มีใครมีความคิดเห็นกับผู้ปกครองแบบนี้บ้างครับ

กระทู้คำถาม
ผมสอนอยู่โรงเรียนสาธิตแห่งหนึ่งระดับชั้นประถมศึกษาครับ

ผมพบว่าผู้ปกครองจำนวนมากที่ใส่ใจลูกเป็นอย่างมาก ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องดีนะครับที่พ่อแม่ใส่ใจลูก แต่กับบางคนนี่ใส่ใจแบบค่อนข้างผิดวิธีไปเสียหน่อย

           คือมาเฝ้าลูกเกือบตลอด มาส่งลูกที่โรงเรียนจนเข้าเรียนคาบแรกถึงจะกลับ พอเที่ยงก็เอาข้าวมาให้นั่งอยู่กับลูกจนหมดเวลา พอเลิกเรียนก็มารับพาไปเรียนนู่นนี่ต่อ สิ่งที่ผมพบนะครับ อาจจะไม่ใช่ทุกคน แต่เคสที่ผมเห็นมาในชั้นเรียนทั้ง 5 ห้องของผม เด็กที่ผู้ปกครองเลี้ยงแบบนี้ จะ คิดไม่เป็นครับ ปกติมีพ่อแม่คิดแทนเกือบทุกเรื่อง ช่วงเวลาทำข้อสอบ ตอนเด็กอยู่กับแม่จะตอบได้ทุกข้อ แต่พอมาสอบจริง ข้อสอบไม่ต่างจากแบบฝึกหัดเลย แต่เด็กไม่สามารถทำได้
       
           กดดันลูกเรื่องผลการเรียน พยายามอยากรู้คะแนนลูกแล้วถ้าไม่ได้ดังหวังก็จะขอดูข้อสอบ คือผู้ปกครองที่นี่(ผมเชื่อว่าหลายโรงเรียนต้องทำ) ต้องมีการแจ้งล่วงหน้าว่าจะสอบเก้บคะแนนนะ ด้วยเรื่องนี้ๆๆๆๆ แทบจะบอกข้อสอบให้เด็ก ผู้ปกครองก็ด้วยความใส่ใจลูกครับ ติวกันมาเป็นอย่างดี จนไม่อาจรู้ได้ว่า ที่คะแนนสอบดีเพราะ ข้อสอบง่าย? เด็กเก่ง? ครูสอนดี? หรือผู้ปกครองติวมาดี หรืออื่นๆ? การติวทบทวนให้ลูกเป็นสิ่งที่ดีนะครับ แต่ผมเห็นผู้ปกครองอยู่ห้องนึงครับที่ถามคะแนนและจดคะแนนของเด็กทั้งห้องแล้วนำไปคุยกันในกรุ๊ปไลน์ บางคนเหมือนถูกประจานกันเลยทีเดียวว่าลูกชั้นตกหรือคะแนนน้อย ส่วนใหญ่ผู้ปกครองที่ทำแบบนี้จะต้องมั่นใจในตัวลูกของตนเองเป็นพิเศษว่าได้คะแนนดี และผู้ปกครองกลุ่มนี้เองที่เมื่อลูกคะแนนน้อยเมื่อไหร่ต้องเอาเรื่องจากโรงเรียนเป็นการใหญ่
            ในเคสนี้ผมเคยสอบเด็กด้วยข้อสอบ 30 คะแนน จำนวนเด็ก 150 คน มีเด็กสอบตก 15 คน คิดเป็น 10% พอดี และมีอีก 15 คน ที่คะแนนอยู่ในช่วง 15 - 20 คะแนนคิดเป็น 10% ส่วนคนที่เหลือ 80% ได้คะแนน 20-30 คะแนนกันหมด   ปรากฎว่ามีผู้ปกครองท่านหนึ่งลูกได้คะแนนอยู่ในช่วง 15-20 เค้าก็ไปร้องเรียนทันทีที่วิชาการโรงเรียนว่า ผมสอนไม่ดีแล้วชักจูงผู้ปกครองคนอื่นๆว่าผมเองก็สอนไม่ดีเช่นกัน แต่คดีนี้จบไปครับผมมีหลักฐานชัดเจน

