อยากจัดบอลโลก หรือ โอลิมปิค
ถึงขนาดต้องให้ "รมต.โตชิบา" ที่ดูแลเรื่องการท่องเที่ยวและกีฬา
ไปพูดคุยกับ รมต.ของมาเลเซีย "เสือเหลือง" เพื่อนบ้านรั้วติดๆกัน
เพื่อหาทาง "ร่วมกันเป็นเจ้าภาพบอลโลก หรือ โอลิมปิค" ...!!!!!
โดยเดินตามโมเดลของ "ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้" ที่เคยเป็นเจ้าภาพร่วมในปี 2002
"ความฝัน" มันเป็นเรื่องที่ดีครับ
หากว่าเราฝันบนพื้นฐานความเป็นจริง
ไม่ใช่ฝันแบบลมๆแล้งๆหลอกตัวเองไปวันๆ
แหมมมม.....
ชั่วชีวิตของกะลาแลนด์
ฟุตบอลเราไปใกลที่สุดก็คือ "ที่ 4 ของเอเชีย" เท่านั้นนะครับ
ซึ่งมันก็นานมากตั้งแต่สมัย คาลอส คาวัลโญ่ (หรือ ประวิทย์ ไชยสาม ว๊ะ ??) เป็นโค้ช
และ อีกครั้งนึงที่น่าจะยังพอจำกันได้ก็คือสมัยของ ปีเตอร์ วิธ ที่มาทำทีมแบบ "โยนลูกโด่ง"
และ มันก็ไม่ใช่ว่าเรามี "ไทยพรีเมียร์ลีก"
ที่ปรับระบบให้ทุกอย่างเป็น "นิติบุคคล" แบบมืออาชีพแล้ว
มาตรฐานของเราจะก้าวใกลจนคิดว่าจะต่อกรกับทีมระดับโลกได้นะครัฟฟฟฟ
โถ....นักบอลเก่งๆที่มันเป็นสีสัน และ มาตรฐานระดับทวีปในลีกของเรานั้น
จ่าเห็นมีแต่พวกอเมริกาใต้ , แอฟริกัน , ยุโรปตะวันออก ไปจนถึง ญี่ปุ่น และ เกาหลี ทั้งนั้น
ของเรานั้นหากพูดกันตรงๆมันแค่ดีในลำดับต้นๆของ "อาเซี่ยน" และ ระดับกลางๆใน "เอเชีย"
ถ้าเราไปเจอทีมระดับกลางๆของเอเชียอย่างแขกตะวันออกกลางมันก็ "เหนื่อย"
และ ถ้าเราไปเจอทีมระดับต้นๆอย่าง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน ออสเตรเลีย นี่ก็ "โคตรเหนื่อย"
(สลิ่มไม่ต้องมาแย้งโง่ๆนะครับ ออสเตรเลียคัดบอลโลกในโซนเอเชียมานานแล้ว)
อีกทั้งการอยากเป็นเจ้าภาพนั้น
จริงอยู่ว่ามันคือ "ทางลัด" ที่ได้เล่นบอลโลก
เพราะเขาให้สิทธิ์ประเทศเจ้าภาพเข้ารอบสุดท้ายโดยไม่ต้องแข่งควอลิฟายด์อะไรเลย
แต่.....
พวกเราจะไม่หาปี๊บมาคลุมหัวเหรอครับ
หากว่าเราไปเจอกับทีมอย่าง อาร์จนติน่า , บราซิล , เยอรมัน , สเปน , อิตาลี ฯลฯ
แล้วทีมชาติกะลาแลนด์ (หรือทีมชาติมาเลเซีย) โดนเขายำประเภท 10-0 ......อะไรแบบนั้น ???
