ต้องขอออกตัวก่อนว่าผมเองนั้นเป็นเพียงแค่เด็กมัธยมปลายบ้านๆ บ้านมากๆ ไม่มีอะไรที่โดดเด่นไม่ว่าจะทั้งด้าน การเรียน กีฬา หรือกิจกรรมอื่นๆเลย เรื่องราวของผมเริ่มขึ้นเมื่อตอน ม.4 ซึ่งเป็นช่วงที่ผมอกหักจากคนที่ผมชอบ และเพื่อนของผมคนหนึ่งก็ได้เข้ามาปลอบใจและได้ส่งลิ้งค์เฟสของหญิงหลายๆคนมาให้กับผม ซึ่งผมก็ไปสะดุดกับคนนึงเข้าให้ เธอเรียนอยู่ในโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในลำปางครับ ซึ่งค่อนข้างไกลมาก เพราะผมเองอยู่ฉะเชิงเทรา ผมพยายามจะคุยกับเธอให้ได้มากที่สุด แต่ก็คุยกันได้แค่ไม่กี่ข้อความเท่านั้น ผมจึงพยายามตั้งใจเรียนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อที่จะได้สอบเข้า มช.ให้ได้ ซึ่งผมจะไม่ลงลึกตรงเรื่องนี้เท่าไหร่นักนะครับ(เอาไว้ผมจะเล่าละเอียดๆให้ฟังในอีกกระทู้นะ) และในห้องของผมนั้นก็มีผู้หญิงคนนึงซึ่งสนิทกับผมมาก (ผมขอใช้นามสมมติของเธอว่าทอรุ้งนะครับ) ตอนแรกๆผมเฉยๆกับเธอมากๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปผมกับเธอก็สนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆผมจึงเลือกที่จะปรึกษาเรื่องนี้กับทอรุ้ง ทอรุ้งก็ให้คำปรึกษากับผมตลอด จนผมเริ่มรู้สึกดีกับเธอ ต่อมาเมื่อผมอยู่ ม.5 ตอนช่วงปิดเทอมใหญ่ ผมต้องการที่จะหาเงินใช้ ทอรุ้งเลยชวนผมทำงานที่เดียวกับเธอ(ขอบอกไว้ตรงนี้ก่อนนะครับว่าทอรุ้งเคยเป็นแฟนกับเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มผม และเคยคุยๆกับเพื่อนคนนึงที่อยู่วงเดียวกับผม) ผมก็ตกลงครับผมทำหน้าที่เป็นเด็กเสิร์ฟ เพราะที่บ้านทอรุ้งเปิดคาเฟ่ครับ ทอรุ้งเลยต้องไปช่วยแม่ของเธอซึ่งเธอทำหน้าที่เป็นคนคิดเงินอยู่ในเค้านท์เตอร์ ซึ่งผมต้องคอยเสิร์ฟอาหาร คอยรับ order ชงเหล้า เก็บจาน บลาๆครับ ทุกครั้งหลังจากเสร็จงานเราก็จะมานั่งที่โซฟาและใช้หูฟังคนละข้างเพื่อฟังเพลงและดู youtube ด้วยกันเสมอ บางครั้งผมเองก็เผลอแสดงความรู้สึกออกไปอาจจะด้วยสายตา และบางครั้งก็เผลอจับมือเธอ แต่ก็ไม่เคยที่จะจับได้จริงๆสักครั้งอย่างมากก็แค่นิ้วก้อยเกยกัน ซึ่งผมก็ทำไปได้ประมาณครึ่งเดือนกว่าๆ เพราะผมต้องเตรียมตัวแข่งดนตรีซึ่งตรงกับวันสงกรานต์พอดี