สิบปีของสถานะ "Friendzone"

กระทู้สนทนา
รู้จักพันทิพย์มาก็นาน อ่านเรื่องของคนอื่นมาเป็นร้อย วันนี้ได้มาเขียนเรื่องตัวเองให้คนอื่นได้อ่านบ้าง รู้สึกแปลกดี
ไม่รู้ว่าผมจะเล่าได้สนุกรึเปล่า บางทีเรื่องนี้อาจจะน่าเบื่อสำหรับเพื่อนๆบางคนก็ได้ ต้องขอโทษจริงๆ

เรื่องของผมกับเธอเริ่มต้นเมื่อราวๆสิบปีที่แล้ว ตอนนั้นผมพึ่งจบมัธยมต้นจากโรงเรียนแห่งหนึ่งในภาคใต้
ต้องขึ้นมาเรียนที่ภาคกลางตามพ่อกับแม่ที่มาทำธุรกิจที่นี้
โรงเรียนต่างๆในจังหวัดนั้นพากันรับนักเรียน ในภาคเรียนที่กำลังจะเปิดไปหมดแล้ว ด้วยความไม่พร้อมเพราะต้องขึ้นมาอย่างกระทันหัน ผมเลยต้องไปสมัครที่โรงเรียนนี้แม้ครั้งแรกผมจะไม่ค่อยชอบเท่าไร เพราะก่อนหน้านี้ผมเรียนในโรงเรียนที่ใหญ่กว่าโรงเรียนนี้มาก
ผมสอบเข้าด้วยคะแนนทั่วๆไป แต่ก็ยังพอที่จะได้เรียนในสายวิทย์-คณิต และเมื่อถึงวันสัมภาษณ์ ผมก็รู้สึกน่าเบื่อเพราะไม่ได้อยากอยู่โรงเรียนนี้เลย
แต่วันนี้ก็ได้ทำให้ผมได้รู้จักเธอ

แม่ผมเป็นคนอัธยาศัยดีมากคุยกับผู้ปกครองของเด็กที่มาสอบสัมภาษณ์ไปทั่ว จนได้ไปคุยกับแม่ของเด็กผู้หญิงคนนึงที่กำลังสอบสัมภาษณ์อยู่ในห้องก่อนหน้าผม
ถ้าใครว่าฉากที่พระเอกตกหลุมรักนางเอกตอนเธอเดินลงบันไดแล้วหันมานั้นดูตลก ก็คงจะขำผมได้แบบนั้นเช่นกัน
ตอนนั้นเธอดูน่ารักสดใส ตัวเล็กน่าถนอม เธอเปลี่ยนโรงเรียนนี้ให้น่าเรียนทันที ผมแอบฟังบทสนทนาและได้ยินแม่ของเธอเรียกเธอว่า "อ."
ผ่านวันนั้นมา ผมเต็มใจไปที่จะไปเรียนที่โรงเรียนนนี้ และรอวันเปิดภาคเรียนให้ใกล้เข้ามาทุกที

เมื่อถึงวันเปิดภาคเรียน ผมก็เลือนๆหน้าตาของเธอไปบ้าง แต่เมื่อเจอและได้รู้ว่าเราอยู่ห้องเดียวกันนี้มันช่างบังเอิญรึฟ้าแกล้งผมกันแน่ผมก็ไม่แน่ใจจริงๆ
ช่วงแรกๆผมไม่ได้จีบเธอครับ ผมรอดูความเคลื่อนไหวไกลๆ และเพื่อนใหม่ในห้องผมคนนึงก็ตกเป็นประเด็นกับเธอ แต่นั้นก็ผ่านไปไม่มีอะไรในกอไผ่
เมื่อได้ทีผมเริ่มทำการรุกด้วยการเข้าไปคุย แสดงตัวว่าชอบเธอ และดูเหมือนว่าเธอจะมีใจ(รึเปล่า) เพราะสุดท้ายผมได้รู้ว่า

มีหลายๆคนชอบเธอและเธอก็ได้ชอบผู้ชายคนนึง เธอบอกจากปากของเธอ ผมโมโหมากตอนนั้นและตั้งใจจะไม่คุยกับเธออีก
แต่เธอกับคนที่เธอชอบก็ไม่ได้คบกัน(รึเปล่า) ผมจึงกลับมาคุยกับเธอ และพยายามจีบเธออีกครั้ง

มันเป็นป็อปปี้เลิฟที่ผมคงไม่มีโอกาสทำให้ใครได้มากขนาดนี้อีกแล้ว ตอนนั้นผมส่งจดหมายน้อย ให้ลูกอมให้ของขวัญให้ดอกไม้ ดูแลเทคแคร์เท่าที่เด็กมัธยมปลายจะทำได้ ผมโทรศัพท์หาเธอแม้ว่าเงินในมือถือจะหมด ด้วยการเดินไปโทรตู้หน้าโรงเรียน และไรท์เพลงลงแผ่นซีดีส่งให้เธอ

แต่นั้นก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย เพราะเธอไม่ได้ชอบผมแล้ว...