มันเป็นไปได้นะครับ
ขนาดบราซิลยังโดนเยอรมันไปตั้ง 7 ลูก...กว่าครึ่งโหล
หรือ แม้แต่ทีมอย่างอิตาลีก็ยังเคยโดนสเปนยำงอมพระรามเละเทะไปถึง 4 ลูก
นี่ขนาดทีมเหล่านี้มาตรฐานมันไม่หนีกันเท่าไรนะครับ
ไม่ต้องคิดถึงทีมอย่างกะลาแลนด์ หรือ ทีมชาติมาเลเซียเลย
ไอ้เรื่องประเภทกะลาแลนด์จะโดนถล่มซะอ่วมให้อับอายขายหน้า
เพราะมาตรฐานของเรากับทีมระดับโลกมันต่างกันนี่...มันมีความเป็นไปได้สูงเลยนะครับ
บอลไทยเคยไปแข่งในโอลิมปิคที่เมลเบิร์นปี 1956
เราเจอกับทีมโอลิมปิคของอังกฤษ ปรากฏว่าทีมชาติเมืองผู้ดี "ยำ" กะลาแลนด์เละไป 9-1
นี่แหละครับ ตัวอย่างชัดๆเลย....!!!!!!
และที่สำคัญ
การที่ FIFA เขาจะให้ใครเป็นเจ้าภาพนั้น
นอกจากเขาจะพิจารณาจาก "มาตรฐานบอล" ของประเทศนั้นแล้ว
(ซึ่งแน่นอนว่าไม่ถึงระดับ World class ที่จะไปต่อกรกับทีมชั้นนำได้เลย)
เขายังพิจราณาจาก Infrastructure ด้วยครับ ...!!!!!
เราจะต้องมีการ "ลงทุน" ครั้งมโหฬาร
สร้างสนามที่ผ่านมาตรฐานที่เขากำหนด
หญ้าแบบไหน , ไฟต้องกี่วัตต์ , อัฒจรรย์ต้องเป็นอย่างไร , ห้องพักนักกีฬา , ห้องส้วม , ห้อง Press ฯลฯ
ไม่ใช่สร้างแบบสุกเอาเผากินแบบ "ไอ้เอ๋อ" สร้างสนามฟุตซอลจน FIFA เขาไม่ได้ใช้จัดแข่ง
เราจะต้องลงทุนระบบคมนาคมใหม่
ทำถนนหนทางให้ไปมาถึงสนามได้สะดวก
ทำรถไฟความเร็วสูง หรือ ปานกลาง ....หรือ อะไรก็แล้วแต่ เพื่อให้ผ่านเกณฑ์ของ FIFA เขา
คำถามก็คือ
ประเทศกะลาแลนด์ของเรามีเงินลงทุนเหรอครับ ???
เราจะไปกู้ใครครับ ??
ใครที่ไหนเขาจะให้เรากู้ครับ ??
(ยิ่งสากลโลกเขารังเกียจการปกครองของเราด้วยแล้วยิ่งต้องเลิกคิดไปเลย)
ไม่ต้องตอบแบบสลิ่มนะครับว่า "ทุกอย่างสามารถลงทุนได้จากงบประมาณปกติ ไม่ต้องไปกู้ใคร"
เพราะงบฯปกตินั้น 80% ของมันคือ "รายจ่ายประจำ" ครัฟฟฟฟ
ญี่ปุ่น กับ เกาหลีใต้ เขาทำได้
เพราะเขามีเงิน มีความน่าเชื่อถือ
มีมาตรฐานฟุตบอลในระดับต้นๆของทวีป (ตอนนี้เขาระดับโลกแล้ว)
รัฐบาลของเขาก็ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ
Infrastructure เขาก็ดีพอที่จะเป็นเจ้าภาพได้
ลงแข่งกับทีมระดับโลกเขาก็สู้ได้แบบไม่โดนถล่มให้อับอาย
(ยกเว้นเกาหลีใต้ที่อาจอับอายเพราะ "โกง" โปรตุเกส , อิตาลี และ สเปน จนได้ที่ 4 ครัฟฟฟ)
ส่วนประเทศกะลาแลนด์ของเรานั้น
พวกเราจงจำใส่กะลาหัวไว้ด้วยนะครัฟฟฟ
ว่าการจะลงทุนทำ Infrastructure อะไรนั้น
เราจะต้อง "ให้ถนนลูกรังหมดไปจากประเทศนี้ก่อน" เหมือนที่ "สานรัดทำมะนวย" มันวินิจฉัยไว้ (ฮาจริงๆว่ะ..!!)
