เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว...ก็ต้องสู้ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง

เราตั้งใจว่า ถ้าอาการดีขึ้นจะแบ่งบันเรื่องราวประสบการณ์ให้เพื่อนๆได้อ่านกัน หวังว่าคงมีประโยชน์บ้าง ไม่มากก็น้อย เราอายุ 21 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นปี 3 มหาวิทยาลัยชื่อดังของโคราช เริ่มต้นเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว (พ.ศ. 2557) อยู่ๆก็คลำเจอก้อนที่คอบริเวณไหปลาร้าข้างขวา ขนาดประมาณ 1 cm. ก้อนมีลักษณะแข็งๆ กลิ้งไปมาได้ ตอนนั้นก็ตกใจนะ เอ๊ะ! เราเป็นอะไรหว่า แต่ยังไม่ได้ไปหาหมอ จนรู้สึกว่าก้อนเริ่มโตขึ้น จึงตัดสินใจไปหาหมอที่ ร.พ.จุฬารัตน์ 8 หมอให้ x-ray ปอด ปรากฏว่า ปอดปกติ หมอสันนิษฐาน น่าจะเป็นต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ก็ให้ยาแก้อักเสบแบบอมมาทาน แล้วนัดดูผลว่ายุบลงไหม ผลคือ ไม่ยุบ ก็ให้ยามาทาน แล้วนัดอีก มันก็ยังไม่ยุบ หาหมอที่นี่อยู่ประมาณ 2 สัปดาห์ เลยตัดสินใจเปลี่ยน ร.พ. ไปหาหมอที่ ร.พ.ลาดกระบัง พยาบาลที่ซักประวัติให้ไปพบหมอศัลยกรรม ก็ไปปรากฏว่า หมอท่านนั้นมาทำงานที่ ร.พ.นี้เป็นวันสุดท้าย หมอแกก็แนะนำให้มาพบหมออีกท่านในวันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน 2557 พอวันจันทร์ก็มาพบหมออีกท่านตามคำแนะนำ หมอก็คลำที่ก้อน ถามว่าจะเจาะ หรือจะผ่า ทั้งสองวิธีนี้ไม่ใช่การรักษา แต่เป็นการวินิจฉัยเท่านั้น เราจึงตัดสินใจว่า เจาะ หมอเจาะไป แล้วนัดมาฟังผลวันที่ 28 กรกฎาคม ระหว่างที่รอผลก็ทานยาแก้อักเสบที่หมอสั่งไปด้วย ช่วงนั้นเป็นอะไรที่กังวลมาก กลัวในใจคิดว่า เป็นมะเร็งรึเปล่าหว่า ช่วงนั้นก็เริ่ม น้ำหนักลด จากเคยหนัก 48  กก. เหลือ 46 กก.

              วันฟังผลเราไม่ได้ไป เพราะมหาลัยเปิดเทอมแล้วกลับไปเรียนที่โคราช แม่กะพ่อไปฟังผลให้แล้วก็โทรมาบอกว่า ไม่ได้เป็นมะเร็ง แต่ยังวินิจฉัยไม่ได้ว่า เป็นอะไรกันแน่ ก็ได้แต่สันนิษฐานกันไปว่า เป็นวัณโรคต่อมน้ำเหลืองรึเปล่า พอผลออกมาไม่ได้เป็นมะเร็งก็ดีใจนะ โล่งอกไปนิดนึง แล้วก็ให้พ่อส่งผลมาให้ทางไปรษณีย์ เราเอาผลไปพบหมอที่ ร.พ.