http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1427758873
นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทย ไม่สามารถกระตุ้นด้วยบริโภคได้อีกแล้ว เนื่องจากหนี้ครัวเรือนสูงที่สุดในโลกถึง 80% มากที่สุดในรอบ 7 ปี จากนโยบายโครงการประชานิยมของรัฐบาลก่อน ส่งผลกระทบต่อภาระหนี้ให้ประชาชนเพิ่มขึ้น หากกระตุ้นด้วยการบริโภคอีก ก็จะเป็นการเพิ่มหนี้ครัวเรือนให้สูงขึ้นไปอีก ถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง โดยหลังจากนี้ รัฐบาลจะเน้นมาตรการให้เกิดการจ้างงาน เพื่อประชาชนมีงานทำ ซึ่งช่วยให้เกิดการอดออมและนำไปใช้หนี้ บางส่วนก็นำเอามาบริโภคในชีวิตประจำวัน
ยอมรับว่า ขณะนี้ภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงเกิดขึ้นทั่วโลกไม่ใช่ไทยเพียงประเทศเดียว ซึ่งการแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทยนั้น รัฐบาลต้องเร่งการใช้จ่ายภาครัฐ เร่งการลงทุนให้เกิดขึ้นเร็ว ทั้งรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และท้องถิ่น เพื่อให้เพิ่มรายได้ให้ประชาชน เนื่องจากไม่สามารถพึ่งพาการส่งออกได้เหมือนอดีตที่ผ่านมา เนื่องจากเศรษฐกิจโลกมีปัญหา ทำให้ผู้ประกอบการส่งออก และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เกี่ยวข้องมีรายได้น้อยลง ต้องเลิกจ้างแรงงาน เพื่อลดการใช้จ่าย ส่งผลให้แรงงานขาดรายได้ กลายเป็นปัญหาเพิ่มขึ้น
"ขณะนี้ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทย ต้องเลิกกระตุ้นการบริโภคแต่ต้องกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการลงทุนในระยะยาว เพื่อให้เกิดการจ้างงาน รวมทั้งต้องดูแลการส่งออก ซึ่งการแก้ไขเรื่องดังกล่าว ต้องใช้เวลา ไม่สามารถแก้ให้ได้ผลภายใน 3-6 เดือนนี้"
อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยการเร่งการใช้จ่ายภาครัฐนั้น จะต้องเก็บภาษีเพิ่มขึ้น เพราะรายได้จากภาษีของไทยปัจจุบันอยู่ที่ 18% ของจีดีพี เมื่อรวมรายได้ของรัฐวิสาหกิจที่ 20% เทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว มีรายได้จากการเก็บภาษีถึง 40% สะท้อนว่าการเก็บภาษีของไทยยังน้อยกว่ามาก ทำให้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจทำได้ช้า รวมทั้ง การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและไทย จะขยายตัวได้ลดลง จากเดิมที่เศรษฐกิจไทยเคยขยายตัวได้ 5-7% ต่อปี เหลือเพียง 2-4% ต่อปีเท่านั้น จะมีเพียงประเทศที่เศรษฐกิจเล็ก ๆ อย่าง สปป.ลาว กัมพูชา และเมียนมาร์เท่า นั้นที่จะขยายตัวได้ 7% ต่อปี แม้แต่ประเทศจีน ที่เคยขยายตัวได้ 9% ต่อปี ต่อไปการขยายตัวให้ได้ 7% ต่อปี ก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน
ซัดรบ.ก่อน! ทำหนี้ครัวเรือนสูงสุดในโลก-คลัง รับกระตุ้นศก.ไร้ผล แก้โดยเก็บภาษีเพิ่ม
นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทย ไม่สามารถกระตุ้นด้วยบริโภคได้อีกแล้ว เนื่องจากหนี้ครัวเรือนสูงที่สุดในโลกถึง 80% มากที่สุดในรอบ 7 ปี จากนโยบายโครงการประชานิยมของรัฐบาลก่อน ส่งผลกระทบต่อภาระหนี้ให้ประชาชนเพิ่มขึ้น หากกระตุ้นด้วยการบริโภคอีก ก็จะเป็นการเพิ่มหนี้ครัวเรือนให้สูงขึ้นไปอีก ถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง โดยหลังจากนี้ รัฐบาลจะเน้นมาตรการให้เกิดการจ้างงาน เพื่อประชาชนมีงานทำ ซึ่งช่วยให้เกิดการอดออมและนำไปใช้หนี้ บางส่วนก็นำเอามาบริโภคในชีวิตประจำวัน
ยอมรับว่า ขณะนี้ภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงเกิดขึ้นทั่วโลกไม่ใช่ไทยเพียงประเทศเดียว ซึ่งการแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทยนั้น รัฐบาลต้องเร่งการใช้จ่ายภาครัฐ เร่งการลงทุนให้เกิดขึ้นเร็ว ทั้งรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และท้องถิ่น เพื่อให้เพิ่มรายได้ให้ประชาชน เนื่องจากไม่สามารถพึ่งพาการส่งออกได้เหมือนอดีตที่ผ่านมา เนื่องจากเศรษฐกิจโลกมีปัญหา ทำให้ผู้ประกอบการส่งออก และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เกี่ยวข้องมีรายได้น้อยลง ต้องเลิกจ้างแรงงาน เพื่อลดการใช้จ่าย ส่งผลให้แรงงานขาดรายได้ กลายเป็นปัญหาเพิ่มขึ้น
"ขณะนี้ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทย ต้องเลิกกระตุ้นการบริโภคแต่ต้องกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการลงทุนในระยะยาว เพื่อให้เกิดการจ้างงาน รวมทั้งต้องดูแลการส่งออก ซึ่งการแก้ไขเรื่องดังกล่าว ต้องใช้เวลา ไม่สามารถแก้ให้ได้ผลภายใน 3-6 เดือนนี้"
อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยการเร่งการใช้จ่ายภาครัฐนั้น จะต้องเก็บภาษีเพิ่มขึ้น เพราะรายได้จากภาษีของไทยปัจจุบันอยู่ที่ 18% ของจีดีพี เมื่อรวมรายได้ของรัฐวิสาหกิจที่ 20% เทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว มีรายได้จากการเก็บภาษีถึง 40% สะท้อนว่าการเก็บภาษีของไทยยังน้อยกว่ามาก ทำให้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจทำได้ช้า รวมทั้ง การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและไทย จะขยายตัวได้ลดลง จากเดิมที่เศรษฐกิจไทยเคยขยายตัวได้ 5-7% ต่อปี เหลือเพียง 2-4% ต่อปีเท่านั้น จะมีเพียงประเทศที่เศรษฐกิจเล็ก ๆ อย่าง สปป.ลาว กัมพูชา และเมียนมาร์เท่า นั้นที่จะขยายตัวได้ 7% ต่อปี แม้แต่ประเทศจีน ที่เคยขยายตัวได้ 9% ต่อปี ต่อไปการขยายตัวให้ได้ 7% ต่อปี ก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน