ศาลอาญาพิพากษา จำคุก 10 ปี 16 เดือน กำนันเซี๊ยะ และภรรยา คดีบุกรุกที่ดินกรมธนารักษ์ ในจังหวัดกาญจนบุรี กว่า 50 ไร่
นายประชา โพธิพิพิธ หรือกำนันเซี๊ยะ ผู้กว้างขวางใน จังหวัดกาญจนบุรี และอดีต ส.ส.กาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ และ นางเขมพร ต่างใจเย็น ภรรยา เดินทางมายังศาลอาญา เพื่อฟังคำพิพากษา คดีทร่อัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร1 เป็นโจทก์ฟ้อง ฐานร่วมกันเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดิน ก่นสร้าง แผ้วถางป่าฯ
กรณีเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2544 ถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2545 จำเลยท้ังสองได้บุกรุกที่ดินและยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐ ในจังหวัดกาญจนบุรี โดยแผ้วถางป่า และไถปรับพื้นที่ทำถนน สร้างบ้านพักคนงาน และคอกปศุสัตว์ ในที่ดินกว่า 50 ไร่ โดยไม่ได้รับอนุญาต
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยทั้งสองคนมีความผิดตามฟ้อง เนื่องจากมีเจตนาครอบครองที่ดินนอกเหนือจากเอกสาร นส.3 เดิมที่ครอบครองในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีซึ่งโจทก์นำพยานเบิกความหลายปาก ประกอบกับพยานเอกสารต่างๆเกี่ยวกับการถือครองโฉนดที่ดินของจำเลย จึงเชื่อได้ว่าจำเลยมีเจตนาครอบครองที่ดินซึ่งเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินโดยไม่มีสิทธิถือครอง จึงมีความผิดหลายกรรม พิพากษาลงโทษให้จำคุกรวม 17 ปี แต่จำเลยทั้งสองให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 10 ปี 16 เดือน
JJNY : ด่วน! ศาลจำคุก"กำนันเซี๊ยะ" อดีตปชป.-ภรรยา 10ปี16เดือน รุกป่ากาญจน์-ไม่รอลงอาญา
นายประชา โพธิพิพิธ หรือกำนันเซี๊ยะ ผู้กว้างขวางใน จังหวัดกาญจนบุรี และอดีต ส.ส.กาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ และ นางเขมพร ต่างใจเย็น ภรรยา เดินทางมายังศาลอาญา เพื่อฟังคำพิพากษา คดีทร่อัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร1 เป็นโจทก์ฟ้อง ฐานร่วมกันเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดิน ก่นสร้าง แผ้วถางป่าฯ
กรณีเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2544 ถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2545 จำเลยท้ังสองได้บุกรุกที่ดินและยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐ ในจังหวัดกาญจนบุรี โดยแผ้วถางป่า และไถปรับพื้นที่ทำถนน สร้างบ้านพักคนงาน และคอกปศุสัตว์ ในที่ดินกว่า 50 ไร่ โดยไม่ได้รับอนุญาต
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยทั้งสองคนมีความผิดตามฟ้อง เนื่องจากมีเจตนาครอบครองที่ดินนอกเหนือจากเอกสาร นส.3 เดิมที่ครอบครองในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีซึ่งโจทก์นำพยานเบิกความหลายปาก ประกอบกับพยานเอกสารต่างๆเกี่ยวกับการถือครองโฉนดที่ดินของจำเลย จึงเชื่อได้ว่าจำเลยมีเจตนาครอบครองที่ดินซึ่งเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินโดยไม่มีสิทธิถือครอง จึงมีความผิดหลายกรรม พิพากษาลงโทษให้จำคุกรวม 17 ปี แต่จำเลยทั้งสองให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 10 ปี 16 เดือน