ปกนี้เริ่มจากคำว่า ไอ้หน้าx
บุรุษจำนวนหนึ่งลงมติกันว่าเป็นคำด่าที่มีพลานุภาพสูงสุดในการพยามเกียรติ
แต่ใบหน้าก็คือใบหน้าต่อให้สวยงามหรืออัปลักษณ์เพียงใดก็ไม่อาจกลายเป็นโยนีไปได้ แล้วคำด่า หน้าป มันมีความหมายได้อย่างไร เรื่องนี้ เรเน มากริตต์ อาจตอบเอาไว้โดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อครั้งที่เขาพูดถึงภาพ the son of man ของเขา
“at least it hides the face partly well, so you have the apparent face, the apple, hiding the visible but hidden, the face of the person, it’s something that happens constantly. Everything we see hides another thing. We always want to see what is hidden by what we see. There is an interest in that which is hidden and which the visible does not how us. This interest can take the form of a quite intense feeling. A sort of conflict, one might say, between the visible that is hidden and the visible that is present. “
อน
ทุกสิ่งที่เราเห็นซ่อนสิ่งอื่นเอาไว้ เราอยากเห็นสิ่งที่ถูกปกปิดไว้เสมอ มันเป็นความสงสัยใคร่รู้ที่หนักหน่วง เป็นความรู้สึกที่ขัดแย้ง
ใบหน้าของผู้อถูกด่านั้นยังปกติดี _แม้อาจจะบึ้งตึงและโกรธเกรี้ยว_ แต่คำด่านั้นสร้างภาพบางภาพขึ้น และภาพนั้นซ่อนบางสิ่งที่น่าสงสัยใคร่รู้เอาไว้ เมื่อถูกผู้อื่นเรียกขานว่ามีใบหน้าเหมือนโยนี เขาย่อมมิได้หวั่นไหวว่าใบหน้าของตนจะเป็นอื่น ตำรวจไม่จับข้อหาอนาจาร_กรุณาสวมหน้ากากก่อนออกจากบ้านด้วยครับ_ หรือยั่วยุกามารมณ์แก่ผู้พบเห็น แต่สิ่งที่เขาหวั่นไหวก็คือ เมื่อถูกเรียกว่า ไอ้หน้าโยนี สิ่งอื่นฯ ที่ใบหน้าปกติปิดบังอยู่นั้น อาจเป็นความต่ำตมอย่างอวัยวาสืบพันธุ์
แต่จะใช้ภาพโยนี(ที่รีทัชเนียนใส+ได้ทรงตามขนบ) ขึ้นหราบปกนิตยสาร...ก็คงกระอักกระอ่วน
กระอักกระอ่วน
결단을 내려지 못하다, 망설이다.
이러지도 저러지도 못하다, 진퇴양난이다.
แม้จะมีเจตนาดัๆ อันใดอยู่เบื้องลังก็ตาม
ผนมึกถึง performance artist หญิงนามว่าเดบอราห์เดอ โรแบร์ติส (Deborah de robertis) 데보라 드 로베르티스:
구스타브 쿠르베의 ‘세상의 근원’을 행위예술로 제현
ในคราวทีเธออวดภูมิทัศน์ส่วนตั๊วส่วนตัวอ้าซ่ากลางพิพิธภัณฑ์ museed’orsay ในกรุงปารีส ยั่วล้อไปกับภาพเขียน the origin of the world ของ กุศตาฟ กูร์เบต์ (gustav Courbet) 귀스타브 쿠르베
사실주의 작가.