มหาวิทยาลัย วันที่ 31 กรกฎาคม หมอ X-ray ปอด ตรวจเลือด แล้วหมอนัดมาฟังผลสัปดาห์หน้า คือวันที่ 7 สิงหาคม ก็ปกติแต่ก้อนไม่ยุบ แถวยังโตขึ้น แล้วคลำเจอก้อนที่ไหปลาร้าข้างซ้ายอีก หมอจึงตัดสินใจเจาะไปตรวจ รอผลสัปดาห์หน้า พอผลออกกลับบอกว่า แปลผลไม่ได้ (ครั้งนี้ไม่ได้ไปพบหมอ ฟังผลทางโทรศัพท์) หมอนัดอีกวันที่ 21 สิงหาคม ครั้งนี้หมอตัดสินใจผ่าเอาก้อนเนื้อบริเวณไหปลาร้าข้างขวาไปตรวจ รอฟังผลอีกสองสัปดาห์ ปรากฎว่า แปลผลไม่ได้อีก เพราะตัดชิ้นเนื้อน้อยเกินไป อะไรกันเนี่ยยย!  ทั้งเจาะ ทั้งผ่า ยังแปลผลไม่ได้เลย ตอนนั้นโคตรเครียด ก้อนเนื้อก็โตขึ้นเรื่อยๆ เริ่มหายใจไม่ค่อยสะดวก เหนื่อยง่าย พอตกเย็นๆจะมีไข้ รู้สึกว่าทรวงอกข้างซ้ายบวมขึ้น หมอนัดผ่าใหม่อีกวันที่ 5 กันยายน คราวนี้ผ่าเอาก้อนต่อมน้ำเหลืองบริเวณไหปลาร้าข้างซ้ายออกไป ขนาดประมาณ 1 cm.  แล้วก็บอกหมอว่า ทรวงอกข้างซ้ายบวม หมอก็ให้ไป X-ray เจาะเลือด แล้วก็นัดให้เรามาพบหมออายุรกรรมในวันรุ่งขึ้น ส่วนผลชิ้นเนื้อนัดสัปดาห์หน้า วันรุ่งขึ้นมาพบหมออายุรกรรม ก็ให้หมอตรวจหมอถามว่า “กระดูกหน้าอกเราเท่ากันไหม” เราบอกว่า “เท่ากันนะคะ” หมอ บอกหมอว่าเมื่อวาน x-ray ไว้ยังไม่ได้ดูผลเลย พอหมอเปิดขึ้นมาเท่านั้นแหละ หมอเงียบไปสักพัก เราก็ถามหมอ “หนูเป็นอะไรคะหมอ” หมอพบก้อนเนื้อ เราอึ้ง! หมอบอกว่า “หนูใจเย็นๆ อย่าพึ่งเครียดนะ กลับไปกินเยอะๆ” หมอถามว่า “บ้านอยู่ที่ไหน” เราก็บอก “อยู่ กรุงเทพฯค่ะ”  หมอถามถึงผู้ปกครองด้วย เราคิดว่า หมอคงมีคำตอบในใจแล้วแหละ ว่าเราเป็นอะไร แต่หมอไม่บอกเท่านั่นเอง แล้วหมอนัดให้มาทำ CT SCAN วันที่ 8 กันยายน พอกลับมาหอแม่มาถึงพอดี วันนั้นแม่ขึ้นไปเยี่ยมที่โคราช พอเจอหน้าแม่เท่านั้นแหละกอดแม่ น้ำตาแตกสิคะ บอกแม่หมอตรวจพบก้อนเนื้อที่ทรวงอกข้างซ้าย แม่ก็ถามกลับบ้านเราไหมลูก เราก็ดื้อ ไม่กลับอ่ะแม่ มิ้นอยากอยู่นี่ อยากเรียน ใกล้จะสอบแร้วด้วย โอเคไม่กลับ แต่อยู่นี่ก็ดูแลตัวเองดีๆ กินข้าวเยอะๆ แม่พูด วันฟังผลมาถึง วันที่ 13 กันยายน 2557 เราไปกับแม่ พ่อยังมาไม่ถึง เข้าไปพบหมอ หมอพูดว่า โรคที่หนูเป็นเนี่ยมันมี  2 ชนิด เอ้า โรคไรหว่า(คิดในใจ) เราคงต้องพักเรื่องเรียนไว้ รักษาตัวก่อน แล้วหมอก็ให้เราออกไปรอข้างนอก ขอคุยกับแม่ ก็รอนานมากกกกก ! สงสัยว่าเค้าคุยไรกัน พอแม่ออกมาก็ถามแม่ คุยกันว่าต้องดูแลเรายังไง เรื่องอาหารการกิน ให้กินอาหารสุก สะอาด ปรุงใหม่ทุกมื้อ แค่นี้หรอ ทำไมคุยนานจัง สรุปแล้วก็ดรอปเรียนค่ะ ทาง ร.