และตลอดเวลาที่ผมทำงานกับทอรุ้งผมต้องนอนกับเพื่อนในวงที่เคยคุยๆกับทอรุ้ง ผมอึดอัดมากซึ่งทางตัวเพื่อนผมนั้นก็เหมือนจะรู้ตัวว่าผมรู้สึกดีกับทอรุ้ง(และทอรุ้งเองก็เหมือนจะมีความรู้สึกดีๆให้แก่ผมเหมือนกัน) เขาจะบอกกับผมตลอดว่ารู้นะว่าทำอะไร และเขาก็เหมือนพยายามที่จะเปิดมือถือผมดูทุกครั้งซึ่งผมก็ไม่ได้อะไรกับเขามากมายเพราะเขาก็คือเพื่อน ผมเลยได้แต่เบี่ยงประเด็นไปเรื่องอื่น พอเสร็จจากงานแข่งดนตรี เราก็คุยกันมาเรื่อยๆ ความรู้สึกยิ่งมากขึ้นๆทุกวันสถานะของเรามันไม่ชัดเจนแต่การคุยกันมันเหมือนกับคู่รักดีๆนี่เอง พวกเราโทรหากัน คอลหากัน เพื่อที่จะนั่งดูซีรี่ย์ หรือ การ์ตูนด้วยกัน แต่ตัวผมเองก็ไม่กล้าที่จะสารภาพความในใจกับทอรุ้งเพราะผมเองก็ยังไม่มั่นใจกับความรู้สึกของตัวเอง เพราะใจหนึ่งก็ยังอยากจะวิ่งตามผู้หญิงอีกคนที่อยู่ลำปางเหมือนกัน และอีกเหตุผลที่ผมยังไม่กล้าที่จะบอกไปเพราะผมกลัวจะเสียเพื่อนไปถึง 2 คน เลยทำได้แค่อยู่ในสถานั้นต่อไป ต่อมาผมรับรู้ว่าเธอเองมีแฟนใหม่แล้วซึ่งเป็นรุ่นน้องที่อยู่ ม.4(ตอนนี้เราอยู่ ม.6 แล้วนะครับ) แต่เรา 2 คนก็ยังคงคุยกันในสถานั้นต่อมาเรื่อยๆจนเหมือนคู่รักกันมาก แต่พอต้องเจอกันจริงๆ ผมได้แต่หลบหน้าเธอ ผมไม่กล้าที่จะเห็นเธอด้วยซ้ำ เพราะผมหวงและหึงเธอทุกครั้งที่เห็นเธออยู่กับแฟนของเธอ หรือแม้แต่เล่นกับเพื่อนผู้ชายในห้องก็ตาม ผมได้แต่เก็บตัวอยู่ในมุมเงียบๆของผมต่อไป เพราะผมไม่อยากจะทำให้เธอต้องลำบากใจ ผมทนอยู่ในสถานะนั้นมาเรื่อยๆ จบไกล้จะจบม.6 เราเริ่ม วีดีโอคอลหากัน เวลาผมนั่งปั่นงานเธอก็อยู่เป็นเพื่อนกับผมจนดึกดื่นจนเธอหลับไปผมก็ยังไม่วางสาย เพราะผมอุ่นใจเสมอแค่เธอยังอยู่ข้างๆผม และในที่สุดเราทั้งสองก็จบ ม.6 เราเริ่มที่จะบอกรักกัน ใช้คำเรียกกันแบบคู่รัก ทั้งๆที่จริงๆแล้วเราก็ไม่ได้เป็นอะไรกันซึ่งถามว่าผมโอเคใหมผมโอเคนะกับตัวผมเอง แต่ผมก็ไม่ค่อยโอเคกับแฟนของทอรุ้งมันเหมือนผมเป็นคนเลวมากๆยังไงไม่รู้ และต่อมาเธอกับแฟนของเธอก็เลิกกันแต่เหมือนกับน้องเขาจะไม่ยอมเลิกด้วย ซึ่งเขาจะเลิกกันแบบจริงๆจังๆก็เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา แฟนน้องเขาเริ่ม Inbox