ฟังนักวิเคราะห์ให้เข้าใจ (เข้าใจตัวนักวิเคราะห์) ต้องดูกราฟเป็นครับ
เพราะจากทฤษฎีดาว เทรนด์จะดำเนินไป จนกว่าจะเปลี่ยนเทรนด์
เพราะฉะนั้น นักวิเคราะห์จะวิเคราะห์ไปตามเทรนด์ เมื่อเทรนด์ขึ้น ก็บอกหุ้นจะขึ้นไปเรื่อยๆ นักวิเคราะห์ก็จะทายถูกไปเรื่อยๆตราบเท่าที่เทรนด์ยังไม่เปลี่ยน
พอเทรนด์เปลี่ยน มีสัญญาณกลับตัว เขาก็จะวิเคราะห์กลับทางทันที ทั้งๆที่เมื่อวานยังบอกหุ้นจะขึ้น เมื่อแท่งเทียนกลับตัวลง ก็จะวิเคราะห์เปลี่ยเป็นขาลงทันที และก็จะทายถูกไปเรื่อยๆ จนกว่าหุ้นจะกลับตัวอีกครั้ง
เวลาฟังนักวิเคราะห์ ต้องฟังให้ครบครับ จุดที่นักลงทุนจะติดหุ้นคือ ก่อนที่หุ้นจะกลับตัว จะเป็นจังหวะที่ทำนายยาก นักวิเคราะห์ก็มักจะบอกเงื่อนไขไว้ด้วย เช่น ถ้าพรุ่งนี้ไม่ทำแท่งเขียวขึ้นไป หุ้นอาจจะกลับตัวลง นักลงทุนก็ต้องปรับพอร์ทให้ไว หรือไม่ทุ่มสุดตัวจนยากจะแก้ไขพอร์ท
นักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์มากส่วนใหญ่ จะอ่านกราฟไปตรงๆ กราฟขึ้นก็บอกหุ้นขึ้น กราฟลงก็บอกหุ้นลง ไม่ยื้อคำทำนายไว้ เหมือนนักวิเคราะห์หนุ่มๆหลายๆคน ที่ลุ้นหุ้นขึ้นอย่างเดียว (สังเกตุดู นักวิเคราะห์แก่ๆ ทุกคนทายคล้ายๆกันหมด)
เวลาที่หุ้นเป็นไซด์เวย์ เราจะไม่รู้ว่าเป็นไซด์เวย์ จนกว่ากราฟจะทำให้ดู นักวิเคราะห์ก็อาจจะบอกให้เก็บสะสม แต่นักลงทุนต้องรู้ว่า ถ้ามันหักหัวลง หลุดแนวรับ ต้องออก
หลักของการวิเคราะห์ทางเทคนิคคือ ทำตามกราฟ รอให้กราฟมันทำก่อน แล้วเราค่อยทำตาม การพยายามฝืนกราฟ รังแต่จะทำให้เสียหาย ทั้งขาลงขาขึ้น ครับ
สรุปคือ ถ้าอ่านกราฟเป็น ไม่ต้องฟังนักวิเคราะห์ก็ได้ แต่ข้อดีของนักวิเคราะห์คือ เขาจะรู้ได้ก่อนเรานักลงทุนรายย่อย ว่าหุ้นกลุ่มไหนกำลังจะมา เพราะเขาทำการบ้านมากกว่าเรา อยู่ในแวดวงมานานกว่าเรา ข่าวสารต่างๆ ดูเหมือนจะไวกว่ารายย่อย เพราะเป็นเป็นอาชีพเขา แต่รายย่อยก็ต้องพร้อมที่จะรับมือเวลาที่เขาเปลี่ยนคำวิเคราะห์นะครับ เพราะกราฟเปลี่ยน ข่าวเปลี่ยน สถานะการณ์เปลี่ยน อะไรก็แล้วแต่ ปรับตัวไวๆครับ แต่บางทีนักวิเคราะห์ไม่รู้ก็มีนะครับ อย่าวางใจ แต่ก็อย่าไปโทษเขาครับ เพราะ ไม่มีใครรู้จริงในตลาดหุ้น
สรุปคือ หาความรู้ใส่ตัว อ่านกราฟให้เป็น ช่วยได้เยอะครับ