ผม ผมกลายเป็นไอ้เด็กเกรียนอกหักประชดชีวิต ผมเปลี่ยนจากดูแลกลายเป็นโกรธ จนผมทำอะไรโง่ๆกับเธอจนเธอต้องร้องไห้
ผมรู้สึกผิด ผมขอโทษเธอ และเราก็ห่างกันไป เพราะผมได้รู้จักเพื่อนต่างโรงเรียนทำให้ผมพบรักกับผุ้หญิงคนใหม่(แต่ก็แห้ว)เหมือนการประชดกลายๆ  ส่วนเธอก็คบกับรุ่นพี่ เราเริ่มกลายเป็นเพื่อนกัน เพราะด้วยความที่คุยด้วยกันมามาก และผมก็ชอบคนอื่นไปแล้ว แต่ผมก็ยังดูแลแบบเพื่อนคนนึงทำ
มีวันหนึ่งตอนเลิกเรียน ทุกคนกำลังหาทางกลับบ้านเกิดฝนตกหนัก ผมตอนนั้นเรียน นศท.(รด.หน่ะแหละ) เลยถอดเสื้อตัวนอกมายืนกันฝนให้เธอ มันทำให้ผมคิดถึงช่วงที่เคยชอบเธอ แต่ผมเลือกคนใหม่ที่ผมชอบมากกว่า และเราก็ยังเป็นเพื่อนกันแบบเดิม
ช่วงสุดท้ายของมัธยม ผมคบผู้หญิงหลายคนแต่สุดท้าย ผมกลับพบว่าที่รู้ใจผมมากที่สุดเป็น "อ." ผมขอเธอให้ลองคบกันแต่เธอก็ปฏิเสธ
หลังจากนั้นผมกับเธอก็แยกย้ายไปศึกษาต่อ

เธอก็ยังส่งข้อความมาบ้างในวันสำคัญ แต่ผมเพลิดเพลินกับสังคมใหม่ๆในรั่วมหาลัย เราห่างกันไปเรื่อยๆ
จนช่วงปีสาม ผมเลิกกับแฟนที่มหาลัย ด้วยความเหงา เราคุยกัน ความรู้สึกดีๆกลับมา เธอส่งเพลงส่ง E-mail มาบอกความรู้สึกกับผม(คงเพราะเธอเหงา)
แต่ตอนนั้นผมได้สังเกตว่า อดีตเพื่อนรักสมัยมัธยมผมกำลังทำบางสิ่งที่ผมพอเดาออก นั้นคือการจีบ "อ."
ที่จริงแล้วผมเป็นคน sense แรงมาก รางสังหรณ์แม่นมันบอกผม และเรื่องอดีตเพื่อนผมคนนี้ชอบ "อ." ผมก็รู้มาตั้งแต่สมัยเรียน แต่ด้วยความเกรงใจเลยไม่สามารถจีบ "อ." ต่อหน้าผม(ละมั้ง) และสุดท้ายเธอก็ไปคบกับเพื่อนผมคนนี้จริงๆ !?
ผมไม่โกรธเธอเลย แต่ผมแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่บอกกันตรงๆต้องให้เพื่อนผมคนอื่นมาบอกให้ผมรู้ ตอนนั้นผมจึงตัดสินใจกลับไปคบกับแฟนเก่าที่มหาลัย
แต่ความรักของผมก็จบลงในไม่ช้า ตามประสา "แก้วที่มันร้าวไม่นานก็คงจะแตก" ผมเป็นโสดเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ ส่วน "อ." ไม่นานเธอก็เลิกรากับอดีตเพื่อนผม