มาหาผมผมก็ได้แต่อ่านและไม่กล้าตอบ เพราะคอลหากันจนเช้าทุกวันๆ(เพราะทอรุ้งเองต้องทำงานที่คาเฟ่ของแม่เธอทุกวัน) ผมก็จะรอคุยกับเธอเสมอ คือต้องบอกอีกอย่างนะครับว่ามีหลายๆครั้งที่ผมพยายามที่จะถอยออกมาแต่เหมือนทอรุ้งจะลำบากใจกับผม ผมเลยต้องเดินกลับเข้าไปใหม่ พอเธอเลิกกับแฟนของเธอแล้วเธอบอกว่าเธออยากที่จะไปดูหนังคนเดียวผมก็เป็นห่วงเธอ เธอก็บอกว่าถ้าเป็นห่วงก็มาด้วยกันสิ และไม่กี่วันที่ผ่านมาเราก็มีโอกาศที่จะได้ไปดูหนังด้วยกันซึ่งเราไปดู Fast7 ซึ่งระหว่างรอที่จะดูหนังเราก็ได้ทานข้าวกันซึ่งผมคิดว่าถ้ามองจากมุมมองคนอื่นก็คงคิดว่าเราเป็นคู่รักกันไม่ผิดแน่ พอเรานั่งลงในโรงหนังได้ไม่นานเธอก็มากระซิบข้างๆผมว่า รักนะ(วันก่อนที่จะมาดูหนังด้วยกัน ผมบอกกับเธอไปว่าเล่นเกมส์กันใหม วันที่ไปดูหนังใครบอกรักคนแรกจะเป็นคนชนะ)ผมใจเต้นแรงและหน้าแดงมากแต่อาจจะเป็นเพราะความมืดในโรงหนังเลยทำให้เธอไม่ทันได้สังเกตุเห็น และเธอก็ยิ้มอย่างผู้มีชัย หลังจากเราดูหนังจนเสร็จเราก็กลับบ้านกันด้วยรถเมล์ ผมก็นั่งของผมมาเรื่อยๆ แต่ในใจคิดอะไรอยู่ไม่รู้อยู่ดีๆ มือเจ้ากรรมของผมก็เอื้อมไปจับมือทอรุ้งเข้า เธอก็ไม่ได้ว่าอะไร เธอหันมาสบตาผมซึ่งมันเป็นช่วงเวลาที่มันมหัศจรรย์มาก ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลย(เพราะตลอด18ปีที่ผ่านมาผมเองไม่เคยมีแฟนเลยสักคน) ซึ่งเธอเองก็เหมือนจะตอบรับการจับมือของผมด้วยการบีบเบาๆที่มือของผมเช่นกัน พอต่อมาสักแปปดันมีรุ่นน้องคนที่รู้จักของทอรุ้งเดินขึ้นมาบนรถ (ซึ่งเป็นน้องของผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมเองเคยประทับใจในรอยยิ้มของเธอ) ในระหว่างที่รถกำลังเดินทางอยู่นั้นผมเองก็จับมือทอรุ้งมาตลอดจนทอรุ้งหลับไปผมก็ยังจับมือเธออยู่ผมได้แต่จ้องมองหน้าเธอตอนที่เธอหลับ เธอสวยและน่ารักมากในสายตาผม และหลังจากนั้นน้องคนนั้นก็ได้ไปเล่าให้พี่ของเธอฟังและก็กลายเป็นว่าอาจจะมีใครหลายๆคนรู้เรื่องนี้ พอวันต่อมาแฟนเก่าของทอรุ้งก็ Inbox มาหาผมอีกครั้งออกแนวต่อว่าและประชดประชัน ผมเองก็ได้แต่เงียบไม่โต้ตอบเพราะไม่อยากให้ทอรุ้งต้องลำบากใจ ในคืนวันนั้นขณะที่เฟิร์สกำลังหลับก็มีLineของทอรุ้งเด้งขึ้นมาผมเลยเปิดอ่าน