ฟังนักวิเคราะห์ให้เข้าใจ อย่างไร
เพราะจากทฤษฎีดาว เทรนด์จะดำเนินไป จนกว่าจะเปลี่ยนเทรนด์
เพราะฉะนั้น นักวิเคราะห์จะวิเคราะห์ไปตามเทรนด์ เมื่อเทรนด์ขึ้น ก็บอกหุ้นจะขึ้นไปเรื่อยๆ นักวิเคราะห์ก็จะทายถูกไปเรื่อยๆตราบเท่าที่เทรนด์ยังไม่เปลี่ยน
พอเทรนด์เปลี่ยน มีสัญญาณกลับตัว เขาก็จะวิเคราะห์กลับทางทันที ทั้งๆที่เมื่อวานยังบอกหุ้นจะขึ้น เมื่อแท่งเทียนกลับตัวลง ก็จะวิเคราะห์เปลี่ยเป็นขาลงทันที และก็จะทายถูกไปเรื่อยๆ จนกว่าหุ้นจะกลับตัวอีกครั้ง
เวลาฟังนักวิเคราะห์ ต้องฟังให้ครบครับ จุดที่นักลงทุนจะติดหุ้นคือ ก่อนที่หุ้นจะกลับตัว จะเป็นจังหวะที่ทำนายยาก นักวิเคราะห์ก็มักจะบอกเงื่อนไขไว้ด้วย เช่น ถ้าพรุ่งนี้ไม่ทำแท่งเขียวขึ้นไป หุ้นอาจจะกลับตัวลง นักลงทุนก็ต้องปรับพอร์ทให้ไว หรือไม่ทุ่มสุดตัวจนยากจะแก้ไขพอร์ท
นักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์มากส่วนใหญ่ จะอ่านกราฟไปตรงๆ กราฟขึ้นก็บอกหุ้นขึ้น กราฟลงก็บอกหุ้นลง ไม่ยื้อคำทำนายไว้ เหมือนนักวิเคราะห์หนุ่มๆหลายๆคน ที่ลุ้นหุ้นขึ้นอย่างเดียว (สังเกตุดู นักวิเคราะห์แก่ๆ ทุกคนทายคล้ายๆกันหมด)
เวลาที่หุ้นเป็นไซด์เวย์ เราจะไม่รู้ว่าเป็นไซด์เวย์ จนกว่ากราฟจะทำให้ดู นักวิเคราะห์ก็อาจจะบอกให้เก็บสะสม แต่นักลงทุนต้องรู้ว่า ถ้ามันหักหัวลง หลุดแนวรับ ต้องออก
หลักของการวิเคราะห์ทางเทคนิคคือ ทำตามกราฟ รอให้กราฟมันทำก่อน แล้วเราค่อยทำตาม การพยายามฝืนกราฟ รังแต่จะทำให้เสียหาย ทั้งขาลงขาขึ้น ครับ
สรุปคือ ถ้าอ่านกราฟเป็น ไม่ต้องฟังนักวิเคราะห์ก็ได้ แต่ข้อดีของนักวิเคราะห์คือ เขาจะรู้ได้ก่อนเรานักลงทุนรายย่อย ว่าหุ้นกลุ่มไหนกำลังจะมา เพราะเขาทำการบ้านมากกว่าเรา อยู่ในแวดวงมานานกว่าเรา ข่าวสารต่างๆ ดูเหมือนจะไวกว่ารายย่อย เพราะเป็นเป็นอาชีพเขา แต่รายย่อยก็ต้องพร้อมที่จะรับมือเวลาที่เขาเปลี่ยนคำวิเคราะห์นะครับ เพราะกราฟเปลี่ยน ข่าวเปลี่ยน สถานะการณ์เปลี่ยน อะไรก็แล้วแต่ ปรับตัวไวๆครับ แต่บางทีนักวิเคราะห์ไม่รู้ก็มีนะครับ อย่าวางใจ แต่ก็อย่าไปโทษเขาครับ เพราะ ไม่มีใครรู้จริงในตลาดหุ้น
สรุปคือ หาความรู้ใส่ตัว อ่านกราฟให้เป็น ช่วยได้เยอะครับ