ฝันลมๆแล้งๆจริงๆว่ะ....ประเทศกะลาแลนด์
จ่าพิเชษฐ์
@@@@@---------------------จ่าว่า "กะลาแลนด์" ของเรานี่มันไม่เจียมตัวจริงๆว่ะ !!!!!!!!!!!!!!-----------------@@@@@
ถึงขนาดต้องให้ "รมต.โตชิบา" ที่ดูแลเรื่องการท่องเที่ยวและกีฬา
ไปพูดคุยกับ รมต.ของมาเลเซีย "เสือเหลือง" เพื่อนบ้านรั้วติดๆกัน
เพื่อหาทาง "ร่วมกันเป็นเจ้าภาพบอลโลก หรือ โอลิมปิค" ...!!!!!
โดยเดินตามโมเดลของ "ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้" ที่เคยเป็นเจ้าภาพร่วมในปี 2002
"ความฝัน" มันเป็นเรื่องที่ดีครับ
หากว่าเราฝันบนพื้นฐานความเป็นจริง
ไม่ใช่ฝันแบบลมๆแล้งๆหลอกตัวเองไปวันๆ
แหมมมม.....
ชั่วชีวิตของกะลาแลนด์
ฟุตบอลเราไปใกลที่สุดก็คือ "ที่ 4 ของเอเชีย" เท่านั้นนะครับ
ซึ่งมันก็นานมากตั้งแต่สมัย คาลอส คาวัลโญ่ (หรือ ประวิทย์ ไชยสาม ว๊ะ ??) เป็นโค้ช
และ อีกครั้งนึงที่น่าจะยังพอจำกันได้ก็คือสมัยของ ปีเตอร์ วิธ ที่มาทำทีมแบบ "โยนลูกโด่ง"
และ มันก็ไม่ใช่ว่าเรามี "ไทยพรีเมียร์ลีก"
ที่ปรับระบบให้ทุกอย่างเป็น "นิติบุคคล" แบบมืออาชีพแล้ว
มาตรฐานของเราจะก้าวใกลจนคิดว่าจะต่อกรกับทีมระดับโลกได้นะครัฟฟฟฟ
โถ....นักบอลเก่งๆที่มันเป็นสีสัน และ มาตรฐานระดับทวีปในลีกของเรานั้น
จ่าเห็นมีแต่พวกอเมริกาใต้ , แอฟริกัน , ยุโรปตะวันออก ไปจนถึง ญี่ปุ่น และ เกาหลี ทั้งนั้น
ของเรานั้นหากพูดกันตรงๆมันแค่ดีในลำดับต้นๆของ "อาเซี่ยน" และ ระดับกลางๆใน "เอเชีย"
ถ้าเราไปเจอทีมระดับกลางๆของเอเชียอย่างแขกตะวันออกกลางมันก็ "เหนื่อย"
และ ถ้าเราไปเจอทีมระดับต้นๆอย่าง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน ออสเตรเลีย นี่ก็ "โคตรเหนื่อย"
(สลิ่มไม่ต้องมาแย้งโง่ๆนะครับ ออสเตรเลียคัดบอลโลกในโซนเอเชียมานานแล้ว)
อีกทั้งการอยากเป็นเจ้าภาพนั้น
จริงอยู่ว่ามันคือ "ทางลัด" ที่ได้เล่นบอลโลก
เพราะเขาให้สิทธิ์ประเทศเจ้าภาพเข้ารอบสุดท้ายโดยไม่ต้องแข่งควอลิฟายด์อะไรเลย
แต่.....
พวกเราจะไม่หาปี๊บมาคลุมหัวเหรอครับ
หากว่าเราไปเจอกับทีมอย่าง อาร์จนติน่า , บราซิล , เยอรมัน , สเปน , อิตาลี ฯลฯ
แล้วทีมชาติกะลาแลนด์ (หรือทีมชาติมาเลเซีย) โดนเขายำประเภท 10-0 ......อะไรแบบนั้น ???