เขาบอกมาว่าเขาเครียด ขอปรึกษาได้ใหม ผมเองก็งง เพราะทอรุ้งหลับไปแล้ว และผมก็ยังถือสายคอลกับเธออยู่ ผมถามกับทอรุ้งไปว่าทอรุ้งได้ส่งมาใหม ทอรุ้งก็บอกว่าป่าวนี่ เอาไปเอามาเลยกลายเป็นว่าคนที่ Lineมาหาผมคือแฟนเก่าของทอรุ้ง และวันต่อมาแฟนเก่าของทอรุ้งก็ Inbox มาว่ารู้หมดละนะว่าคุยอะไรกันบ้าง ผมงงมากเลยถามทอรุ้ง ซึ่งได้คำตอบมาว่าในขณะที่ทอรุ้งหลับอยู่นั้นแฟนเก่าของเธอได้เข้ามาในบ้านและได้เปิดคอมของเธอเพื่ออ่านข้อความที่เราคุยกัน(แม่ของทอรุ้งเป็นคนเปิดประตูให้แฟนเก่าทอรุ้งเองครับ เพราะแม่ของทอรุ้งก็ยังไม่รู้ว่าเลิกกันจริงๆแล้ว) ทอรุ้งมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่แม่มาเรียกว่าเออ ... มาหา ทอรุ้งก็วิ่งลงไปแต่ไม่ทันครับ เพราะน้องที่เป็นแฟนเก่าของทอรุ้งอ่านไปมากกว่าครึ่ง ชม.แล้ว น้องเขาก็ยังคง Inbox มาเรื่อยๆ ต่อมาผมไม่รู้จะยังไงเลยแคปรูปไปให้เฟิร์สดูซึ่งเฟิร์สก็บอกว่าคุยกันแล้ว และวันนั้นก็ไม่มีอะไรไปมากกว่านี้เราก็ยังคงคุยและคอลหากันตามปรกติ พอวันต่อมาเพื่อนของน้องเขาก็ Inbox มาอีกคราวนี้ผมทนไม่ไหว ผมเลยบอกไปว่า "เอางี้ใหม แข่งกันจีบใหม คนที่ชนะจะได้ทอรุ้งไป และคนที่แพ้จะไม่มีสิทธิยุ่งวุ่นวายอะไรอีก"น้องเขาก็โอเค และต่อมาก็บอกว่า เอางี้ใหม ให้ไปถามทอรุ้งว่ารักผมใหมและแคปคำตอบมาให้ดู และเพื่อนของน้องที่เป็นแฟนเก่าทอรุ้งก็Inbox มาประมาณแบบว่าวันนี้แฟนเก่าของทอรุ้งและทอรุ้งก็อยู่ด้วยกันที่บ้านของทอรุ้งอยู่เลย และยังบอกรักกันด้วย ผมก็ถามทอรุ้งไปว่าจริงๆแล้วคิดยังไงกับผมกันแน่ ทอรุ้งก็ไม่ตอบจนเวลาผ่านไปสักพักเธอก็ตอบแต่เธอก็ไม่ได้ตอบตรงประเด็นเท่าไหร่นัก เธอบอกกับผมว่า "เธอเองก็ยังรู้สึกดีๆกับน้องเขาอยู่ แต่รู้สึกดีกับผมมากกว่า" ผมก็ไม่รู้จะแคปไปดีใหม จังหวะที่ผมกำลังคิดและเครียดแบบโคตรหนัก แฟนเก่าของเธอก็ Inbox ส่งรูปเขากำลังจับมือกับทอรุ้งมาให้ผม และพิมพ์มาว่า"ว๊ายยยยยยย"ผมเองน้ำตาแทบใหล ผมทำอะไรไม่ถูกเอามากๆ ผมกลั้นใจตั้งสติและพิมพ์ไปว่า "โอเคครับ พี่แพ้ ตามสัญญาครับ ผู้แพ้จะไม่มีสิทธิยุ่งอะไรอีก" จังหวะที่ผมกำลังจะปิดเฟสบุ๊คของผมลง น้องเขาก็ Inbox มาว่า "พี่ๆๆๆ ฟังผมก่อน และก็บอกประมาณแบบว่า ผมไม่สามารถที่จะดูแลทอรุ้งได้แล้วนะครับ ผมฝากทอรุ้งได้ใหม แต่พี่ต้องสัญญากับผมว่า พี่จะไม่นอกใจทอรุ้งเด็ดขาดไม่งั้นผมเอาพี่หนักแน่" ผมก็ตกลงกับเขา ว่า"ได้ดิ" และน้องเขาก็เพื่อนน้องเขาก็ยังคง Inbox มาเรื่อยๆ แต่ผมเหนื่อยและเครียดมากผมไม่อยากอ่านเลยผมไม่อยากตอบไม่อยากรับรู้อะไรเลย และวันนั้นผมเองก็ยังคงคุยกับทอรุ้งตามปรกติซึ่งเธอก็ขอโทษผมต่างๆนา ผมเองก็ได้แต่ตอบไปว่าผม"ไม่เป็นไรเราโอเค" แต่จริงๆผมโคตรไม่โอเคเอามากๆ แต่ผมก็ยังคงตีหน้าร่าเริงคุยกับเธอต่อไปจนไกล้เช้า ผมเลยถามเธอเพื่อให้มั่นใจว่า "ทอรุ้งนี่เราเป็นแฟนกันแล้วไช่ใหม" เธอก็บอกว่า"อื้มมไช่ เราเป็นแฟนกันแล้ว" พอผ่านไปสักพักใหญ่ๆอยู่ดีๆเธอก็บอกกับผมว่า "เออ น้องเขาอยากจะขออะไรเราเป็นสิ่งสุดท้าย น้องเขาบอกว่าอยากจะชวนเราไปทำบุญเป็นครั้งสุดท้ายอะ" ผมก็ไม่ได้ห้ามเธอหรือต่อว่าเธอ ผมทำได้แต่บอกว่าระวังตัวดีๆนะ เตรียมเครื่องช็อตไฟฟ้า กับ สเปรย์พริกไทยไปด้วย ทอรุ้งก็บอกว่าโอเคครับ เดี๋ยวเค้าพาแม่ไปด้วย และหลังจากนั้นเธอก็หลับไปทิ้งผมไว้กับความสับสนผมเครียดมาก และเมื่อเช้านี้ก็มี surprise ใหญ่จากแฟนเก่าของเฟิร์สเขาส่งบางอย่างมาให้ผมในline(ซึ่งผมไม่สามารถบอกได้เพราะผมสัญญากับเขาไว้ว่าจะไม่บอกใคร) และนั่นมันทำให้ผมช็อค สับสน เครียดมากกว่าเดิม ขาผมไม่มีแรง ผมไม่รู้ว่าผมจะทำอะไรต่อไปดี ผมไม่มีกะใจจะทำอะไรด้วยซ้ำ ทั้งๆที่วันนี้ก็มีนัดซ้อมดนตรีแท้ๆ เพลงก็ยังแกะไม่ครบ ผมไม่รู้ว่าผมจะเอายังไงต่อ เลยหยิบกุญแจและ ขับรถออกมาข้างนอก ผมขับรถไปร้องไห้ไป ความรู้สึกแม่.งปนกันมั่วไปหมด ผมโคตรสับสนและทำเชี่.ยอะไรไม่ถูกสักอย่าง พอผมเริ่มตั้งสติได้ผมก็ได้เดินเข้ามาที่ร้านเน็ตแห่งหนึ่ง ซึ่งก็คือร้านเดียวกับที่ผมได้พิมพ์เรื่องราวเหล่านี้ลงใน Pantip ให้ทุกคนอ่าน ผมแม่.งก็ไม่รู้ว่ะ ว่าผมควรทำอะไรยังไงต่อเหมือนกัน ขอบคุณที่ทนอ่านนะครับ ขอบคุณจริงๆ.
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้แต่อย่าไปว่าทอรุ้งว่าเธอเป็นคนไม่ดีนะครับเพราะผมเองต่างหากที่มัวแต่ลังเลกับความรู้สึกเลยทำให้เป็นแบบนี้
ไม่รู้เหมือนกันว่าจะตั้งชื่อกระทูนี้ว่าอะไร