น้ำผึ้ง หยดเดียว จากกรณี “ข้าวลายจุด” ทำไมต้องขวาง *** แต่ก็ช่วยโปรโมทนับว่าทำได้ดีเลยทีเดียว

กระทู้คำถาม
กรณีที่เจ้าหน้าที่ด้าน “ความมั่นคง” ไปคุกคาม “ข้าวลายจุด” ของ นายสมบัติ บุญงามอนงค์
คือ ตัวอย่าง 1 ของการทำเกินเหตุ เป็นภาวะ “ล้นเกิน” ในสถานการณ์ “สงกรานต์”
เหมือนกับกรณีที่เจ้าหน้าที่ด้าน “ความมั่นคง” ไปคุกคามครอบครัวของนักศึกษา “กลุ่มดาวดิน”
ภายหลังพวกเขาก่อปฏิบัติ “ชู 3 นิ้ว” เรื่องซึ่งควรจะจบลงอย่างเงียบๆ กลับกลายเป็น “อื้อฉาว”
กล่าวสำหรับ “กลุ่มดาวดิน” ก็กลายเป็นความรับรู้ในขอบเขตทั่วประเทศและทำท่าว่าจะเป็นทั่วโลก
กรณี “ข่าวลายจุด” ก็จุดประกายเปรี้ยงปร้างขึ้นมาโดยพลัน
ที่ไม่เคยรู้ว่า นายสมบัติ บุญงามอนงค์ มีกิจกรรมอะไรก็ให้ความสนใจ ที่ไม่เคยรู้ว่า “กลุ่มดาวดิน”
เคยมีบทบาทอย่างไรในการช่วยเหลือชาวบ้านก็ให้ความสนใจ
ในที่สุด ก็สถาปนาเข้าสู่ระดับ “ลือกัน สนั่นเมือง”
................
ต้องยอมรับว่า ปฏิบัติของ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือที่รับรู้กันในสมญานาม “บอกอลายจุด” นั้น
ดำเนินไปอย่างสวนกระแส อย่างเช่นในกรณีของ “ข้าวลายจุด” เป็นต้น
ประเด็นที่ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ นำเสนอก็คือ เขารับซื้อข้าวจากชาวนาในราคาเกวียนละ 15,000 บาท
แล้วนำมาบรรจุใส่ถุงขายปมเงื่อนอยู่ตรงที่ราคาเกวียนละ 15,000 บาท
นี่ย่อมเป็นบรรทัดฐานเดียวกันกับโครงการรับจำนำข้าวในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และกลายเป็นเรื่อง
ที่ปรปักษ์ทางการเมืองนำมาโจมตีกระทั่งกลายเป็นคดีความนำไปสู่การถอดถอนทางการเมืองและกำลังจะ
พิจารณาโทษในทางอาญา นี่ย่อมเป็นปฏิบัติการในลักษณะ “สวนกระแส”
..............
สวนกระแส 1 เท่ากับยืนยันว่าการรับจำนำข้าวในราคาเกวียนละ 15,000 บาทเท่ากับเป็นการช่วยเหลือชาวนา
และสามารถปฏิบัติได้ในทางเป็นจริง
ตัวอย่างก็คือ ปฏิบัติการของ “ข้าวลายจุด”
ขณะเดียวกัน สวนกระแส 1 เท่ากับทะลุทะลวงไปในกระบวนการโจมตีอย่างต่อเนื่องนับแต่ภายหลังการเลือกตั้ง
เมื่อเดือนกรกฎาคม 2554 กระทั่งหลังรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557
การออกมา “คุกคาม” มีเหตุผลเดียวเท่านั้น คือ ไม่อยากให้ “เป็นจริง” ทั้งๆ ที่ปฏิบัติการของ นายสมบัติ บุญงามอนงค์
เป็นเรื่องเล็กจ้อยเพียง 10 หรือ 15 ตันเท่านั้นแต่ก็มีผลสะเทือนอย่างกว้างขวางและลึกซึ้ง
ก่อให้เกิดความหวาดกลัวไปทั่วจนต้องสกัดและขัดขวาง
.......................
หากมั่นใจว่าโครงการรับจำนำข้าวไม่เวิร์กและมีความอ่อนแอจะไปขัดขวาง “ข้าวลายจุด” ทำไม
ปล่อยให้ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ทำไป อีกหน่อยก็จะล้มเหลว อีกหน่อยก็จะขาดทุนและต้องเลิกราไปกระทั่งไม่เหลืออะไรเลย
ยิ่งไป “ขวาง” ยิ่งทำให้เกิดความสนใจและกลายเป็น “ประเด็น” ขึ้นมา
........................

จากกระแสที่โหมขึ้นมาของ เหล่านกหวีดกปปส ที่ต้องการล้มรัฐบาลจึงโจมตีโครงการรับจำนำข้าวว่าเป็นการทุจริต
ทำชาติเสียหายไม่มีทางขายข้าวได้ตามราคาโกงชาวนา เป็นการพูดแบบไม่ดูตัวเองว่าที่เป็นแบบนั้นเพราะมีพวกมาร
อย่าง กปปส มาขัดขวางการทำงานมาสกัดการขายข้าวการจ่ายเงินให้ชาวนา แห่กันไปถอนเงินกลัวว่ารัฐจะนำเงินไป
ช่วยชาวนาได้พยายามเดินเกมส์ที่คิดว่าเป็นการตัดทางรอดของรัฐบาล เพื่อหวังจะให้ชาวนาได้รับความลำบากในโครง
การรับจำนำข้าวที่ไม่ได้เงินตันละหมื่นห้าตามที่ตกลงไว้

แต่ตอนนี้บก ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าโครงการนี้ดีและทำได้จริงช่วยเหลือชาวนาให้ได้รับเงินตามราคาเกวียนละ 15,000 ได้จริง
แม้จะเป็นข้าวแค่ไม่กี่ 10 ตันแต่ก็ช่วยได้มากเลยทีเดียวด้วยความร่วมมือของพี่ทหารที่มาช่วยสร้างกระแสเป็นที่รู้จักไปใน
วงกว้างออกสื่อทั่วทั้งประเทศนับว่าทำได้ดีน่าชมเชย ขอปรปมือให้ 5555
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
กระทู้คุณภาพ ที่ทุกฝ่ายควรฉุกคิด
อย่าเอาชนะกัน ด้วยการทำลายชื่อเสียงข้าวไทย ที่สั่งสมมายาวนานครับ
อยากให้ บก.ลายจุด หรือผู้ที่เกี่ยวข้องการซื้อและขาย ข้าวตราลายจุด ทำบัญชีทั้งการซื้อและการขาย
เพื่อแสดง(มิใช่การตบหน้า)ให้เห็นว่าข้าวตันละ 15,000 ทำได้จริง และช่วยชาวนาได้จริง
เพียงแต่ Timing การส่งออก ขณะคุณยิ่งลักษณ์ เป็นนายก มันต้องอาศัยหลายปัจจัย
ซึ่งถ้าปล่อยให้พรรคเพื่อไทยได้บริหารต่อ ก็จะระบายข้าวไปได้เรื่อยๆ แต่นี่เล่นกันทุกกระบวนท่า
ทั้งให้ม็อบชาวนาตัวไม่จริงออกมาปิดถนนเรียกร้อง ตอนนี้น้ำทำนาก็แทบจะไม่มี พวกที่ออกมาเย้วๆ ไปไหนแล้ว
ยังไม่นับพวกที่ขวางการปล่อยกู้ของธนาคารแก่รัฐบาล เพื่อนำเงินมาจ่ายชาวนา
ผมละเพลีย การเมืองที่หูหนวกตาบอดจริงๆ ประเทศไทยเสียโอกาสก็เพราะพวกที่อยากเอาชนะ แบบไม่ต้องมีกติกานี่แหละ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่