พูดไปก็ไม่มีใครฟัง และคนในครอบครัวจึงสั่งให้ฉันทำนั่นทำนี่มาตั้งแต่เด็ก และครั้งนี้ก็เช่นกัน ฉันต้องมาอยู่บ้านกับน้องคนเล็กสองคน  น้าจะเข้ามาหาน้องไม่บ่อยเหมือนเดิมเพราะฉันมาอยู่บ้านน้าจึงสบายใจ  
...การมาอยู่ที่บ้าน สิ่งแรกที่ฉันสังเกตเห็น ทุกครั้งที่น้ามา น้าจะมาเก็บกวาดบ้าน กรอกน้ำ รีดผ้า ซักผ้า ให้น้อง(น้องที่อายุ 16 ปี ย้ำว่า 16 ปี)  ตอนเช้าไปซื้อกับข้าวให้น้อง น้องก็จะตื่นประมาณ 10 โมง(เพราะช่วงนี้ปิดเทอม) ออกมากิน แล้วก็กลับเข้าห้อง โดยไม่เก็บ เมื่อฉันเห็นฉันก็ไม่พูดอะไร คิดแต่ว่าเอาที่สบายใจน้าเลยแล้วกัน    
...ครั้งหนึ่งที่ฉันไปซื้ออาหารเช้าให้น้อง แม่ค้าทำซอสเปื้อนกล่องแล้วพยายามเช็ด ฉันเลยบอกว่าไม่เป็นไร หนูซื้อไปให้น้องจะเปื้อนนิดเปื้อนหน่อยคงไม่เป็นไร  แม่ค้าเลยถามฉันว่า น้องเรียนชั้นไหนแล้ว ฉันตอบ จะขึ้นม.4 แล้วค่ะ แม่ค้า....มองหน้าฉัน แล้วบอกว่า หนูเป็นพี่ที่ใจดีจัง ว่าแต่น้องของหนูเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ฉันตอบ เป็นผู้หญิงค่ะ แม่ค้าพูดย้ำในสิ่งที่ฉันตอบ  ฉันก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรได้แต่ยิ้ม มันทำให้ฉันคิดได้ว่า  ไม่ใช่แค่ฉันใช่ไหมที่คิดคนเดียว
...ต่อมาเมื่อเห็นน้าทำทุกอย่างฉันก็เลยทำแทนน้าทุกอย่าง เจตนาคือจะแบ่งเบาภาระในส่วนนี้  เมื่อฉันทำแทนน้าทุกอย่าง สามีของน้าเห็นฉันทำเลยพูดว่าทำไมไม่ให้น้องทำเอง เมื่อน้าได้ยิน น้ากลับต่อว่าฉันว่า ฉันเลี้ยงน้องให้นิสัยเสีย (เออ...คือ ฉันผิด)  เมื่ออยู่มาสักพัก เท่าที่ฉันสังเกต น้าจะเอาความคิดตัวเองกรอกใส่สมองของน้อง ชอบวิเคราะห์การกระทำของน้องไปในทางที่ผิดน้อยลง เช่น บอกให้น้องไปเอาแก้วมาให้ น้าจะกินน้ำ  พอน้องบอกว่าไม่ทำ  น้าก็จะพูดว่า นิสัยเหมือนน้าตอนที่น้าเด็กๆเลย (ฉันก็รีบลุกไปเอามาให้)  หรือไม่ก็  ฉันอยู่ในช่วงที่อ่านหนังสือ ส่วนใหญ่เกี่ยวกับกฏหมายของราชการที่ฉันต้องสอบซึ่งฉันอ่านแล้วจำไม่ค่อยได้ น้าก็ถามฉันว่า เป็นไงบ้างอ่านหนังสือบ้างไหม ฉันก็ตอบไปตามความรู้สึกฉันว่า มันยากนะ เพราะฉันไม่ชอบจำตัวเลข น้องฉันก็จะพูดขึ้นมา  แค่กฏหมาย ง่ายๆ เคยเรียนมาแล้ว ชอบนะเวลาที่เรียนกฏหมาย  (เออ...คือ  อยากทราบว่าเรียนตอนไหน ถ้าแค่หน้าที่พลเมืองมันเบสิคมากๆค่ะ )  นางก็จะพูดๆ พูดเหมือนข่มเรา แต่ก็ไม่ถือสา เพราะคิดว่าแค่เด็กน้อยที่ไม่มีสังคม ไม่เจอคน วันๆอยู่กับคอมพิวเตอร์ อยู่กับการ์ตูน ที่เวลาน้าอยู่ก็เอาหนังสือขึ้นมาอ่าน แค่นั้น
...น้าจะรู้ไหม ว่า สิ่งที่น้ากำลังทำ คือน้ารังแกลูกน้ามาก สิ่งที่น้าคิดกับสิ่งที่ฉันคิดมันสวนทางกัน
...น้าคิดว่า น้องขี้เกียจ เป็นเหมือนน้าตอนเด็กๆแล้วก็ขำ  แต่สิ่งที่ฉันคิด คือ  มันไม่ใช่เรื่องตลก เพราะถ้าน้าไม่อยู่บนโลกนี้ เขาจะอยู่ยังไง
...น้าคิดว่า  น้องพูดเป็นผู้ใหญ่ เพราะอยู่กับผู้ใหญ่มาตั้งแต่เด็ก  แต่สิ่งที่ฉันคิด คือ พูดเป็นผู้ใหญ่กับพูดใหญ่(ขี้อวดแบบไม่รู้ตัว)มันต่างกันนะ
...น้าคิดว่า  น้องชอบวิทยาศาสตร์มากกว่าพวกภาษา  แต่สิ่งที่ฉันเห็น น้าชอบวิทยาศาสตร์จึงปลุดฝั่งและพูดว่าน้องทำสิ่งเหล่านี้ได้ดี ทั้งๆไม่เคยสอบทุนอะไรพวกนี้ได้เลย
...น้าคิดว่า  น้องเป็นวัยรุ่นมักคิดต่างและมีโลกส่วนตัวสูง แต่สิ่งที่ฉันเห็น มันเป็นการคิดต่างแบบไม่ยอมฟังความคิดเห็นคนอื่น กลายเป็นการเถียงเพื่อที่จะให้ตนเองรู้สึกว่าเหนือกว่า คิดต่างกับขวางโลกมันคนละอันนะ และการคิดหรือการปลูกฝั่งแบบนี้มันทำให้น้องไม่มีเพื่อน ไม่มีสังคมเพราะไม่ยอมใคร
...น้ารู้ว่าน้องทำสิ่งเหล่านี้แล้วไม่ดี ไม่ถูก  คนที่โดนต่อว่า คือตัวฉัน  ซึ่งฉันคิดว่าฉันทำในสิ่งที่น้าทำ ฉันแค่ตอบแทนและแบ่งเบาภาระของน้าเท่านั้นเอง





..................ในเมื่อฉันเป็นคนกลาง หรือเรียกว่าคนอื่นก็ได้ ฉันควรทำอย่างไร หรือสิ่งที่ฉันคิดฉันผิด  ฉันรู้สึกว่าฉันวางตัวไม่ถูก ไม่รู้จะปรึกษาใคร ไม่รู้จะเล่าให้ใครฟัง ฉันอึดอัด ได้โปรดช่วยบอกฉันที..................................
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่