“천사를 데려오면 그리겠다. “
Cf)에드가 드가
이건 사실파 놈들에게 쏘는 총이다 ! 지팡이 탕탕~
ผลก็คือเธอโดนเจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์หิ้วปีกออกไป แต่ฝูงฝรั่งมุงต่างปรบมือให้ในงาน performance ชิ้นนี้ของเธอนะ
การด่านั้นก็ย่อมมีทั้งด่าอย่างฉูดฉาดหยาบคาย ทำให้ผู้ฟังเข้าใจโดยเร็วว่ากำลังถูกด่า อีกแบบหนึ่งก็คือการด่าอย่างแช่มช้า
แช่มช้า
몸놀림이 부드럽고 우아하다
หรือจะเรียกว่าด่าอนย่างมีศิลปะ... ประโยชน์ของมันอาจเป็นแค่ระบายอารมณ์ด้านลบออกไปโดยที่ไม่ได้ต้องการให้มีรีแอ็คชั่นเป็นของคมๆ หรือแข็งๆ สวนกลับมา ก็คนฟังเขาไม่เก็ท
ไอ้หน้าx อี อย่างมีศิลปะ ... อืมม ออกมาประมาณนี้อาจดูไม่ร่วมสมัยสักเท่าไร แต่คงไม่เป็นไรมั้ง เพราะคำด่คำนี้ น่าจะอยู่ในสกุลsurrealist
การลอก
บุรุษจำนวนหนึ่งลงมติกันว่าเป็นคำด่าที่มีพลานุภาพสูงสุดในการพยามเกียรติ
แต่ใบหน้าก็คือใบหน้าต่อให้สวยงามหรืออัปลักษณ์เพียงใดก็ไม่อาจกลายเป็นโยนีไปได้ แล้วคำด่า หน้าป มันมีความหมายได้อย่างไร เรื่องนี้ เรเน มากริตต์ อาจตอบเอาไว้โดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อครั้งที่เขาพูดถึงภาพ the son of man ของเขา
“at least it hides the face partly well, so you have the apparent face, the apple, hiding the visible but hidden, the face of the person, it’s something that happens constantly. Everything we see hides another thing. We always want to see what is hidden by what we see. There is an interest in that which is hidden and which the visible does not how us. This interest can take the form of a quite intense feeling. A sort of conflict, one might say, between the visible that is hidden and the visible that is present. “
อน
ทุกสิ่งที่เราเห็นซ่อนสิ่งอื่นเอาไว้ เราอยากเห็นสิ่งที่ถูกปกปิดไว้เสมอ มันเป็นความสงสัยใคร่รู้ที่หนักหน่วง เป็นความรู้สึกที่ขัดแย้ง
ใบหน้าของผู้อถูกด่านั้นยังปกติดี _แม้อาจจะบึ้งตึงและโกรธเกรี้ยว_ แต่คำด่านั้นสร้างภาพบางภาพขึ้น และภาพนั้นซ่อนบางสิ่งที่น่าสงสัยใคร่รู้เอาไว้ เมื่อถูกผู้อื่นเรียกขานว่ามีใบหน้าเหมือนโยนี เขาย่อมมิได้หวั่นไหวว่าใบหน้าของตนจะเป็นอื่น ตำรวจไม่จับข้อหาอนาจาร_กรุณาสวมหน้ากากก่อนออกจากบ้านด้วยครับ_ หรือยั่วยุกามารมณ์แก่ผู้พบเห็น แต่สิ่งที่เขาหวั่นไหวก็คือ เมื่อถูกเรียกว่า ไอ้หน้าโยนี สิ่งอื่นฯ ที่ใบหน้าปกติปิดบังอยู่นั้น อาจเป็นความต่ำตมอย่างอวัยวาสืบพันธุ์
แต่จะใช้ภาพโยนี(ที่รีทัชเนียนใส+ได้ทรงตามขนบ) ขึ้นหราบปกนิตยสาร...ก็คงกระอักกระอ่วนกระอักกระอ่วน
결단을 내려지 못하다, 망설이다.
이러지도 저러지도 못하다, 진퇴양난이다.
แม้จะมีเจตนาดัๆ อันใดอยู่เบื้องลังก็ตาม
ผนมึกถึง performance artist หญิงนามว่าเดบอราห์เดอ โรแบร์ติส (Deborah de robertis) 데보라 드 로베르티스:
구스타브 쿠르베의 ‘세상의 근원’을 행위예술로 제현
ในคราวทีเธออวดภูมิทัศน์ส่วนตั๊วส่วนตัวอ้าซ่ากลางพิพิธภัณฑ์ museed’orsay ในกรุงปารีส ยั่วล้อไปกับภาพเขียน the origin of the world ของ กุศตาฟ กูร์เบต์ (gustav Courbet) 귀스타브 쿠르베
사실주의 작가.
“천사를 데려오면 그리겠다. “
Cf)에드가 드가
이건 사실파 놈들에게 쏘는 총이다 ! 지팡이 탕탕~
ผลก็คือเธอโดนเจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์หิ้วปีกออกไป แต่ฝูงฝรั่งมุงต่างปรบมือให้ในงาน performance ชิ้นนี้ของเธอนะ
การด่านั้นก็ย่อมมีทั้งด่าอย่างฉูดฉาดหยาบคาย ทำให้ผู้ฟังเข้าใจโดยเร็วว่ากำลังถูกด่า อีกแบบหนึ่งก็คือการด่าอย่างแช่มช้า
แช่มช้า
몸놀림이 부드럽고 우아하다
หรือจะเรียกว่าด่าอนย่างมีศิลปะ... ประโยชน์ของมันอาจเป็นแค่ระบายอารมณ์ด้านลบออกไปโดยที่ไม่ได้ต้องการให้มีรีแอ็คชั่นเป็นของคมๆ หรือแข็งๆ สวนกลับมา ก็คนฟังเขาไม่เก็ท
ไอ้หน้าx อี อย่างมีศิลปะ ... อืมม ออกมาประมาณนี้อาจดูไม่ร่วมสมัยสักเท่าไร แต่คงไม่เป็นไรมั้ง เพราะคำด่คำนี้ น่าจะอยู่ในสกุลsurrealist