มันเป็นไปได้นะครับ
ขนาดบราซิลยังโดนเยอรมันไปตั้ง 7 ลูก...กว่าครึ่งโหล
หรือ แม้แต่ทีมอย่างอิตาลีก็ยังเคยโดนสเปนยำงอมพระรามเละเทะไปถึง 4 ลูก
นี่ขนาดทีมเหล่านี้มาตรฐานมันไม่หนีกันเท่าไรนะครับ
ไม่ต้องคิดถึงทีมอย่างกะลาแลนด์ หรือ ทีมชาติมาเลเซียเลย
ไอ้เรื่องประเภทกะลาแลนด์จะโดนถล่มซะอ่วมให้อับอายขายหน้า
เพราะมาตรฐานของเรากับทีมระดับโลกมันต่างกันนี่...มันมีความเป็นไปได้สูงเลยนะครับ
บอลไทยเคยไปแข่งในโอลิมปิคที่เมลเบิร์นปี 1956
เราเจอกับทีมโอลิมปิคของอังกฤษ ปรากฏว่าทีมชาติเมืองผู้ดี "ยำ" กะลาแลนด์เละไป 9-1
นี่แหละครับ ตัวอย่างชัดๆเลย....!!!!!!
และที่สำคัญ
การที่ FIFA เขาจะให้ใครเป็นเจ้าภาพนั้น
นอกจากเขาจะพิจารณาจาก "มาตรฐานบอล" ของประเทศนั้นแล้ว
(ซึ่งแน่นอนว่าไม่ถึงระดับ World class ที่จะไปต่อกรกับทีมชั้นนำได้เลย)
เขายังพิจราณาจาก Infrastructure ด้วยครับ ...!!!!!
เราจะต้องมีการ "ลงทุน" ครั้งมโหฬาร
สร้างสนามที่ผ่านมาตรฐานที่เขากำหนด
หญ้าแบบไหน , ไฟต้องกี่วัตต์ , อัฒจรรย์ต้องเป็นอย่างไร , ห้องพักนักกีฬา , ห้องส้วม , ห้อง Press ฯลฯ
ไม่ใช่สร้างแบบสุกเอาเผากินแบบ "ไอ้เอ๋อ" สร้างสนามฟุตซอลจน FIFA เขาไม่ได้ใช้จัดแข่ง
เราจะต้องลงทุนระบบคมนาคมใหม่
ทำถนนหนทางให้ไปมาถึงสนามได้สะดวก
ทำรถไฟความเร็วสูง หรือ ปานกลาง ....หรือ อะไรก็แล้วแต่ เพื่อให้ผ่านเกณฑ์ของ FIFA เขา
คำถามก็คือ
ประเทศกะลาแลนด์ของเรามีเงินลงทุนเหรอครับ ???
เราจะไปกู้ใครครับ ??
ใครที่ไหนเขาจะให้เรากู้ครับ ??
(ยิ่งสากลโลกเขารังเกียจการปกครองของเราด้วยแล้วยิ่งต้องเลิกคิดไปเลย)
ไม่ต้องตอบแบบสลิ่มนะครับว่า "ทุกอย่างสามารถลงทุนได้จากงบประมาณปกติ ไม่ต้องไปกู้ใคร"
เพราะงบฯปกตินั้น 80% ของมันคือ "รายจ่ายประจำ" ครัฟฟฟฟ
ญี่ปุ่น กับ เกาหลีใต้ เขาทำได้
เพราะเขามีเงิน มีความน่าเชื่อถือ
มีมาตรฐานฟุตบอลในระดับต้นๆของทวีป (ตอนนี้เขาระดับโลกแล้ว)
รัฐบาลของเขาก็ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ
Infrastructure เขาก็ดีพอที่จะเป็นเจ้าภาพได้
ลงแข่งกับทีมระดับโลกเขาก็สู้ได้แบบไม่โดนถล่มให้อับอาย
(ยกเว้นเกาหลีใต้ที่อาจอับอายเพราะ "โกง" โปรตุเกส , อิตาลี และ สเปน จนได้ที่ 4 ครัฟฟฟ)
ส่วนประเทศกะลาแลนด์ของเรานั้น
พวกเราจงจำใส่กะลาหัวไว้ด้วยนะครัฟฟฟ
ว่าการจะลงทุนทำ Infrastructure อะไรนั้น
เราจะต้อง "ให้ถนนลูกรังหมดไปจากประเทศนี้ก่อน" เหมือนที่ "สานรัดทำมะนวย" มันวินิจฉัยไว้ (ฮาจริงๆว่ะ..!!)
ฝันลมๆแล้งๆจริงๆว่ะ....ประเทศกะลาแลนด์
จ่าพิเชษฐ์