             3 ผู้ปกครองที่เชื่อลูกทุกอย่าง ลูกแก้ตัวโกหกเข้าข้างตัวเองยังไงก็เชื่อหมด มีเด็กผู้ชายคนนึงครับไปรังแกเพื่อน เป็นตัวแสบที่สุดของโรงเรียน ชอบแกล้งเพื่อนมาก เข้าแถวนี่อยู่หน้าสุดแต่ไม่เกรงกลัวครูกันเลย ลงไปนั่งแกะเชือกรองเท้าเพื่อนเล่นในขณะที่เพื่อนก็ยืนเคารพธงชาติไม่กล้าขยับเพราะกำลังเคารพธงชาติอยู่ ยิ่งครูผู้หญิงไปดุจะยิ่งชอบใจ สุดท้ายไม่พ้นครูผู้ชายหรือครูฝ่ายปกครองเข้าไปดุ และเด็กคนนี้ชอบแกล้งเพื่อนมาก ไปเตะปากเพื่อนปากแตกแล้วบอกไม่ได้ทำทั้งๆที่ ครูนิสิตเห็น เพื่อนทั้งห้องเห็น พอผู้ปกครองมาดันบอกว่าเพื่อนล้มไปโดนโต๊ะ แล้วผู้ปกครองก็เชื่อ สนิท วันต่อมาไปไล่เหยียบแปลงผักจนผักเพื่อนๆตายหมด พอเพื่อนโมโหเข้ามาผลัก เลยสบโอกาสบอกครูว่าไม่ได้เหยียบถูกเพื่อนผลักไปผลักมา ผักเลยเละหมด (แหม....ถ้าเชื่อครูก็ทานหญ้าแล้วล่ะ) พอเรียกผู้ปกครอง แบบเดิมเป๊ะครับ เชื่อลูก บอกให้ครูลงโทษเด็กคนอื่นๆซึ่งเป็นผู้เสียหาย (อ้าว ผักเราตายแล้วยังจะให้ลงโทษเราอีกเหรอ ! )

ผมอยากให้ผู้ปกครองหันมามองแล้วลองคิดดูครับ ชั้นกำกับชีวิตลูกชั้นมากเกินไปรึปล่าว บางคนเลือกให้ลูกเรียนนู่นนี่เองหมดเลยโดยไม่ถามว่าลูกชอบมั้ย เด็กก็เรียนเพราะแม่สั่ง ( เคยมีมาระบายให้ผมฟังว่าเครียดว่ากดดันมาก )  อีกหน่อยอาจจะเป็นเหมือนน้องดาว ในเรื่องฮอโมนส์วัยว้าวุ่นนะครับ ถูกบังคับและคาดหวังมากเกินไปจากครอบครัว พ่อแม่ตีกรอบชีวิตไว้ให้ลูกทั้งหมดจนเด็กไม่ต้องคิดอะไรเองทั้งนั้น

เด็กไทยสมัยนี้คิดเป็นน้อยนะครับ ไม่ค่อยรู้หน้าที่ และจิตสำนึกต่ำ จะโยนให้ทุกอย่างเป็นของโรงเรียนอย่างเดียวไม่ได้นะครับ

                                            เพราะตัวอย่างที่ดีมีค่ามากกว่าคำสอน พ่อแม่และครอบครัวคือตัวแบบที่ดีที่สุดของลูก

ปล.ผมกล่าวอะไรแล้วไม่เห็นด้วย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะครับ เพราะผมเองก็อาจจะคิดไม่ถูกเสมอไป ผมยินดีรับฟังเสมอครับ
ปล.2 ที่ยกตัวอย่างมาเป็นเพียงพฤติกรรมส่วนหนึ่งของผู้ปกครองนะครับ ไม่ใช่ทั้งหมด และไม่ได้หมายความว่าการเอาใจใส่ลูกเป็นสิ่งไม่ดี ดีครับแต่ควรมีขอบเขต ไม่งั้นก็เรียน Home school ดีกว่าครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่