ครั้งแรกผมกะไม่คุยกับเธอ(อีกแล้ว) แต่เพราะความที่เราสนิทมากผมก็โทรไปหาเธอถามสารทุกข์สุกดิบ ผมขอยอมรับตามตรง ณ ตรงนี้ว่าเป็นผมเองที่เริ่มกลับไปคุยกับเธอทุกครั้ง ผมใจไม่แข็งพอที่จะตัดเธอไป บางครั้งเราก็ไปดูหนัง ทานข้าว ไหว้พระด้วยกัน
จนต้องผมทำหน้าที่ชายไทยทดแทนพระคุณพ่อแม่ด้วยการบวชเป็นเวลาหนึ่งปี เมื่อลาสิกขา (ลามาเพราะจำเป็นไม่ใช่เรื่องสีกา โอเค๊ ) มาผมโทรไปหาเธอด้วยความอยากรู้ว่าเป็นอยู่ยังไง ครั้งนี้เธอพยายามบอกกับผมว่าเธออยากอยู่คนเดียว ผมจึงค่อยๆห่างออกกมาเพราะไม่อยากไปรบกวน อันที่จริงเธอคงมีใครอยู่แล้วและพยายามบอกผม(รึไล่?)

มีช่วงนึงนผมมีเรื่องเครียดจนนอนไม่หลับ สุดท้ายผมก็ส่งข้อความไปในไลน์เธอกลางดึกโดยที่ไม่ได้หวังให้เธอตอบ แต่ ข้อความก็ได้ตอบกลับมา ผมระบายเรื่องที่อึดอัดมานานให้เธอฟัง ผมสบายใจมากเมื่อมีเธอคอยรับฟังเรื่องราว สุดท้ายผมได้โทรไปหาเธอเราคุยกัน
เธอเล่าให้ฟังว่ากลับไปคุยกับแฟนเก่า และเขาจะมาขอเธอ แต่สุดท้ายแล้วผู้ชายคนนั้นก็กลับไปคบกับแฟนเก่าของเขาอีก ผมตกใจเพราะถ้าผู้ชายคนนั้นไม่กลับไปคบกับแฟนเก่าของเขา เธอคงแต่งงานกับผู้ชายคนนี้ไปแล้ว(เธอบอกแบบนั้น)ผมดีใจที่เธอยังไม่ได้แต่งกับเขาไป

แต่ถ้าวันนั้นมาถึง วันที่เธอต้องแต่งงานกับใครไปจริงๆ ผมควรยินดีใช่ไหม...

และล่าสุดผมได้โทรไปหาเธอ แปลกที่ทุกๆครั้งเวลาเธอมีปัญหา (ก่อนหน้านี้เคยมีปัญหากับเมท พอผมโทรมาก็ร้องไห้) ผมมักจับน้ำเสียงเธอได้ ผมถามเธอว่ามีอะไรรึเปล่าน้ำเสียงผิดปกติ เธอก็บอกว่าไม่มีอะไร จนถามไปถามมาเธอก็พูดประมาณว่าจะให้ผมวางสาย ตอนนั้นผมก็พอเดาออกทันทีว่าเธอคงมีเรื่องอะไร พอซักมากๆเธอก็ยอมเล่าให้ฟังว่า
เธอได้รู้จักผู้ชายคนนึงผ่านการแนะนำของเพื่อนเธอ ผุ้ชายคนนี้เขาจีบสาวไม่เป็น (แต่บอกชอบตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน) เธอเล่าประมาณว่าเขาคนนี้ไม่ค่อยตอบไลน์เธอเลย ดูไม่ค่อยสนใจ เธอรอโทรศัพท์เขา รอให้เขาโทรมา บางครั้งก็หายไปนานๆกว่าจะตอบที แล้วเธอก็ร้องไห้ ผมก็ได้แต่หาเหตุผลที่มาแก้ต่างให้ผุ้ชายคนนี้แทนว่าบางที่เขาอาจจะไม่ว่างบ้าง สงสัยเขาติดงานอะไรแบบนั้น

มันเจ็บตรงที่ว่า ไลน์ผมเธอไม่ตอบ โทรหาผมสักครั้งก็ไม่เคย พิมพ์ไปนี้จะร้องไห้

สุดท้ายเธอก็ดูเหมือนจะดีขึ้น ขอบอกขอบใจผมแล้วก็วางสายไป...

ผมตัดสินใจว่าจบกระทู้นี้แล้วผมคงต้องเดินออกมาจากชีวิตเธอเสียที ผมได้แต่หวังว่าเธอคงเจอคนที่ใช่ เพราะเพื่อนๆเธอหลายคนก็แต่งงานไปหมดแล้ว

... ผมติดอยู่ตรงนี้ตั้งแต่วันแรกที่ได้รู้จักเธอ ตรงนี้มาสิบปี ตรงที่คำว่า "Friendzone"

ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเขียนมาเล่าอะไรในพันทิพย์แบบนี้ ขอบคุณมากนะครับที่อ่านจนจบ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่