พ.มหาวิทยาลัย จัดการเรื่องลาพักการศึกษา ออกใบรับรองแพทย์ ติดต่ออาจารย์ที่ปรึกษาให้ แต่เราก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่า เราเป็นโรคอะไร แล้วก็กลับมาหอพ่อมาถึงพอดี แม่ให้เราหาเบอร์ติดต่อ ร.พ.จุฬาลงกรณ์ ก็ได้เบอร์มาโทรไปหลายสายมาก แต่ไม่มีคนรับ แม่เลยตัดสินใจว่าวันนี้แม่กลับบ้านก่อนเพื่อเตรียมตัวไปพบหมอที่ ร.พ.จุฬาฯ ในวันรุ่งขึ้น พอแม่กะพ่อกลับไป เราก็เก็บของเตรียมกลับบ้านในวันรุ่งขึ้น วันรุ่งขึ้น แม่ก็ไปพบหมอก่อน โดยที่เราไม่ได้ไปด้วย หมอที่ จุฬา ใจดีมากให้แม่พบโดยที่คนไข้ไม่ได้ไป จากนั้นหมอก็นัดให้เรามาตรวจเลือด เจาะไขกระดูกในวันรุ่งขึ้น คือวันที่ 15 กันยายน วันรุ่งขึ้นเราก็ไปตามนัด เจาะเลือด เค้าเจาะไปหลายหลอดมาก เจาะเสร็จ “เป็นลม” มันตรงหน้าห้องเจาะนั่นแหละ แล้วรอเจาะไขกระดูกต่ออีก โอ๊ยยย ! จะเป็นลมค่ะ  เจาะไขกระดูก โห มันเจ็บจี๊ดไปเลย ไม่อยากจะเอ่ย น้ำตาร่วง T_T’’ ทั้งหมดรอฟังผลวันที่ 24 กันยายน 2557 ระหว่างนั้นพยายามถามแม่ว่า เราเป็นโรคอะไรกันแน่ แม่ก็บ่ายเบี่ยงไปเรื่อย ไม่ยอมบอก โอเครไม่บอกไม่เป็นไร รอถามหมอเองก็ได้ วันฟังผลมาถึง ตื่นเต้น กลัว ไปฟังผลกะแม่

           พอเจอหมอเท่านั้นแหละ หมอไม่รอช้า หมอบอกว่า “หนูเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ระยะที่ 2” อึ้งไปเลยยย “หนูไม่ต้องตกใจนะ ชื่อโรคอาจจะฟังดูน่ากลัว พี่หมอเจอเคสแบบหนูมามากพอสมควร มะเร็งต่อมน้ำเหลืองมี 2 ชนิด คือ Hodgkin และ Non-Hodgkin ชนิดที่หนูเป็นคือ Hodgkin ซึ่งเป็นชนิดที่ตอบสนองต่อยาเคมีบำบัดดีมาก และโรคนี้มีโอกาสหายถึง 80%” ฟังจบ น้ำตามาอีกแล้ว T_T หมอพูดต่อ “พี่หมอจะรักษาแบบแผนปัจจุบัน เคมีบำบัด 6 cycle คือ 12  เข็ม จะให้สองสัปดาห์ 1 ครั้ง ใช้เวลารักษาประมาณ 8 เดือน และสิ่งที่ต้องเจอ ผมร่วง อาจมีคลื่นไส้ อาเจียน เตรียมหาวิก หาหมวกมาใส่ได้เลย” แม่ก็ปลอบ ไม่เป็นไรน่ะลูก “หมดเวลาอ่อนแอแล้ว…สู้สู้” โอเคในเมื่อมันเป็นไปแล้ว ทำไงได้ล่ะ ก็สู้สิค่ะ กำลังใจจากครอบครัว จากเพื่อนๆ มันทำให้เรามีแรงฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้ง แล้วหมอก็ห้ามกินผักสด กับผลไม้ในช่วงให้เคมีบำบัดด้วย เพราะว่าช่วงนั้น เม็ดเลือดขาวจะต่ำ ติดเชื้อได้ง่ายน่ะ

            วันที่ 29 กันยายน 2557 เคมีบำบัดเข็มแรกก็มาถึง คีโมที่เราได้มี 4 ตัว ตอนนั้นยอมรับเลยว่า กังวลมาก กลัวนู้น นี่ นั้นไปหมด ผมจะร่วงเลยไหม จะคลื่นไส้ไหม ผลปรากฏว่า เข็มแรกผ่านไปแบบสบายๆ ไม่เป็นไรเลย ผมยังๆๆไม่ร่วง ไม่มีคลื่นไส้สักนิด พยาบาลที่ดูแลตอนให้คีโมดีมาก ใส่ใจ ดูแลเราตลอดเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ต้องขอชมจริงๆจากใจเลย หลังจากนั้นหมอก็นัดทำ CT Scan ช่องท้องเพื่อดูว่า มีก้อนในช่องท้องไหม โชคดีไปที่ช่องท้องปกติ ไม่มีก้อน อีกสองสัปดาห์ก็มาให้คีโม เข็มต่อไป เข็มที่ 2 ผมเริ่มร่วงเยอะกว่าปกติ ก็เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ มีผื่น เม็ดขึ้นตามแขน ขา เล็บมือเล็บเท้า เริ่มคล้ำ เป็นแผลในปาก เนื้อเยื่อจะบางลง คีโมเข็มที่ 4 เม็ดเลือดต่ำลงเยอะ หมอก็ให้ฉีดยากระตุ้นเม็ดเลือด 3 วันติดต่อกัน เข็มที่ 5 เริ่มคลื่นไส้ อาเจียน หลายครั้งเลย เข็มที่ 6 นี่มันนรกชัดๆ ให้คีโมเสร็จกลับมาถึงบ้าน อาเจียนเลยคร่าท่านผู้อ่าน และอีกหลายครั้งตามมา พอหัวค่ำก็ปวดท้องถ่าย พร้อมด้วยอาเจียน มากกว่า 10 ครั้งเห็นจะได้ หน้าซีด หมดแรงกันเลยทีเดียว ประมาณเที่ยงคืนก็ยังไม่หยุด แม่กะพ่อเลยพาไป ร.พ. ใกล้บ้าน โดนฉีดยาไปเข็มนึง ก็ค่อยยังชั่วขึ้นมา วันหมอนัด ก็บอกหมอว่า ครั้งนี้ทั้งอาเจียน ทั้งถ่ายเลยค่ะ หมอบอกว่า คีโมที่หมอให้ไม่ได้ทำให้ถ่ายนะ น่าจะอาหารเป็นพิษแล้วหละ อะอ้าวหรอ หลังจากนั้นก็เลยระวังเรื่องอาหารการกินมากขึ้น  ตั้งแต่เข็มที่ 6 เป็นต้นมา หลังจากให้คีโมเสร็จ จะอาเจียนทุกครั้ง นอนไม่ได้เลย อาเจียนตั้งแต่ประมาณบ่ายๆไปจนถึง ตี 3 เกือบทุกชั่วโมง กินอะไรไม่ได้เลย กินไปออกหมด ช่วงให้คีโมเป็นช่วงที่ทรมานมากกก ! แต่พอรุ่งเช้าของอีกวันอาการเริ่มดีขึ้น กินอาหารได้ พอให้คีโมเข็มที่ 8 เสร็จ 1 สัปดาห์ก็ทำ CT Scan ปรากฏว่า ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจค่ะ ก้อนเนื้อที่ทรวงอกข้างซ้ายจากเดิมขนาด 13.41 cm. ยุบลงไปเหลือ 2.7 cm. ยุบไปถึง 90 % แล้วค่ะ ดีใจมากๆๆเลย หมอก็ให้คีโมต่อไปอีก 4 เข็ม พอเข็มสุดท้ายหมอบอกว่า เราต้องฉายแสงด้วย เพราะก้อนในตอนแรกมันใหญ่มาก อ้าวต้องฉายแสงด้วยหรอ ตอนแรกหมอไม่เห็นพูดถึงเลยอ่าาา  

เดี่ยวค่อยมาต่อนะค่ะ....
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่