อย่าพึ่งคิดไปไกลนะครับ ผมเเค่อาจมีความคิดที่เเปลกๆไปจากคนอื่น ที่เขาอาจไม่คิดกัน ผมว่าการทำบุญไม่จำเป็นว่าเราต้องทำกับวัดหรือพระเสมอไป แต่การให้กับคนที่เราอยากให้ เเละอยากช่วยเหลือ เเล้วผลนั้นทำให้เกิดความรู้สึกที่ดี นั้นก็คือการทำบุญเเล้ว เพราะความรู้สึกดีๆเหล่านั้นจะส่งผลไปในทางที่ดีขึ้น เช่นเดียวกันกับการที่เรานั่งสมาธิ เมื่อเรามีสติหรือสมาธิเราก็สามารถคิดเเละตัดสินอะไรได้ดีขึ้นเช่นกัน ที่ผมคิดเช่นนี้เพราะปัจจุบัน เวลาที่ไปตามวัดต่างๆ ก็มักจะได้ยินคำพูดที่ว่าทำบุญกันเยอะๆชาติหน้าจะได้เจอเเต่สิ่งดีๆ ทำไมเราต้องทำบุญเเล้วเอาไปใช้ชาติหน้าเหรอ เราต้องทำเยอะขนาดไหนเหรอ ทำเยอะเเล้วจะได้เยอะจริงหรือ คำว่าจำนวนนี้เเละคือที่มาของกิเลสที่เราสร้างขึ้นโดยไม่รู้ตัว ว่าเราต้องทำบุญเยอะๆนะเเล้วชาติหน้าเราจะได้ใช้บุญนั้นๆ มันเป็นการกระตุ้นให้เราอะไรสักอย่างเยอะๆเพื่อให้ได้สิ่งตอบเเทนกับมา้เยอะๆ ใช่ครับทำเเล้วไม่มีใครเดือดร้อน เเต่บ้างทีคนที่ไม่มีก็จะทำให้ตัวเองเป็นทุกข์ได้ ผมว่าบ้างทีเราก็อาจมองข้ามในบ้างจุดไป เพราะโลกปัจจุบันมันเปลี่ยนไปมาก ผมก็ไม้รู้เหมือนกันว่าคำสอนที่เเท้จริงของพระพุทธองค์มีว่าอย่างไร เพราะสิ่งที่ผมีได้ยินหรือได้รับการสอนมาก็มีการถ่ายทอดต่อๆจากตัวเเทนพระองค์กันมาจนไม่รู้ว่า คำสอนที่เเท้จริงมีว่าอย่างไร แต่เราก็ทำได้เเค่การนำเอาปรับมาใช้ เพราะโลกเรามีการพัฒนาไปเรื่อยๆ ้
การทำบุญคิอการสร้างกิเลสใช่หรือไม่