มีอยู่วันหนึ่ง ผมได้แวะเข้าเซเว่นหน้าปากซอยทางเข้าคอนโดเพื่อที่จะซื้อ M150 มาเติมความหวานและความสดชื่นให้กับร่างกายสักนิดก่อนลุยงานหนักในช่วงค่ำคืน นี้ สิ่งที่ได้จากการเข้าเซเว่นมิใช่มีแค่เพียงเครื่องดื่มที่ผมต้องการ แต่ยังมี "ความประทับใจ" (เล็กๆน้อยๆ) พ่วงติดมาด้วย
"ความประทับใจ" ที่ว่านี้ เกิดขึ้นในขณะที่ผมกำลังเข้าแถว ต่อคิวเพื่อที่จ่ายตัง โดยที่คิวก่อนหน้าของผมเป็นผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งดูจากลักษณะการแต่งตัวแล้วคาดว่าน่าจะเป็นลูกจ้างในไซต์งานก่อสร้างคอน โด ในขณะที่ผู้ชายคนดังกล่าวนี้กำลังยื่นสินค้าในตะกร้าซึ่งมีสบู่ ยาสีฟัน แชมพู รวมไปถึงเบียร์ 1 ขวด ให้กับพนักงานในร้านเพื่อคิดเงินนั้น ลูกชายของผู้ชายคนนี้ซึ่งอายุน่าจะประมาณราวๆ 4 - 5 ขวบก็ได้หยิบโค้กมา 1 กระป๋อง แล้ววิ่งตรงมาที่เขาและบอกกับเขาว่า "พ่อๆ เอาอันนี้ด้วย 1 ป๋อง" เขาตอบลูกชายของเขากลับไปว่า "ไม่เอาๆ ไม่มีประโยชน์ ตังไม่พอด้วย" (คาดว่าเขาน่าจะมีเงินพอดีกับราคาของที่ตั้งใจมาซื้อ) ลูกชายทำสีหน้าท่าทางอ้อนวอนและบอกกลับไปว่า "น่ะพ่อน่ะ ไม่ได้กินนานแล้ว แค่ 1 ป๋องเอง" เขาเริ่มมีอาการโมโหคงเพราะลูกชายรบเร้า กวนใจ เขาหันไปจ้องหน้าลูกชายและตอบลูกลูกชายกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ดุดันและไม่พอ ใจว่า "บอกว่าไม่คือไม่ ตังไม่พอด้วย พูดไม่รู้เรื่องหรอ" ด้วยคำพูดของเขาที่ดุดันและแฝงด้วยอารมณ์โมโหทำให้ลูกชายของเขาตกใจและน้ำตา คลอเบ้า แต่ด้วยความไร้เดียงสาของเด็กจึงพูดอ้อนวอนเขาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่สั่น อย่างเห็นได้ชัดว่า "น่ะพ่อน่ะ อยากกิน ซื้อให้น่ะ" สิ้นสุดประโยคของลูกชายเขารอบนี้ เขามีท่าทางอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เห็นจากการการที่เขาเอามือไปลูบหัวและยิ้มให้กับลูกชายของเขา ก่อนที่บอกลูกชายของว่า "อยากกินจริงหรอ ได้ๆพ่อซื้อให้" และหลังจากนั้นเขาก็หยิบโค้ก 1 ประป๋องที่ลูกชายเขาอยากได้ยื่นให้กับพนักงานในร้านและบอกกับพนักงานว่า "น้องๆ เบียร์ไม่เอาแล้วน่ะ เอาโค้ก 1 ป๋องของลูกพี่แทน"
ถึงตรงนี้หลายคนคงดาดเดาได้ว่าลูกชายคงเค้าคงยิ้มแก้มปริหลังจากที่พ่อ ตัดสินใจซื้อโค้กให้ ใช่คับน้องเค้าดูมีความสุขมากๆ ยิ้มไม่หุบเลยทีเดียว และไม่ใช่แค่น้องเค้าซึ่งเป็นลูกชายของผู้ชายคนดังกล่าวนี้ แต่รวมถึงผมซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ "ความประทับใจ" ครั้งนี้ด้วยที่ "แอบยิ้ม" โดยไม่เห็นเขาทั้งคู่เห็น (ก็เพราะผมเป็นคนนอกไม่เกี่ยวกับผมคับ เหอะๆ) ผมประทับใจที่ผู้ชายคนนี้ ในฐานะที่เขาเป็น "พ่อ" ยอมที่จะสละ "ความสุขส่วนตัว" เพื่อ "ความสุขของคนที่รัก" เขาแสดงให้เห็นว่า เบียร์ 1 ขวด ที่อาจจะทำให้เขาหายเหนื่อยจากงานและรู้สึกผ่อนคลายเมื่อดื่มเข้าไป แต่นั่นก็ไม่ได้สำคัญไปกว่า "ความสุข" และ "รอยยิ้ม" ของคนที่เขารัก นั่นก็คือ "ลูก" ของเขา
เห็นลูกยิ้มได้...พ่อก็ยิ้มออกและหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง
#ความสุขที่เงินซื้อไม่ได้
#เรื่องดีๆรอยยิ้มเล็กๆรอบตัวเราที่จะให้เกิดความอบอุ่นหัวใจ
#ว่างๆคิดๆเขียนๆเล่นๆ
“ความสุขที่เงินซื้อไม่ได้”
"ความประทับใจ" ที่ว่านี้ เกิดขึ้นในขณะที่ผมกำลังเข้าแถว ต่อคิวเพื่อที่จ่ายตัง โดยที่คิวก่อนหน้าของผมเป็นผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งดูจากลักษณะการแต่งตัวแล้วคาดว่าน่าจะเป็นลูกจ้างในไซต์งานก่อสร้างคอน โด ในขณะที่ผู้ชายคนดังกล่าวนี้กำลังยื่นสินค้าในตะกร้าซึ่งมีสบู่ ยาสีฟัน แชมพู รวมไปถึงเบียร์ 1 ขวด ให้กับพนักงานในร้านเพื่อคิดเงินนั้น ลูกชายของผู้ชายคนนี้ซึ่งอายุน่าจะประมาณราวๆ 4 - 5 ขวบก็ได้หยิบโค้กมา 1 กระป๋อง แล้ววิ่งตรงมาที่เขาและบอกกับเขาว่า "พ่อๆ เอาอันนี้ด้วย 1 ป๋อง" เขาตอบลูกชายของเขากลับไปว่า "ไม่เอาๆ ไม่มีประโยชน์ ตังไม่พอด้วย" (คาดว่าเขาน่าจะมีเงินพอดีกับราคาของที่ตั้งใจมาซื้อ) ลูกชายทำสีหน้าท่าทางอ้อนวอนและบอกกลับไปว่า "น่ะพ่อน่ะ ไม่ได้กินนานแล้ว แค่ 1 ป๋องเอง" เขาเริ่มมีอาการโมโหคงเพราะลูกชายรบเร้า กวนใจ เขาหันไปจ้องหน้าลูกชายและตอบลูกลูกชายกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ดุดันและไม่พอ ใจว่า "บอกว่าไม่คือไม่ ตังไม่พอด้วย พูดไม่รู้เรื่องหรอ" ด้วยคำพูดของเขาที่ดุดันและแฝงด้วยอารมณ์โมโหทำให้ลูกชายของเขาตกใจและน้ำตา คลอเบ้า แต่ด้วยความไร้เดียงสาของเด็กจึงพูดอ้อนวอนเขาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่สั่น อย่างเห็นได้ชัดว่า "น่ะพ่อน่ะ อยากกิน ซื้อให้น่ะ" สิ้นสุดประโยคของลูกชายเขารอบนี้ เขามีท่าทางอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เห็นจากการการที่เขาเอามือไปลูบหัวและยิ้มให้กับลูกชายของเขา ก่อนที่บอกลูกชายของว่า "อยากกินจริงหรอ ได้ๆพ่อซื้อให้" และหลังจากนั้นเขาก็หยิบโค้ก 1 ประป๋องที่ลูกชายเขาอยากได้ยื่นให้กับพนักงานในร้านและบอกกับพนักงานว่า "น้องๆ เบียร์ไม่เอาแล้วน่ะ เอาโค้ก 1 ป๋องของลูกพี่แทน"
ถึงตรงนี้หลายคนคงดาดเดาได้ว่าลูกชายคงเค้าคงยิ้มแก้มปริหลังจากที่พ่อ ตัดสินใจซื้อโค้กให้ ใช่คับน้องเค้าดูมีความสุขมากๆ ยิ้มไม่หุบเลยทีเดียว และไม่ใช่แค่น้องเค้าซึ่งเป็นลูกชายของผู้ชายคนดังกล่าวนี้ แต่รวมถึงผมซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ "ความประทับใจ" ครั้งนี้ด้วยที่ "แอบยิ้ม" โดยไม่เห็นเขาทั้งคู่เห็น (ก็เพราะผมเป็นคนนอกไม่เกี่ยวกับผมคับ เหอะๆ) ผมประทับใจที่ผู้ชายคนนี้ ในฐานะที่เขาเป็น "พ่อ" ยอมที่จะสละ "ความสุขส่วนตัว" เพื่อ "ความสุขของคนที่รัก" เขาแสดงให้เห็นว่า เบียร์ 1 ขวด ที่อาจจะทำให้เขาหายเหนื่อยจากงานและรู้สึกผ่อนคลายเมื่อดื่มเข้าไป แต่นั่นก็ไม่ได้สำคัญไปกว่า "ความสุข" และ "รอยยิ้ม" ของคนที่เขารัก นั่นก็คือ "ลูก" ของเขา
เห็นลูกยิ้มได้...พ่อก็ยิ้มออกและหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง
#ความสุขที่เงินซื้อไม่ได้
#เรื่องดีๆรอยยิ้มเล็กๆรอบตัวเราที่จะให้เกิดความอบอุ่นหัวใจ
#ว่างๆคิดๆเขียนๆเล่นๆ